“พวกแกมาทำอะไร?” ฮวาเฉียงถามเสียงต่ำ
สะใภ้คนที่สองของบ้านหนิวที่ไร้สมองถึงหยุดหัวเราะได้ แล้วก็ยืนห่อไหล่อยู่ด้านข้าง
“ท่านอา” สะใภ้คนโตของบ้านหนิวฝืนยิ้ม “นี่มันเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว เห็นว่าสวนบ้านท่านยังรกร้างอยู่ พวกเราเลยมาช่วยปรับปรุงดินให้ไง”
“แกจะมีน้ำใจขนาดนั้นเลยเหรอ? พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?” ฮวาเฉียงพูดจาเสียดสีอย่างไม่ไว้หน้า
สะใภ้คนโตของบ้านหนิวหน้าเจื่อน ไอ้แก่ที่ไม่รู้จักบุญคุณ! ดีที่ใกล้จะตายแล้ว จะทนให้มันว่าสักหน่อยก็คงไม่เป็ไร ขอแค่ได้ที่ดินในบ้านมันก็พอ
นี่เป็เขตูเา จะหาที่ดินดีๆ สัก 2 ไร่มาสร้างบ้านปลูกผักไม่ใช่เื่ง่าย ต้องขุดรากไม้ ถอนหินถมดิน ใช้เวลาหลายปีถึงจะเสร็จ ที่ไหนจะมาง่ายเหมือนมาเก็บของที่เตรียมไว้แล้ว?
“ท่านอาพูดเกินไปแล้ว หนูเป็คนใจดีที่สุดนะ! ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามคนในหมู่บ้านดู ใครกล้าพูดว่าหนูไม่ดีบ้าง?”
“ใช่สิ ใครกล้าว่าแกกันล่ะ ใครกล้าว่าคนในบ้านฮวาซานสักคำ ก็คงโดนพวกแกทุบบ้านแล้วมั้ง?” ฮวาเฉียงพูด
สะใภ้คนโตของบ้านหนิวกลับยิ้มออกมาเล็กน้อย ใบหน้าดูภาคภูมิใจ บ้านของเธอมีลูกชายเยอะนี่นา ก็ต้องเก่งแบบนี้สิ! อิจฉาใช่ไหมล่ะ?
“ไม่คุยกับท่านแล้ว พวกเราไปทำงานดีกว่า” สะใภ้คนโตของบ้านหนิวเชิดจมูก ไม่สนใจฮวาเฉียงอีกต่อไป แล้วลากสะใภ้คนที่สองของบ้านหนิวไปไถดินต่อ
ทั้งหมู่บ้านรู้เื่ที่ฮวาเฉียงป่วยหนักใกล้ตาย หมอพื้นบ้านบอกว่าคงอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน พวกเธอเลยลงมือปรับปรุงดินตอนนี้ พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็จะได้กินแต่ของของตัวเอง!
ฮวาเฉียงยืนมองแผ่นหลังของคนทั้งสองอย่างขุ่นเคืองใจ
เมื่อก่อนคนพวกนี้ไม่กล้าทำกับเขาแบบนี้หรอก! นี่เห็นว่าเขาใกล้ตายแล้ว ถึงไม่กลัวเขาแล้ว!
เขายังไม่ตาย พวกมันก็กล้าทำแบบนี้ ถ้าเขาตายไปแล้ว…..
ฮวาเฉียงรีบหันไปมองฮวาเจาด้วยความเป็ห่วง
ฮวาเจากำลังรวบรวมความทรงจำ รวบรวมเื่ราวของคนในบ้านฮวาซาน ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าสองสะใภ้บ้านหนิวคิดอะไรอยู่ หรือจะบอกว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอคิด แต่เป็สิ่งที่ฮวาซานคิด
เชอะ!
“ปู่ ท่านช่วยไปต้มน้ำให้หนูหน่อย หนูจะไปจัดการพวกนั้นเอง!” ฮวาเจาคว้าไม้เขี่ยฟืนมาอันหนึ่งแล้วก็เดินออกไป
ฮวาเฉียงเชื่อฟัง นั่งลงแล้วก็ไปต้มน้ำให้หลานสาว
เขาไม่ได้กังวลเลย หลานสาวคนนี้ของเขา ตรงไปตรงมา...แรงเยอะ แถมยังไม่เคยแพ้ใครเวลาทะเลาะวิวาท!
ฮวาเฉียงหัวเราะเยาะ คนพวกนั้นคงเห็นว่าเขาใกล้ตายแล้วถึงได้เหลิงจนลืมไปแล้วว่าหลานสาวของเขาเป็คนยังไง
พอเห็นปีศาจหมีดำถือไม้เขี่ยฟืนเดินมาอย่างฮึกเหิม สะใภ้คนโตของบ้านหนิวและสะใภ้คนที่สองของบ้านหนิวก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่คนที่จะมาเล่นด้วยได้ง่ายๆ!
พวกเธอก็เลี่ยงการปะทะกับเธอมาหลายปี จนลืมไปแล้ว
“โอ๊ยแม่จ๋า! จะทำอะไรน่ะ!” ทั้งสองคนรีบยกจอบขึ้นมาพร้อมกัน
ฮวาเจาปักไม้เขี่ยฟืนลงบนพื้น แล้วะโขึ้นว่า “นี่ที่ดินบ้านฉัน ไม่ใช่ที่ของพวกแก!”
เธอไม่ะโไม่ได้ เพราะเสียงของเธอเป็เสียงที่น่ารักอยู่แล้ว ถ้าไม่ะโออกมา คนอื่นคงคิดว่าเธอกำลังออดอ้อนอยู่! ถึงแม้ว่าเธอจะทำแบบนั้น แต่ถ้าไม่มีรูปร่างแบบนี้มาช่วยเสริม ก็คงไม่มีใครกลัวเธอ แต่กลับอยากจะหัวเราะมากกว่า
สะใภ้คนโตของบ้านหนิวกลับนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน ที่โดนเด็กผีคนนี้ซ้อม ตอนนี้นึกแล้วหลังยังปวดอยู่เลย
ห้ามปะทะกันตรงๆ
“ดูเด็กคนนี้สิ ใครบอกว่านี่ไม่ใช่ที่ดินบ้านเธอ ป้าแค่เห็นว่าเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว พวกเธอไม่ได้ทำอะไร เลยมาช่วยเท่านั้นเอง!”
“ที่ดินบ้านฉันไม่เคยทำอะไรใน่นี้ของทุกปี ที่ผ่านมาพวกแกก็ไม่เคยสนใจ! ปีนี้ทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ? คนตาบอดกลับมามองเห็นได้หรือไง?”
“เด็กคนนี้ ปากคอเราะร้ายจัง?” สะใภ้คนโตของบ้านหนิวเริ่มโกรธ เธอเป็คนแข็งแกร่งมาตลอด ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดกับเธอแบบนี้
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าพวกแกคิดอะไรอยู่ ตอนนี้มาไถดินไว้ พอออกไปก็คงจะกล้าพูดว่าที่ดินนี้เป็ของพวกแกแล้ว! พอถึงตอนนั้นถ้าพวกฉันจะกินอะไรจากที่ดินบ้าง ก็คงต้องดูสีหน้าของพวกแกใช่ไหม?”
สะใภ้คนโตของบ้านหนิวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เด็กผีคนนี้ไม่ได้โง่นี่นา? เดาได้หมดเลย
ลานบ้านของฮวาเฉียงนั้นใหญ่เป็อันดับต้นๆ ของหมู่บ้าน ลานบ้านของคนอื่นใหญ่เต็มที่ก็ไร่เดียว แต่ฮวาเฉียงเป็วีรบุรุษเก่า ได้รับสิทธิพิเศษทุกด้าน ทีมงานจึงมาปรับปรุงลานบ้านให้กว้างกว่า 2 ไร่
ในขณะที่บ้านของสะใภ้คนโตของบ้านหนิว มีคน 10 กว่าคน ต้องพึ่งผักจากลานบ้านแค่ไร่เดียว ไม่พอแน่นอน!
ถ้าฮวาเฉียงตายก่อนถึงฤดูร้อน ก็ดีเลย ที่นี่ก็จะกลายเป็ของเธออย่างถูกต้อง
ถ้าไม่เป็อย่างนั้น ที่ดินนี้ก็เป็ที่ดินที่เธอปลูก เมล็ดพันธุ์ก็เป็ของเธอ แรงก็เป็แรงของเธอ พอถึงตอนนั้นถ้าบ้านของเธอผักไม่พอ ก็จะมาเก็บไปกินบ้าง มันก็ไม่ผิดอะไรใช่ไหม?
แต่พูดแบบนั้นไม่ได้ สะใภ้คนโตของบ้านหนิวจึงพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “ไม่ๆ จะไปเป็แบบนั้นได้ไง กินได้ตามสบาย พวกเราแค่มาช่วยไถดินเท่านั้นแหละ”
“ไม่ต้องมาทำเป็รู้จักใช้สองมือเลย!” ฮวาเจาชี้ไม้เขี่ยฟืนไปยังที่ดินที่พวกเธอไถไว้ “รีบมาปรับให้เหมือนเดิม! ทำยังไงไว้ก็ต้องทำกลับไปแบบนั้น! อย่ามาอ้างว่าไถที่ดินให้ฉันแล้วจะมาเอาผักของฉันไปทั้งไร่!”
คนบ้านหนิวที่ไม่มียางอายทำได้แน่นอน! เธอต้องปิดทุกช่องโหว่
สะใภ้คนโตของบ้านหนิวมองฮวาเจาอย่างประหลาดใจ เก่งนี่นา คิดถึงเื่นี้ได้ด้วย...แถมไม่ใช่สิ่งที่ฮวาเฉียงสั่งไว้ด้วย เด็กผีคนนี้ฉลาดแกมโกงจริงๆ!
แม้แต่ฮวาเฉียงที่ต้มน้ำอยู่ในบ้าน ก็ยังมองฮวาเจาด้วยความสงสัย หลานสาวของเขาเหมือนถูกเปิดเนตร ตื่นขึ้นมาก็โตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นทันที?
พอเห็นพวกเธอไม่ขยับ ฮวาเจาก็เหวี่ยงไม้เข้าไป “เร็วเข้า!”
ไม้ไม่ได้ตีโดนตัวพวกเธอ เพราะยังไงพวกเธอก็เป็ผู้ใหญ่ ถ้าตีไปจริงๆ ครอบครัวของฮวาซานก็จะมีเหตุผลที่จะมาทุบบ้านเธอ
แต่แรงของเธอเยอะมาก เสียงลมที่เกิดจากการเหวี่ยงไม้ ก็ทำให้รู้สึกถึงความเย็นะเืของฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ขนลุกซู่
สะใภ้คนโตและสะใภ้คนที่สองของบ้านหนิวใกลัว ไม่กล้าด่าอีกต่อไป รีบทำตาม
ที่ดินที่เพิ่งไถไว้ก็ถูกเหยียบให้เรียบเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
สองป้าสะใภ้เดินจากไปด้วยความขุ่นเคืองใจ
ก่อนไป สะใภ้คนโตของบ้านหนิวหันกลับมามองฮวาเจาอย่างอาฆาต ริมฝีปากขยับเหมือนจะพูดว่า เด็กผี เดี๋ยวจะเจอดี!
ฮวาเจาไม่ได้สนใจ รีบเดินเข้าบ้าน “ปู่ น้ำเสร็จหรือยังคะ?”
“เสร็จแล้วๆ”
“เร็วๆ เลย หนูจะอาบน้ำ!” เธอรีบยกกะละมังซักผ้าจากข้างนอกเข้ามาในห้องตัวเอง แล้วก็เตรียมกะละมังล้างหน้ากับผ้าเช็ดตัว
อ่างอาบน้ำ? ห้องอาบน้ำ? ไม่มีหรอก!
เ้าของร่างเดิมไม่ชอบอาบน้ำ ไม่เคยมีของพวกนั้น แถมถึงอยากจะมี อ่างอาบน้ำที่จะใส่ตัวเธอได้ ก็คงผ่านประตูเข้ามาไม่ได้!
ฮวาเจาปิดประตู แล้วก็ยืนอยู่ในกะละมัง อาบน้ำด้วยผ้าขนหนู ถูๆ ไปก่อน รอมีเงินแล้วจะสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ สร้างห้องอาบน้ำขนาด 50 ตารางเมตร! ต้องมีหน้าต่างบานใหญ่ มีอ่างอาบน้ำใหญ่ๆ หันหน้าเข้าูเา จะได้อาบน้ำไปชมวิวไป
อาบไปหนึ่งชั่วโมง ต้มน้ำไปหลายหม้อ ฮวาเจาก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมา
เธอยังรู้สึกได้ด้วยว่าตัวเองขาวขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ
เธอดีใจมาก
เธอมีวิธีและความตั้งใจที่จะลดน้ำหนัก แต่เื่เปลี่ยนคนดำให้กลายเป็คนขาว เธอทำไม่ได้จริงๆ ตอนแรกยังกังวลอยู่ ตอนนี้ก็หายห่วง เพราะของวิเศษก็มีพลังมาก!
ฮวาเจายกจี้ขึ้นมาแล้วก็จูบอย่างแรง ทันใดนั้นก็นึกถึงเ้าของจี้คนนั้นขึ้นมา นึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่อยู่ในมือของเธอ ใบหน้าก็แดงขึ้นมาทันที
“พี่ฮวา! พี่ฮวา!” ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังมาจากนอกบ้าน เสียงดังลนลานเหมือนมีเื่ใหญ่ “พี่ฮวา รีบหนีไปเร็ว! ปู่หนูพาคนมาแล้ว!”
พูดจบ ประตูก็ถูกผลักเข้ามา ฮวาเจาหันไปมองคนที่มา
เป็เด็กสาวตัวเล็กๆ ผิวพรรณผุดผ่อง อายุ 16-17 ปี ผมดำยาวถักเปีย กำลังมองฮวาเจาด้วยดวงตาตื่นตระหนก
เป็เด็กสาวที่สวยคนหนึ่ง สิ่งเดียวที่ขาดไปก็คือรูปร่างที่ผอมบาง อายุ 16-17 ปี สูงเมตรหกกว่า แต่หน้าอกกลับแบนราบจนดูไม่ออกว่าด้านไหนเป็ด้านหน้า
ฮวาเจารู้สึกใจกระตุก แล้วก็จำเธอได้
“เสี่ยวอวี้มาแล้วเหรอ”
