“เ้าเป็ใครกัน?” ในใจของแอนดรูว์ทั้งใทั้งโมโห
ยอดฝีมืออันดับที่สาม 'ขวานั์' ของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' กำลังตกที่นั่งลำบาก ตอนนี้เขาเหลือเพียงโซ่เหล็กที่ยาวไม่ถึงสี่เมตร ส่วนอื่นๆ ก็แตกกระจายกลายเป็เศษเหล็กไปพร้อมๆ กับค้อนเหล็กั์ และที่น่าเศร้าไปยิ่งกว่านั้นก็คือ สองมือของเขามีรอยาแปริแตกจนเืไหลออกมา เส้นโลหิตสีดำตามลำแขนก็ปูดพองขึ้นมาอย่างชัดเจน ทั้งยังสั่นเทาไม่หยุด แม้แต่เรี่ยวแรงจะยกแขนก็ไม่มี การโจมตีเมื่อครู่ก็ถูกหมัดของใครไม่รู้ทำลายอย่างย่อยยับ
ทักษะหมัดที่ร้ายกาจ!
พละกำลังที่น่าเกรงขาม!
ยอดฝีมือเช่นนี้ แอนดรูว์ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในเมืองน้ำพุร้อน นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
และสิ่งที่ทำให้แอนดรูว์รู้สึกอับอายมากที่สุดก็คือ ในขณะที่เขาะโถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงโมโห มันกลับแค่นเสียงในลำคอออกมาอย่างเ็าเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ซุนเฟยคุกเข่าลงบนพื้นและประคองร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีแดงเพลิงของตอร์เรสขึ้นมา ก่อนจะมองไปยังใบหน้าที่กำลังสลบและอาการาเ็สาหัสของเด็กหนุ่มผิวดำ ดวงตาของซุนเฟยก็ฉายแววโมโหขึ้นมา จากนั้น ก็ล้วงมือเข้าไปหยิบขวดน้ำยาวิเศษสีแดงออกมาป้อนที่ปากเด็กหนุ่มในอ้อมแขนอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นเอง นักธนูผมสีบลอนด์ทองก็คุกเข่าลงและเรียกขานอีกฝ่ายว่า ‘ฝ่าา’ แอนดรูว์รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายก็คือ ‘าาแห่งเมืองแซมบอร์ด’ เขาพอจะรู้มาบ้างว่าเมืองแซมบอร์ดเป็อาณาจักรบริวารระดับหก น่าเสียดายที่ข้อมูลข่าวสารของเขากลับล้าหลังยิ่งกว่าพวกทหารรับจ้างทั่วไปเสียอีก พวกเขาไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงอย่างการต่อสู้ที่ยอดเขาหอคอยคู่ ตอนนี้ในใจของแอนดรูว์มีเพียงความโกรธและความเกลียดชังเท่านั้น ั้แ่เมื่อไรกันที่อาณาจักรบริวารระดับหกเล็กๆ อย่างเมืองแซมบอร์ดจะมียอดฝีมือที่เก่งกาจขนาดนี้?
ขวานั์คนนี้ก็ไม่ทันสังเกตเลยว่า ั้แ่ที่าาแซมบอร์ดคนนี้ปรากฏกายขึ้นมา คูลอมบ์ที่นอนอยู่บนพื้นก็แหกปากร้องโวยวายออกมาประหนึ่งเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ ร่างของเขาสั่นเทิ้มอย่างน่ากลัวก่อนจะตาเหลือกแล้วสลบไป
“เด็กคนนั้นเป็นักโทษของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' มันกระทำความผิดร้ายแรง ดังนั้นท่านผู้บัญชาการปโตเลมีจึงมีคำสั่งให้จับกุมคนร้ายผู้นี้กลับไปสำเร็จโทษที่ค่ายของเรา ได้ยินแบบนี้แล้ว องค์าาอเล็กซานเดอร์ยังไม่รีบส่งตัวมันมาให้ข้าอีกหรือ?” แอนดรูว์ก้าวเท้าไปข้างหน้าก่อนจะตวาดออกมา
เมื่อเขาได้รู้ถึงฐานะที่แท้จริงของยอดฝีมือคนนี้ ขวานั์คนนี้ก็คลายความกังวลไปในทันที
ในเมื่อเป็าาของอาณาจักรบริวารที่อยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรเซนิท ต่อให้เขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของราชอาณาจักรเซนิท อีกทั้งเขาก็น่าจะรู้ว่า 'กองกำลังพายุคลั่ง' มีสถานะและตำแหน่งที่โดดเด่นมากแค่ไหนในราชอาณาจักร ดังนั้นต่อให้เป็คนโง่เง่ามากแค่ไหนก็ยังรู้เลยว่าควรเลือกอะไร เพื่อเด็กกำพร้ายากจนธรรมดาๆ คนหนึ่งถึงกับจะต่อต้าน 'กองกำลังพายุคลั่ง' ที่เป็ถึงหนึ่งในสิบกองกำลังที่โดดเด่นที่สุดในราชอาณาจักรเซนิทเชียวหรือ คงไม่โง่ขนาดนั้นแน่
