ภายในที่ทำการของตึกมือปราบแขนเสื้อแดงมิได้มีคนมากมายเท่าใด ตามรายทางก็มิได้มีองครักษ์คอยเฝ้าระวังป้องกัน ประการหนึ่งเพราะคงไม่มีผู้ใดขวัญกล้าขนาดจะบุกตึกมือปราบที่ตั้งอยู่ใจกลางการป้องกันอันหนาแน่นเช่นนี้
อีกประการหนึ่งในตึกมือปราบนี้มิทราบซ่อนยอดฝีมือมากน้อยเท่าใด ระดับหัวหน้าชั้นเพลิงยังเป็ผู้ฝึกตนระดับจิตไร้ขอบทั้งหมด เหนือกว่านั้นยังมีอีกคนหนึ่ง เพียงไม่ทราบว่าเหนือหัวหน้าทั้งหมดผู้นั้นมีระดับเท่าใด เป็ยอดฝีมือใดของเมืองหลวง
ไท้หยูเดินตามรายทางเข้าไปบริเวณส่วนแรกก่อนจะเข้าตึกทั้งสามเป็ลานกว้างจัดเป็สวนดอกไม้ขนาดย่อมเอาไว้ เพียงประดับตึกที่ดูอึมครึมนี้ให้แจ่มใสขึ้นมาเล็กน้อย ตึกทั้งสามหลังนี้ของมือปราบแขนเสื้อแดง สร้างจากไม้แดงที่ราคาแพงและแข็งแกร่ง
สิ่งที่ทำให้ไม้แดงนี้โดดเด่นคือลวดลายที่แปลกประหลาดแฝงความลี้ลับของเนื้อไม้ ยามถูกแสงแดดสาดส่องจะเกิดเป็ริ้วสีดำคล้ายกับสามารถกะพริบได้
ตึกสีแดงทั้งสามนี้จึงดูโดดเด่นที่สุดในเขตราชการทั้งเป็ตึกที่ดูลี้ลับแฝงความสะพรึงเอาไว้ เมื่อเดินไปถึงหน้าประตู เห็นทั้งสามตึกมีป้ายใหญ่แกะสลักเป็ตัวอักษรทาสีดำทะมึนราวกับถ่านเอาไว้ ตึกห้าชั้นแกะสลักเป็เทพวานร ตึกซ้ายขวาที่ต่ำเตี้ยลงมาแขวนป้ายปักษาและราชสีห์
ไท้หยูมองตึกทั้งสามสลับกันพลางครุ่นคิดในใจว่า
“แสดงว่าในบรรดาสามหน่วยถือว่าหน่วยวานรมีอำนาจสูงที่สุด มิเช่นนั้นไหนเลยสามารถใช้ตึกใหญ่ห้าชั้น ขณะที่ตึกอื่นมีเพียงสามชั้น” ขณะครุ่นคิดเห็นคนสวมชุดมือปราบสะพายเดินที่แขนเสื้อเป็สีแดงเดินผ่านตนเองไปมา กลับไม่มีผู้ใดเข้ามาถามไถ่ว่าตนเองมาเพราะอะไร พลันเกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อย หรือว่าคนเหล่านี้ไม่สนใจว่ามีคนนอกแทรกซึมเข้ามาในตึกของตนเองเลยแม้แต่น้อย
“มิใช่ว่าหน่วยมือปราบมีข้อมูลสำคัญมากมายหรือ สมควรมีการป้องกันหนาแน่นจึงถูกต้อง”
ยามนั้นเห็นบุรุษอายุไล่เลี่ยกับโบ๋เวินเดินผ่านมาคนผู้นี้เพียงกวาดตามองตนเองแวบเดียวแล้วก็เดินผ่านไป ไท้หยูจึงเรียกให้เขาหยุดและหันมาสนทนากัน บุรุษมือปราบผู้นั้นมิได้แสดงสีหน้าอันใดเพียงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“ท่านมีธุระอันใดให้บ่าวช่วย”
ไท้หยูขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มิทราบว่าข้าเป็ใคร ไฉนเรียกตนเองว่าเป็บ่าว ทั้งที่เป็เ้าหน้าที่มือปราบผู้หนึ่ง”
บุรุษมือปราบนั้นมองไท้หยูราวกับตัวโง่งมคนหนึ่งกล่าวว่า
“ท่านสามารถเข้ามายังเขตราชการทั้งยังเดินผ่านเข้ามายังตึกมือปราบแขนเสื้อแดงได้ ย่อมไม่ใช่คนต่ำต้อยไร้อำนาจ อีกประการหนึ่งคนทั่วไปต่อให้เป็ระดับผู้บัญชาการยังไม่คิดมายังตึกมือปราบของพวกเรา”
“เพราะเหตุใด?”
