เสี้ยวเหวินตี้มองภรรยาและอนุของตน ตรัสเรียบๆ ว่า “ลุกขึ้นเถอะ ตอนนี้เป็งามฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ หากพวกเ้าไม่อยากรั้งอยู่ ก็รีบกลับไปเสีย” ทำให้คนรู้สึกรำคาญใจเสียจริงๆ อย่างไรเสีย สายตาของเขาก็มองไปแค่ที่อวี้เฟยผู้นั่งอยู่ไม่ไกลมุมปากโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มน้อยๆ กำลังสนทนาอยู่กับหวานหว่านอย่างยิ้มแย้ม
เขาเห็นแผนการมามายมายเหลือเกิน คนผู้หนึ่งเข้าใกล้คนอีกผู้หนึ่ง ในใจเขาแฝงแผนการใดเอาไว้หรือไม่ เขาเห็นได้อย่างชัดเจน แต่อย่างน้อยในสายตาของอวี้เฟย เขามองไม่เห็นแผนการใด มีเพียงความจริงใจ ถึงขนาดยังมีสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าอีกสองสามส่วนที่เขาจะไม่ค้นดูเข้าไปให้ลึก เพราะในวังหลวงนี้ ขอแค่จะมีความจริงใจต่อเขาผู้เป็ฮ่องเต้ผู้นี้สักสามส่วน เขาก็ควรรู้สึกยินดีได้แล้ว
ดังนั้น ความจริงใจของอวี้เฟยนั้นแสนจะล้ำค่า
จากนั้นเขาก็เลื่อนสายตาไปยังจวินเหยียนที่กำลังแยกก้างปลาให้ภรรยาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาสั่งขันทีประจำพระองค์ข้างกาย ให้คนไปสั่งห้องเครื่องให้ทำอาหารจำพวกปลาส่งไปให้ชายาหนิงอ๋องอีก
ขันทีเหมือนจะแปลกใจ จากนั้นก็ยิ้ม ดูท่า ฝ่าาจะตั้งใจทำดีต่อครอบครัวหนิงชินอ๋องอย่างจริงใจแล้ว บรรดาอาหารในงานเลี้ยงนี้ล้วนมีกฎกำหนดตายตัว จะไม่มีการยกขึ้นมาอีกเป็ครั้งที่สอง คิดไม่ถึงชายาหนิงอ๋องผู้นี้ถึงกับสามารถทำให้ฝ่าาละเมิดกฎข้อนี้ได้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ
สำหรับการกระทำของฮ่องเต้ ก็ทำให้คนทั้งตำหนักอวิ๋นเหอ พากันโง่งมอีกครั้ง อวิ๋นซีกลับแค่ยิ้มมองไปยังอาหารจานปลาตรงหน้าที่ยังมีควันพวยพุ่งส่งกลิ่นปลาหอมๆ อยู่ “ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อเพคะ”
เสี้ยวเหวินตี้หัวเราะหึหึ “รีบกินเถอะ กินอิ่นแล้วจะได้เป็ล่องเรือ เ้าเพิ่งกลับมา จักต้องซึบซับบรรยาการงานฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ของเมืองหลวงที่แตกต่างจากหานโจวให้ดีหน่อย”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็ยิ้มพูดว่า “เสด็จพ่อเพคะ หากพูดถึงเื่บรรยากาศ ลูกคิดว่าบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่หานโจวนั้นดีกว่ามาก ที่หานโจว วันงานเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ พวกเราจะสุมกองไฟ จากนั้นคนมากมายก็จะล้อมอยู่ด้วย กินเนื้อย่าง ดื่มสุราแรงของดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ มองประชาชนร้องรำทำเพลงกัน บรรยากาศนั้นงดงามยิ่งนัก ที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือ ที่หานโจว ไม่มีเสด็จพ่อและเสด็จแม่”
คนไม่น้อยเมื่อฟังแล้ว ต่างก็ล้วนรู้สึกว่าชายาหนิงอ๋องผู้นี้กำลังรนหาที่ตายชัดๆ ต้องรู้ก่อนว่าในสายพระเนตรของฝ่าา ฉากตรงหน้านี้ก็เรียกได้ว่าดีที่สุดแล้ว
