“รั่วซีที่รัก ถ้าคุณยังไม่ได้ทานอาหารกลางวันล่ะก็ สนใจจะไปทานกับผมมั้ย? ผมแถมของหวานให้ด้วยนะ” หยางเฉินพูดกับหลินรั่วซีที่ปลายสาย
หลินรั่วซีไม่ได้ใส่ใจกับการหยอกล้อของหยางเฉินแม้แต่น้อย เธอพูดกับหยางเฉินอย่างตรงไปตรงมา “วันนี้เลิกงานแล้วมากับฉัน ฉันจะพานายไปที่ที่หนึ่ง”
“ไปที่ไหนเหรอครับ?”
“เมื่อถึงเวลาฉันจะบอกนายอีกที” หลินรั่วซีตอบ
“คุณอยากจะเล่นทายปัญหากับสามีเหรอครับ?” หยางเฉินยิ้มอย่างขบขัน
“ถ้านายยังพูดอย่างนั้นอีกก็ไม่ต้องไป” หลินรั่วซีตอบ
“โอเคๆ ผมไม่แกล้งคุณแล้ว เจอกันหลังเลิกงานที่ลานจอดรถนะครับ”
หยางเฉินรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูเ็าแต่เธอก็ขี้อายเป็อย่างยิ่ง เพียงแต่เธอไม่แสดงออกมาเท่านั้น
หลังจากนั้นหยางเฉินก็กลับไปที่บริษัทอวี้เหล่ย
เขาพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ กับเหล่าพนักงานหญิงในแผนกประชาสัมพันธ์ บางครั้งก็ไป่จ้าวหงเยี่ยนจัดการบัญชีตัวเลขทั้งหลาย หรือไม่ก็ไปหาของกินกับจางไช่ที่เป็นักกินประจำแผนก หลังจากนั้นเขาก็ไปหยอกล้อกับหัวหน้าแผนกหลิวิอวี้เป็ครั้งคราว จนทำให้เธอหน้าแดงด้วยความอายบ้างเป็บางครั้ง
ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงานของบริษัท หยางเฉินเดินมาถึงที่จอดรถพิเศษของบริษัทที่หลินรั่วซีกำลังรอเขาอยู่
ภายในลานจอดรถมีรถเบนท์ลีย์สีแดงคันหนึ่งจอดอยู่ หลินรั่วซีนั่งอยู่ข้างในตรงคนขับ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เปิดโอกาสให้หยางเฉินได้ขับรถเวลาที่เธอต้องไปกับเขาแม้แต่นิด
หลังจากที่หยางเฉินนั่งลงข้างคนขับ เขาพูดขึ้นอย่างติดตลกขึ้น
“เหมือนกับที่ผมไปเดตกับคุณครั้งแรกเลยนะครับ”
หลินรั่วซีค่อยๆ รำลึกถึงครั้งที่เธอและเขาไปเดตกันที่สตาร์บัค ในตอนที่หยางเฉินช่วยเช็ดฟองกาแฟให้เธอด้วยริมฝีปาก ทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาด้วยความขัดเขินทันที เธอไม่คิดว่าหยางเฉินจะยังจำเื่น่าอายนั่นได้และใช้มันมาหยอกล้อเธออีกครั้งอย่างสนุกสนาน
ระหว่างที่หยางเฉินกำลังรัดเข็มขัด สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกล่องที่อยู่เบาะหลังรถกล่องหนึ่ง
“นั่นกล่องอะไรเหรอครับ?”
