เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม


เพื่อบุรุษที่ไม่มีใจ นางถึงกับทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง แต่แล้ว...จุดจบกลับกลายเป็นความตายที่เขามอบให้ นางยังจดจำน้ำเสียงเย็นชาและสายตาที่มองมาอย่างไม่ไยดี ครานี้รู้แล้ว ความรักหาใช่ทุกสิ่ง
38
5
5
เพื่อบุรุษที่ไม่เคยมีใจ นางถึงกับทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง แต่แล้ว...จุดจบกลับกลายเป็นความตายที่เขามอบให้ นางยังจดจำน้ำเสียงเย็นชาและสายตาที่มองมาอย่างไม่ไยดี ครานี้รู้แล้วความรักหาใช่ทุกสิ่ง และสักวัน นางจะต้องคว้ามันมาด้วยมือของตน
เซี่ยหรงเหยา บุตรีจากจวนโสวฝู่ สตรีที่ถูกขนานนามว่าเป็นอันธพาลน้อยแห่งเป่ยหมิง หลังถูกชายที่รักสังหาร นางจึงได้เกิดใหม่ และคิดจะถอยห่างจากตัวหายนะเหล่านั้น ใช้ชีวิตให้ดี...เพื่อจะได้ไม่ถูกถูกตีตายเหมือนชาติที่แล้วอีก
ทว่า...พี่ชายของมู่หรงจ้าน ที่ได้ยินนางเล่นกู่ฉินครั้งแรก กลับตามติดนางไม่ห่าง คิดจะใช้ชีวิตไปวันๆ กลับต้องพัวพันกับเรื่องยุ่งยาก แต่หลังจากได้ใกล้ชิดชายหนุ่มผู้นั้น นางพบว่าเขาช่างแตกต่างจากน้องชาย และยามนี้ คนผู้นั้นได้เริ่มจริงจังกับนางแล้ว
*******************************************
“ว่านหนิงอวิ๋น!!...” หญิงสาวอุทานอย่างตกใจ
เพราะสหายร่วมสำนักศึกษาผู้นี้ของนาง ได้ตายไปแล้วเมื่อปีก่อน จากอุบัติเหตุรถม้าตกลงไปในหน้าผา แม้แต่ร่างของนางก็หาไม่พบ
อุบัติเหตุครั้งนั้น ทำเซี่ยหรงเหยาเสียใจจนล้มป่วยไปหลายวัน เพราะว่านหนิงอวิ๋น เป็นสหายที่สนิทกับนางที่สุดในสำนักศึกษา และครอบครัวของทั้งสองเอง ก็มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน
“หลังเจ้าตายไปแล้ว ก็มาอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรือ”
หญิงสาวจับมืออีกฝ่ายด้วยความดีใจ แม้จะต้องพบกับผิดหวังในรักจากโลกแห่งความจริง ทว่าโลกหลังความตายได้พบสหายเก่า จากนี้...ตนเองก็คงไม่เหงามากนัก
“เจ้าพูดอันใดฟังแปลกพิลึก” ว่านหนิงอวิ๋นใช้หลังมือแตะที่หน้าผากของเซี่ยหรงเหยาเพื่อวัดอุณหภูมิ
“ก็ไม่ได้ป่วยนี่นา แล้วเหตุใดถึงได้เพ้อออกมากลางวันแสกๆ ”
ท่าทีของสหายทำนางตกใจ หรือว่าจริงๆ แล้ว ว่านหนิงอวิ๋นยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเสียชีวิต หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่นั่นยังพบสหายร่วมเรียนอีกหลายคน รวมถึง...หลินเสวี่ยถง
“นางเองก็ตายด้วยหรือ!!”
ร่างบางลุกพรวดขึ้น พลางชี้นิ้วไปยังอีกฝ่าย
“เจ้าพูดบ้าบออันใด! ใครตาย! ไม่สบายก็ไปหาหมอ หรือให้ข้าเชิญหมอหลวงมาตรวจให้เจ้า” หญิงสาวรีบดึงสหายรักนั่งลง ท่าทีจริงจังของว่านหนิงอวิ๋น มิได้ดูเหมือนกำลังล้อเล่น ถ้าหากทุกคนยังไม่ตาย เช่นนั้นก็หมายความว่า...