แต่ที่นอกเหนือความคาดหมายก็คือเสี้ยวเหวินตี้ไม่ได้พิโรธ กลับพยักหน้าตรัสว่า “ฉากเช่นนี้ เสด็จอาของพวกเ้าเองก็เคยพูดถึง ตอนนั้นเจิ้นก็ยังสงสัยอยากจะได้ไปเห็นฉากเช่นนั้นอยู่เลย น่าเสียดาย เจิ้นไม่มีทางจะได้เห็น”
ฮองเฮามองไปยังเสี้ยวเหวินตี้ที่มีสีพระพักต์สะท้อนอกสะท้อนใจ เสนาบดีและปราชญ์ราชสำนักทุกท่านต่างก็มองเสี้ยวเหวินตี้ องค์ชายและชายาองค์ชายทุกพระองค์มองไปยังเสี้ยวเหวินตี้ พวกเขาล้วนไม่เข้าใจ ตกลงว่าหานโจวมีอันใดดีกันแน่ ถึงกับทำให้ฮ่องเต้เองก็มีใจฝ่หาอยากจะไป
หลังจากผ่านงานฉลองที่ตำหนักอวิ๋นเหอไป บรรดาขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักและฮูหยินสูงศักดิ์ทั้งหลายต่างก็ได้ทราบกันอย่างชัดเจนแล้วว่าหนิงชินอ๋องมีน้ำหนักเท่าใดในพระทัยของฝ่าา ดังนั้นยามที่ล่องเรือ มีบรรดาฮูหยินและคุณหนูสูงศักดิ์ไม่น้อยต่างก็พากันมาตีสนิทกับอวิ๋นซี
อวิ๋นซีนั้นใครเข้ามาก็ไม่ปฏิเสธทั้งสิ้น และยังสนทนากับพวกนางอย่างมีความสุขด้วย ชั่วขณะนั้น มีฮูหยินไม่น้อยต่างก็คิดว่าชายาหนิงชินอ๋องเป็คนที่คุยด้วยง่ายอย่างยิ่ง ขอแค่เ้าไม่ไปหาเื่นาง ััถูกขีดจำกัดนางเข้า นางก็จะไม่โกรธขึ้นมามั่วๆ
คิดถึง เมื่อครู่ที่ตำหนักอวิ๋นเหอ ก็เป็ตัวเฉิงโหวเองที่หาเื่ตายขึ้นมาก่อนอยากจะเข้าไปยุ่งเื่คนอื่น ถึงขนาดมีคุณหนูสูงศักดิ์มากมายคิดอยู่ในใจว่า หนิงชินอ๋องรักใคร่ภรรยาของพระองค์เอง เป็ความยินยอมของเ้าตัวเอง เกี่ยวอันใดกับเฉิงโหวกัน?
ในบรรดาคนที่นั่งลงล้อมรอบอวิ๋นซีนั้นก็มีหลานสาวของหลิ่วเก๋อเหล่า หลิ่วหว่านหรง ยังมีพี่สะใภ้ของหลิ่วหว่านหรง ฮูหยินน้อยหลิ่ว ชายาองค์ชายสี่ รวมถึงฮูหยินโหวและฮูหยินเสนาบดีอีกสองสามท่าน
เหล่านี้ล้วนเป็บรรดาครอบครัวของขุนนางยศสูงในราชสำนัก ทว่าในบรรดาคนเหล่านี้ นอกจากหว่านหรงจากตระกูลหลิ่วและอวิ๋นเซ่าหลันที่อวิ๋นซีค่อนข้างจะรู้สึกดีด้วยแล้ว คนอื่นที่เหลือ ในสายตานางต่างก็มีเจตนาไม่ดีกันทั้งสิ้น
เพราะว่า บรรดาสามีของคนที่เหลือเหล่านี้หากไม่ใช่คนขององค์ชายห้า ก็เป็คนของรัชทายาท
ในตอนที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุขนั่นเอง จู่ๆ สาวใช้ข้างกายชายารัชทายาทก็มาแล้ว อวิ๋นซีได้ยินว่าชายารัชทายาทอยากจะเชิญตนไปหา คล้ายว่าจะอึ้งไป จากนั้นก็ยิ้มแล้วยืนขึ้น พูดสองสามประโยคกับพวกอวิ๋นเซ่าหลัน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหัวเรือตรงที่ชายารัชทายาทอยู่
ในใจอวิ๋นเซ่าหลันเป็กังวล อยกาจะตามไป กลับถูกหลิ่วหว่านหรงรั้งไว้ “พี่หญิงเซ่าหลัน หากยามนี้ท่านเข้าไป ชายารัชทายาทก็จะยิ่งแค้นชายาหนิงอ๋องมากขึ้น” ต้องรู้ก่อนว่า องค์ชายสี่สองสามีภรรยานั้นตลอดมาล้วนเป็คนที่มีสถานะพิเศษ ตอนนี้ไม่เพียงอวี้เฟยที่ดีต่อจวิ้นจู่น้อยแห่งจวนหนิงชินอ๋อง แม้แต่อวิ๋นเซ่าหลันยังเข้ากันได้ดีกับชายาหนิงอ๋อง นี่หมายความว่าอย่างไร?
