“ใคร? ไสหัวออกมาสิวะ!”
ชายชุดเกราะหรูหรากวาดสายตามองไปยังกลุ่มฝูงชนที่อยู่ด้านล่างอย่างดุดันเมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของซุนเฟยและแองเจล่า “เ้าสวะชั้นต่ำสองตัวนั่น ใช่ ข้าพูดกับเ้า มองหาอะไร มีแค่เ้าสองตัวเท่านั้นแหละที่สวมฮู้ดสีดำแปลกกว่าคนอื่นเขา เฮอะ ข้ามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเ้ามันพวกไม่ได้เื่ ต้องเป็เ้าแน่ๆ ที่ใส่ร้ายป้ายสีปู่ของเอ็ง ยังยืนเกะกะสายตาปู่เอ็งอีกหรือ…”
นักรบคนนี้ทั้งหยิ่งผยองทั้งหยาบกระด้าง และยังเป็พวกฉุนเฉียวง่าย เขาไม่พูดเปล่า แต่ทำท่าจะะโลงมาจากสนามประลองดาบเพื่อลงมือสั่งสอนคนแปลกหน้าทั้งสองคน แต่พริบตาเดียวเขาก็ต้องอ้าปากตาค้าง เมื่อพบว่าร่างของคนสองคนที่สวมฮู้ดสีดำได้หายไปแล้ว ไม่รู้ว่าสองคนนั้นใช้วิธีอะไรถึงสามารถหายไปจากคลองจักษุของทุกคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ
……
“ทำไมพวกเราถึงออกมาเล่า? ข้านึกว่าท่านจะเข้าไปสั่งสอนเ้าคนอวดดีนั่นเสียอีก” หลังออกมาจากสนามประลองดาบแห่งนั้นแล้ว แองเจล่ายังคงเกาะร่างของซุนเฟยแน่น ร่างบอบบางนุ่มนิ่มของนางยังคงอยู่ในวงแขนของซุนเฟย ในดวงตากลมโตฉายแววสงสัยก่อนจะเอ่ยปากถามออกมาเบาๆ
“เป้าหมายของข้าในวันนี้ก็แค่อยากอยู่กับราชินีผู้น่ารักของข้าสองต่อสองเท่านั้น ไม่ใช่หาเื่ต่อยตี” ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ ออกมา หลังวางนางลงกับพื้นก็ยกมือขึ้นมาบีบจมูกรั้นๆ ของนางครั้งหนึ่ง
ถึงแม้ว่าชายที่สวมชุดเกราะหรูหราคนนั้นจะโอหังและพูดจาไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แต่ซุนเฟยก็รู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของคนคนนั้นไม่เลวเลยทีเดียว พลังที่แผ่ออกมาจางๆ นั่นก็ดูเหมือนจะไม่ใช่พลังทั้งหมดของเขา
ความหยิ่งผยองและความหยาบคายที่ชายคนนั้นแสดงออกมา มันใกล้เคียงกับคนปัญญาอ่อนมาก มีความเป็ไปได้มากว่าชายคนนี้กำลังเสแสร้ง ชายที่สวมชุดเกราะหรูหราคนนี้ ถ้าซุนเฟยมองไม่ผิด เขาอาจฟันฝ่ามาถึงรอบสุดท้ายได้อย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะได้พบกันในสนามประลองดาบ เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะสั่งสอนให้ชายที่แสนหยิ่งผยองได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็ปู่เอ็ง!
ทั้งสองคนต่างพูดคุยหยอกล้อกันอย่างหวานชื่นในขณะที่เดินเรื่อยเปื่อยอยู่ในเขตา
ผ่านไปได้สิบนาที ทันใดนั้นก็มีเสียงโหยหวนลอยมาจากด้านหน้า
เสียงร้องโหยหวนนี้ดูคล้ายกับเสียงร้องเฮือกสุดท้ายของสัตว์เดรัจฉานที่ได้รับาเ็สาหัส และที่สำคัญ เสียงร้องดุจสัตว์เดรัจฉานนี้กลับออกมาจากปากของมนุษย์ เป็เสียงร้องที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว ตามมาด้วยเสียงร้องตื่นใของฝูงชนดังขึ้นมาเป็ระลอก จากนั้นกลิ่นเืฉุนๆ ก็ลอยออกมาเตะจมูก ราวกับว่าสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศไม่ใช่อากาศแต่เป็เื
“อา นี่กลิ่นอะไร? แล้วเสียงร้องเมื่อครู่เล่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” แองเจล่าย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นบางอย่าง
สายตาของซุนเฟยสามารถมองทะลุกลุ่มฝูงชนที่แน่นขนัดไปยังสนามประลองดาบที่อยู่ใกล้ที่สุดได้
ซุนเฟยมองเห็นการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นบนสนามประลองดาบ
เงาสีม่วงสายหนึ่งกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง เงานั่นวิ่งวนเป็วงกลมราวกับภูติผี ทิ้งไว้เพียงเงาเลือนรางในอากาศ ในมือของเขาถือมีดโค้งรูปร่างแปลกๆ ไว้ข้างละหนึ่งด้าม มีดของเขารวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ทั้งเร็วทั้งแปลก ตรงกลางที่เงานั่นวิ่งวนเป็วงกลมอยู่มีหมอกเืกลุ่มหนึ่งที่กำลังหมุนเป็ลูกข่าง…
ซุนเฟยสังเกตอย่างละเอียดก่อนจะรู้สึกใขึ้นมา
กลุ่มหมอกเืที่หมุนอย่างบ้าคลั่ง ความจริงแล้วเป็ร่างของมนุษย์ไร้ิัคนหนึ่ง
ทุกครั้งที่มีดคู่ในมือของเงาสีม่วงนั่นตัดผ่าน จะมีเนื้อชิ้นหนึ่งขนาดเท่าเล็บมือกระเด็นออกมาจากร่างของคนที่อยู่ตรงกลาง ใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาที มีดทั้งสองเล่มก็ฟันออกไปแล้วมากกว่าร้อยครั้ง อวัยวะภายในของร่างที่หมุนเป็ลูกข่างก็ถูกทำลายจนกลายเป็หมอกเืลอยอยู่เต็มอากาศ ถึงแม้ว่าจะพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่อาจหาทางหลบหนีไปจากเงามีดปีศาจได้ ร่างนั้นทำได้เพียงเปล่งเสียงร้องโหยหวนออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงร้องโหยหวนเมื่อครู่นี้คงจะดังออกมาจากลำคอของคนคนนี้…
สอง สาม สิบวินาทีผ่านไป ในที่สุดเงาร่างสีม่วงก็เก็บมีดตัวเองและยืนนิ่ง
ในที่สุดร่างที่หมุนเป็ลูกข่างอย่างบ้าคลั่งบนสนามประลองดาบก็หยุดลง แน่นอนว่าเขาตายไปแล้ว และสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็ไม่ใช่ร่างของมนุษย์...แต่เป็โครงกระดูกสีขาว ไร้เืไร้เนื้อ สุดท้ายโครงกระดูกที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ตกลงมากระแทกพื้นเสียงดังตุบ กระดูกทั้งหมดกระจายไปทั่วสนามประลองดาบ
ช่างเป็ทักษะมีดที่เหี้ยมโหด
ซุนเฟยขมวดคิ้วน้อยๆ
ทักษะมีดของเงาร่างสีม่วงผู้นั้นช่างแปลกประหลาดจริงๆ ไม่ใช่แค่เร็ว แต่ฝีมือการควบคุมมีดคู่ของเขายังอยู่ในระดับสุดยอดอีกด้วย การที่สามารถเฉือนร่างของคนในขณะที่ยังมีชีวิตจนเหลือแต่โครงกระดูกขาวๆ ในชั่วพริบตา…เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของคนคนนี้จะต้องสูงกว่าคู่ต่อสู้มาก เผลอๆ อาจจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในกระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ! แต่แทนที่เขาจะสังหารให้ตายภายในครั้งเดียว เขากลับเลือกวิธีที่เหี้ยมโหดผิดมนุษย์ด้วยการลอกหนังขูดเนื้อของคู่ต่อสู้ทั้งเป็ ดูจากการกระทำของเขาแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า เ้าคนผู้นี้มันต้องเป็พวกจิตวิปริตและโเี้!
