เยว่เฟิงเกอไล่ตามทันก็ตอนที่ม่อหลิงหานกำลังจะก้าวออกจากประตูใหญ่ของจวนพอดิบพอดี
“ท่านอ๋องรอก่อนเพคะ หม่อมฉันขอติดตามเข้าวังด้วยเพคะ” เยว่เฟิงเกอรีบร้อนวิ่งมา เหงื่อกาฬหลั่งไหลเต็มศีรษะ
จวนอ๋องนี้ช่างกว้างใหญ่เกินไป นางได้ยินมาจากคนรับใช้ว่าท่านอ๋องกำลังเดินออกไปทางประตูใหญ่ จึงรีบร้อนตามมา ในที่สุดก็ไล่ตามม่อหลิงหานทัน
เดิมเยว่เฟิงเกอคิดจะใช้วิชาตัวเบาไล่ตามม่อหลิงหาน แต่เมื่อครู่เป็เพราะกินมากเกินไป ยามนี้หนังท้องจึงแน่นตึง ไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้เลย
ม่อหลิงหานหันศีรษะมาเห็นเยว่เฟิงเกอกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาทางตน สีหน้าเขาปรากฏแววห่วงกังวลขึ้นมาทันที
“ชายารักรีบร้อนวิ่งมาถึงเพียงนี้ทำอันใด ร่างกายเ้าหายดีแล้วหรือ? ” เขาพูดพลางดึงเยว่เฟิงเกอเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะใช้ชายเสื้อเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้
เยว่เฟิงเกออึ้งไปเพราะการกระทำนี้ กระนั้นก็ไม่ใช่แค่นาง แม้แต่ถานอี้และเฉียวเฟยเองก็ยังอึ้งไปเช่นกัน
ท่านอ๋องของพวกเขาใช้ชายเสื้อของตนซับเหงื่อให้พระชายา เช่นนั้นอาการรักความสะอาดขั้นสุดของเขาเล่า?
“เป็อะไรไป? ” ม่อหลิงหานเห็นเยว่เฟิงเกอมองมาด้วยสายตาอึ้งๆ โดยไม่รู้สึกสักนิดว่าตนทำอะไรผิดแปลกไป
เยว่เฟิงเกอหัวเราะแห้งๆ สองเสียง “แหะแหะ...ไม่มีอะไรๆ ”
“พวกเราไปกันเถอะ” ม่อหลิงหานโอบเอวเยว่เฟิงเกอเดินออกจากจวน
ตอนนี้รถม้าเตรียมไว้พร้อมแล้ว เมื่อพวกเขาขึ้นนั่ง รถม้าคันงามก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังวังหลวง
รถม้ามาถึงนอกวังหลวงอย่างรวดเร็ว จากนั้นม่อหลิงหานและเยว่เฟิงเกอก็เดินเข้าไปในวังหลวงด้วยกัน ในตอนนี้เองที่ม่อหลิงหานคิดจะไปเข้าเฝ้าฮองเฮาพร้อมนาง แต่กลับถูกนางคัดค้านเสียอย่างนั้น
“ท่านอ๋องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เถิดเพคะ เื่ของพระองค์สำคัญกว่า” ในเมื่อเื่ที่ฮองเฮาถูกพิษจะให้คนรู้มากไม่ได้ เช่นนั้นนางก็ไม่อาจแสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าม่อหลิงหานเองก็รู้เื่นี้ได้
อย่างไรเสีย ที่นี่ก็คือวังหลวง ไม่ใช่จวนอ๋อง
คนที่วางยาพิษย่อมมีหูตาอยู่ที่แน่
ดังนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร ล้วนต้องระมัดระวังให้มากขึ้น
ม่อหลิงหานเข้าใจความหมายของเยว่เฟิงเกอ เขาไม่ดื้อรั้นต่อไป มุ่งหน้าไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ตำหนักฉงหยาง ส่วนเยว่เฟิงเกอมีนางกำนัลนำทางไปตำหนักคุนิ
ตอนที่นางกำนัลรายงานต่อฮองเฮาว่าชายาจั้นอ๋องมาขอพบ ใบหน้าที่ยังเศร้าสร้อยอยู่ในคราแรกของฮองเฮาพลันมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นในทันที
เมื่อเยว่เฟิงเกอเข้ามาในตำหนักคุนิก็เห็นฮองเฮายังคงนอนอยู่บนเตียง ท่าทางเหมือนจะหนักหนากว่าก่อนหน้านี้มาก หรือบางทีอาจเพราะคืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง สีหน้าของพระนางถึงได้ยิ่งเ็ปกว่าก่อน
ฮองเฮาเห็นเยว่เฟิงเกอเข้ามา ริมฝีปากซีดขาวพยายามฝืนฉีกยิ้ม นางอยากจะสนทนากับอีกฝ่าย แต่พออ้าปากกลับรู้สึกคอแห้งเป็ผง
“ฮองเฮาอย่าเพิ่งตรัสสิ่งใดเลยเพคะ รักษาพระกำลังเอาไว้ก่อน” เยว่เฟิงเกอเห็นเช่นนั้นก็รีบร้อนห้ามไม่ให้ฮองเฮาเอ่ยวาจา จากนั้นจึงนั่งลงข้างกายฮองเฮา ช่วยจับชีพจรให้
ชีพจรของฮองเฮาในครั้งนี้สับสนวุ่นวายกว่าครั้งก่อนมาก ดูท่าอีกไม่นานคงจะกำเริบแล้ว ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่อาจรั้งรอต่อไปได้อีก ไม่เช่นนั้นก็เกรงว่าฮองเฮาอาจจะทนอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้
เยว่เฟิงเกอให้นางกำนัลหาสถานที่เงียบสงบให้ โดยที่แห่งนั้นจะต้องเป็สถานที่ที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปรบกวน
นางกำนัลมองฮองเฮา เห็นว่าผู้เป็นายพยักหน้าน้อยๆ แสดงออกว่าเห็นด้วย ก็รีบนำทางเยว่เฟิงเกอไปยังสวนแห่งหนึ่งที่ร้างผู้คน
แท้จริงแล้วสวนแห่งนี้เป็สถานที่ที่เมื่อก่อนฮองเฮาชอบมาบ่อยๆ ดังนั้น นอกจากฮองเฮาแล้วก็ไม่มีใครผ่านไปมา จึงค่อนข้างเงียบสงบ
เยว่เฟิงเกอพอใจยิ่งนัก นางพยักหน้าให้นางกำนัล และแสดงท่าทีบอกให้กระทั่งตัวอีกฝ่ายเองก็ไม่ต้องติดตามเข้ามา
นางกำนัลรับบัญชาล่าถอยออกไปทันที คนกลับไปรอรับใช้ฮองเฮาที่ตำหนักคุนิเช่นเดิม
เยว่เฟิงเกอเห็นว่ารอบด้านไม่มีใครแล้วจึงนำเตาหลอมที่แอบพกมาด้วยออกมา
โชคดีที่เตาชนิดนี้มีความพิเศษ ไม่เพียงสามารถปรับระดับไฟได้เอง ยังสามารถแยกชิ้นส่วนได้ด้วย จึงง่ายต่อการพกพาไปไหนมาไหนด้วย
นี่เองเป็เหตุผลสำคัญที่ตอนแรกเยว่เฟิงเกอยอมจ่ายด้วยสี่สิบมูลค่าการซื้อเพื่อให้ได้มัน
เพียงเพื่อจะแอบนำเตานี้เข้ามาในวังโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น เยว่เฟิงเกอต้องแยกชิ้นส่วนของมันออกเป็ชิ้นเล็กๆ แล้วซุกซ่อนมาในแขนเสื้อ
ตอนนี้นางหยิบเอาชิ้นส่วนของเตาหลอมออกมาแล้วรีบร้อนประกอบกลับไปเป็เหมือนเดิม จากนั้นจึงนำโทรศัพท์ที่แอบซ่อนไว้ออกมา นางเลื่อนหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอร้านขายสมุนไพร
โชคดีอีกครั้งที่สมุนไพรทั้งหลายที่ควรมีล้วนมีอยู่ในร้านนี้ทั้งสิ้น ซึ่งตอนนี้เยว่เฟิงเกอเองก็มีมูลค่าการซื้อมากพอ นางจึงสามารถซื้อหาสมุนไพรที่นาง้าได้
เยว่เฟิงเกอเลือกสมุนไพรอยู่ครู่หนึ่งก็กดสั่งซื้อ ฉับพลันนั้นมูลค่าการซื้อก็ถูกลดไปตามมูลค่าที่กดสั่ง
เพียงไม่นานสมุนไพรเ่าั้ก็มาปรากฏอยู่ข้างกายนาง
เยว่เฟิงเกอมองมูลค่าการซื้อในเถาเป่า หลังจากซื้อสมุนไพรเ่าั้ไปก็เหลือเพียงห้ามูลค่าการซื้อเท่านั้น ทำเอาหัวใจของเยว่เฟิงเกอเหมือนมีเืไหลซิบ
แต่เพื่อชีวิตของฮองเฮา นางไม่มีเวลามาสนใจอะไรให้มากแล้ว
เยว่เฟิงเกอปลอบตัวเองว่า “เงินทองนับพันหายไปยังหวนกลับมาได้ ใช้มูลค่าการซื้อไปจนหมดแล้ว ข้าก็ยังทำภารกิจเพื่อหากลับมาเพิ่มได้ ดังนั้น การช่วยชีวิตฮองเฮาถือว่าคุ้มค่าแล้วที่จะใช้มูลค่าการซื้อเหล่านี้”
ปากพึมพำ แต่มือก็หาได้หยุดไปด้วย
นางแบ่งสมุนไพรใส่เข้าเตาหลอมเป็สามชุด หลังจากจุดไฟ ก็ถอยออกไปไกล และเฝ้ารอดูยาถอนพิษที่จะหลอมออกมา
เพียงไม่นานควันเขียนก็พวยพุ่งออกมาจากเตาหลอม