ตัวนางเองได้ย้อนกลับมาแล้ว กลับมายังช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหลายเกิดขึ้น
“มะ...ไม่เป็นไร! ข้าสบายดี เพียงแต่ฝันร้ายเท่านั้น ช่างเถอะ ท่านอาจารย์กลับมาแล้ว” เซี่ยหรงเหยาปาดเหงื่อบนหน้าผาก โชคดีที่อาจารย์อวี๋เข้ามาเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ว่าตนเองจะอธิบายสิ่งที่เอ่ยก่อนหน้านี้อย่างไร
*************************************
เมื่อยามที่บทเพลงถูกบรรเลง ทุกคนที่อยู่ภายในห้องเรียน รวมถึงอาจารย์อวี๋ ต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง คนที่เรียนได้อันดับรั้งท้ายในทุกด้านอย่างเซี่ยหรงเหยา กลับมีฝีมือดีดกู่ฉินได้ไพเราะถึงเพียงนี้
“นี่มันบทเพลงอะไร! เหตุใดพวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อน ช่างไพเราะยิ่งนัก” ทุกคนต่างหันหน้ามองกัน พร้อมกระซิบกระซาบ
เซี่ยหรงเหยาแอบยิ้มในใจ
นี่เป็นเพลงที่ข้าแต่งให้มู่หรงจ้านเมื่อชาติก่อน พวกเจ้าเคยได้ยินก็แปลกแล้ว
หลังบรรเลงจนจบบทเพลง อาจารย์อวี๋เป็นคนแรกที่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับปรบมือให้นาง
“ดี! ไพเราะยิ่งนัก! เจ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังเลยสักนิด ทุกคนดูเซี่ยหรงเหยาเป็นตัวอย่าง ต้องพัฒนาตนเองให้ได้อย่างนาง หมั่นเพียรฝึกฝนฝีมือ สุดท้ายชื่อเสียงและความสำเร็จจะเป็นของทุกคน”
อาจารย์อวี๋เอ่ยชื่นชมจากใจจริง
“ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นเพราะท่านที่สั่งสอนและเข้มงวด แต่ฝีมืออ่อนด้อยของศิษย์ ยังต้องเรียนรู้จากท่านอาจารย์อีกมาก ไหนเลยจะกล้ารับคำชม”
หญิงสาวยอบกายลงอย่างอ่อนน้อม ท่าทีถ่อมตนของนาง ทำอาจารย์อวี๋ซินนึกชื่นชมในใจ
“นี่! เจ้ายังเป็นเซี่ยหรงเหยาอยู่หรือไม่ เหตุใดเล่นกู่ฉินได้ไพเราะเพียงนั้น” ว่านหนิงอวิ๋นเขย่าร่างเซี่ยหรงเหยาไปมาด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าโง่...คนที่เคยคลั่งรักราวกับคนบ้า เมื่อใดที่ตาสว่างก็มักเก่งกาจขึ้นเสมอ” หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยท่าทีโอ้อวด ทว่าว่านหนิงอวิ๋นกลับมองมาด้วยสีหน้างุนงง
************************************
ยามนี้...สิ่งที่พวกนางกำลังพูดคุย ได้ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนแล้ว ชายหนุ่มในชุดสีทมิฬ ปักดิ้นทองลายเมฆมงคล กำลังหยุดฟังเสียงกู่ฉินด้านนอกห้อง เมื่อยามที่เซี่ยหรงเหยาเริ่มบรรเลง
“นางเป็นใคร...”
ชายหนุ่มหันไปถามองครักษ์ข้างกาย เมื่อเสียงกู่ฉินหยุดลง
“คนไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“คนที่พึ่งเล่นกู่ฉินจบไปเมื่อสักครู่”
“อ๋อ...นางคือเซี่ยหรงเหยา หลานสาวคนเล็กของเซี่ยโสวฝู่พ่ะย่ะค่ะ ยามนี้อายุสิบหกปี อีกทั้งในเมืองหลวง...ยังเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความเกเร ยามนี้มีข่าวลือว่านางหลงรักตวนอ๋องจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ว่าตวนอ๋องไปที่ใดก็มักเห็นนางวิ่งตามเสมอ เป็นคนที่ดื้อรั้นและทำให้ครอบครัวต้องอับอาย”
“เช่นนั้น...นางก็คือหลานสาวจากตระกูลเดิมของไทเฮา”
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายมิได้กลับมาเมืองหลวงนับสิบปี จึงยังไม่รู้ข่าวคราวภายใน แม้นางจะพึงใจต่อตวนอ๋อง ทว่าก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับบุตรีของเสนาบดีหลิน หญิงสาวที่ทั้งงดงามและกิริยาอ่อนหวาน อีกทั้งยังมีความสามารถเหนือสตรีอื่นใดในเมืองหลวง”
“คนไหนรึ”
“คนที่กำลังบรรเลงกู่ฉินในตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มเหลือบมองเข้าไปยังห้องเรียนสตรีอีกครั้ง ยามนี้หลินเสวี่ยถงกำลังบรรเลงกู่ฉินเพื่อรับการทดสอบ
เมื่อบทเพลงจบลง...หญิงสาวก็ได้รับคำชื่นชมจากอาจารย์อวี๋เช่นเดียวกัน ทว่า...การบรรเลงของนางก็มิได้ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจเท่ากับฝีมือของเซี่ยหรงเหยา
“ก็แค่เล่นกู่ฉินได้นิดหน่อยเท่านั้น ไม่คิดว่าไม่พบหน้ากันสิบปี สายตาน้องชายของเราจะแย่ถึงเพียงนี้” ชายหนุ่มหยุดไปเล็กน้อย พร้อมกับเบือนสายตาไปยังหญิงสาวที่กำลังหยอกล้อกับสหายในห้องเรียน
“ต่างจากนาง...ตั้งแต่กลับมาเมืองหลวง เซี่ยหรงเหยาเป็นสตรีคนแรกที่ทำให้รู้สึกสนใจ เช่นนั้น...นางย่อมต้องไม่ใช้คนธรรมดาเป็นแน่ ไป...ไปสืบเรื่องของนางมาให้เรา อยากรู้นัก สตรีผู้นี้จะยังมีสิ่งใดให้น่าค้นหาอีก”
“แต่ชื่อเสียงของนาง...” องครักษ์หนุ่มนามสืออี คิดเอ่ยทัดทาน ทว่าสายตาคมกริบกลับตวัดมองมา
“สืออี! ตั้งแต่เมื่อใดที่เจ้าใช้ข่าวลือตัดสินผู้อื่น” น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยเตือนเบาๆ
“กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
****************************************
จากใจ zuey
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ


