และแล้วงานเลี้ยงของจวนตระกูลฟงก็มาถึง แเื่มากมายหลายตระกูลต่างมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งในมือของทุกตระกูลจะมีกล่องของขวัญ เพื่อเป็การแสดงความจริงใจที่บางคนแอบแฝงเื่อื่น ๆ เพียงแค่สิ่งที่ผู้คนได้เห็นเป็เพียงหน้ากากเท่านั้น
ส่วนหยางเฟิ่งเซียนกับพี่ชายของตน ได้ชักชวนบิดาและมารดามายังจวนญาติผู้พี่ ก่อนจะถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงหนึ่งชั่วยาม เพื่อนำอุปกรณ์พิเศษที่จีจี้จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เข้าไปติดตามมุมต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีคนลงมือทำเื่ไม่ดีในวันนี้
ซูอันนำกล้องวงจรปิดขนาดเล็ก ใส่ไว้ในลังไม้จำนวนนับร้อยชิ้น และกำชับกับบุตรทั้งสองก่อนลงจากรถม้าอีกเล็กน้อย “หรงเอ๋อร์ เซียนเอ๋อร์ อย่าลืมสิ่งที่แม่เคยสอนพวกเ้าไว้ล่ะ หากมีคนคิดทำร้ายลูกในงานเลี้ยง...”
“ถ้าหากลูกถูกคนกลั้นแกล้งหรือลอบทำร้ายในงานเลี้ยง อย่าได้ตอบโต้กลับด้วยความรุนแรง จงทำตัวให้เป็คนที่น่าสงสาร จากนั้นค่อยเอาคืนอย่างสาสมใช่หรือไม่เ้าคะ” หยางเฟิ่งเซียนย่อมจดจำได้กับสิ่งที่มารดา้าบอกกับตน ยกเว้นหากถูกรังแกซึ่ง ๆ หน้าเท่านั้น นางถึงจะลงมือจัดการอย่างตรงไปตรงมาไม่มีละเว้น
“หึ ใช่ ในเมื่อพวกลูกจดจำได้ก็ดีแล้ว แม้จะเป็ที่โปรดปราณของเสด็จปู่ เสด็จย่า ก็อย่าได้หยิ่งผยองพองขนจนเกินไปนัก ยามใดควรใช้อำนาจยามใดควรใช้ฝีมือของตน จงคิดให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือทำสิ่งใด”
หยางซิวหรงเข้าใจคำเตือนของมารดา ั้แ่เล็กจนโตเขากับน้องสาวรวมถึงญาติผู้พี่ ถูกมารดาสั่งสอนอย่างเข้มงวดมาตลอด “ท่านแม่อย่าได้กังวลกับเื่นี้เลย ลูกกับน้องเล็กและญาติผู้พี่ล้วนจดจำได้ขึ้นใจ หากไม่จำเป็จริง ๆ พวกลูกจะใช้สติปัญญากับความสามารถของตน จัดการปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองขอรับ”
“ท่านแม่พาท่านพ่อเข้าไปพบท่านป้ากับท่านลุงเถิดเ้าค่ะ ส่วนที่เหลือลูกกับพี่ใหญ่จะช่วยกันจัดการให้เรียบร้อย และจะตามไปหาพวกท่านในบริเวณงานเลี้ยงทีหลังนะเ้าคะ” หยางเฟิ่งเซียนย่อมรับรู้ถึงความห่วงใยของมารดา แต่นางกำลังตื่นเต้นกับอุปกรณ์แปลก ๆ ที่เพิ่งได้รับมากกว่า
หยางไท่ิไม่ลืมเอ่ยเตือนอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้บุตรทั้งสองทำตามความตั้งใจ “อย่าลืมสนุกจนลืมเวลาล่ะเข้าใจหรือไม่ หลังจากจัดการทุกอย่างแล้วรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และเข้าไปคารวะผู้าุโด้วยนะ อาหรงดูแลน้องให้ดีอย่าได้คลาดสายตา”
“ลูกทราบแล้วขอรับท่านพ่อ”
สองพี่น้องยืนส่งบิดามารดาเดินเข้าจวน แล้วจึงหันมาสั่งผู้ติดตามของตนช่วยกันยกลังไม้ตามเข้าไปทีหลัง ซึ่งทั้งสองเดินลัดเลาะไปยังเรือนของญาติผู้พี่ฝาแฝด เพื่อบอกถึงแผนการเฝ้าระวังที่ต้องช่วยกันจัดการ
“หลี่เจินเ้ากับไป่เฉิงยกลังไม้ตามพวกข้าไปที่เรือนญาติผู้พี่ ส่วนจ้าวหยูพาคนที่เหลือไปตรวจรอบ ๆ งานอีกครั้ง” หยางซิวหรงสั่งผู้ติดตามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ขอรับคุณชาย”
ฟงเสวี่ยหลินเป็ผู้เห็นญาติผู้น้องที่เดินมายังเรือนของตน จึงได้เอ่ยทักทายและถามถึงสิ่งที่ผู้ติดตามกำลังยกอยู่ด้านหลัง
“อ้าว อาหรง เซียนเอ๋อร์ พวกเ้ามาถึงกันแล้วหรือ เช่นนั้นท่านน้าก็มาพร้อมกับพวกเ้าน่ะสิ แล้วนั่นให้คนยกลังไม้อันใดมาด้วยล่ะ?”
หยางเฟิ่งเซียนขอเป็คนตอบคำถามนี้แทนพี่ชาย “พี่เสวี่ยหลินในลังไม้นี้เป็สิ่งที่ท่านไม่เคยเห็นมาก่อน แต่มันสามารถช่วยให้พวกเรารู้ว่า มุมไหนของจวนที่เป็จุดลับสายตา ที่คนนิสัยไม่ดีอยากใช้เป็สถานที่ลงมือเ้าค่ะ”
“เซียนเอ๋อร์! อย่าบอกนะว่าเ้าสิ่งที่อยู่ในลังไม้นั้นได้มากจาก...”
“คิ ๆ ๆ ท่านเดาได้ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ”
ฟงเสวี่ยหลินรีบยกมือขึ้นปิดปากของตน ด้วยเกรงว่าจะส่งเสียงร้องออกไปจนบ่าวไพร่ใเอาได้ แม้ที่ผ่านมาเขากับน้องชายจะได้รับบางอย่างจากท่านน้า แต่มันก็ยังสร้างประหลาดใจให้กับตนได้ทุกครั้ง
แต่ก่อนจะได้พูดสิ่งใดกับญาติผู้น้อง ฟงเหยาเหวินก็ออกจากเรือนอีกฝั่งมาเสียก่อน ซึ่งฟงเสวี่หลินชิงบอกน้องชายเกี่ยวกับลังไม้ เพื่อมิให้เขาต้องถามอีกครั้ง และท่าทางของฟงเหยาเหวินก็ไม่ต่างอันใดกับพี่ชายนัก
“อาหรง เซียนเอ๋อร์ ท่านน้าจะเก่งกาจเกินไปแล้วกระมัง”
“นั่นมันแน่อยู่แล้วเ้าค่ะ แต่ตอนนี้พวกเราควรช่วยกันนำสิ่งที่อยู่ในลังไม้ แบ่งกันไปติดตามจุดต่าง ๆ โดยเร็วดีกว่า ถ้ามีแขกมาจะเป็ที่น่าสงสัยเอาได้นะเ้าคะ” หยางหยางเฟิ่งเซียนยืดอกรับคำชมที่ญาติผู้พี่มีต่อมารดาอย่างเต็มใจ
หยางซิวหรงพยักหน้าอันเคร่งขรึมเมื่อน้องสาวกล่าวเช่นนี้ เขาจึงแบ่งฝั่งว่าใครควรไปกับใคร “ใช่แล้วพี่เสวี่ยหลิน พวกเราแยกเป็สองกลุ่มท่านมากับข้า ส่วนพี่เหยาเหวินไปกับเซียนเอ๋อร์ หลังจากจัดการเสร็จค่อยกลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงเวลานั้นงานเลี้ยงคงเริ่มพอดีขอรับ”
“อืม เช่นนั้นพวกเรารีบลงมือเถิด ข้าเกรงว่าจะมีคนเป็นกสองหัวอยู่ในจวน” ฟงเสวี่ยหลินแค่เกริ่นถึงเื่ที่องครักษ์ของตน นำข้อมูลบางอย่างมารายงานเมื่อวันก่อน
ภายหลังได้ข้อสรุปทั้งสี่คนจึงแบ่งอุปกรณ์ในลังไม้ และแยกย้ายไปติดตามจุดที่คิดว่าเหมาะสม หยางซิวหรงกับหยางเฟิ่งเซียนได้ยินเสียงจีจี้ ที่คอยแนะนำว่าควรติดกล้องไว้จุดใดบ้าง จากการเฝ้าอยู่หน้าจอในมิติซึ่งก่อนหน้านี้ จีจี้ได้ส่งโดรนรุ่นใหม่ล่าสุดไปบินสำรวจไว้แล้ว
เพราะเป็งานที่ไม่ยุ่งยากทั้งสี่คนจึงจัดการได้รวดเร็ว และกลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างสบายใจ ก่อนจะพากันไปยังโถงรับรองของเรือนหน้า ซึ่งยามนี้แขกมาร่วมงานเลี้ยงทยอยมาถึงกันแล้ว นอกจากนี้ยังมีองค์หญิงใหญ่ที่มากับพระสวามี การจัดโต๊ะที่นั่งจึงต้องแบ่งแยกอย่างชัดเจน
เสียงพิณดีดกังวานผสมเสียงเครื่องสายหวานหู กลิ่นกำยานจันทน์หอมละมุนลอยฟุ้งทั่วเรือนรับรองของตระกูลฟง และที่นี่ยังประดับประดาไปด้วยโคมผ้าหลากสี เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วจากเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ ดังกระซิบกระซาบอย่างสนุกสนานอยู่อีกมุมหนึ่งของเรือนแห่งนี้ ทำให้บรรดาฮูหยินทั้งหลายต่างยิ้มหน้าบานไปตาม ๆ กัน
หยางเฟิ่งเซียนนั่งร่วมโต๊ะกับท่านหญิงฉิง ธิดาเพียงคนเดียวจากจวนท่านอ๋องฉิงเว่ยฉี นางสวมชุดผ้าไหมพื้นสีขาวอมเขียวอ่อน ปักลวดลายเป็ดอกป่ายเหอสีขาว ไล่จากอกลงไปถึงชายกระโปรงและปลายแขนเสื้อ ผมยาวถักรวบสูงด้วยปิ่นเงินที่ได้จากมารดา ดวงหน้าได้รูปของนางขาวกระจ่างยิ่งกว่าจันทร์เพ็ญ
สายตาหญิงสาวหลายคนมองนางด้วยความริษยา ยิ่งเมื่อเห็นบุตรชายขุนนางที่มาร่วมงานแอบเหลียวแลมิละสายตา ยิ่งเพิ่มความริษยาภายในใจให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่พวกนางก็ทำได้แค่ริษยาไม่อาจทำอันใดได้มากกว่านี้
แต่มิใช่กับเซิ่งฟางเอินและหลีเยียนหราน ซึ่งแสดงความเกลียดชังผ่านดวงตาของพวกนางอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลีเยียนหรานที่ไฟริษยากำลังสุมอก เมื่อเห็นว่าฟงเหยาเหวินเอาอกเอาใจหยางเฟิ่งเซียนเพียงใด
“ฮึ่ย ดูนางสิมือไม้ตนเองก็มีไม่ทำเอง กลับใช้ให้คุณชายเล็กฟงคอยคีบอาหารให้นาง ช่างไร้ยางอายสิ้นดีเ้าว่าหรือไม่ฟางเอิน”