ราวกับว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับอากาศ อีกฝ่ายทำเหมือนกับว่าไม่ได้ยินอะไรเลย แม้แต่จะปรายตามองเขาสักนิดก็ไม่มี
เมื่อเทียบกันแล้ว ชายคนนั้นค่อนข้างให้ความสนใจ ‘นักโทษ’ ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขามากกว่า ราวกับว่าในสายตาของาาเมืองแซมบอร์ดแล้ว ฐานะของยอดฝีมือลำดับที่สามแห่ง 'กองกำลังพายุคลั่ง' อย่างเขามันไร้ค่ามากเมื่อเทียบกับเด็กกำพร้านั่น
สามนาทีต่อมา ด้วยผลของ 'น้ำยารักษาชีวิต' ทำให้อาการาเ็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาจนเกือบจะหายเป็ปกติ
เืที่ไหลอยู่ด้านหลังของเขาค่อยๆ หยุด ใบหน้าเริ่มมีสีแดงฝาด ในขณะที่ยังไม่ได้สติ สีหน้าของเด็กคนนั้นก็ดูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโศกเศร้า ราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในความทรงจำที่เลวร้ายบางอย่าง ไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้น ทันทีที่เห็นหน้าของซุนเฟย เด็กผิวดำก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง “ท่านอาจารย์ ท่านจริงๆ ด้วย ท่านอาจาย์...ฮือ ในที่สุดข้าก็พบท่าน ฮึก ลุงยอร์ก ทีน่า...ทุกคน ฮึก...พวกเขาตายแล้ว ฮือ ท่านอาจารย์ ท่านช่วย ช่วยล้างแค้นให้ข้าที...”
เด็กหนุ่มคนนี้คือลูกศิษย์คนแรกของซุนเฟย ฟีลิปโป อินซากี
“อะไรนะ? นี่เ้าว่าอะไรนะ? ยอร์กตายแล้วหรือ?” ซุนเฟยพลันหน้าเปลี่ยนสีทันที ภาพบุรุษร่างสูงใหญ่ท่าทางร่าเริงคนนั้นผุดขึ้นมา
“เป็พวกมัน! พวกมันสังหารลุงยอร์ก...” อินซากีชี้นิ้วไปที่แอนดรูว์และคนอื่นๆ
ในดวงตาของเด็กหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างลึกล้ำ ลูกตาสีดำของเขาราวกับมีเปลวเพลิงแห่งความแค้นลุกโชนขึ้นมา รอยยิ้มเก้อเขินขี้อายก่อนหน้านี้ไม่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าอีกแล้ว ดูเหมือนว่าเมล็ดพืชแห่งความเกลียดชังได้ฝังรากลึกลงไปในหัวใจของเด็กหนุ่มที่บริสุทธิ์และใจดีคนนี้แล้ว เขาเหมือนกับสัตว์เดรัจฉานที่ได้รับาเ็หนักมาและ้าแก้แค้น เขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกระโจนเข้าไปฉีกทึ้งร่างของกลุ่มคนตรงหน้าเป็ชิ้นๆ
ซุนเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ช้าก็เห็นเงาบางอย่างกำลังเดินทางเข้ามา
ดวงตาของเขามองทะลุผ่านม่านหมอกที่หนาทึบตรงหน้า ซุนเฟยเห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังลากรถส่งตัวนักโทษที่ล้อมรอบด้วยรั้วเหล็กแหลมคมที่ขึ้นสนิมสีแดงส้ม ด้านหน้าสุดของรถส่งตัวนักโทษมีแท่งเหล็กแหลมคมที่ถูกเสียบด้วยหัวของใครคนหนึ่ง ดวงตาของหัวนั่นเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เห็นได้ชัดว่าเขาตายตาไม่หลับ! เมื่อวานนี้ยอร์กยังเล่าเื่ราวของตัวเองด้วยรอยยิ้มพลางเกาหลังหัวด้วยความเก้อเขิน มาตอนนี้ เขาถูกตัดหัวออกมาแล้วเสียบลงบนแท่งเหล็ก และที่ทำให้ซุนเฟยโกรธแค้นถึงขีดสุดก็คือ ตรงปลายแหลมๆ ของรั้วเหล็กที่ล้อมรอบรถส่งตัวนักโทษเต็มไปด้วยศีรษะของพวกเด็กๆ แม้แต่เด็กหญิงตัวน้อยๆ อย่างทีน่าที่เมื่อวานยังวิ่งมาดึงชายเสื้อของซุนเฟยพลางพูดจาออดอ้อนขอให้ซุนเฟยอย่าส่งคนมาทำร้ายลุงยอร์กของนาง ตอนนี้ดวงตากลมโตเบิกโพลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง...
ไอ้เดรัจฉานกลุ่มนี้ แม้แต่เด็กพวกมันก็ยังไม่ละเว้น?!
“นี่มัน...ยกโทษให้ไม่ได้!”
ไฟแห่งความโกรธแค้นลุกท่วมร่างของซุนเฟย ั้แ่ที่ตัวเองทะลุมิติมายังแผ่นดินอาเซรอท เขายังไม่เคยโกรธแค้นอะไรเท่านี้มาก่อนเลย ซุนเฟยยกหมัดขึ้นมาแล้วะเิพลังออกมาอย่างเต็มที่ จากนั้นก็ปล่อยหมัดโปร่งแสงขนาดั์ออกไป ประหนึ่งดาวตกที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้าเพื่อชำระล้างความชั่วร้ายบนพื้นดิน เสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้นมา หมอกสีขาวหนาทึบภายในรัศมียี่สิบเมตรพลันจางหายไป
หมัดหิมะเหยือกแข็ง!!!
ถึงแม้ว่าหมัดโปร่งแสงจะไม่ได้ัักายของเขา แต่แค่แรงกดดันของหมัดก็ทำให้แอนดรูว์รู้สึกถึงแรงกดทับมหาศาล ราวกับว่ามีูเาขนาดใหญ่กำลังทับร่างของเขาอยู่ แรงกดดันที่น่าในี้ทำให้แอนดรูว์ต้องถอยหลังออกมา เขาเร่งโคจรเปลวไฟคลื่นพลังสีเหลืองห่อหุ้มร่างของเขาไว้ แต่คลื่นพลังของเขาก็ต้องถูกทำลายลงเพราะคลื่นหมัด มันไม่อาจต้านทานการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนี้ได้ ทันใดนั้น แอนดรูว์ก็พบว่าการโคจรคลื่นพลังในร่างของเขาพลันติดขัดขึ้นมา ดูเหมือนว่าคลื่นหมัดนี้จะสามารถกดข่มคลื่นพลังธาตุดินระดับสามดาวในร่างของเขา ไม่ให้โคจรพลังได้อย่างเต็มที่
เหล่าทหารที่อ่อนแอกว่าเขาพลันกระอักเืออกมา ก่อนที่ร่างจะกระเด็นออกไปราวกับข้าวฟ่างที่อยู่ท่ามกลางพายุเฮอริเคน
“อ๊าก...”
แอนดรูว์ร้องะโออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง นอกจากอวัยวะภายในจะถูกกดทับแล้ว กระดูกของเขาก็เปลี่ยนรูปไปด้วย ไม่ช้าเืก็ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเขา รูม่านตาของแอนดรูว์ขยายกว้าง เขารู้สึกได้ถึงความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวเอง ในตอนนั้นเอง เขาก็เริ่มตระหนักถึงความแข็งแกร่งของาาเมืองแซมบอร์ดตรงหน้าแล้วว่ามันน่ากลัวมากขนาดไหน แค่คลื่นหมัดโปร่งแสงยังทรงพลังอย่างไร้เทียมทานแบบนี้ อย่าว่าแต่จะสวนกลับเลย แค่พยายามมีชีวิตรอดเขาก็ยังทำไม่ได้เลย
ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง มีเสาเพลิงขนาดั์ทะยานเข้ามาขวางตรงหน้า ฉับพลัน มันก็ะเิออกมากลายเป็อสูรเพลิงที่เต็มไปด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง อสูรเพลิงร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่น ปะทะเข้ากับหมัดโปร่งแสงที่น่าเกรงขาม ในตอนนั้น ราวกับห้วงเวลาได้หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เกิดการะเิขึ้นมา...
วินาทีต่อมา ร่างของอสูรเพลิงก็พลันสลายหายไป
เช่นเดียวกับหมัดโปร่งแสงที่เริ่มจางลง แต่มันก็ไม่ได้หายไปในทันที หมัดโปร่งแสงที่เลือนรางยังคงพุ่งชนเข้าร่างของแอนดรูว์อย่างรุนแรง วินาทีนั้นเืสดก็พุ่งออกมาเป็ฝอยๆ ร่างของแอนดรูว์กระเด็นถอยหลังไปไกล พร้อมกับเสียงกระดูกหักดังเป๊าะ ดูเหมือนว่าเขาจะกระดูกหักไปหลายท่อนเช่นกัน...
ในขณะเดียวกัน ก็มีเงาคนพุ่งทะยานเข้ามา
คนผู้นี้สวมชุดเกราะสีเงินที่เป็เครื่องแบบของทหารแห่งราชอาณาจักร บนชุดเกราะของเขาปรากฏเวทมนตร์ปกคลุมจางๆ เห็นได้ชัดว่านี่เป็ชุดเกราะเวทมนตร์อย่างแน่นอน ผมยาวสีฟ้าน้ำทะเลพลิ้วไหวไปตามแรงลมจนยุ่งเหยิง รูปหน้าทรงสี่เหลี่ยมดูหนักแน่นและนิ่งสงบ คิ้วหนาทรงกระบี่พาดผ่านเหนือดวงตาโต ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีแดงเพลิง อุณหภูมิที่ร้อนระอุจนน่าใแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา ระเหยหมอกที่อยู่รอบๆ จนกลายเป็ไอลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่าทางทะนงองอาจของเขาราวกับเทพปีศาจก็ไม่ปาน
ทว่า เกราะไหล่และเกราะแขนสีเงินฝั่งซ้ายมือของเขากลับปรากฏรอยแตกร้าวกระจายไปทั่ว เพียงเขาเคลื่อนไหวเบาๆ เกราะไหล่และเกราะแขนก็พลันแตกสลายร่วงลงบนพื้น....
“ดี! ดี! ดี!!! พลังหมัดของเ้าช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่ง ถึงขนาดทะลวงผ่านคลื่นพลังธาตุไฟที่คุ้มกันร่างกายของข้า และทำลายเกราะแขนข้าได้ นับว่าเ้ายอดเยี่ยมมาก าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด บุรุษผู้เอาชนะอัศวินผู้ตัดสินพระอาทิตย์สีทองซัตตัน ความเก่งกาจของเ้าช่างสมคำร่ำลือจริงๆ!”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาตรงหน้าทีละก้าว ก่อนจะเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางดูห้าวหาญและทระนงตน
“ไร้สาระ! หมัดของข้าทำลายชุดเกราะของเ้าได้ มีอะไรให้น่าภูมิใจเล่า ไว้ข้าสังหารเ้าได้เมื่อไร นั่นค่อยน่าภาคภูมิใจกว่า เ้าว่างั้นไหม?” ซุนเฟยหัวเราะเยาะ “ดิลเลอร์ส ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองน้ำพุร้อนที่อายุน้อยที่สุด บุรุษที่นั่งอยู่ในก้นบ่อมองชมท้องฟ้า!1”
“โอ้? เ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?”
ซุนเฟยแสยะยิ้มเ็าออกมาแต่ไม่พูดอะไร
ท่านผู้เฒ่าโซล่าและลูก้ามีศักยภาพในการสืบข่าวสูงมาก เหมือนเป็เจมส์ บอนด์ก็ไม่ปาน พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็สามารถสืบค้นข้อมูลที่สำคัญๆ ภายในเมืองน้ำพุร้อนมาได้ อีกทั้งยังสามารถวาดภาพของดิลเลอร์ส เด็กหนุ่มที่ถูกยกย่องว่าเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อน รวมทั้งยังเขียนอธิบายถึงพลังและความแข็งแกร่งของเขาให้ซุนเฟยได้อ่านอย่างละเอียด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้แก่ซุนเฟยเป็อย่างมาก
“ฮึ ปากคอเราะร้ายนัก ไม่มีประโยชน์อะไรที่ข้าจะมาเถียงกับเ้า” ดิลเลอร์สไม่รู้สึกโกรธเคืองกับถ้อยคำยั่วยุของซุนเฟย เขายังคงรักษาท่าทีและวาจาที่สูงส่งของตัวเองไว้ได้ เขากวาดสายตามองไปยังแอนดรูว์และเหล่าทหารที่ได้รับาเ็หนัก พลางขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นมาว่า “เ้ากล้าทำร้ายคนของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' เชียวหรือาาเมืองแซมบอร์ด หวังว่าเ้าคงมีคำอธิบายดีๆ นะ!”