ยอดฝีมืออีกคน
ซุนเฟยไม่ได้รั้งอยู่ดูสนามประลองดาบแห่งนี้นาน เขาพาแองเจล่าเดินจากไปทันที
ทั่วบริเวณนี้มีแต่เืและกลิ่นเืที่หนาแน่นฉุนจมูก ซุนเฟยกังวลว่าคู่หมั้นตัวน้อยของตัวเองจะใกลัว
นี่เป็โชคชะตาของนักรบบนแผ่นดินอาเซรอท ไม่ฆ่าคนอื่นก็ถูกคนอื่นฆ่า ถ้าอยากมีชีวิตรอดบนแผ่นดินอาเซรอท มีเพียงวิธีเดียว นั่นก็คือ จงแข็งแกร่ง! จงแข็งแกร่ง! จงแข็งแกร่ง!!! จงแข็งแกร่ง!!! และแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะปกป้องสิ่งสำคัญรวมทั้งชีวิตของตัวเองได้
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปข้างหน้า พวกเขาก็พบว่า ที่สนามประลองดาบแห่งหนึ่งมีผู้ชมเข้าไปล้อมดูเป็จำนวนมาก เสียงร้องเชียร์และเสียงปรบมือดังขึ้นไม่ขาดสาย บนสนามประลองดาบกำลังมีการต่อสู้ที่ดุเดือดเืพล่านดำเนินอยู่ และหนึ่งในนั้นที่กำลังต่อสู้กันอยู่ก็เป็คนที่ซุนเฟยคุ้นเคยดี...คอนสแตนติน าาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์
ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะหยุดดู
คู่ต่อสู้ของคอนสแตนตินเป็นักรบที่มีรูปร่างสูงใหญ่มาก ในมือของเขาถือค้อนเหล็กดำขนาดใหญ่คู่หนึ่งที่ทรงพลัง ทุกครั้งที่ค้อนทุบลงที่พื้น พื้นดินจะสั่นะเืประหนึ่งแผ่นดินไหว พลังของเขาแข็งแกร่งมาก
แม้จะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้ แต่คอนสแตนตินก็รับมือได้อย่างสบายๆ
าาหนุ่มคนนี้มีจังหวะการก้าวเท้าที่มั่นคงมาก เขาสวมชุดเกราะสีเงินและสวมถุงมือสีเงินที่มีเหล็กแหลมผุดขึ้นมาทั่วถุงมือ ความเร็วในการออกหมัดไม่เร็วจนเกินไปและไม่ช้าจนเกินไป ทุกครั้งที่ปล่อยหมัดจะเกิดเสียงแหลมๆ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้นมาในอากาศ เป็หมัดที่ทรงพลังและดุดันมาก
“หือ? นึกไม่ถึงจริงๆ ว่า ในระยะเวลาสั้นๆ คอนสแตนตินจะฝึกฝน 'หมัดเจ็ดพิการ' มาถึงระดับนี้ได้ เสียงเวลาออกหมัดคล้ายเสียง ‘พยัคฆ์ร้องัคำราม’ ไม่มีผิด เหมือนว่าเขาน่าจะบรรลุขอบเขต ‘หนึ่งหมัดเจ็ดาเ็ เจ็ดคนล้วนพิการ’ แม้ว่า 'น้ำยาฮัลค์' ขวดนั้นจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกาย แต่พร์ในการต่อสู้ของเขาไม่เลวเลยจริงๆ!”
เมื่อเห็นว่าคอนสแตนตินฝึกฝน 'หมัดเจ็ดพิการ' มาได้ถึงขั้นนี้ ในใจของซุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจขึ้นมา
แต่ 'หมัดเจ็ดพิการ' เป็วิชาหมัดที่ ‘จะทำร้ายตัวเองก่อน แล้วค่อยทำร้ายคู่ต่อสู้’ การจะฝึกมาถึงขั้นนี้ได้นั้น อวัยวะภายในของคอนสแตนตินจะต้องได้รับาเ็หนัก และอาการาเ็เ่าั้จะทิ้งอันตรายที่ซ่อนเร้นเอาไว้ ซุนเฟยเคยบอกเกี่ยวกับอันตรายที่แฝงเร้นของวิชาหมัดนี้ให้กับคอนสแตนตินฟังก่อนจะมอบมันให้กับเขา แน่นอนว่าาาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ยังคงเลือกที่จะฝึกมัน ดูเหมือนว่า ในใจของเขามีบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองอยากปกป้องเอาไว้อยู่ ดังนั้น ถ้าอยากเป็คนแข็งแกร่งในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ เขาต้องยอมจ่ายราคาตอบแทนแสนแพงให้กับมัน
ซุนเฟยแอบคำนวนเวลาอย่างเงียบๆ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผู้ชนะก็จะปรากฏให้เห็นแล้ว
หมัดของคอนสแตนตินโจมตีไปที่หน้าอกของนักรบฝ่ายตรงข้าม เสียง ‘พยัคฆ์ร้องัคำราม’ ดังกึกก้องออกมา ไม่ทันที่ค้อนคู่ของนักรบร่างสูงคนนั้นจะทุบลงมา เขาก็รับรู้ได้ถึงโลหิตสีแดงสดที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากอวัยวะทั้งห้า ปาก จมูก ตา หู คิ้ว ร่างสูงใหญ่และหนาราวกับูเาหยุดชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ถูกคนใช้ขวานจามจนเอนล้มลงมา
ค้อนเหล็กสีดำในมือของเขาก็ร่วงลงสู่พื้นดังตุบ เสียงนี้ราวกับจะปลุกสติของคนดูที่อยู่รอบๆ สนามประลองดาบ วินาทีต่อมาเสียงปรบมือและเสียงร้องเชียร์ก็ดังกระหึ่มประหนึ่งูเาไฟกำลังปะทุ
เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกชอบาาหนุ่มคนนี้
คอนสแตนตินโค้งให้กับผู้ชมที่อยู่ด้านล่างด้วยท่าทางสุภาพ ก่อนจะเดินไปหยิบค้อนั์มาถือไว้ในมือ แล้วเดินลงจากสนามประลองไป
ทุกครั้งที่สู้ชนะ คอนสแตนตินาาแห่งไบแซนไทน์ก็จะริบอาวุธของคู่ต่อสู้
ก่อนหน้านี้ เขาก็ริบหอกยาวจากมือคู่ต่อสู้ในอาณาจักรบริวารแห่งหนึ่งมาแล้วเช่นกัน
ถึงแม้ว่าอาวุธพวกนี้จะไม่ได้เป็อาวุธระดับเทพ แต่คอนสแตนตินก็เก็บรักษามันไว้อย่างดีราวกับมันเป็สมบัติอันล้ำค่า เขาจะมีคำนำหน้าชื่อว่า ‘จักรพรรดิ’ ซึ่งเป็เหล่าคนดูเติมเข้ามาเอง นั่นเป็เพราะพฤติกรรมในการริบอาวุธคู่ต่อสู้ หากอาวุธชิ้นไหนที่มันดี ‘จักรพรรดิ’ ก็จะเก็บเข้าคลังแสงอาวุธของตัวเองทันที
หลังจากสู้ชนะ คอนสแตนตินก็เดินตรงไปยังเขตที่พักของอาณาจักรไบแซนไทน์ เขามองไม่เห็นซุนเฟยและแองเจล่าท่ามกลางฝูงชนที่กำลังปรบมือยินดีไปกับชัยชนะของเขาด้านล่าง