หลินรั่วซีขับรถไปเรื่อยๆ เธอตอบกลับเขามาเบาๆ ”สำหรับใครบางคน เดี๋ยวนายก็รู้เอง”
หยางเฉินไม่ได้ถามว่าหลินรั่วซีกำลังจะไปที่ไหนหรือเธอกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะได้รู้มันในไม่ช้านี้เอง
หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงเศษ หยางเฉินรู้สึกตะลึงกับที่ที่หลินรั่วซีพาเขามาอย่างยิ่ง โดยที่เขาไม่คาดคิด เธอพาเขามาที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้านิวโฮป
อาคารที่ดูล้าสมัยหลายหลังยังคงตั้งเด่น ต้นเมเปิ้ลที่ปลูกเอาไว้มีใบสีแดงที่ดูงดงาม เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เขามาพร้อมกับหลี่จิงจิง
หยางเฉินค่อนข้างแปลกใจ เขาถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง หลินรั่วซีที่นั่งข้างๆ พูดกับเขาขึ้นมา “นายช่วยหยิบกล่องลงจากรถหน่อย”
“คุณมาที่นี่เพื่อมอบของขวัญให้กับเด็กๆ เหรอ?” หยางเฉินแปลกใจ
“อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะเข้าหน้าหนาวเด็กๆ พวกนี้้าเสื้อกันหนาวที่สามารถป้องกันอากาศหนาว และให้ความอบอุ่นแก่พวกเขาได้” หลินรั่วซีตอบ
หยางเฉินยังคงแปลกใจที่เธอใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
หลินรั่วซีเห็นว่าหยางเฉินดูแปลกใจที่เธอนำเสื้อผ้ามาให้เด็กๆ ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“ฉันเอาของขวัญมาให้เด็กๆ ไม่ได้หรือไง?”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ใครๆ ต่างก็มองว่าคุณเป็คนเ็าที่ไม่ใส่ใจอะไรรอบข้าง ผมแค่ไม่คิดว่าคุณกลับเป็ห่วงเด็กๆ เหล่านี้ และยังเอาของขวัญมามอบให้กับพวกเขาด้วย ภรรยาของผมช่างใจดีจริงๆ” หยางเฉินกล่าว
หลินรั่วซีมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย และรีบกล่าวขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า
“พูดมากอยู่นั่นแหละ ขนของไปได้แล้ว”
“ครับๆ...”
หยางเฉินไม่รอให้หลินรั่วซีบ่นเขาอีกครั้ง เขาเดินไปยกกล่องที่อยู่ด้านหลังรถออกมา ข้างในบรรจุไปด้วยเสื้อกันหนาวจำนวนมาก หลังจากที่หยางเฉินหยิบกล่องเสื้อผ้าลงมาหลินรั่วซีก็ยังคงไม่หายโกรธเขา เธอเดินนำเข้าไปยังอาคารรับรองในทันที ในตอนนั้นเองประธานช่าเ้าของสถานรับเลี้ยงก็เรียกหลินรั่วซีด้วยความดีใจ
“รั่วซี คุณมาแล้ว... ส่วนคุณผู้ชาย ไม่ได้พบกันนายเลยนะคะ” ประธานช่ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หลินรั่วซีรู้สึกแปลกใจที่ประธานช่ารู้จักหยางเฉิน
“คุณรู้จักหยางเฉินด้วยเหรอคะ?”
“คุณหยางเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งน่ะค่ะ” ประธานช่าบอกเพียงแค่ว่าเขาเคยมาที่นี่ แต่ไม่ได้บอกว่าเขามาพร้อมกับหลี่จิงจิง บางทีเธอคงจะรู้ว่ามีเื่บางอย่างที่ต่อให้ตายไปเป็ผีก็ไม่ควรพูดออกไป อีกอย่างดูเหมือนเธอจะเห็นว่าหยางเฉินและหลินรั่วซีมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน
หลินรั่วซีรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย เธอไม่คิดว่าหยางเฉินจะเป็คนใจบุญถึงขนาดที่จะมาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยความสงสาร
“ดูเหมือนนายจะมีความดีหลงเหลืออยู่บ้างนี่”
หยางเฉินยิ้มอย่างไม่เต็มใจขึ้นมาพร้อมทั้งกะพริบตาให้ประธานช่า “ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยพูดแทนผม”
“ฉันช่วยเท่าที่จะช่วยได้เท่านั้นล่ะค่ะ ดูเหมือนว่าคุณหยางจะมีความสัมพันธ์ที่ดูยุ่งเหยิงกับผู้หญิงทั้งสองคนนะคะ ดิฉันขอไม่ข้องเกี่ยวเื่นี้ด้วยก็แล้วกันนะคะ” เมื่อพูดจบเธอก็ยิ้มขึ้นก่อนจะเดินหายเข้าไปในสถานรับเลี้ยงเด็ก
หยางเฉินรู้สึกว่าคำพูดของประธานช่าดูเหมือนจะมีความหมายแปลกๆ แฝงอยู่...
