“จินฮวา เ้าเข้ามาทำงานที่จวนเสิ่นนานแค่ไหนแล้ว” หญิงสาวเอ่ยถามเรียบๆ ราวกับกำลังชวนนางพูดคุยเื่ราวทั่วไป ทว่าเสิ่นเล่อเหยียนกำลังสังเกตจินฮวาทุกอิริยาบท
“สองปีเ้าค่ะ”
“เ้าทำงานในส่วนไหน”
“ซักล้างเ้าค่ะ แล้วก็ทำความสะอาดภายในครัว”
ร่างบางพยักหน้า ดูเหมือนฮูหยินเสิ่นผู้นี้ฉลาดไม่น้อย จินฮวาเป็เด็กบ้านยากจน ทำงานหนักมาั้แ่เล็ก ถูกขายมาที่นี่ก็ถูกข้ารับใช้ในจวนรังแกไม่น้อย ดูจากรอยด้านที่มือและร่องรอยาแเก่าใหม่ที่โผล่พ้นชายเสื้อ
ที่ส่งนางมาก็หวังให้ข้ารับใช้ในจวนดูถูกตนเอง เพราะจินฮวาอ่อนแอ คงไม่สามารถปกป้องนายของตนได้
“อืม...ข้าเข้าใจแล้ว ต่อจากนี้ไปเ้าคือคนของข้า ต้องภักดีต่อข้าเท่านั้น หากเ้ากล้าทรยศข้า จงจำไว้ว่า...ข้าสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้เ้าและครอบครัวอยู่ต่อไปไม่ได้” หญิงสาวหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่าย พร้อมกับเอ่ยข่มขู่
“แต่ถ้าเ้าซื่อสัตย์ ข้าสัญญาว่า...เ้าจะได้รับอิสระภาพ พร้อมทั้งสามารถเอาคืนคนที่รังแกเ้าด้วย” คำพูดของเสิ่นเล่อเหยียน ทำหัวใจของสาวใช้ตัวน้อย เริ่มฮึกเหิมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะคุณหนู บ่าวขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณหนูเพียงคนเดียว” จินฮวาคุกเข่าก้มหน้าทั้งน้ำตา
ั้แ่ที่นางได้พบคุณหนูผู้ตกยาก นางก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่า...ความโชคร้ายทั้งหลายของตนกำลังจะหมดไป และชีวิตต่อจากนี้ จะมีแต่เื่ดีๆ ผ่านเข้ามา
หลังพูดคุยกับสาวใช้เพียงคนเดียวของตน เสิ่นเล่อเหยียนก็ขอให้จินฮวาไปที่โรงครัว เพื่อหาอะไรให้หยวนหยวนทาน
ส่วนตนเองก็เดินสำรวจเรือนหลังเล็กท้ายจวน สถานที่ที่ตนเคยอาศัยอยู่กับมารดาและแม่นมหลี่ในวัยเยาว์ ความทรงจำเก่าๆ หวนกลับคืนมา ทำให้นางรู้สึกเ็ปในใจ
ภาพของมารดาผู้แสนอ่อนโยน ที่ต้องทนทุกข์จากการถูกดูิ่ และเสียงหัวเราะเย้ยหยันของเซียวหรูฉินและเสิ่นเจียหนิงยังคงชัดเจนในห้วงคำนึง
“คุณหนู...บ่าวขอโทษเ้าค่ะ ที่นำอาหารดีดีมาให้พวกท่านไม่ได้” เสิ่นเล่อเหยียนที่ยืนหันหลังซึมซับอดีต หันขวับมายังสาวใช้ร่างเล็กทันที
ยามนี้จินฮวากลับมาที่เรือนท้ายจวน พร้อมเสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าด้านข้างมีร่องรอยจาการกถูกทำร้าย เสิ่นเล่อเหยียนถอนหายใจเบาๆ
“ไม่เป็ไร” ร่างบางมองโจ๊กผักในมือสาวใช้ ก่อนจะนำมันเข้าไปป้อนให้หยวนหยวนภายในเรือน
“หยวนหยวน น้องทานอะไรรองท้องก่อนน๊ะจ๊ะ เดี๋ยวตอนเย็นเราจะทานเนื้อกัน” หยวนหยวนน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ส่วนทางด้านสาวใช้ที่รับคำสั่งจากฮูหยินใหญ่ ให้รุมรังแกเสิ่นเล่อเหยียนทุกวิถีทาง เพื่อให้นางทนไม่ได้และจากไปเอง บัดนี้กลับได้รับาเ็สาหัส
เพราะถูกหินจากูเาจำลองตกลงมากระแทกหัว ตอนนี้ยังไม่ได้สติ ส่วนฮูหยินเสิ่น เก้าอี้ที่นางใช้นั่งหักอย่างไม่มีสาเหตุ นางได้แต่ร้องครวญครางด้วยความเ็ปอยู่ในห้อง