ส่วนเมิ่งฟางเอินที่มองหยางเฟิ่งเซียนด้วยความเกลียดชัง มือบางจับถ้วยชาไว้แน่นเพื่อระบายความโกรธเกลียด “หึ วันนี้ข้าจะให้นางอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ดู เยียนหรานเ้าให้คนไปตามสาวใช้นางนั้นมาพบข้าได้แล้ว ถึงเวลาที่คุณหนูผู้เลอโฉมจากตระกูลหยาง จะถูกผู้คนนินทางไปทั่วทุกตรอกในเมืองหลวงแล้ว”
“อืม เสี่ยวขุยเ้ารีบไปตามสาวใช้ผู้นั้นมาเร็วเข้า ยามนี้แเื่ในงานยังอยู่กันจำนวนมาก พวกเขาจะได้ช่วยเป็พยานให้กับความอัปยศของหยางเฟิ่งเซียน”
“เ้าค่ะ บ่าวจะไปตามนางมาเดี๋ยวนี้”
ทุกคำพูดหรือแม้แต่ท่าทางของสตรีทั้งสอง ที่นั่งอยู่ด้วยกันเพียงลำพังในศาลากลางน้ำ ผู้ช่วยอันดับหนึ่งของซูอันล้วนได้ยินอย่างชัดเจน จึงเริ่มปฏิบัติการรายงานสถานการณ์กับซูอัน รวมถึงบุตรทั้งสองของเ้านายอย่างทันท่วงที
[นายหญิง คุณชายใหญ่ คุณหนู จีจี้ทราบตำแหน่งผู้ต้องสงสัย ที่คิดทำร้ายคุณหนูในงานเลี้ยงได้แล้วเ้าค่ะ]
หลังจากได้รับสัญญาณจากจีจี้ ทั้งซูอันและบุตรทั้งสองจึงปลีกตัวออกมาให้ห่างผู้คน เพื่อสอบถามรายละเอียดของเื่ราวดังกล่าว เพราะอยากรู้ว่าใครกันที่คิดทำเื่ชั่วช้าในจวนผู้อื่นเช่นนี้
‘อยู่ที่ใด? /นางคือใคร? /นางคิดจะทำสิ่งใด?’
[พวกนางสองคนเป็สหายกัน คนหนึ่งชื่อฟางเอินส่วนอีกคนชื่อเยียนหราน พวกนางได้ซื้อตัวสาวใช้ในจวนไว้ เพื่อทำบางอย่างให้คุณหนูต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะอิจฉาริษยาความงามของคุณหนู รวมถึงสิ่งที่คุณชายฟงทั้งสองคอยดูแลท่านอย่างดี ทำให้พวกนางสองคนอยากทำร้ายท่านเ้าค่ะ]
‘หนอยยย ที่แท้ก็เป็พวกนางสองคนนี่เอง ทุกทีก็เสแสร้งเป็สตรีอ่อนหวานไร้เดียงสาต่อหน้าผู้คนไปทั่ว แต่ภายในจิตใจกลับซ่อนความคิดชั่วร้ายไว้จนทนไม่ไหวแล้วกระมัง’
‘หึ พวกนางช่างกล้าคิดทำร้ายน้องสาวของข้าเชียวรึ ความอัปยศที่คิดจะมอบให้น้องสาวข้าไม่มีทางให้เกิดขึ้นแน่’
‘จีจี้เ้ารอฟังพวกนางอีกสักหน่อย ว่านาง้าให้สาวใช้ผู้นั้นทำสิ่งใดกับบุตรสาวของข้า แล้วรีบรายงานกลับมาโดยเร็ว’
[รับทราบเ้าค่ะนายหญิง]
สามคนแม่ลูกยังคงไม่กลับเข้าไปร่วมโต๊ะ ด้วย้าฟังข่าวจากจีจี้ว่าแผนการของเมิ่งฟางเอินคืออะไรกันแน่ จะมีเพียงสองพี่น้องตระกูลฟงที่เอ่ยขอตัวเดินออกมาสมทบกับญาติผู้น้อง แต่พวกเขากลับได้รับสัญญาณว่าให้รออยู่เงียบ ๆ อย่าเพิ่งพูดสิ่งใด
