“แล้วพ่อรู้ได้ไงว่าผมมีเพื่อนเป็ดารา” ฉัตรภพนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำเสียงเข้ม
“ฉันรู้ก็แล้วกัน ว่าแกกับยัยดารานั่นไปไหนต่อไหนมาบ้าง ตอนนี้ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่ถ้าแกเรียนจบเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะเป็อย่างที่เราตกลงกันไว้ แกไม่มีสิทธิ์ทำตัวเหลวไหลอะไรอีก ต้องกลับมาบริหารงานในบริษัทตามที่ฉัน้า”
“ผมไม่ลืม และผมคงไม่ปล่อย ให้บริษัทของพ่อไปเป็ของคนอื่น เพราะคนก่อตั้งบริษัทขึ้นมา ก็คือคุณแม่ ไม่ใช่คนอื่น” เทวทิณณ์ตอบกลับ
“แกคิดได้แบบนั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยอธิบาย เพราะฉันก็ไม่รู้นะ ว่าฉันจะกันสมบัติชิ้นนี้ไว้ให้แกได้อีกนานเท่าไหร่ เพราะความเก่ง และความสามารถของบรรพต ค่อย ๆ ทำให้ฉันใจอ่อนไปทีละนิด” เทวทิณณ์ปล่อยยิ้มอ่อนออกมา
“ลูกเมียใหม่พ่อ มันก็ดีแต่เอาหน้าเท่านั้นล่ะ จนป่านนี้พ่อยังไม่รู้ทันพวกนั้นอีกเหรอ”
“เอาหน้าหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่เขาก็ทำให้ฉันเห็นถึงความสามารถ และความตั้งใจที่จะนำพาบริษัทนี้ก้าวไปข้างหน้าได้ พอถึงตอนนั้นฉันไม่สนใจหรอกนะ ว่าใครคือลูกแท้หรือลูกเลี้ยง ขอเพียงแค่มีความสามารถนำพาให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้ ฉันก็จะยกทุกอย่างให้คนนั้น”
“ั้แ่เด็กจนโต พ่อยังเข้มงวดกับผมไม่พออีกเหรอ แค่ผมเป็เด็กไม่เอาไหนแค่สองปี ถึงกับจะยกทุกอย่างให้คนอื่น ก็ดูจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นะ แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงผมก็จะไม่ให้ธุรกิจที่แม่สร้างมากับมือ ต้องอยู่ในมือคนอื่น ตอนนี้ผมก็แค่ปล่อยให้มันได้ใจไปก่อนเท่านั้นเอง” ชายกลางคนได้ฟังจึงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งพร้อมกับความโล่งใจ
“นั่นมันก็อีกไม่นานแล้วนะ ที่แกจะต้องกลับมารับหน้าที่ แต่ทำไมแกยังเหลวไหลเพราะผู้หญิงอยู่อีก” เทวทิณณ์ชะงักนิ่งไป แล้วพูดตัดบท
“ถ้าผมทำหน้าที่ได้ดี เื่ส่วนตัวผมขอล่ะ พ่ออย่ายุ่งได้ไหม” ฉัตรภพได้ยินดังนั้น จึงถอนหายใจออกมา
“ดารานั่น สำคัญกับแกมากขนาดนี้เลยเหรอ”
“...” เทวทิณณ์นิ่งเงียบไม่ตอบโต้
ภายในห้องดนตรี พิมพ์มาดาค่อย ๆ เลื่อนสายตากลับมายังปุยนุ่น ดาราสาวที่เธอชื่นชอบ ก่อนจะถอนหายใจแล้วค่อย ๆ ก้าวเข้ามาอย่างคนรู้สึกผิด
“อย่าโกรธพี่ทิณณ์เลยนะคะ ที่เขาพูดไม่ดีกับพี่ปุยนุ่น อาจจะเพราะ....”
“ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก” ปุยนุ่นพูดสวนขึ้นมา ทั้งที่พิมพ์มาดายังพูดไม่ทันจบ สายตาของดาราคนสวย บึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเลื่อนมองใบหน้าหญิงสาว
“ฉันกับทิณณ์เราเป็เพื่อนกันมานาน ฉันย่อมรู้นิสัยของทิณณ์ดีกว่าเธอ” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้นจึงชะงักนิ่ง รู้ตัวว่าเป็ได้แค่ผู้หญิงไร้ศักดิ์ศรี ไม่อาจเทียบกับความสวยงามและบริสุทธิ์ของปุยนุ่นได้ ก่อนที่ดาราสาวจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“เธอไม่ต้องห่วงความรู้สึกของพี่หรอกนะ เป็ห่วงความรู้สึกตัวเองดีกว่า ว่านับจากนี้ไป เธอจะใช้ชีวิตยังไง ไลฟ์สดประจานเธอได้เผยแพร่ไปทั่วแล้ว เทวทิณณ์ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาทั่วไป เขามีหน้าที่อีกมากหลังเรียนจบ เขาเป็ความหวังของคุณฉัตรภพ เ้าของธุรกิจใหญ่โต เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาเป็ข่าว แล้วทำให้เขาเสียชื่อเสียง ถ้าข่าวนี้ล่วงรู้ไปถึงหูของพ่อเขา...คนที่จะเดือดร้อน ก็คือเธอ...” คำขู่ของปุยนุ่นทำให้หญิงสาวก้มหน้าลง อย่างคนรู้สึกผิด
“ทั้งเธอและเขา มีแต่เสียกับเสีย ฉันอยากเตือนเธอในฐานะที่ผ่านอะไรมามาก เห็นผู้หญิงของทิณณ์มานับไม่ถ้วน ไม่มีใครจบสวยเลยสักคน อย่างเธอก็เหมือนกัน ไม่ได้พิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตเขา การที่เขาโกรธขนาดนี้อย่าคิดว่าเขาทำเพื่อปกป้องเธอ แต่เขาทำเพื่อปกป้องตัวเอง เพราะไม่อยากเป็ข่าวให้ธุรกิจของครอบครัวเขามัวหมอง” พิมพ์มาดาค่อย ๆ เข้าใจทุกอย่างในทันที ก่อนจะพยายามปั้นหน้ายิ้ม แล้วสบตากับดาราสาว
“พิมพ์เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าเป็แบบนั้น หลังจากนี้ไปพี่ทิณณ์ก็คงปล่อยพิมพ์เป็อิสระ เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นของเขา แต่พี่นุ่นไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ ว่าพิมพ์จะเผชิญกับโลกความจริงไม่ได้ พิมพ์มั่นใจว่าพิมพ์จะผ่านทุกอย่างไปได้” พูดจบพิมพ์มาดาก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ปล่อยให้ปุยนุ่นยืนครุ่นคิดตามลำพัง ก่อนจะกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด
“พวกเธอหนีไปให้ไกล ตอนนี้ทิณณ์ให้คนของพ่อเขามาสืบแล้ว ฉันไม่คิดว่า...ทิณณ์เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้” ปุยนุ่นส่งไลน์หาดาหรันทันที ก่อนเสียงไลน์ของเธอจะดังกลับ
“อะไรจะขนาดนั้นวะ งี้พวกเราไม่พากันโดนข้อหาทำร้ายร่างกายเหรอ” ดาหรันส่งกลับมา พร้อมสติกเกอร์ใ
“ฉันจะหาทางลงให้พวกเธอเอง ทุ่มหนึ่งมารวมตัวกันที่เดิม” หลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบสนิท มีเพียงความคิดฟุ้งซ่านของปุยนุ่นที่ดังก้องอยู่ให้หัว เธอค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่ง แล้วทบทวนเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจยอมรับ
“จะไปไหน” เสียงของเทวทิณณ์เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง ทำให้พิมพ์มาดาที่เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องดนตรี ค่อย ๆ หันกลับมา แล้วฝืนส่งยิ้มให้เขาดังเดิม เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดในใจ
“พิมพ์จะไป...จะไป...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง
“ตอนนี้คนของคุณพ่อกำลังมา อย่าพึ่งไปไหน พี่จะจับคนที่ทำร้ายเธอมาให้ได้” สายตาของเทวทิณณ์อ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน พิมพ์มาดาเผลอไผลไปกับสายตานั้น แล้วได้สติกลับมา
“พี่ทิณณ์คะ พิมพ์รู้ว่าเงินสามแสนสำหรับค่าตัวของพิมพ์มันมากแค่ไหน แต่ตอนนี้พิมพ์กำลังเป็ปัญหาให้พี่ต้องเดือดร้อน พี่ทิณณ์ปล่อยพิมพ์ไปได้ไหม” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นเขารู้สึกเหมือนมีกองไฟใหญ่ ๆ มาทับอยู่กลางตัว เป็ครั้งแรกที่เขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่สบตาหญิงสาวแล้วนิ่งเงียบไป โดยที่พิมพ์มาดาไม่อาจเดาความคิดของเขาได้