ทางด้านเสิ่นเจียหนิง หลังรถม้าพลิกคว่ำที่ตลาด ขาทั้งสองข้างของนางเกิดแผลฉกรรจ์ ยังเดินไม่ได้ชั่วคราว ทำให้เสิ่นลู่เสวียนต้องอุ้มนางกลับเรือน
ชายหนุ่มออกจากเรือนไปไม่กี่ชั่วยาม เมื่อกลับมาก็ได้รู้ว่ามารดาเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงสาวใช้ในเรือน แม้จะเป็เื่บังเอิญ แต่ทุกคนที่ได้รับาเ็ เป็คนที่เกี่ยวข้องกับเส่อนเล่อเหยียนทั้งนั้น
่เย็น...ที่ล้านหน้าเรือนหลังเล็ก มีไก่ตัวอ้วนหนึ่งตัวะโเข้ามา ทั้งสามต่างวิ่งไล่จับมันด้วยความสนุกสนาน แม้ไม่รู้ว่าไก่ตัวนั้นเป็ของใคร แต่ยามนี้...มันคือน้ำแกงที่กำลังถูกตุ๋นเพื่อบรรเทาความหิวโหยของคนทั้งสาม
ยามค่ำคืน เสิ่นเล่อเหยียนนั่งมองแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้บานเก่า ความรู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยวค่อยๆ กัดกินหัวใจ นางรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของตนอีกต่อไป แต่เพื่อหาความจริงนางจำต้องทนอยู่ที่นี่
วันต่อมา
เื่ที่เกิดขึ้นภายในจวนเสิ่นผิงโหว ถูกพูดปากต่อปากกลายเป็ข่าวลืออย่างรวดเร็ว เพราะเพียงวันเดียวที่นั่นได้เกิดอุบัติเหตุถึงสามครั้ง และทุกคนต่างพูดกันว่าจวนโหวกำลังพบกับโชคร้าย
“ฮูหยิน! ฮูหยินเ้าคะ!”
“อะไร! วิ่งส่งเสียงดัง เสียกิริยานัก” ฮูหยินเสิ่นเอ็ดสาวใช้น้ำเสียงไม่จริงจัง
ยามนี้นางนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง แม้แต่บุตรสาวได้รับาเ็ก็ไปดูไม่ได้ สั่งให้คนไปตามสามีั้แ่เมื่อวานก็หายหัวไปเลย
“คือย่างนี้เ้าค่ะ ข้างนอกลือกันว่า....” ฮูหยินเสิ่นได้ฟังสาวใช้บอกเล่าเื่ราวที่ได้ยินจากด้านนอก ในหัวของนางก็พลันมีแผนร้ายผุดขึ้นมาทันที
“ไป! ไปเชิญนักพรตมาที่นี่ ข้าจะให้ท่านมาปัดเป่าความโชคร้ายออกไปจากจวนโหวของข้า” หญิงวัยกลางคนสั่งมามาข้างกายด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์
ร่างกายของนางยามนี้ แม้ระบมไปทั้งตัวลุกจากเตียงแทบไม่ไหว แต่นางก็ไม่คิดยอมแพ้ที่จะหาทางขับไล่บุตรสาวของสตรีที่นางเกลียดชังเสียยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน
ส่วนสามีอย่างเสิ่นผิงโหว ยามนี้อ้างเื่ราชการ หลายวันยังไม่กลับจวน ความจริงมัวแต่ขลุกอยู่ที่เรือนอนุที่แอบเลี้ยงเอาไว้ด้านนอก ทำให้ยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นภายในจวน
วันต่อมา...นักพรตวัยชราก็เดินทางมายังจวนเสิ่นผิงโหว วันนี้เป็ครั้งแรกที่ประตูจวนถูกเปิดเอาไว้ แม้คนภายนอกจะมิได้รับอนุญาตให้เขามาภายในเรือน ทว่าพวกเขาก็สามารถมองเห็นว่าเกิดอันใดขึ้นที่ด้านใน
ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่และชาวเมืองที่จับจ้องด้วยความสงสัย นักพรตเฒ่าเดินวนรอบๆ จวน พร้อมถือกระดิ่งและคัมภีร์ในมือ จากนั้นพึมพำบางอย่างราวกับกำลังสวดคาถาเพื่อขับไล่
ทุกคนในเรือนเดินตามห่างๆ ก่อนที่นักพรตเฒ่าจะหยุดอยู่ที่หน้าหน้าเรือนของเสิ่นเล่อเหยียน แล้วกล่าวเสียงดังว่า
“พลังหยินแรงกล้านัก อัปมงคล! ที่นี่มีพลังอัปมงคล! หากไม่ขับไล่ไปเสีย จวนแห่งนี้จะไม่สงบสุขอีกต่อไป!”
เสียงนักพรตดังก้องกังวานไปทั่วทั้งเรือน บ่าวไพร่ต่างพากันซุบซิบ พร้อมแสดงสีหน้าหวาดหวั่น จากนั้นมองไปยังเรือนหลังเล็กของเสิ่นเล่อเหยียนด้วยสายตาแปลกๆ
ไม่มีใครรู้ว่า ก่อนหน้านั้นเพียงคืนเดียว ฮูหยินใหญ่ได้เรียกนักพรตเข้ามาพบเป็การส่วนตัว และมอบตั๋วเงินสองร้อยตำลึงให้แก่นักพรตชรา พร้อมคำสั่งสั้นๆ
“ข้าไม่้าให้มีเืตกยางออก เพียงแต่...อยากให้คนทั้งเมืองรู้ว่า นางคือเคราะห์ร้ายของที่นี่” นักพรตเฒ่ารับเงินด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะรับปากอย่างไม่ลังเล
รุ่งเช้า ข่าวลือก็แพร่ไปทั่วทั้งจวนและลามออกไปถึงตลาด ทำให้คนมากมายแห่มาที่จวนเสิ่นผิงโหว เพื่อดูพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้าย
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเื้ัพิธีเหล่านี้ คือแผนการอันแยบยลของฮูหยินใหญ่ ที่้าขับไล่เสิ่นเล่อเหยียนออกจากจวนโหว โดยที่ไม่ต้องรับมือกับคำครหาใดใด
หลังได้ยินเสียงดังที่ด้านนอกเรือน เสิ่นเล่อเหยียน จางหยวนหยวนและจินฮวา เดินออกมาด้วยสีหน้างุนงง และยิ่งเมื่อเห็นคนมากมายมาชุมนุม พร้อมกับมองมาที่นางด้วยสายตาแปลกๆ หญิงสาวก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
“พวกท่านมาทำอันใดที่หน้าเรือนของข้า”
เสิ่นเล่อเหยียนเหลือบมองนักพรตชราเล็กน้อย จากนั้นหันไปถามฮูหยินเสิ่น นักพรตเองก็เหลือบมองฮูหยินเสิ่นเช่นเดียวกัน ก่อนที่นางจะพยักหน้าเป็สัญญาณ
ทันใดนั้น นักพรตเฒ่าก็แสดงท่าทีราวกับกำลังโกรธเกรี้ยว
“หญิงสาวผู้นี้ บนกายของนางมีสิ่งอัปมงคล ดวงของเ้าข่มผู้อื่น ไปที่ใดก็มักเกิดหายนะขึ้น”
เมื่อเอ่ยจบนักพรตเฒ่าก็แปะยันในมือไปที่หน้าผากของจินฮวาทันที ต้องบอกว่าตัวเขาเข้าใจผิด คิดว่าบุตรสาวนอกไส้ของฮูหยินเสิ่นคือหญิงสาวร่างเล็กที่แต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายสะอาดตา
