ดุลยาหันมาแย้มยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อลันหัวเราะชอบใจ ผู้หญิงแบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย เขาเองก็ไม่ได้สนใจคู่มวยที่เดิมพันไว้ แต่ราวกับโชคชะตาของตัวเองถึงได้ดีกับเื่แบบนี้เสียจริง ขนาดว่าพนันเมาซั่วแต่กลับชนะได้กำไรอีกต่างหาก แถมติดกันถึงสามคู่
“ไปเถอะ” เขาแตะข้อศอกให้เธอลุกขึ้น
“ค่ะ”
ดุลยาทำตามเขาบอกอย่างว่าง่ายไม่ได้ถามอะไรทั้งนั้น เขาจับข้อมือเธอให้เดินออกมาพร้อมกัน แต่พอทั้งสองเดินออกมาถึงลานจอดรถ มีนักเลงสองสามตามมาประกบ หญิงสาวยอมรับว่ากลัว แต่เห็นผู้ชายที่จับข้อมืออยู่นั้นไม่แสดงท่าทีทุกข์ร้อนอะไร กลับทำให้เธอสงบใจลงไปได้
“เล่นได้แล้วรีบไปเลยหรือครับคุณพี่” ถามแบบสุภาพแต่น้ำเสียงยียวนกวนประสาทนัก
“แล้วจะอยู่ทำอะไรล่ะ” อลันยิ้มกลับอย่างไม่คิดว่านี่จะชวนให้อีกฝ่ายหัวเสียหนักกว่าเดิม
“ถ้างั้น คุณพี่จะกลับไปกับพวกผมดีๆใช่ไหมครับ”
“ไม่ล่ะ เดิมพันน้อย เสียเวลาเล่น ไปหาบ่อนใหญ่ลงทุนดีกว่า”
อลันโอบไหล่ร่างบางทำท่าจะเปิดประตูรถ แต่นักเลงคนหนึ่งยื่นมือมากระชากเอากุญแจรถไปก่อน รวดเร็วจนดุลยาไม่ทันรู้ตัว อลันใช้ศอกกระแทกคนที่เข้ามาอย่างแรงและเร็วจนมันผงะหงายหลังไป คนที่จะเข้ามาถึงกับชะงัก อลันเพียงแต่ตวัดสายตาคมกริบจ้องมองทำให้อีกสองหวาดกลัวขึ้นมา
“เฮ้ยๆ เสี่ยบอกให้มาเชิญดีๆ “ ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วยิ้มราวกับเื่ปกติ
“ขอโทษนะครับ เด็กมันไม่ค่อยมีมารยาทสักเท่าไหร่ ต้องขอโทษแทนเด็กๆอีกครั้ง พอดีเห็นพี่เล่นคู่เล็กๆ เลยอยากเชิญพี่ไปลองคู่ใหญ่น่าสนุกกว่า”
“แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย” อลันกระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วหันมาทางดุลยา “ยังไม่ง่วงใช่ไหม”
หญิงสาวจ้องตาเขา ไม่รู้ว่าเขา้าคำตอบแบบไหน จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ แล้วฉีกยิ้มเอาใจ
“แล้วแต่คุณซิคะ”
“ก็ได้ ไปดูสักหน่อยว่าคุ้มค่าให้ลงทุนไหม”
เขามีคำตอบอยู่แล้วจะมาถามเธอทำไมกัน หญิงสาวได้แต่เดินตามเขาอย่างไม่มีปากมีเสียง แต่ลึกๆแล้วเชี่อใจว่าเขาจะดูแลเธอได้ ถึงจะเพิ่งรู้จักกัน แต่เขาช่วยเหลือเธอมาถึงตอนนี้แล้ว
อลันโอบไหล่ดุลยาแสดงท่าทีสนิทสนม ส่วนหนึ่งเพื่อให้เธอสบายใจ ลูกน้องที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าพาเดินมาทางตรอกแคบๆ แล้วโผล่เข้ามาในห้องรับรอง แอร์เย็นฉ่ำ ดุลยาสังเกตเห็นผู้ชายวัยกลางคนนั่งอยู่ตรงกลางโซฟา มีสาวสวยหน้าอกใหญ่ในชุดรัดรูปนั่งขนาบข้าง สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เธอกลั้นหัวเราะเพราะดันไปนึกถึงฉากในหนังมาเฟียฮ่องกงยังไงไม่รู้
อาการกลั้นหัวเราะของเธอทำให้อลันเหลือบตามองอย่างแปลกใจ เธอควรจะทำท่าหวาดกลัวแต่กลับกลั้นหัวเราะจนไหล่ะเื พอรู้ว่าเขามองอยู่เธอก็ทำเป็เชิดหน้าขึ้นไม่แสดงอาการอะไร แต่ก็ช้าไปแล้ว อลันส่ายหน้าไปมา ดุลยาแอบเบ้ปากนิดๆ คงอยากได้แบบนั้นละซิ แบบในหนังในละคร พวกมาเฟียชอบมีสาวๆ มาขนาบข้าง ถึงได้อยากให้เธอแต่งตัวแบบเซ็กซี่มาด้วยกัน
“เชิญนั่งครับ”
อลันพยักหน้าให้ดุลยานั่งลงข้างเขา หญิงสาวนั่งตัวตรงแย้มยิ้มอย่างปกติ ราวกับไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในรังโจรเข้าให้แล้ว แต่ไม่รู้แบบนิ้อาจจะดีกว่าก็เป็ได้ เขาไม่ชอบผู้หญิงร้องกรี๊ดๆ อยู่แล้ว เมื่อทั้งสองนั่งเรียบร้อยแล้ว เสี่ยสมนึกก็ยิ้มออกมา
“เห็นว่าเด็กไร้มารยาทไปหน่อย ยังไงก็อย่าถือสาหาความกับเด็กมันเลยนะครับ ผมควรเรียกคุณว่าอะไรดี”
“อลัน”
เขาพูดห้วนๆ แต่เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ แต่กระนั้นสายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ประเมินจำนวนคนที่ในห้อง และเดาได้ไม่ยากว่าคนไหนบ้างที่พกอาวุธ เพราะดูแล้วว่ามีลูกน้องปลายแถวอยู่ด้วย เสี่ยสมนึกที่ขี้เหนียวคงไม่แจกปืนให้ลูกน้องทุกคน
“อลัน? คงไม่ใช่ อลัน หยาง ใช่ไหม”
อลันยิ้มกว้าง แต่เป็รอยยิ้มที่ทำให้อีกฝ่ายขนลุกได้
“เอ่อ... เื่นั้นผมไม่รู้เื่อะไรด้วยจริงๆ”
“เหรอ” เขาลากเสียงยาว “แต่ทำไมผมกลับรู้เื่ของคุณล่ะ ทั้งเื่ฟอกเงิน และปืนเถือน ยังไม่นับเื่ส่งคนไปฮ่องกงอีกนะ”
“คุณอลันครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าใครลอบทำร้ายคุณ”
อลันตบโต๊ะดังโครม เล่นเอาหญิงสองคนที่นั่งขนาบข้างเสี่ยสมนึกถึงกับร้องกรี๊ดออกมา แต่ดุลยายังนั่งนิ่งราวกับดูละครฉากหนึ่งด้วยความสนุกสนานและใจเย็น
“รู้ว่าผมถูกลอบทำร้าย แต่ยังใช้ชีวิตสุขสบายอย่างนั้นเรอะ!”
“ผมขอโทษครับคุณอลัน”
เขาทำธุรกิจมืดมาหลายสิบปี รู้ดีว่าคนอย่าง อลัน หยาง เป็คนที่แตะต้องไม่ได้ ทว่าเขาก็แทบจะไม่เคยได้เห็นหน้า ‘นายใหญ่’ เท่าไหร่นัก ลึกๆ แล้วเขาแอบดีใจที่ทางฮ่องกงมีปัญหาขัดแข้งขัดขากันเอง เพราะเขาจะได้ไม่ต้องส่งส่วยหรือส่วนแบ่งให้
“ถ้ายังกินดีอยู่ดีแบบนี้ แสดงว่ายังส่งส่วยให้ทางฮ่องกงอยู่เหมือนเดิมใช่ไหม “
คราวนี้เสี่ยสมนึกสะอึกขึ้นมา อาการตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัดนี้ทำให้อลันเดาได้ไม่ยาก
“ตอนนี้ใครคุม”
“คุณหวังเฟิงครับ”
“หวังเฟิง?”