เขตที่พักของอาณาจักรไบแซนไทน์ คู่หมั้นสาวแสนสวยอิซาเบลล่าวิ่งออกไปประคองร่างของคนรักตัวเอง ในใจของนางทั้งเป็ห่วงทั้งดีใจกับชัยชนะที่คนรักนำกลับมา นางเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของคนรัก
ทุกครั้งที่คอนสแตนตินขึ้นสนามประลอง อิซาเบลล่ารู้สึกว่าผ่านวันเหมือนผ่านปี! นางรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองแทบจะะโออกมาจากลำคอก็ไม่ปาน
นางรู้ว่าเขายินดีที่จะขึ้นไปต่อสู้เป็คนแรก ในฐานะราชินี นางคิดว่าเขาจำเป็ต้องทำหน้าที่ของาาให้ดีที่สุดเพื่ออาณาจักรและเหล่าประชาชนของตัวเอง แต่ในฐานะคนรัก อิซาเบลล่ากลับคาดหวังว่า คนรักของนางจะไม่ขึ้นไปเหยียบบนสนามประลองดาบที่แสนอันตรายอีกครั้ง
นี่เป็ความคิดที่ขัดแย้งกันมาก ไม่มีใครรับประกันได้ว่าคอนสแตนตินจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องแบบนี้ตลอดไป คอนสแตนตินไม่ใช่สองตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรบริวารที่เหล่าวณิพกเอาไปขับขานอยู่ทุกวันอย่าง 'หนึ่งดาบ' ที่ดาบเดียวไร้ต้านหรือ 'าาแซมบอร์ด' ที่เป็ยอดฝีมือไร้ก้นบึ้ง
เมื่อนึกถึงาาแซมบอร์ดในใจของอิซาเบลล่าก็พลันรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมา
นางจำได้อย่างชัดเจนว่า ในคืนที่หิมะตกหนัก ทั้งค่ายทหารอาณาจักรบริวารต่างปกคลุมไปด้วยความหนาวเย็นจับใจ หากไม่ใช่ว่าาาแซมบอร์ดปรากฏกายขึ้นมา บางที ตอนนี้นางอาจจะกลายเป็ของเล่นอยู่ในสำนักงานใหญ่ของกลุ่มทหารรับจ้างดาบโลหิตไปแล้ว และคนรักของนางก็อาจจะถูกฆ่าตายบนสนามประลองดาบั้แ่วันแรก แต่เป็เพราะความเมตตาและความใจกว้างของาาแซมบอร์ด เขาได้เข้ามาเปลี่ยนโชคชะตาที่แสนบัดซบของตัวเองและคอนสแตนติน…ไม่สิ บางทีมันอาจจะรวมไปถึงการเปลี่ยนโชคชะตาของอาณาจักรไบแซนไทน์ทั้งหมดก็เป็ได้
……
ซุนเฟยและแองเจล่าไม่ได้เดินไปทักทายคอนสแตนตินและคนอื่นๆ เมื่อการต่อสู้จบลง ทั้งสองคนที่ปลอมเป็คนธรรมดาก็พากันเดินออกไปจากสนามประลองดาบอย่างเงียบๆ เพื่อไปยังเขตาอื่น
“มาดูนี้เร็ว ที่สนามประลองดาบหมายเลขสิบสี่ เทพธิดาอันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวารขึ้นสนามประลองดาบแล้ว!”
“เทพธิดาอันดับหนึ่ง? ใช่องค์หญิงซินดี้ เทพธิดาน้ำแข็งจากอาณาจักรปู้หลันคนนั้นไหม?”
“ไม่ใช่นางแล้วจะเป็ใครเล่า นอกจากนางแล้ว มีใครบ้างที่เป็เทพธิดาอันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวาร? ฮึ่ย ปล่อยข้าสักทีเดี๋ยวข้าไปแย่งที่ดีๆ ไม่ทัน…”
-------------------------------
