เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หยางเฉินพบว่าจำนวนบอดี้การ์ดที่คุ้มกันอยู่ภายนอกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนตระกูลหยวนจะไม่ยอมผิดพลาดเป็ครั้งที่สอง แต่ไม่มีใครคิดว่าโจวกวางเหนียนจะถูกสังหารภายในบ้านของตัวเองโดยไม่ทราบผู้ลงมือ ประสบการณ์ของหยางเฉินบอกว่ามือสังหารคงเป็คนในแก๊งตงซิ่งอย่างแน่นอน
เมื่อหยางเฉินมาถึงหน้าห้อง ICU เขาเห็นคนไม่กี่คนนั่งอยู่ หนึ่งในนั้นคือแม่ของหยวนเย่ หยางจี้หยู
หยางจี้หยูเมื่อสังเกตเห็นหยางเฉินเดินมา ก็ยืนขึ้นและส่งยิ้มให้เล็กน้อย "ขอบคุณที่มาเยี่ยมหยวนเย่นะคะ"
"ผมมีเพื่อนไม่มากนัก จึงต้องคอยดูแลกันไว้ให้ดีน่ะครับ" หยางเฉินไม่ได้เร่งรีบเข้าไปพบหยวนเย่ เพราะท่าทีของหยางจี้หยูทำให้หยางเฉินอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม
หยางจี้หยูถามอย่างกระวนกระวาย "ไม่เคยได้ยินลูกเย่พูดถึงคุณเลย คุณกับลูกเย่เพิ่งเป็เพื่อนกันงั้นเหรอ?"
"ผมอยู่ต่างประเทศมาก่อน และเพิ่งกลับมาที่จีนได้ไม่นาน หลังจากได้รู้จักกับถังถังแล้ว ก็ได้รู้จักกับหยวนเย่อีกคนผ่านการเล่นเกม" หยางเฉินกล่าวตามความจริง
เมื่อได้ยินหยางเฉินพูดว่า "ต่างประเทศ" ั์ตาของหยางจี้หยูก็หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็กลับคืนสภาพปกติอย่างรวดเร็วพร้อมพูดขึ้นว่า
"อันที่จริงคุณพ่อของเขาไม่สนับสนุนในเื่ธุรกิจเกมเท่าไรนัก ส่วนฉันจะยังไงก็ได้แล้วแต่ลูก แต่ไม่นึกว่ามันจะทำให้ลูกเย่ได้รู้จักกับเพื่อนดีๆ อย่างคุณ”
หยางเฉินพยักหน้ารับ เขากล่าว "ผมขอเข้าไปดูเขาหน่อยนะ” เขารู้สึกว่าหยางจี้หยูเป็คนแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เมื่อเข้าไปในห้อง แพทย์และพยาบาลหลายคนกำลังตรวจหยวนเย่อยู่ โดยมีถังถังยืนตาบวมอยู่ข้างๆ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้นอนมาทั้งคืน
"คุณหมอ พี่หยวนเย่เป็อย่างไรบ้างคะ?" ถังถังถาม
หลังจากตรวจเสร็จคุณหมอก็ยิ้มอย่างผ่อนคลายขึ้นมา "คุณชายท่านนี้มีพลังใจที่เข้มแข็งเป็อย่างมาก ผมคิดว่าคืนนี้เขาคงจะฟื้นขึ้นมาแล้ว"
"จริงเหรอคะ?" ถังถังเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"หมอจะโกหกไปทำไมล่ะ?"
ถังถังเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาพอดี ก็รีบวิ่งเข้าไปหาและะโออกมาเสียงดังว่า
"ลุง!!!! พี่หยวนเย่ไม่เป็อะไรแล้ว!!!!"
หยางเฉินตบหลังถังถังเพื่อแสดงความยินดี พร้อมหันไปหาหยวนเย่ซึ่งเพิ่งลืมตาขึ้นมาพอดี!
