ส่วนเสี่ยวขุยที่เดินตามหาเสี่ยวฮัวในที่สุดก็เจอตัว จึงพากลับมาพบเมิ่งฟางเอินเพื่อรับภารกิจตามที่รับปากไว้ โดยที่แขกในงานคิดว่าเป็การตามสาวใช้ มาช่วยเหลือเื่อาหารหรือน้ำชาที่พร่องไป มิได้คิดว่าจะมีแผนการสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด
“คารวะคุณหนูทั้งสอง ท่าน้าให้บ่าวทำสิ่งใดหรือเ้าคะ”
เมิ่งฟางเอินไม่รอช้ารีบสั่งการกับเสี่ยวฮัว ตามแผนการที่นางได้เตรียมเอาไว้ เพื่อสร้างเหตุการณ์ให้แเื่ในงานทั้งหลาย ได้รับรู้ว่าหยางเฟิ่งเซียนมิใช่สตรีที่ดีงามอันใด
“เ้านำกำยานไร้กลิ่นนี้ไปจุดไว้ในเรือนรับรองหลังใดก็ได้ แล้วไปตามบ่าวที่ดูแลม้าของจวนให้เข้าไปอยู่รอด้านใน จากนั้นเ้าจงกลับมาในงานถือถาดกาน้ำชา แสร้งสะดุดไปทางหยางเฟิ่งเซียน เมื่อชุดของนางเปียกชื้นเ้ารีบอาสาพานางไปเปลี่ยนชุดยังห้องรับรอง พอผ่านไปสักหนึ่งเค่อก็ส่งเสียงร้องดัง ๆ ข้ากับสหายจะรีบตามไปที่นั่น”
เมื่อรู้ว่าเป็ภารกิจที่ไม่ยากเกินความสามารถ เสี่ยวฮัวยกยิ้มอย่างมั่นใจว่าตนเองทำสำเร็จได้แน่ จึงลองเอ่ยถึงเื่ค่าจ้างที่เหลือกับเซิ่งฟางเอิน “คุณหนูรอฟังสัญญาณจากบ่าวได้เลยเ้าค่ะ ว่าแต่ค่าจ้างที่เหลือของบ่าว...”
“พรุ่งนี้เช้ามืดที่ตลาดเสี่ยวขุยจะไปรอเ้าอยู่ที่นั่น”
“ขอบคุณหนูมากเ้าค่ะ บ่าวจะลงมือทำตามคำสั่งเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
เสี่ยวฮัวที่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับค่าจ้างของตน จึงกลับออกไปจากศาลากลางน้ำพร้อมแท่งกำยานในมือ และเริ่มทำภารกิจตามคำสั่งของเซิ่งฟางเอินทันที
สายลับที่ได้ยินทุกถ้อยคำในบทสนทนาของสตรีทั้งสี่คน จึงรีบกดรายงานให้เ้านายที่ยังรอฟังข่าวอย่างใจจดใจจ่อ [นายหญิงได้ความมาแล้วเ้าค่ะ สตรีพวกนี้จิตใจไร้ความเมตตาจริง ๆ]
‘นาง้าทำอันใดกับเซียนเอ๋อร์ของข้า รีบพูดมาให้หมดจีจี้’
‘จีจี้รีบบอกทุกอย่างที่เ้ารู้มาเร็วเข้า ข้ากับพวกพี่ชายจะได้วางแผนรับมือนางในตอนนี้เสียเลย’
[นางสั่งให้สาวใช้ผู้นั้นนำกำยานปลุกกำหนัด ซึ่งเป็กำยานที่ไร้กลิ่นไปจุดไว้ในเรือนรับรอง จากนั้น...ฯลฯ...แผนการที่ได้ยินก็เป็เช่นนี้ นางคงเกลียดชังคุณหนูเข้ากระดูกดำแล้วกระมังเ้าคะ]
‘เซิ่งฟางเอินนางคงคิดว่าแผนการตื้น ๆ แค่นี้ จะทำให้ข้ากลายเป็สตรีงามเมืองได้งั้นรึ ช่างไร้ปัญญาในการกลั่นแกล้งคนเสียจริง’
‘เช่นนั้นพวกเราก็ใช้แผนของนางคืนสนองกลับไปดีหรือไม่’
‘อาหรงคิดว่าจะซ้อนแผนทำเช่นเดียวกับนางงั้นหรือ ถ้าพวกเ้าคิดใช้แผนนี้แม่จะรอดูเื่สนุกของพวกเ้าก็แล้วกัน จีจี้หากำยานปลุกกำหนัดที่รุนแรงที่สุดให้กับลูก ๆ ของข้าด้วยล่ะ’
[รับทราบเ้าค่ะนายหญิง จีจี้ยินดีจัดหาให้เดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ คุณชายกับคุณหนูรอรับของที่จีจี้จะส่งไปยังแหวนมิตินะเ้าคะ]
‘ข้าแทบรอไม่ไหวที่จะได้ดูเื่งามหน้าของพวกนางแล้วจีจี้’
สองพี่น้องตระกูลฟงยืนฟังเงียบ ๆ จนกระทั้งเห็นว่าการโต้ตอบนั้นจบลง แค่เพียงอ้าปากจะถามเอาความ พวกเขาก็ต้องรีบหุบปากอย่างรวดเร็ว เมื่อหยางซิวหรงบอกถึงแผนการร้ายของเซิ่งฟางเอิน
ฟงเสวี่ยหลินแทบจะเดินไปหาสตรีทั้งสอง เพื่อทำการสั่งสอนพวกนางเสียเข็ด ไม่คิดว่าพวกนางจะจิตใจคับแคบถึงเพียงนี้ “หนอยยย พวกนางคิดใช้แผนสกปรกทำลายน้องสาวของข้าเชียวรึ ข้าล่ะอยากตบพวกนางให้หน้าเสียโฉมจริง ๆ ความสามารถสู้เซียนเอ๋อร์ไม่ได้ก็แค่ยอมรับความจริง แต่กับพวกนางคงคิดเื่นี้ไม่ได้กระมัง”
“ข้าเห็นด้วยกับเ้าอาหลิน ในเมื่อนางอยากให้เซียนเอ๋อร์เสื่อมเสียชื่อเสียง หากกลายเป็นางกับสหายแทนเซียนเอ๋อร์ล่ะ ข้าว่าบิดาของนางสองคนคงรีบส่งตัวออกนอกเมืองทันที เพื่อให้ข่าวลือในเมืองหลวงมีเพียงชั่วคราวเป็แน่”
พี่น้องทั้งสี่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มร้าย เมื่ออีกไม่นานจะมีเื่น่าสนุกให้ได้ชม ซึ่งในฐานะเ้าของจวนฟงเสวี่ยหลินจึงเรียกคนสนิท เข้ามารับภารกิจและเตรียมการทุกอย่างโดยเร็วที่สุด
“โม่หาน...”