อลันทวนคำแล้วผิวปากก่อนจะลุกขึ้นยืน ดุลยาลุกตามทันที เขาเดินออกมาได้สามก้าวก็หันหลังไปชี้หน้าเสี่ยสมนึก
“เื่ที่ผมมานี่ คงไม่คิดจะบอกใครใช่ไหม”
“ครับๆ ผมจะไม่ปริปากพูดกับใครทั้งนั้น” เสี่ยสมนึกลนลาน
“ดี!”
อลันก้าวเร็วๆ ออกมา ดุลยาก็เดินตามแต่ไม่รีบร้อนนัก จนเมื่อเขาเดินไปหยุดที่รถ เธอก็ยื่นมือไปข้างหน้าเขา
“อะไร!” ถามเหมือนจะตวาด
“กุญแจรถ” เธอยักไหล่ “ฉันขับรถกลับเอง คุณกำลังโมโหแบบนี้ ฉันไม่ไว้ใจ”
อารมณ์ที่เดือดพล่านเมื่อครู่กลับเย็นลง เขายื่นกุญแจให้อีกฝ่าย เธอยักไหล่แล้วเดินไปที่ฝั่งคนขับ แต่เขายังยืนอยู่ก็ส่งยิ้มให้
“ฉันคงไม่ต้องเปิดประตูรถให้คุณหรอกใช่ไหม”
อลันยิ้มออกมาได้ ขนาดนี้แล้วเธอยังดูอารมณ์ดีอีก ไม่ถามและไม่ใ และยังรู้ว่าเขาอามรณ์ร้อนก็ใจเย็นกับเขา บางทีการเสียเงินสองแสนซื้อตัวเธอมาก็เป็เื่ดีไม่น้อย
ดุลยารู้สึกคุ้นชินกับการอยู่กับอลันมากขึ้น ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแถมเป็การรู้จักในสถานการณ์ไม่ปกติ เขาไม่ได้ห้ามหรือคุมเธออย่างที่ตัวเองเคยคิดไว้ จะว่าไปก็อยู่สบายกว่าอยู่บ้านตัวเองด้วยซ้ำ เพราะที่นี่เธอยังได้กินอิ่มนอนหลับ
แรกๆก็หลับอย่างกังวลแค่พอสามสี่วันผ่านไป เธอก็หลับเป็ปกติ คงจะมีเพียงแต่ผู้ชายคนนั้นที่หลับไปทีไหร่ก็ต้องได้ยินเสียงละเมอเกือบทุกครั้ง ดูจากที่เขาพบเธอและประมูลตัวเธอมา และพาเธอไปสนามมวยวันนั้นแล้ว เขาคงไม่ใช่คนดีเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อย เขาไม่ทำร้ายเธอ ดูพ่อแท้ ๆกับแม่เลี้ยงของเธอซิ ลูกสาวหายไปก็ดูจะไม่กังวลอะไรเลย ลึกๆแล้วเธอก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แม่เลี้ยงคนดีของพ่อจะมีส่วนรู้เื่นี้ด้วยหรือเปล่า เพราะคนที่สนับสนุนให้เธอออกจากบ้านไปต่างจังหวัดก็เป็แม่เลี้ยงนั้นแหละ
ดุลยาตื่นเช้าด้วยความเคยชิน พอเดินผ่านห้องนอนของเขาได้ยินเสียงครางเ็ปอีกแล้ว ลองเอามือแตะลูกบิดประตูก็รู้ว่าไม่ได้ล็อกห้องนอน เธอขมวดคิ้วแล้วอดคิดไม่ได้ว่า คนระแวดระวังอย่างเขาทำไมนอนไม่ล็อกประตูนะ แต่เมื่อได้ยินเสียงละเมอเ็ปแล้วก็อดเป็กังวลไม่ได้ เธอได้ยินมาหลายครั้งแล้ว เอาเถอะ! ลองเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน
หญิงสาวผลักบานประตูเข้าไปอย่างเงียบเฉียบ มองเห็นร่างของเขานอนคว่ำอยู่บนเตียงนอน เขานอนเปลือยท่อนบนทำให้เห็นรอยแผลได้ชัด สองสามวันมานี่ดุลยาคอยดูแลเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ เธอเดินมาดูใกล้ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ แถมยังนอนกัดฟันอีกต่างหาก
ฝันร้าย? ฝันร้ายต้องเรียกให้รู้สึกตัว