ไม่ว่าผู้อื่นจะคิดเช่นไร อย่างน้อยในสายตาของรัชทายาทสองสามีภรรยา หากว่าอวิ๋นเซ่าหลันตามเข้าไป ก็จะเป็การยืนยันความคาดเดาที่ว่าองค์ชายสี่และหนิงชินอ๋องรวมมือกันต่อกรกับองค์รัชทายาท
เมื่อเป็เช่นนี้ วันหน้าหนิงชินอ๋องสองสามีภรรยาผู้ที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงนี้ก็จะถูกขุนนางบุ๋นบู๊ไม่น้อยมองเป็ศัตรู
อวิ๋นเซ่าหลันมองหลิ่วหว่านหรงไปทีหนึ่ง เห็นแค่อีกฝ่ายมองนางพลางพยักหน้า “ท่านต้องเชื่อ นางเป็คนฉลาด ไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีทางช่วยเหลือหนิงชินอ๋องจัดการดูแลหานโจวได้หรอก”
สำหรับอดีตชายาหานอ๋องผู้นี้ เมื่อหลายปีก่อนนางก็เคยได้ยินท่านอาหลิ่วเซิงพูดถึงมาแล้ว ท่านผู้นี้เป็สตรีที่ฉลาดยิ่ง เมื่อเป็เช่นนี้ ความุทะลุที่นางแสดงออกในวันนี้ ต้องล้วนเป็การแสดงทั้งสิ้นอย่างแน่นอน
พระชายาคนหนึ่งที่ไร้เหตุผล และอิจฉาริษยาอย่างโง่งมยิ่งนั้น จะยิ่งทำให้คนวางใจเป็ที่สุด
ที่คนทั้งสองล้วนคิดไม่ถึงก็คือ ในตอนนี้เอง ตรงหัวเรือก็มีเสียงะโสายหนึ่งดังมาว่า “มาเร็วเข้า ชายาหนิงอ๋องผลักชายารัชทายาทตกน้ำแล้ว”
“ใครก็ได้ ช่วยด้วยเร็วเข้า”
เมื่ออวิ๋นเซ่าหลันและหลิ่วหว่านหรงเห็นเช่นนั้น จู่ๆ ในใจต่างก็แอบคิดว่าไม่ดีแล้ว ต้องติดกับชายารัชทายาทเข้าให้แล้วเป็แน่ เสียงะโของสาวใช้สองสามคนนี้ จักต้องทำให้คนไม่น้อยพากันคิดไปว่าเป็ชายาหนิงอ๋องที่คิดจะลงมือกับชายารัชทายาทแน่
คิดถึงตรงนี้ คนทั้งสองต่างก็มุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุ อวิ๋นเซ่าหลันเห็นคนสองคนที่กำลังตะเกียกตะกายไม่หยุดอยู่ในน้ำ นางไม่แม้แต่จะคิดะโลงไปเลย เพียงไม่นานนางก็ว่ายไปถึงข้างกายอวิ๋นซี กอดคนไว้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็บินพุ่งขึ้น ตามหลังมาเพียงไม่นาน มีเงาหลายร่างต่างก็พากันกระโดลงไป เป้าหมายของพวกเขาแน่นอนว่าเป็ชายารัชทายาท
อวิ๋นเซ่าหลันอุ้มอวิ๋นซีขึ้นมา จวินเหยียนที่ได้ข่าวแล้วก็รีบมา เขารีบรับภรรยามา แล้วยังถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนออกคลุมไปบนร่างอวิ๋นซี “อาซี อาซี เ้าเป็อะไรไป”
จวินเหยียนมองท่าทางน่าสงสารของนาง ในใจรู้สึกประหลาด แต่เพียงแค่ขบคิดกลับมาครู่เดียวก็เข้าใจแล้ว ว่าเ้าโง่งมผู้นี้กำลังเสแสร้งแสดงละครอยู่ เขารู้จักนางดี นางว่ายน้ำเป็ แค่ลงไปในน้ำ เ้าโง่งมผู้นี้ก็คงจะคล้ายกับปลาที่แหวกว่ายในน้ำอย่างรวดเร็วราวสายลม
ท่าทางของนางตอนนี้ ต้องกำลังคิดจะทำเื่ชั่วร้ายอยู่แน่นอน
เขาอุ้มคนขึ้นมา เตรียมจะไปจากที่นี่ กลับถูกรัชทายาทขวางไว้อย่างเหนือความคาดหมาย เขาสีหน้าเกรี้ยวกราดมองจวินเหยียนและอวิ๋นซีในอ้อมแขน ความโกรธเกรี้ยวและเคียดแค้นในดวงตาของรัชทายาท ช่างคล้ายกับสามีที่ภรรยาแอบไปมีคนอื่นลับหลัง แล้วถูกสามีจับได้คาหนังคาเขาก็ไม่ปาน