หลังจากที่เขาเข้ามาในตัวสถานรับเลี้ยงเด็กเขาก็ได้ยินเสียงเด็กๆ หัวเราะกันอยู่ในที่ที่ห่างไกลออกไปไม่กี่่ตัว
ขณะที่เขากำลังเดินตามประธานช่าเข้าไปในอาคารพร้อมๆ กับขบคิดอยู่ภายในใจ ในตอนนั้นเอง หยางเฉินก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเด็กๆ ดังขึ้นมา เมื่อเดินไปดู หยางเฉินรู้สึกด้านชาไปทั้งหนังศีรษะทันที
เบื้องหน้าที่เขาเห็น เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมรอบหญิงสาวสองคนพลางเรียกพวกเธอว่า ”พี่สาว” พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้พวกเธอเล่นเกมและเล่านิทานให้พวกเด็กๆ ฟัง หนึ่งในนั้นคือหลินรั่วซี เพียงแต่หลินรั่วซีที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้กลับไม่มีใบหน้าเ็าราวกับสามารถแช่แข็งผู้อื่นอยู่
เธอยิ้มแย้มอย่างสดใสออกมาราวกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความนุ่มนวล
ผู้หญิงที่เขาเห็นอีกคนหนึ่งคือหลี่จิงจิง เธออยู่ในชุดแจ็คเกตแขนกุดสีชมพู ผมเปียของเธอถักจนเป็หางม้า ใบหน้าที่แต่งเติมเพียงนิดหน่อยทำให้เธอดูงดงามอย่างเป็ธรรมชาติ แม้ว่าจะด้อยกว่าหลินรั่วซีไปบ้างก็ตามที แต่เธอก็ยังมีเสน่ห์ของหญิงสาวไร้เดียงสาอยู่บนตัว
เมื่อหลี่จิงจิงเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องใบใหญ่ ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจที่ได้เจอเขาที่นี่อีกครั้ง ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้ว่าหยางเฉินมาพร้อมกับหลินรั่วซี
หลินรั่วซียังไม่รู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปนี้ เธอชี้ไปที่กล่องพร้อมกับพูดกับหยางเฉิน “นายเอาเสื้อกันหนาวข้างในกล่องให้เด็กๆ สิ”
“พี่สาวรั่วซี พี่มีของขวัญให้เราเหรอคะ?” เด็กสาวผมเปียที่อยู่ในชุดนอนกล่าวขึ้นอย่างน่ารัก
“ใช่จ่ะ มันเป็เสื้อกันหนาวเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเธอควรใส่ใน่ฤดูหนาวนี้” หลินรั่วซียิ้มให้พวกเธอหลังจากที่เด็กทั้งสองเรียกเธอว่าพี่สาว
หลี่จิงจิงก้มลงลูบหัวเด็กๆ ด้วยรอยยิ้ม เธอหันมาคุยกับหลินรั่วซีอีกครั้ง “พี่รั่วซี ผู้ชายคนนี้เป็ใครเหรอ?”
หลินรั่วซีเห็นว่าหลี่จิงจิงดูแปลกใจที่หยางเฉินเข้ามา เธอจึงแนะนำเขาอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อยราวกับว่าไม่้าจะแนะนำให้เขารู้จักกับผู้หญิงคนอื่น
“วันนี้ฉันพาเขามาด้วย เขาชื่อว่าหยางเฉิน ดูเหมือนว่าหมอนี่จะเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง แต่ฉันคิดว่ามันคงเป็เื่เข้าใจผิดเสียมากกว่า”
ในสายตาของหลี่จิงจิงเผยให้เห็นร่องรอยความเศร้าหมองขึ้นมาครั้งหนึ่ง
“เขาอาจจะเคยมาที่นี่ก็ได้ ประธานช่าน่าจะจำเขาได้นะ”
หลินรั่วซีได้ยินอย่างนั้นก็คิดยกย่องหลี่จิงจิงในใจ ก่อนจะหันมาพูดกับหยางเฉิน
“หยางเฉิน เธอชื่อหลี่จิงจิง เธอเป็เพื่อนที่ดีคนหนึ่งของฉันที่เจอกันที่นี่ บางทีเธออาจจะช่วยนายได้หากนายกลับมาสถานเลี้ยงเด็กอีกครั้ง”
หยางเฉินยิ้มอย่างขมขื่นในใจ หลี่จิงจิงเลือกที่จะทำเป็ไม่รู้จักกับเขาทำให้หลินรั่วซีไม่รู้ว่าทั้งสองรู้จักกัน หยางเฉินคิดว่ามันไม่จำเป็ต้องปิดบังเลยสักนิดเขาและเธอเป็แค่พี่น้องกันเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าเพื่อนคุณจะมองคนออกนะ ใครๆ ก็รู้ว่าผมเป็คนดีมีน้ำใจ”
“อย่าพูดไร้สาระต่อหน้าเด็กๆ นายไปยืนไกลๆ เลยไป” หลินรั่วซีดุเขาขึ้นมา
หลี่จิงจิงเห็นทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนิทสนม ในใจของเธอก็รู้สึกอิจฉาอยู่เล็กน้อย
หยางเฉินยักไหล่ด้วยความจนใจ เขารู้ว่าถ้าเขาคุยกับหลินรั่วซีอย่างสนิทสนม หลี่จิงจิงจะต้องรู้สึกอึดอัดใจแน่นอน เขาค่อนข้างจะรู้สึกเสียใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าหลี่จิงจิงมักจะมาที่สถานเลี้ยงเด็กใน่นี้
หนึ่งในกลุ่มของเด็กๆ มองหยางเฉินด้วยความตื่นตระหนกนิดๆ ก่อนหน้านี้ถึงเขาจะเคยมา แต่ก็ไม่ได้เล่นกับเด็กๆ นักทำให้เด็กที่นี่ไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับเขาสักเท่าไรนัก ทำให้ตอนนี้มีเพียงหลินรั่วซีและหลี่จิงจิงเท่านั้นที่เล่นกับเด็กๆ อยู่ ส่วนหยางเฉินนั้นยืนพิงผนังดูทั้งคู่เล่นกับเด็กๆ อยู่ห่างๆ
ทั้งคู่ดูมีความสุขที่เห็นเด็กๆ ยิ้มอย่างร่าเริง หยางเฉินคิดว่าเป็เื่ที่ไม่เลวนักที่ได้เดินทางมาที่นี่
ประธานช่าเดินมาที่ด้านหลังของหยางเฉิน เธอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
“คุณหยางคะ หลี่จิงจิงยังเด็กอยู่... และดูเหมือนว่าคุณจะแต่งงานกับหลินรั่วซีแล้ว แต่ครั้งก่อนคุณมากับหลี่จิงจิง ฉันไม่อยากให้อนาคตของเด็กคนนี้ต้องมอดดับลง เพราะงั้นอย่าไปคิดเกินเลยกับเธอเลยนะคะ”
หยางเฉินพยักหน้า “ถึงบางครั้งผมจะโลภมาก แต่ผมก็สัญญากับพ่อแม่เธอไม่แล้วว่าจะเป็แค่พี่น้องเธอเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไปค่ะ” ประธานช่าพยักหน้า “แต่ฉันไม่คิดจริงๆ ว่าสามีของหลินรั่วซีจะเป็คุณหยางไปได้”
หยางเฉินรู้สึกสงสัยขึ้นมา เขาพูดกับประธานช่าอีกครั้ง “ภรรยาของผมมาหาพวกเด็กๆ ที่นี่บ่อยเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ เธอไม่ได้บอกคุณหยางเลยเหรอ?” ประธานช่ารู้สึกสงสัย “ถึงเธอจะไม่ได้เป็สมาชิกครอบครัวของเด็กๆ เหล่านี้ แต่เธอก็มาที่นี่พร้อมกับคุณยายของเธอเมื่อตอนที่ยังเด็กๆ หลังจากที่แม่และยายของเธอจากไป เธอก็มักจะมาเล่นกับเด็กๆ ที่นี่ หรือไม่ก็มาให้ของขวัญพวกเธอ ทำให้เด็กกำพร้าที่สถานรับเลี้ยงแห่งนี้ชอบเธอกันทั้งนั้น”
“บางคนอาจจะมาที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะหวังผลประโยชน์ พวกเขาทำทีเป็มาบริจาคแต่ก็แค่สร้างหน้าตาให้กับตัวเองเท่านั้น มีหลายครั้งที่คนใหญ่คนโตบางคนมักจะมาที่นี่เพื่อถ่ายรูปเสแสร้งทำเป็บริจาค แต่เอาจริงๆ เงินเ่าั้ก็เป็เพียงแค่เงินนิดน้อยเท่านั้น หรือไม่ก็ไม่ได้บริจาคจริงๆ มีเพียงหลินรั่วซีเท่านั้นที่ซื้อของจำเป็ทั้งหมดมาให้แทนเงิน ทั้งเสื้อผ้าและอาหารการกินต่างๆ”
หยางเฉินเข้าใจในที่สุดว่าที่เธอมักจะออกไปข้างนอกบ่อยๆ นั้น เป็เพราะเธอมาที่สถานรับเลี้ยงแห่งนี้นี่เอง เธออาจจะไม่เหลือญาติที่สามารถพึ่งพาได้
ทำให้หลินรั่วซีอยากจะมาพูดคุยกับเด็กๆ ที่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยมาพร้อมกับยายและแม่ของเธอ
หลี่จิงจิงที่กำลังเล่นกับเด็กๆ อยู่ เธอรู้สึกสับสนอยู่ในใจ เธอไม่คิดว่าภรรยาของหยางเฉินจะเป็พี่หลินรั่วซีไปได้!?
ในขณะที่หยางเฉินกำลังแปลกใจกับการกระทำของหลินรั่วซี เธอก็ะโบอกเขาขึ้น “หยางเฉิน ฉันจะไม่กลับบ้านไปกินข้าวกับป้าหวังนะ ถ้านายรอไม่ได้ก็ขึ้นแท็กซี่กลับไปก่อนเลย”
ข้างๆ ของหลินรั่วซี เด็กๆ กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ดูเหมือนว่าหลินรั่วซีเองก็กำลังจมจ่อมอยู่กับความสนุกที่ไม่อาจถอนตัวขึ้นมาได้นี้
หยางเฉินคิดว่าภาพที่เห็นทำให้รู้สึกดีขึ้นมา เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบเธอ “คุณเล่นกับเด็กๆ ไปก่อนเลย ผมจะไปข้างนอกสักหน่อย”
หยางเฉินไม่้าจะอยู่ที่นี่ต่อ เพราะหลี่จิงจิงมักจะส่งสายตาเศร้าหมองมาทางเขาบ่อยๆ นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกผิดอยู่ในหัวใจลึกๆ
หลังจากนั้นหยางเฉินก็บอกลาประธานช่าก่อนจะเดินออกจากสถานรับเลี้ยง
หลี่จิงจิงดูเงียบราวกับว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ข้างในดวงตาปรากฏความเศร้าหมองที่มองไม่เห็นอยู่
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น หลินรั่วซีไม่ได้สังเกตมันแม้แต่น้อย เพราะเธอมัวแต่เล่นกับเด็กๆ อย่างสนุกสนาน
