“ตอนนั้นพวกเราสามคนยังเด็กมา พากันวิ่งเล่นกันบริเวณสวนบูรพา จนกระทั่งฟางเหนียงให้ข้าและองค์รัชทายาทรออยู่ที่ริมสระน้ำ นางบอกว่ามีบางอย่างจะมอบให้ หลังจากรออยู่หลายชั่วยาม ข้ารู้สึกเป็ห่วงนางกลัวว่าจะได้รับอันตราย จึงเลยตัดสินใจเข้ามาค้นหานางในนี้”
“พบองค์หญิงฤาไม่เพคะ” คำถามของหนิงเอ๋อเอ่ยขึ้นพร้อมกับวรกายขององค์ชายรองชะงักหยุดเดิน ร่างของหนิงเอ๋อเผลอชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาอีกครั้งจนเซถลาล้มลง
“อ๊ะ” เสียงร้องของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มหันกลับมาพบว่านางกองอยู่กับพื้น พร้อมทำท่ารีบลุกขึ้นอย่างรีบร้อน
“หนิงเอ๋อเดินไม่ระวังเพคะ องค์ชายรองเจ็บฤาไม่” ชายหนุ่มเลื่อนสายตามองมือทั้งสองข้าง และเนื้อตัวของนางมีกลีบดอกท้อติดเปื้อนอยู่เต็มไปหมด
“คนที่เจ็บหาใช่ข้า แต่เป็เ้าต่างหาก” เขาเดินเข้ามาแล้วค่อย ๆ ปัดกรีบท้อที่ติดอยู่ตามตัวนางออกอย่างอ่อนโยน ในขณะที่หนิงเอ๋อนิ่งอึ้งกับพระพักตร์หล่อเหลาตรงหน้า
“กิริยาอ่อนโยนของเขา องค์หญิงฟางเหนียงเคยเตือนข้าว่าอย่าหลงใหล ในตอนนั้นข้าไม่เข้าใจ แต่เวลานี้ เหตุใดหัวใจของข้าเต้นแรงถึงเพียงนี้” หญิงสาวลอบคิดใจ
“ที่เ้าถามข้า ว่าพบฟางเหนียงไหม ข้าพบนางนอนหมดสติอยู่ในสวนท้อด้านในนี้ และสิ่งที่นางพยายามหาไปให้ข้ากับองค์รัชทายาท นั่นก็คือลูกท้อ...หลังจากนั้นข้าก็ไม่ยอมให้นางเข้ามายังสถานที่แห่งนี้อีก เพราะกลัวว่านางจะได้รับอันตราย” สองเท้าของหนิงเอ๋อเดินตามชายหนุ่ม พลันมองแผ่นหลังของเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วลอบคิดในใจ
“องค์ชายรองคงรักองค์หญิงฟางเหนียงอย่างมากสินะ สายตาของเขาเวลาพูดถึงนาง มักจะมีประกายแห่งความเ็ปอยู่ในนั้นเสมอ ข้าจะต้องช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความเ็ปให้ได้” หญิงสาวเดินตามเจี้ยนลู่ฟางมาอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตามองตรงไปยังเบื้องหน้า ที่มีต้นท้อสูงใหญ่ อีกทั้งยังออกผลเต็มไปหมด ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้าสวยงามราวกับภาพวาด
“ถึงแล้วฤาเพคะ” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้ม เมื่อเห็นสายตาเป็ประกายของหนิงเอ๋อแสดงความดีใจออกมา ก่อนเขาจะใช้พลังแห่งเทพดึงผลท้อจากต้นลงมาให้นาง
“เ้าลองชิมรสชาติของผลท้อพวกนี้ดูสิ” ว่าแล้วหนิงเอ๋อก็หมุนลูกท้อไปมาพร้อมรอยยิ้มสวยงาม ก่อนจะกัดคำใหญ่แล้วเคี้ยวด้วยความอร่อย
“ถูกใจเ้าฤาไม่” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถาม
“อร่อยมากเพคะ อร่อยกว่าท้อที่ข้าเคยกินมาทั้งหมด ข้าชอบรสชาติของท้อ์มาก ๆ แต่เหตุใดข้าไม่เคยเห็นบนโต๊ะเสวยขององค์หญิงฟางเหนียง หรือแม้แต่ของผู้ใดเลยเพคะ”