โชคดีที่ควันเหล่านี้สลายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้นหากถูกคนที่มีใจคิดไม่ซื่อพบเห็นเข้า คงได้เอาเื่นี้ไปบอกคนที่วางยาเป็แน่
เพียงไม่นานเตาหลอมก็ส่งเสียงดังเป๊าะ เยว่เฟิงเกอรู้ ยามนี้ยาถอนพิษหลอมสำเร็จแล้ว
เยว่เฟิงเกอเทของเหลวสีเขียวจากเตาลงในขวดกระเบื้องเคลือบ เมื่อนางดับไฟเรียบร้อยแล้วก็แยกชิ้นส่วนเตาหลอมแบ่งใส่ในแขนเสื้อทั้งสองข้าง
ดีที่อาภรณ์ในยุคโบราณค่อนข้างใหญ่ ใหญ่พอจะใส่ของไว้ได้มากมาย ซึ่งคนที่นี่ก็ชอบใส่ของไว้ในแขนเสื้อ ดังนั้น การที่นางมีของห้อยอยู่ในแขนเสื้อก็ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกสงสัย
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่หลังตำหนักคุนิ เยว่เฟิงเกอรีบเดินกลับมาที่ตำหนักคุนิอย่างรวดเร็ว ก่อนจะให้นางกำนัลคนอื่นๆ ออกไปแล้วช่วยประคองฮองเฮาขึ้นมาด้วยตัวเอง จากนั้นป้อนของเหลวจากขวดกระเบื้องเข้าปากฮองเฮา
เมื่อของเหลวชนิดนั้นไหลเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อนและขมฝาดก็กระจายเต็มปากฮองเฮาทันที
ฮองเฮาขมวดคิ้วมุ่นจนเกือบจะยับย่นไปทั้งหน้า
เยว่เฟิงเกอส่งเสียงปลอบโยน “ถึงแม้ยานี้จะขมไปบ้าง แต่ก็ถือเป็ยาดีสำหรับถอนพิษให้ฮองเฮานะเพคะ”
ฮองเฮาได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเบาๆ ดื่มยาที่เหลืออยู่ในขวดกระเบื้องเคลือบลงไปจนหมด
ไม่รู้เพราะเหตุใดฮองเฮาถึงได้เชื่อใจเยว่เฟิงเกอถึงเพียงนี้ นางคิดอยู่ตลอดว่าอีกฝ่ายไม่มีทางทำร้ายนางแน่ จึงไม่แม้แต่จะถามอะไรก็กินของเหลวนั้นลงไปทันที
เยว่เฟิงเกอประคองฮองเฮาให้นอนลงแล้วตรวจชีพจรให้อีกครั้ง
ยาพิษที่ฮองเฮาดื่มเข้าไปทำปฏิกิริยาทันที เริ่มกำจายไปทั่วร่างของฮองเฮาอย่างรวดเร็ว
ฮองเฮารู้สึกถึงกระแสความร้อนสายหนึ่งที่แล่นไปตามเส้นเื นางหลับตาลงเพื่อรับรู้ถึงกระแสอุ่นร้อนที่ไหลวนไปทั่วร่าง
เพียงไม่นานกระแสอุ่นร้อนนี้ก็มาถึงหัวใจ ฮองเฮารู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นจนคล้ายจะะโออกมาก็ไม่ปาน
นางลืมตามองเยว่เฟิงเกอด้วยสีหน้าทรมาน
เยว่เฟิงเกอรีบหันกายไปหยิบภาชนะมา
ทันใดนั้นฮองเฮาก็ลุกขึ้นนั่งแล้วอาเจียนออกมาเป็เืสีดำ
ในภาชนะที่เยว่เฟิงเกอถือเต็มไปด้วยอาเจียนเืสีดำ
เยว่เฟิงเกอลูบหลังฮองเฮาเบาๆ ช่วยคนจัดระเบียบลมปราณ
หลังจากฮองเฮาเอนกายกลับลงไปบนเตียงอีกครั้งก็รู้สึกได้ว่าหัวใจตนกลับมาเต้นเป็ปกติแล้ว กระทั่งความรู้สึกร้อนสลับหนาวในร่างก็ค่อยๆ สลายไป
เยว่เฟิงเกอจับชีพจรให้ฮองเฮาอีกครั้ง ในที่สุดใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
“พิษในร่างของฮองเฮา จะถูกขจัดไปอย่างรวดเร็วเพคะ” เยว่เฟิงเกอยิ้มกล่าวกับฮองเฮา
ฮองเฮาเองก็รู้สึกว่าร่างกายค่อยๆ ดีขึ้นทีละน้อยแล้ว นางจับมือเยว่เฟิงเกอไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ขอบใจเ้ามากชายาจั้นอ๋อง หากไม่มีเ้า เกรงว่าตัวข้าคงต้องตายไปในคืนนี้แล้ว” แม้แต่ตัวฮองเฮาเองก็ยังรู้ว่าร่างกายของนางไม่ไหวแล้ว
หากคืนนี้นางต้องประสบกับอาการพิษไฟหนาวกำเริบอีกครั้ง เกรงว่านางคงต้องลาจากโลกใบนี้ไปจริงๆ แล้ว