บุรุษมือปราบนั้นหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า
“คาดว่าท่านคงไม่ทราบ ไม่เช่นนั้นคงไม่เข้ามา ตึกมือปราบเรามีกฎหนึ่ง เข้าง่ายทว่าออกยาก หากจะออกไปต้องรับคำท้าจากผู้ที่้าประมือกับท่าน จนกว่าในตึกนี้ไม่มีคน้าประมือด้วย ท่านค่อยสามารถจากไปได้”
ไท้หยูถึงกับตะลึงลาน มิน่าเล่าขณะกู้หวายมาส่งตนเอง พอถึงหน้าประตูก็ไม่ยอมข้ามธรณีเข้ามาส่ง ตอนแรกไท้หยูยังเข้าใจว่าเขามีธุระรัดตัวต้องรีบจากไปทำ ดูท่าเป็เพราะกฎบ้าบอนี้ ทว่าตึกที่ทำการของมือปราบแขนเสื้อแดงไฉนตรากฎพิลึกเช่นนี้? จากนั้นพลันนึกได้ว่าตนเองหากจะออกไปใช่ต้องประมือจนเหนื่อยล้าก่อนค่อยสามารถจากไปได้หรือไม่? มารดามันเถอะ
“เ้าเข้าไปบอกปักษาเพลิงอวี้เทียนเฉิน บอกต่อเขาว่าประมุขสำนักพันปีมาตามนัดแล้ว”
บุรุษมือปราบนั้นพอได้ยินว่าเป็ประมุขสำนักพันปีทั้งแตกตื่นทั้งยินดีถึงกับะโว่า
“ท่านคือประมุขสำนักพันปีหรือ” จากนั้นประสานคารวะศีรษะแทบจรดพื้นกล่าวสืบต่อว่า
“ได้ยินเื่เล่าลือของท่านมานาน เป็ที่นับถือยิ่ง ท่านประมุขมาเยือนตึกมือปราบแขนเสื้อแดงของพวกเรานับว่าเป็เกียรติยิ่ง”
ถัดจากเสียงะโของบุรุษมือปราบพลันปรากฏเงาคนมากมายถลันวูบวาบ ที่หน้าต่างและประตูแต่ละตึกส่งเสียงตึงตังดังสับสน จากนั้นไท้หยูเห็นเงาศีรษะใบหน้าคนโผล่ออกมาใบหน้าแล้วใบหน้าเล่า แต่ละคนล้วนตาเป็ประกายราวกับเห็นอาหารอันโอชะ
ยามกะทันหันไท้หยูตะลึงลานจนทำอะไรไม่ถูกกลับไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนพลันกล่าวว่า
“พวกเ้าไฉนตื่นเต้นยินดีกันถึงเพียงนี้”
บุรุษมือปราบนั้นกล่าวอย่างนอบน้อมว่า
“ชื่อเสียงของที่ทำการมือปราบของพวกเราเล่าลือกันไปถ้วนทั่ว ดังนั้นมีแต่คนเกรงกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ตึกมือปราบ พวกเรามือปราบนอกจากเป็มือดีใต้สังกัดของหัวหน้าชั้นเพลิงแล้วไม่มีโอกาสได้ออกไปด้านนอก ปกติมักฆ่าเวลาด้วยการต่อสู้กันเอง จนกระทั่งไม่นานมานี้นายเหนือของพวกเราสั่งห้ามให้ทุกคนต่อสู้กันเอง เมื่อไม่มีคนนอกเข้ามา พวกเราก็ต่อยตีกันเองมิได้ ทุกคนล้วนอึดอัดขัดข้อง ยามนี้มีท่านประมุขหลงเข้ามาทุกคนย่อมตื่นเต้นดีใจ เกรงว่าท่านประมุขคงต้องรั้งอยู่ที่นี่สักหลายวันแล้ว”
เพราะหยั่งระดับฝึกตนของประมุขสำนักพันปีไม่ออกดังนั้นไม่ว่าผู้ใดล้วน้าต่อยตีกับเขาดูสักเที่ยว คนที่ไม่ต่อยตีก็ยินดีเพราะมีสิ่งสนุกสนานเร้าใจให้รับชมคลายเครียด
ไท้หยูไหนเลยคาดว่าตนเองกลายเป็หนูติดกับดัก กลายเป็กระทิงแสดงในลานให้ความสนุกแก่ทุกคนทั้งขุ่นเคืองทั้งอยากหัวร่อ จากนั้นมีคนมากมายทยอยเดินลงมาทั้งสามตึก ล้วนแต่งกายเช่นเดียวกันกับบุรุษมือปราบที่ด้านหน้า เพียงแตกต่างกันที่สายคาดเอวและตราสัญลักษณ์ที่ปักไว้ที่หน้าอก
ยามนั้นมีเสียงเข้มแข็งหนึ่งดังขึ้นมาจากนั้นเป็เสียงสายลมดังพึ่บพับ ไท้หยูทราบว่าอวี้เทียนเฉินมาแล้ว
“หยุดเดี๋ยวนี้ห้ามเสียมารยาทต่อท่านประมุขพันปี”
อวี้เทียนเฉินเหยียบย่ำอากาศลงมาราวกับเทพเซียนเหินบินลงจากฟ้า ใบหน้าหล่อเหลายิ่งเพิ่มเค้าความสูงส่งเหนืุ์ให้
“ท่านประมุขเสียมารยาทแล้วมิได้ออกมาต้อนรับ”
ไท้หยูเห็นคนผู้นี้ก็นอบน้อมไม่น้อยพลันเพิ่มความรู้สึกสนิทสนมขึ้นหลายส่วนโบกมือกล่าวว่า
“พี่อวี้กล่าวเกินไป ตึกมือปราบให้การต้อนรับดีเช่นนี้เราประมุขไหนเลยมีโทสะ มีแต่ความยินดี”
“ท่านคือประมุขแห่งสำนักพันปีหรือ” ที่ด้านหลังกลับมีเสียงหนึ่งดังออกมาทำเอาไท้หยูสะดุ้งเฮือกรีบหันขวับกลับไป ที่ด้านหลังตนเองกลับมีคนลอบเร้นมาถึงโดยที่ไม่ทราบ หากมิใช่มีระดับฝึกตนสูงเยี่ยมยิ่งคงมีวิชาตัวเบาท่าร่างอันยอดเยี่ยม ตึกมือปราบสมกับเป็กำลังอันดับต้นของหน่วยงานบู๊แห่งเมืองหลวง มีแต่ยอดฝีมือซ่อนเร้น.....ความคิดยังไม่ทันจบพลันเห็นใบหน้าผู้มา เจิดจ้าจนสะกดไท้หยูตะลึงลานอยู่กับที่
เป็หญิงสาวที่หยาดเยิ้มชดช้อยยิ่งนางหนึ่ง ราวกับพุดตานแรกแย้มหิมะแรกของฤดู บริสุทธิ์ทว่ายวนยั่วกระไรปานนั้น ทั้งใบหน้าทั้งบุคลิกล้วนชวนให้คนลุ่มหลง แม้แต่ไท้หยูที่ผ่านชีวิตมายาวนานนับร้อยปีในชาติเก่าพอเห็นใบหน้าที่บริสุทธิ์ผุดผาดใบนี้ยังร่างแข็งทื่อไปชั่วขณะ นี่เป็ความงามที่แท้จริง เป็ความงามของหญิงโตเต็มวัยที่มิได้เติมแต่งด้วยเครื่องประทินโฉมและของประดับ
คาดว่านางอายุยี่สิบห้าถึงสามสิบปี ผิวพรรณนวลเนียนวงพักตร์ใบหน้าหมดจดจนมิอาจหาที่ติ รูปร่างอวบอัดที่อยู่ในชุดรัดรูปเผยสัดส่วนที่เย้ายวนใจบุรุษอย่างที่สุด อกตูมเอวคอดสะโพกเต่งตึงเป็โฉมสะคราญที่กระชากจิตกระตุกิญญา เมื่ออยู่ใกล้ไท้หยูยังสูดได้กลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้หอมรวยริน
เสน่ห์ของนางมิใช่งดงามสูงส่งราวเทพเซียน ทว่าเย้ายวนบริสุทธิ์ประหนึ่งธิดาปีศาจ โอ์ ท่านได้ยินคำขอของข้าถึงกับส่งโฉมงามล่มเมืองนางหนึ่งให้ข้ายลโฉมจริงๆ เพียงมิทราบว่านางมีบุตรแล้วหรือยัง น่าเสียดายนักคาดว่าคงมีสามีแล้ว