"เฮ้ สาวน้อย ดูสิใครตื่นขึ้นมา"
ถังถังหันกลับไปทันที และเห็นหยวนเย่ส่งยิ้มให้เธอ ด้วยท่าทีอ่อนแรง
ถังถังขยี้ตาราวกับเห็นภาพที่น่าทึ่ง แพทย์และพยาบาลหลายคนค่อยๆ เดินจากไปอย่างเงียบๆ หยางเฉินรู้สึกโล่งใจ จากนั้นจึงเดินตามหมอและพยาบาลออกมาเช่นกัน ปล่อยให้หนุ่มสาวทั้งสองได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
หลังจากที่ออกมาจากห้อง ICU เขาก็พบกันหยวนหัวเหว่ยที่เดินมาเข้ามาพอดี
"การต่อสู้เมื่อคืน ฝ่ายเราชนะอย่างท่วมท้น ไม่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลกับแก๊งหนามแดงจะร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นนี้ แผนการของคุณเฉียงเวยอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ผมต้องขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณหยางด้วยนะครับ" หยวนหัวเหว่ยกล่าวยกย่องหยางเฉินด้วยใจจริง
หยางเฉินยักไหล่กล่าวว่า "คุณไปบอกกับเฉียงเวยเองเถอะ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ"
"ผมไม่คิดว่าจะมีใครสามารถทำให้เฉียงเวยต่อสู้เคียงบ่ากับพวกเราอย่างเต็มที่เช่นนี้ ยกเว้นคุณ"
"แล้วซูจื้อหงล่ะ?" หยางเฉินถาม
หยวนหัวเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า "ซูจื้อหงร้ายกาจกว่าที่เราคิด เขาออกจากเมืองจงไห่เมื่อบ่ายวานนี้ทั้งครอบครัว ตอนนี้ธุรกิจทั้งหมดของเขาในจงไห่ล้วนยังอยู่ พวกเราตัดสินใจแล้วว่าจะเทคโอเวอร์ธุรกิจสำคัญๆ มาไว้ทั้งหมด แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูลซูนั้นกลับถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารสวิตเซอร์แลนด์เสียแล้ว ทางรัฐบาลและกองทัพจึงไม่สามารถติดตามได้"
หยางเฉินขมวดคิ้ว นั่นหมายความว่าซูจื้อหงสามารถกลับมาที่นี่ได้ตลอดเวลา
แม้ว่านี่จะไม่ได้เป็ข่าวดี แต่ในตอนนี้ปัญหายังไม่เกิด หยางเฉินจึงยังไม่ใส่ใจเื่นี้นัก
เวลานี้ปัญหาตรงหน้าคลี่คลายไปได้เกือบหมด และสองสามีภรรยาตระกูลหยวนก็ต้องคอยดูอาการของลูกชาย หยางเฉินจึงบอกลาทั้งสอง และเดินจากไปในทันที
เมื่อมาถึงประตูโรงพยาบาล เขาเห็นร่างคนคุ้นเคย หญิงสาวผู้นั้นสวมใส่เสื้อสีเบจ กระโปรงขนแกะสีขาวสะอาด เธอคือหลี่จิงจิงที่กำลังเดินอยู่กับลุงหลี่นั่นเอง
หยางเฉินไม่ได้พบเจอและขาดการติดต่อกับเธอมาเป็เวลานาน ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูเซื่องซึมเล็กน้อย แต่ดูเติบโตและเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเดิม ใบหน้าที่งดงามดึงดูดผู้คนจำนวนมาก
ั้แ่ลุงหลี่พูดเปิดใจกับเขาออกมาตรงๆ หยางเฉินจึงไม่้าที่จะดับอนาคตของหลี่จิงจิง และตัดสินใจเลือกที่จะเดินออกมา เขาคิดว่าเขาสามารถหักห้ามใจตัวเองไว้ได้แล้ว แต่เมื่อมาเห็นอีกฝ่ายอีกครั้ง หยางเฉินก็พบว่ามันเป็เื่ยากที่จะทำใจยอมรับจริงๆ