“คุณชาย้าให้บ่าวทำอันใดโปรดมีคำสั่งขอรับ”
“เ้ากับโม่เหยาย่อมได้ยินสิ่งที่พวกข้าพูดคุยกันทั้งหมด ดังนั้นพวกเ้าสองคนจงไปเตรียมห้องหอให้คุณหนูทั้งสอง อ้อ ข้าเกรงว่าพวกนางจะไม่พอใจหากมีสามีแค่สองสามคน หาสามีมาเพิ่มให้พวกนางด้วย”
“ขอรับคุณชายใหญ่”
[คุณหนูยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรง จีจี้วางไว้ในแหวนมิติให้ท่านแล้วนะเ้าคะ ขอให้สนุกกับการเอาคืนคนนิสัยไม่ดีเ้าค่ะ]
‘ขอบใจมากนะจีจี้’
“ประเดี๋ยวเ้าค่ะ รบกวนพวกเ้าสองคนนำแท่งกำยานนี้ เข้าไปจุดยังเรือนรับรองของคุณหนูทั้งสองให้ข้าด้วย ที่สำคัญอย่าลืมทำสัญลักษณ์ไว้ให้ชัดเจน ว่าห้องไหนที่ไม่ใช่ห้องของข้า”
“บ่าวทราบแล้วขอรับ จะไม่เกิดความผิดพลาดอย่างแน่นอน บ่าวขอเอาชีวิตเป็ประกันขอรับ”
ฟงเหยาเหวินเห็นว่าการซ้อนแผนจัดการเสร็จแล้ว จึงได้เอ่ยชักชวนพี่น้องกลับไปนั่งสนทนาเช่นเดิม ทำให้คล้ายกับว่าไม่รับรู้ถึงแผนการสกปรกของสตรีสองตระกูลมาก่อน
ซึ่งเหตุการณ์ตามแผนที่สี่พี่น้องได้รับรู้ ในที่สุดก็เกิดขึ้นโดยหยางเฟิ่งเซียนก็เล่นตามน้ำไปอย่างลื่นไหล
อ๊ะ! ซ่า “พี่ใหญ่ชุดของข้าเป็ผ้าไหมราคาแพง และยังเป็ท่านตาท่านยายที่ลงมือปักด้วยตนเองเลอะไปหมดแล้วเ้าค่ะ”
“เ้าเดินอย่างไร! เหตุใดถึงไม่ระวังจนทำให้ชุดของน้องสาวข้าเลอะเทอะเช่นนี้ รู้หรือไม่ชุดของนางเป็ผ้าไหมชั้นเลิศ ราคาสูงถึงพับละหนึ่งร้อยตำลึงทองเชียวนะ เซียนเอ๋อร์เ้าเป็อย่างไรบ้างน้องพี่” หยางซิวหรงลุกขึ้นโวยวายเสียงดังอย่างสมจริง
ตุบ “บ่าวมิได้ตั้งใจเ้าค่ะคุณชายหยาง คุณหนูหยางโปรดอภัยให้บ่าวด้วยเถิด บ่าวเดินสะดุดพื้นทำให้เสื้อผ้าของท่านเปรอะเปื้อนไปหมดเช่นนี้”
แต่กลายเป็ฟงเสวี่ยหลินที่ใช้เสียงดัง ดุบ่าวรับใช้ในจวนของตนด้วยความโมโห “เ้าเป็สาวใช้ประสาอะไร คนอื่น ๆ ที่เดินเข้าออกยังไม่เห็นเดินสะดุดเช่นเ้าสักคน นี่เ้าคิดจะทำให้อาเหวินขายหน้าแเื่ในงานเลี้ยงเช่นนั้นรึ!”
“คุณชายใหญ่บ่าวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เ้าค่ะ บ่าวเพิ่งถูกเรียกให้มาช่วยงานในเรือนหน้าครั้งแรก ได้โปรดเมตตาบ่าวสักครั้งเถิดเ้าค่ะ”
ฟงเหยาเหวินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม อย่างที่คนเป็บัณฑิตชอบทำถามสาวใช้ตรงหน้า “แล้วเ้าทำงานอยู่ส่วนไหนของจวนหรือ ข้าไม่เคยเห็นเ้ามาก่อนเป็สาวใช้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ใช่หรือไม่”
“เอ่อ ชะ ชะ ใช่เ้าค่ะคุณชายเล็ก บ่าวเพิ่งมาทำงานที่จวนแห่งนี้ได้หนึ่งเดือนเศษเ้าค่ะ”