“นั่นเพราะว่าหากเ้าเด็ดท้อลงมาแล้ว เพียงสิ้นระยะเวลาเดินทางกลับผลท้อก็จะไม่อร่อย” หนิงเอ๋อพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจพลันกัดกินผลท้อด้วยสายตาเป็ประกาย
“องค์ชายกำลังจะบอกข้าว่า หากคิดจะกินผลท้อให้อร่อย ต้องมากินถึงต้น” ดวงตากลมแป๋วถามเขา พร้อมกับองค์ชายรองเบี่ยงวรกายเดินไปหยุดมองต้นท้อขนาดใหญ่ตรงหน้า พลันเงยขึ้นมองไปยังกิ่งก้านที่แตกยอด ออกดอกผลเต็มต้น
“ถูกต้องแล้ว นั่นเป็เหตุผลว่าทำไม ในสำรับเสวยของทุกคนจึงไม่มีผลท้อวางอยู่ ต่อให้ผลท้อพวกนี้ เลิศรสเพียงใด แต่เมื่อเก็บกลับไป ก็ไม่ต่างจากท้อในแดนมนุษย์” หนิงเอ๋อก้มหน้าลง แล้วมองผลท้อที่อยู่ในมืออย่างนึกเสียดาย หากอาจารย์หญิงของนางได้ลิ้มลองสักครั้ง หนิงเอ๋อมั่นใจว่านางจะต้องชอบผลท้อแห่ง์นี้อย่างแน่นอน
“เ้ารู้ฤาไม่ รสชาติของท้อที่เ้าชอบ และบอกว่าอร่อยที่สุดนั้น ใช่ว่าจะถูกปากทุกคน อย่างฟางเหนียงเอง ใช่ว่านางจะชอบรสชาติของมัน”
“ผลไม้เลิศรสเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่ชอบเพคะ”
“ข้าไม่อาจรู้ได้ แม้กระทั่งเสด็จพ่อเองก็ไม่ใคร่ชอบนัก ดังนั้นผลท้อ์จึงไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะโปรดปราน”
“แปลกจัง” หนิงเอ๋อเผลออุทานออกมา เจี้ยนลู่ฟาง เลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ พร้อมกับกรีบท้อสีชมพูอ่อน โดนสายลมพัดพาให้ปลิวร่วงหล่นลงมา
“ข้าไม่เคยมาเหยียบสถานที่แห่งนี้ นับจากวันที่ฟางเหนียงเกิดเื่ สถานที่แห่งนี้ยังคงงดงาม ไม่ต่างจากเมื่อหลายหมื่นปีก่อน”
“องค์ชายรองเพคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของหนิงเอ๋อทำให้สายตาคมเลื่อนมาจับจ้องมองนางอีกครั้ง
“จะเป็ไรฤาไม่ หากข้าจะขออนุญาตมายังสวนท้อ ได้บ่อยอย่างที่ข้า้า”
“เ้าชอบสวนท้อแห่งนี้มากเพียงนั้นฤา”
“เพคะ ท่านมองดูสิเพคะ เงียบสงบไร้ผู้คน อีกทั้งยังได้กินผลท้อได้มากอย่างที่้า จะให้ข้าอยู่ในสวนท้อนี้ตลอดไป ข้าก็ยอมนะเพคะ ความจริงแล้วที่ที่ข้าจากมา ก็เงียบสงบและสวยงามไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่นัก ความฝันของข้าหาใช่เป็ชายาขององค์ชายรอง หากเลือกได้ข้าอยากอยู่อย่างสงบ ไม่ต้องวุ่นวายกับผู้ใดยังสำนักิเซียนจะดีกว่า” คำพูดของหนิงเอ๋อทำให้เจี้ยนลู่ฟางชะงักไป นั่นคือความฝันที่เขาเคยวาดไว้กับฟางเหนียง ก่อนสองเท้าขององค์ชายรองจะขยับก้าวเดินไปต้นท้ออีกต้นหนึ่ง
“เ้าทำให้ข้าคิดถึงเสด็จพี่ สวนท้อแห่งนี้เป็สถานที่โปรดปรานของเสด็จพี่ข้า”
“องค์รัชทายาทน่ะเหรอเพคะ” หนิงเอ๋อเอียงศีรษะเล็กน้อย
เจี้ยนลู่ฟางได้ยินดังนั้น จึงหันวรกายในอาภรณ์สีขาวสง่างาม กลับมายังหนิงเอ๋อที่ยืนรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ
