“ดีๆๆๆ เอาตามนี้ แต่อย่าลืมองค์หญิงเก้าของเอ่อถัวจะต้องส่งเข้าถวายตัวทันที ข้าอดที่จะได้เห็นใบหน้างดงามของนางเสียไม่ได้ ภาพวาดที่ส่งมาจากชายแดนทำข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วหวังจะได้เชยชมนางให้จงได้”
“ฝ่าาองค์หญิงเก้าซวี่หลินว่ากันว่ามีกิริยาสูงส่งดั่งเทพธิดา์ อีกทั้งคำพูดของนางล้วนหยั่งรู้อนาคต ฝ่าาแน่ใจหรือว่าจะรับองค์หญิงในตำแหน่งสนม ไม่อยากได้องค์หญิงไว้ในฐานะผู้วิเศษคอยทำนายทายทักเื่ต่างๆ ล่วงหน้าหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฉีก้านขมวดคิ้ว แต่ก็ยิ้มออกมาในที่สุด
“หือ เป็สนมข้าแล้วไม่อาจหยั่งรู้หรืออย่างไร ดีเสียอีกนางจะได้ไปไหนไม่รอด อยุ่ให้ใช้งานทั้งกลางวันกลางคืน5555”ขันทีประสานมืออมยิ้ม
“ฝ่าาทรงพระปรีชาจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
“ฮะฮะฮะฮ่าาาาา เอาน่าไม่ได้แย่เสียหน่อย ชีวิตท่านก็ได้เป็นายกอง และยังมีครอบครัวที่อบอุ่น”
ทหารนายหนึ่งที่ นั่งล้อมวงฟังมีมี่ทำนายอนาคตให้ ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงกองไฟลุกโชติ่ราวกับกำลังเล่นรอบกองไฟยามที่ไปพักแรมค่ายลูกเสือ
“ข้ายังเป็ทหารเหมือนเดิมใช่ไหม”มีมี่ถอนหายใจ
“ก็ใช่นะซี้ ไม่อยากเป็หรือความจริงอยู่ตรงนี้ก็ดีแต่หากว่าไม่ชอบ กลับไปที่บ้านแล้วจับจอบพรวนดิน บางทีชะตาอาจเปลี่ยน”
หมายความอย่างนั้นจริงๆ เพราะหากทำไร่ทำนาไม่ไหว ทางเลือกที่ดีก็คือการเป็ทหารหรือรับราชการ เพราะอย่างไรเสียก็ยังมั่นคงกว่าอาชีพอื่น พอแก่ก็อาจได้เลื่อนขั้นหากทำตัวดีหน่อยอาจได้เลื่อนขั้นทุกปีหากไม่คิดอะไรมากก็ยังมีเงินใช้ตลอดไปไม่ต้องลำบาก เ้าทหารคนนี้คงเบื่อชีวิตการเป็ทหารเสียเต็มประดา มีมี่เลยให้ลองไปพรวนดินบางอาจมีเวลาได้คิดว่าตัวเองจะเลือกอะไร
“ขอบคุณองค์หญิงมากๆ พ่ะย่ะค่ะ ข้ายังมีโอกาสเลือกใช่ไหมแล้วข้าจะรุ่งไหม”
“ดวงของเ้าตอนนนี้นับว่าดีไม่น้อย เพียงแค่ขยันอีกหน่อยรับรองว่าปังปุริเย่แน่นอน”
“ปังปุริเย่”
“ข้าหมายถึง์เห็นความตั้งใจจริงของท่าน์ก็จะส่งเสริมเองแหละน่าาาฮ่าาา”
“ระบบขอของขลัง”แบมืออก พลันหยกชิ้นงามก็ปรากฎซูเอ่อและทุกคนตรงหน้าที่กำลังรายล้อมต่างตกตะลึง
“อันนี่มอบให้เ้าไว้คอยเตือนใจว่าวรรค์ไม่ทอดทิ้งเ้าแน่ๆ”
ทหารผู้นั้นยกมือไหว้ประหลกประหลกยิ้มกว้างสดใส
ทหารที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังสะกิดเบาๆ เขาก็อยากให้มีมี่ทำนายอนาคตให้เช่นกัน อ๋องหรงเอามือกอดอกยืนพิงต้นไม้ อยู่ห่างๆ กองไฟที่มีมี่และเหล่าทหารล้อมวงกัน
“ซ่อนหยกได้แเีไม่เบาแต่จะว่าไปหยกเนื้อดีแบบนั้นทำไมตัดใจให้ผู้อื่นไปง่ายดาย”
“ใจเย็นได้ทุกคน ได้ทุกคนฮ่าาาาา เราจะเดินทางตั้งหลายวันพวกเ้าไม่กี่คนเอง นี่แค่คืนเดียวข้ายังดูให้ได้ตั้งสองคนแล้วน่า”
ขบวนเดินทางของอ๋องหรงนับว่าไม่ได้มีคนมากมายจนเป็กองคาราวานอะไรแค่เพียงไม่กี่สิบนายกับลู่เหวินและสาวใช้อย่างซูเอ่ออีกแค่คนเดียว
อ๋องหรงถอนหายใจยาว นางไม่ได้เป็อันตรายอะไรเสียหน่อยเงินทองก็ไม่ได้เรียกรับ แต่ต่อไปนี้ในทุกๆ คืนระหว่างเดินทางต่างหากเขาต้องมาคอยดูนางทำนายอนาคตคนอื่นเหมือนกับโดนกล่อมเกลาสักวันเขาจะต้องเห็นดีเห็นงามและเชื่อว่าสิ่งที่นางพูดน่าเชื่อถือ และเคยชินกับมัน
วังหลวง
“ท่านพ่อ ท่านอ๋องหรงกำลังจะเดินทางกลับจากด่านชายแดนลูกอยากจะไปรับท่านอ๋องด้วยตัวเองที่ประตูวัง”
หวังเสวียนอี้พูดขึ้นเบาๆ กับใต้เท้าหวังขุนนางกลมคลังผู้ยิ่งใหญ่
“ไม่งามๆเ้างดงามสูงส่งเช่นไรจึงไปเกลือกลั้วกับอ๋องไร้ศักดิ์เช่นอ๋องหรง ปีนี้อายุครบสิบแปดจะต้องถวายตัว เสวียนอี้เ้าคิดอะไรอยู่อ๋องหรงผู้นั้นไม่เอาถ่านอีกทั้งยังไม่มีลำดับขั้นในการนั่งบัลลังก์ด้วยซ้ำ”
ตำหนิเสียชุดใหญ่แต่ทว่าเสวียนอี้นางกลับก้มหน้านิ่ง
“เตรียมตัวถวายตัวจะดีกว่า อีกสามเดือนจะถึงเดือนเยว่ข้าตั้งใจส่งรายชื่อเ้าถวายตัว”
“แต่ ท่านพ่อท่านอ๋องหรงเป็ข้าที่เคยบอกท่านแล้วว่าหากไม่ใช่เขาข้าก็ไม่แต่งกับผู้ใด”
ใต้เท้าหวังส่ายหน้าไปมา
“ใฝ่ต่ำ อ๋องหรงถึงจะเป็อ๋องแต่ไร้สามารถ เ้าจะเอาชีวิตมาผูกไว้กับคนแบบนี้หรือ แม้กระทั่งไท่ซางหวงยังตรอมใจตายเพราะเขา เ้าอยากให้พ่อกระอักเืตายอีกคนหรือไร”
“ท่านพ่อท่านอ๋องไร้สามารถท่านพ่อก็ทำให้เขามีความสามารถสิเ้าค่ะท่านเองก็หาใช่คนที่ไม่มีอำนาจใดๆ ท่านพ่อเห็นหรือไม่ทุกวันนี้ฝ่าา มีความสามารถเื่ใดบ้างนอกจากเื่บนแท่นนอน อีกทั้งอ่อนปวกเปียกไม่องอาจเช่นอ๋องเฉวียน แม้แต่อ๋องหรงข้ายังว่าดีกว่าฝ่าาเป็ไหนๆ แล้วที่ผ่านมาเป็ท่านเองมิใช่หรือที่ถูกกดดันจนไม่อาจเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เงินในคลังหลวงได้ หากเปลี่ยนจากฝ่าาเป็คนที่ลูกหมายปองมิเท่ากับได้ผลประโยชน์สองต่อหรือไร”
“บังอาจเ้ากล้าพูดเื่แบบนี้ได้อย่างไรกันหากใครมาได้ยิน จะพาให้ตระกูลเราไร้แผ่นดินจะอยู่”
ส่งเสียงปรามลอดไรฟัน
“ท่านพ่อท่านคิดดูให้ดี อ๋องหรงไม่ได้มีเล่ห์กลใดอีกทั้งยังเชื่อใจได้มากกว่าฉีก้านฮ่องเต้”
ใต้เท้าหวังขมวดคิ้วขาวเข้าหากัน
กลางป่า
อ๋องหรงเดินเข้าไปในกระโจมพักที่ถูกสร้างขึ้นง่ายๆ ด้วยผ้าและไม้ไผ่ที่พอจะหาได้ละแวกนั้น ถอดชุดเกราะออกวาง เสื้อคลุมชั้นนอกเหลือเพียงชั้นในสีขาวบางเบา บรรจงถอดหน้ากากวางไว้ ไม่ได้จุดคบไฟในกระโจมเพราะดึกแล้วเขาเองก็ง่วงเต็มทนเดินไปที่แท่นนอนแสงสว่างจากคบไฟด้านนอกพอให้คลำทางไปที่แท่นนอน ลู่เหวินคงจัดแท่นนอนไว้อย่างดีแล้ววันนี้อากาศหนาวยิ่งนักลมข้างนอกก็แรง นั่งลงสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มหนา