ขณะที่เสี่ยวฮัวถูกบุตรหลานเ้าของจวนดุด่า ด้านศาลากลางน้ำก็เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันขึ้น ซึ่งเซิ่งฟางเอินกับหลีเยียนหรานไม่พอใจ ที่เกิดเื่เช่นนี้กับพวกตนถึงกับลงมือตบตีสาวใช้นางหนึ่ง
แต่จะลงมือจนเกินงามก็ไม่อาจทำได้ สุดท้ายจึงสั่งให้พาไปที่เรือนรับรอง เพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตระกูลฟงจัดเตรียมไว้ให้แขกทุกคน โดยสตรีทั้งสองไม่รู้เลยว่าเวรกรรมกำลังสนองกลับมาหาตน
กลุ่มคนอีกด้านหนึ่งเมื่อเห็นว่าคนที่คิดร้ายกับตน ลุกออกไปทางเรือนรับรองถึงได้หยุดต่อว่าเสี่ยวฮัว เพื่อให้นางพาหยางเฟิ่งเซียนไปยังเรือนรับรองตามแผน “ช่างเถิดเ้าค่ะพี่เหยาเหวิน ไหน ๆ เื่มันก็เกิดขึ้นแล้วอีกอย่างนางคงมิได้ตั้งใจ เช่นนั้นเ้าพาข้าไปเปลี่ยนชุดใหม่ที่เรือนรับรองก็แล้วกัน”
“ขอบคุณคุณหนูหยาง บ่าวจะพาท่านไปเปลี่ยนชุดใหม่นะเ้าคะ”
เมื่อหยางเฟิ่งเซียนตามเสี่ยวฮัวไป ผู้ติดตามข้างกายอย่างหลี่เจินย่อมเดินตามไปดูแลห่าง ๆ ยามที่หยางเฟิ่งเซียนมาถึงเรือนรับรอง เป็เวลาไล่เลี่ยกับเซิ่งฟางเอินและหลีเยียนหราน กำลังถูกสาวใช้เปิดประตูเรือนรับรองที่ใกล้กันเข้าไป
เพียงเท่านี้รอยยิ้มร้าย ๆ จากดวงตาและมุมปากของหยางเฟิ่งเซียน ก็ทำให้หลี่เจินรู้ได้ทันทีว่าแผนการของเ้านายสำเร็จแล้ว ส่วนเสี่ยวฮัวที่ยื่นมือออกไปเพื่อเปิดประตูเรือน กลับสะดุ้งสุดตัวเมื่อคอของตนกระทบกับความเย็นที่คมกริบ
เฮือก! “คะ คะ คุณหนูจะทำอะไรเ้าคะ”
“เ้าคือคนที่เซิ่งฟางเอินซื้อตัว เพื่อพาข้ามาให้ถูกบ่าวไพร่ทำมิดีมิร้ายใช่ไหม เ้ามีโอกาสเพียงครั้งเดียวในการตอบ หากโกหกคนของข้าจะเชือดคอเ้าทิ้งทันที” หยางเฟิ่งเซียนข่มขู่ด้ายท่าทางสงบนิ่ง แต่น้ำเสียงและสายตาที่แสดงออกมาบอกได้ว่ามิได้ล้อเล่น
เสี่ยวฮัวถึงกับขนลุกขนชันเนื้อตัวสั่นสะท้าน เพราะชื่อเสียงของบุตรหลานสองตระกูลล้วนเป็ที่กล่าวขาน ตุบ “คุณหนูหยางโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วยเ้าค่ะ บ่าวหน้ามืดตามัวเห็นแก่ค่าจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ จนเกือบทำให้คุณหนูหยางเสื่อมเสียชื่อเสียง”
แม้หยางเฟิ่งเซียนอยากจัดการเสี่ยวฮัวเพียงใด แต่นี่เป็จวนตระกูลฟงเช่นนั้นควรให้เ้าของจวนลงโทษนางเอง “ได้ ข้าจะไว้ชีวิตเ้า ยามนี้เ้าได้ยินเสียงร้องอันสุขสมในเรือนตรงข้ามหรือไม่ หากเ้าฉลาดมากพอคงรู้นะว่าควรทำอย่างไรต่อไป”
“บะ บะ บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ” เสี่ยวฮัวเข้าใจสิ่งที่หยางเฟิ่งเซียน้า นางจึงลุกขึ้นและวิ่งกลับเข้าไปในงานเลี้ยงอีกครั้ง พร้อมกับท่าทางที่แสดงออกอย่างมีพิรุธ