ซุนเฟยหัวเราะเสียงดังก่อนจะตอบกลับไปว่า “ทำร้าย? เ้าพูดผิดแล้ว ข้าไม่คิดจะทำร้ายพวกมันหรอก แต่จะสังหารพวกมันต่างหาก!”
“าาเมืองแซมบอร์ด เ้าบังอาจเกินไปแล้ว ระวังคำพูดของเ้าไว้ให้ดีๆ หากทำให้ 'กองกำลังพายุคลั่ง' โมโหขึ้นมา ต่อให้เป็าาของอาณาจักรบริวารก็ไม่อาจจะรับความโกรธของพวกข้าได้” ดิลเลอร์สขมวดคิ้วก่อนจะพูดออกมาเสียงเข้ม เขายื่นมือออกไปประคองร่างของแอนดรูว์ขึ้นมาแล้วถามว่า “รายงานข้ามาสิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ขอรับ ท่านดิลเลอร์ส”
เื่ราวมีอยู่ว่า...
เมื่อวานนี้หลังจากที่คูลอมบ์ถูกซุนเฟยทำร้ายจนปางตายในร้านเหล้า เขาก็ถูกคนหามกลับไปส่งถึงหน้าคฤหาสน์ จากนั้นพ่อบ้านก็เชิญนักบวชและนักเวทมารักษาเขาจนหายดี ในฐานะที่เป็บุตรชายคนที่สองของผู้ทรงอำนาจในเมืองน้ำพุร้อน เขาเคยต้องมาพบเหตุการณ์แบบนี้ไหม? แน่นอนว่าไม่! เขาไม่อาจทนกล้ำกลืนความอัปยศในครั้งนี้ได้แน่นอน เขาอยากกู้หน้าตัวเองคืนมา แต่เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของซุนเฟยแล้ว คูลอมบ์ก็นึกขยาดขึ้นมา ขนาดคนคุ้มกันของเขาที่ว่าแข็งแกร่งยังไม่อาจต่อต้านยอดฝีมือคนนั้นได้เลย แน่นอนว่าด้วยมันสมองอันน้อยนิดของคูลอมบ์ เขาไม่ยอมพาตัวเองวิ่งไปหาฝ่ามือเป็ครั้งที่สองอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ความโกรธในใจของเขาจะต้องถูกระบาย ดังนั้นคูลอมบ์จึงเบนเป้าหมายไปที่ทหารรับจ้างสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับซุนเฟย พวกมันนี่แหละจะเป็ที่ระบายความอัปยศให้แก่คูลอมบ์
คูลอมบ์ไม่กล้าวิ่งไปฟ้องพี่ชายของเขาที่เป็ถึงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อน เพราะดิลเลอร์สไม่ชอบนิสัยอันชั่วช้าของเขา ดังนั้นจึงแล่นไปหาแอนดรูว์ที่เป็ยอดฝีมืออันดับสาม ฉายา 'ขวานั์' ที่กำลังประจบประแจงตัวเองอยู่ให้ช่วยระบายความแค้นของเขา และด้วยความสามารถของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' ไม่ช้าพวกเขาก็สืบหาที่อยู่ของยอร์กและอินซากีพบ จากนั้นพวกเขาก็ยกพวกไปยังเขตสลัมในทันที พวกเขาไม่คิดที่จะฟังคำอธิบายหรือคำอ้อนวอนใดๆ จุดมุ่งหมายเดียวของพวกเขาคือฆ่า! เพื่อปกป้องพวกเด็กๆ อินซากีและยอร์กจึงจำเป็ต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน แต่พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแอนดรูว์เลยสักนิด
ยอร์กพยายามต้านทานการโจมตีของแอนดรูว์เพื่อเปิดโอกาสให้อินซากีใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองแอบซุ่มโจมตีคูลอมบ์เพื่อช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆ แต่ในขณะที่เขาซุ่มโจมตีคูลอมบ์ก็ดันพลาดท่าโดนแอนดรูว์โจมตีสวนกลับมาจนได้รับาเ็สาหัส ทำให้เขาไม่อาจซ่อนตัวได้อีก และต้องทนมองเห็นลุงยอร์กถูกคนชั่วตัดหัวทั้งเป็ด้วยตาของตัวเอง ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านอยู่ในอก แต่โชคดีที่อินซากีมีโอกาสหลบหนีออกมาได้ ในใจของเขานึกถึงแค่คนคนเดียวที่ช่วยล้างแค้นให้กับลุงยอร์กและช่วยพวกเด็กๆ ออกมาได้