สาเหตุที่คิดเช่นนี้เพราะคนของโลกใบนี้สตรีแต่งงานั้แ่อายุสิบหก สิบแปดปีเป็่ที่เหมาะสมที่สุด ยี่สิบปีขึ้นไปหากไม่ตบแต่งออกไปก็แต่งไม่ออกแล้ว ธิดาปีศาจที่เบื้องหน้าเกิน่เวลานั้นแล้วคาดว่าคงแต่งงานไปนานแล้ว ไท้หยูยังแอบตำหนิคนของโลกใบนี้มิทราบเป็ผู้ใดยึดถือกฎคร่ำครึเช่นนี้ให้แพร่กระจายออกไป หารู้ไม่สตรีงดงามที่สุด่อายุยี่สิบห้าปี ดรุณีอายุสิบหกสิบแปดยังรู้ความอันใด
ไท้หยูจ้องมองนาง นางก็จ้องมองเขา ทั้งสองยืนนิ่งต่างมองกันและกันอย่างเงียบงันพลันทำบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนเป็กระอักกระอ่วนขึ้นมา หลายคนพอได้ยินเสียงนี่ขณะคิดลงมาชมความสนุกสนานยังเปลี่ยนเป็หันกลับหลังพุ่งกลับไปที่เดิม ลอบชมอยู่ที่ไกลๆ
“เขาจ้องมองนางเช่นนี้คาดว่าอีกเดี๋ยวคงถูกทุบตีแล้ว”
“พวกเรามาพนันกันว่าเขาจะทนรับได้กี่หมัด พนันเป็คู่หรือคี่”
“เป็ถึงประมุขสำนักพันปีย่อมเป็กระสอบที่หนาเป็พิเศษคงสามารถทนรับได้นานอยู่ ข้าลงพนันเลขคี่”
“ของข้าเลขคู่หนึ่งเหรียญเงิน”
นางเป็ที่หวาดกลัวของทั้งมือปราบแขนเสื้อแดง ทุกคนทราบว่าสิ่งที่นางไม่ชอบที่สุดคือการถูกคนจ้องมองเช่นนี้ นางชิงชังสายตาของบุรุษที่สุดปกติเพียงถูกจ้องมองก็ยกฝ่ามือกราดฟาดใส่ หลายจ้องนานอาจถูกควักลูกตาทิ้ง
เคยมีครั้งหนึ่งมีบุตรหลานชนชั้นสูงพอเห็นหน้านางก็เกิดราคะจิต คิดจะฉุดกลับไปยังจวนตบแต่งนางเข้าบ้านเป็อนุภรรยาของตน บุตรหลานชนชั้นสูงผู้นั้นถือดีที่บิดาและปู่มีอำนาจในราชสำนัก ดังนั้นกระทำการเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้ทราบว่านางเป็คนของมือปราบแขนเสื้อแดงก็ไม่เกรงกลัว
ภายหลังของเื่นี้ บุตรหลานชนชั้นสูงคนนั้นโดนนางฆ่าทิ้งบริวารและคนคุ้มกันที่มียอดฝีมือด้วยตายอย่างอนาถ ที่จวนของชนชั้นสูงยังถูกนางบุกเข้าไปทำลาย เข่นฆ่าคนในครอบครัวไปหลายคน
ภายหลังบิดาและปู่ของโจรราคะผู้นั้นโกรธเกรี้ยวยิ่ง คิดจะเอาเื่นางถึงกับคิดจะถอนรากถอนโคนหน่วยมือปราบแขนเสื้อแดงทิ้ง ยกอ้างเหตุผลและคำพูดมากมายทูลต่อฮ่องเต้ ทว่าถัดจากเหตุการณ์นั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ในวังก็มิได้มีคำสั่งให้จับกุมคนคล้ายกับไม่เคยเกิดสิ่งใดขึ้น
เหตุการณ์นั้นสร้างชื่อให้กับนางจนบุรุษไม่กล้ามอง หวาดหวั่นถูกนางฆ่าทิ้ง