ลุงหลี่สังเกตเห็นหยางเฉินแล้วเช่นกัน สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความสุขที่ไม่คาดคิด ส่วนหลี่จิงจิงนั้นแสดงสีหน้าอันซับซ้อน แต่หลังจากนั้นก็เอาแต่ก้มศีรษะลง
"เสี่ยวหยาง? อ้า! ไม่คิดเลยว่าจะเจอเอ็งที่นี่ ไม่สบายเหมือนกันหรือไง?" ลุงหลี่ถาม
"เปล่าหรอกครับ ผมแค่มาเยี่ยมเพื่อนเท่านั้นเอง ลุงหลี่ไม่สบายเหรอครับ?" หยางเฉินไม่ได้มองหลี่จิงจิง เขายิ้มและทักทายแต่กับลุงหลี่
ลุงหลี่ถอนหายใจกล่าวว่า "แต่คนเฒ่าคนแก่กระดูกก็เปราะอย่างนี้แหละ วันนี้จิงจิงไม่ได้ไปทำงาน ก็เลยพาข้ามาหาหมอ"
"ลุงต้องดูแลตัวเองหน่อยนะครับ โบราณกล่าวไว้ว่า ความไม่มีโรคเป็ลาภอันประเสริฐ" หยางเฉินเอามองเวลาที่มือถือพร้อมกล่าวว่า "ผมต้องไปทำธุระต่อ ไว้มีโอกาสเราไปดื่มด้วยกันนะครับ"
ลุงหลี่ไม่ได้รั้งหยางเฉินไว้ และพยักหน้าบอกลาหยางเฉิน
ั้แ่ต้นจนกระทั่งหยางเฉินเดินจากไป โดยไม่ได้พูดคุยกับหลี่จิงจิงแม้สักคำ นั่นทำให้เธอกัดริมฝีปากล่างอย่างเงียบๆ ด้วยความเจ็บใจ
ลุงหลี่เห็นท่าทางของลูกสาวของตัวเองแปลกไป ก็ถอนหายใจกล่าวว่า "จิงจิง แม้เสี่ยวหยางจะเป็คนดี แต่เขาย่อมไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กับลูกนะ"
ดวงตาของหลี่จิงจิงเผยให้เห็นถึงความเ็ปและไม่เต็มใจ จากนั้นจึงตามมาด้วยสายตาอันแปลกประหลาด
หยางเฉินกลับไปที่รถเขาหลับตาครู่หนึ่ง จากนั้นก็สะบัดหัวพยายามไม่คิดถึงเื่ของหลี่จิงจิง และเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน
หมายเลขที่โทรมาเป็หมายเลขที่ไม่คุ้นเคย แต่หยางเฉินก็ยังคงรับ
"คุณหยางเฉินใช่มั้ยคะ?" เสียงผู้ชายดังขึ้นจากปลายสาย
หยางเฉินขมวดคิ้ว "โจวตงเฉิง?"
เสียงของอีกฝ่ายหนึ่งหัวเราะขึ้นเบาๆ
"โปรดเรียกฉันว่าชาแนลเถอะค่ะ ฉันมีความสุขจริงๆ ที่คุณจดจำฉันได้ในทันทีแบบนี้" เสียงของชาแนลดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก
หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า "คุณกล้าจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเื้ัเหตุการณ์รุนแรงในคืนที่ผ่านมาเป็ฝีมือผม แต่ก็ยังจะติดต่อผมมาอีก"
"ฉันรู้ว่าคุณคงจะไม่สนใจผู้หญิงที่อ่อนแอเช่นฉัน ดังนั้นหลังจากที่ได้เบอร์ของคุณมา ฉันก็โทรหาคุณทันที"
"แล้วคุณมีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ?" หยางเฉินหัวเราะในใจ พลางคิดว่าผู้ชายคนนี้ฉลาดจริงๆ แน่นอนว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะขุดรากถอนโคนคนอย่างเขาไปด้วย
"ฉันจะไปต่างประเทศ แต่ก่อนที่ฉันจะไป ฉันขอพบกับคุณสักครั้งได้หรือเปล่าคะ?"
หยางเฉินเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็ยาวถอนหายใจออกมา "บอกสถานที่มา"