เขาหลบหนีมาหาอาจารย์ของตัวเอง าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด
ตลอดทางที่หลบหนี เนื่องจากได้รับาเ็สาหัสจึงได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตามทาง ทำให้แอนดรูว์สไล่ตามตัวเองมาได้ แม้ว่าหลายครั้งอินซากีจะรู้สึกทนพิษาแไม่ไหว แต่ด้วยความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ มันจึงกลายเป็แรงผลักดันที่ทำให้เขาอดทนหลบหนีต่อไป จนกระทั่งสามารถหลบหนีมาถึงค่ายเมืองแซมบอร์ดได้
แอนดรูว์หวาดกลัวยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองน้ำพุร้อนมาก ดังนั้นเขาจึงเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ดิลเลอร์สฟังอย่างไม่ปิดบังหรือบิดเบือนใดๆ
“ท่านพี่ ท่านจะต้องกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลปโตเลมีคืนมานะ าาแซมบอร์ดสมควรตายผู้นี้มันทำร้ายข้า ทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ไม่ช้ามันคงเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลปโตเลมีเป็แน่...” คูลอมบ์ที่ได้รับาเ็พูดโพล่งออกมา ผู้คุ้มกันคนหนึ่งช่วยประคองร่างของเขาให้ลุกขึ้นมา
“เฮอะ ไอ้ขยะ! ศักดิ์ศรีขึ้นอยู่กับการแกว่งดาบและอาบโลหิตของศัตรูต่างหาก มันไม่ได้อยู่ในเป้าของเ้าหรือปากอันโสโครกของเ้า!” ดิลเลอร์สทนฟังคำพูดของน้องชายที่ดีแต่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตระกูลไม่ไหวจนต้องตวาดด่าออกมา หลังจากด่าน้องชายตัวเองเสร็จเขาก็หันมามองซุนเฟย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม าาแซมบอร์ด เ้าเด็กชาวบ้านคนนั้นก็ทำร้ายคูลอมบ์ ตระกูลปโตเลมีจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้ศักดิ์ศรีของตระกูลเราต้องด่างพร้อย ดังนั้นส่งเด็กคนนั้นมาให้ข้าจะดีกว่า!”
“ฮ่าๆๆ ไร้สาระว่ะ อินซากีคือลูกศิษย์คนแรกของข้า อย่าว่าแต่จะทำร้ายน้องชายสวะของเ้าเลย ต่อให้เขาสังหารมันแล้วจะทำไม? หากเ้าคิดจะทวงถามความยุติธรรมให้กับคนของเ้า เช่นนั้นข้าก็จะทวงถามความยุติธรรมให้กับคนของข้า ส่งตัวไอ้สวะที่ทำร้ายศิษย์ของข้ามา แล้วข้าจะไว้ชีวิตตระกูลปโตเลมีของเ้า และจะไม่ทำลาย 'กองกำลังพายุคลั่ง' อีกด้วย!”
ซุนเฟยประชดกลับ
“อวดดีนัก!” ดิลเลอร์สะโออกมาอย่างโมโห เปลวไฟบนร่างของเขายิ่งสว่างโชติ่ขึ้นกว่าเดิม เขาหัวเราะออกมาอย่างเ็าพลางพูดว่า “ไว้ชีวิตตระกูลปโตเลมี? ไม่ทำลาย 'กองกำลังพายุคลั่ง'? เ้ามันอวดดีเกินไปแล้วาาแซมบอร์ด ในเมื่อเ้ารนหาที่ตายเองก็ช่วยไม่ได้ ดี ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้ามีความสามารถอะไรถึงสามารถชนะอัศวินผู้ตัดสินคริส ซัตตันได้!”
-------------------
1 นั่งในก้นบ่อมองชมท้องฟ้า ความหมายเดียวกับคำว่า กบในกะลา
