“ถ้าเธอไม่อยากเป็เพื่อนฉันแล้ว ก็ไม่เป็ไรนะดาว ฉันเข้าใจว่าไม่มีใครอยากเป็เพื่อนกับคนไร้ศักดิ์ศรี หน้าเงินแบบฉันหรอก ตอนนี้ดูสายตาของทุกคนที่มองมายังฉันสิ” พิมพ์มาดาเงยหน้ามองไปยังนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา มองเธอด้วยสายตาประหลาด
“ตอนนี้ฉันถูกตราหน้าจากทุกคนหมดแล้ว ถ้าเธอยังยืนข้างฉัน เธอก็จะเดือดร้อนไปด้วย” พิมพ์มาดาส่งยิ้มให้กับเพื่อนรักอย่างเข้าใจพร้อมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วเดินจากเพื่อนรักออกมาด้วยความเ็ป
เธอต้องอดทนกับสายตาของทุกคนที่มองมา บ้างมองเธอั้แ่ศีรษะจรดเท้า บ้างเดินเลี่ยงหลบเธอเพราะไม่อยากเข้าใกล้ บ้างก็ชักสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนภาพของบิดาและมารดาจะทำให้หญิงสาวกำมือแน่น จำต้องใช้ความอดทนเพื่อให้ผ่านเื่ราวเลวร้ายนี้ไปให้ได้
“ผู้หญิงคนนั้นที่ขายตัวให้พี่ทิณณ์สามแสนไง” เสียงกระซิบดังลอดมาจากด้านหลัง ทว่าพิมพ์มาดาทำปล่อยผ่าน แล้วพยายามก้าวเท้าเดินห่างออกมา
“ผู้หญิงหน้าเงินมาแล้ว”
“นั่นใช่ผู้หญิงที่แอบกินกับพี่ทิณณ์เพราะเงินสามแสนไหมอะ”
“นางขายแพงนะ สามแสนเชียว”
คำดูถูกสารพัดจากคนแปลกหน้า ตามทำร้ายเธอ ทุก่เวลาที่ก้าวเดิน ไม่ว่าเธอจะหลบไปทางไหน ก็ไม่อาจพ้นจากสายตาและคำดูถูกเ่าั้ พิมพ์มาดาจำใจหลับตาลง แล้วเดินหลบไปยังห้องดนตรีอันเงียบสงบดังเดิม
หลังจากประตูบานใหญ่ถูกปิด น้ำตามากมายที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินออกมา เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งกับพื้น คู้เข่าเข้าหากายแล้วก้มหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกเ็ป ไม่คิดว่าชีวิตจะเดินมาถึงจุดที่ทุกคนตราหน้าว่าเป็ผู้หญิงหน้าเงิน ซึ่งฉายานี้เป็จริงทุกประการไม่อาจมีข้อหักล้างได้ ในเมื่อเธอยอมเป็ของเขาเพื่อเงินสามแสนจริง มือบางค่อย ๆ กำกระโปรงแน่น พร้อมกับร่างบางสั่นไหวเป็จังหวะ เมื่อปล่อยน้ำตามากมายออกมาเพื่อระบายความทุกข์ใจ
พิมพ์มาดาใช้เวลาอยู่ในห้องนั้น เพื่อหลบจากโลกภายนอกที่โหดร้าย ยังก้มหน้าและคู้เข่าร้องไห้ออกมาตลอดเวลา แม้พยายามเข้มแข็งแล้ว แต่เธอที่ถูกเลี้ยงอย่างถนอมมาตลอดั้แ่เล็กจนโต ยังไม่แกร่งพอที่จะเผชิญความโหดร้ายเช่นนี้ได้ ก่อนเสียงเปิดประตูห้องดนตรีจะดังขึ้น พิมพ์มาดาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนพร้อมกับใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“พี่ทิณณ์” เสียงเรียกบางเบาเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นร่างสูงเดินตรงมา หยุดมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
“มาหลบอยู่ที่นี่เอง รู้ไหมว่าพี่รอเธอเกือบชั่วโมง” หญิงสาวก้มมองนาฬิกาที่บอกเวลาหกโมงเย็น เธอลืมไปเสียสนิทว่านัดกับเขาไว้ ก่อนจะปาดน้ำตาแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“ขอโทษค่ะ”
“ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว” เขาเลื่อนมือมาเช็ดน้ำตาให้เธอซ้ำอีกครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะทำท่าเบี่ยงหน้าหนี
“เป็อะไร” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจดึงมือร่างเล็กออกมาจากห้องดนตรี สองเท้าเล็กก้าวตามแรงไปโดยไม่ขัดขืน เธอรู้ตัวว่าเป็คนน่ารังเกียจแค่ไหน จึงพยายามดึงมือออกจากเทวทิณณ์ ก่อนที่เขาจะหยุดเดินแล้วหันกลับมาทำหน้าขรึม
“ทำไม พี่จับตัวเธอไม่ได้แล้วใช่ไหม”
“พิมพ์...” พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองเขา ด้วยความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้น ก่อนที่เทวทิณณ์จะกัดกามแน่นแล้วตัดสินใจจูงมือเธอขึ้นรถไป ท่ามกลางสายตาของปุยนุ่น ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ
ระหว่างที่รถของเทวทิณณ์แล่นกลับคอนโดฯ พิมพ์มาดารวบรวมความกล้า แล้วเอ่ยตัดขาดกับเขา ด้วยเสียงสั่นเครือ
“พี่ทิณณ์คะ เรายุติความสัมพันธ์กันเท่านี้เถอะนะคะ” เสียงเหยียบเบรกของเทวทิณณ์ดังขึ้น ก่อนที่เสียงแตรรถจากข้างหลังจะดังไล่ ก่อนที่หญิงสาวจะเบิกตากว้างด้วยความใ เธอหันมองไปยังรถด้านหลัง แล้วหันกลับมายังชายหนุ่ม
“พี่ทิณณ์จอดรถทำไมคะ”
“เธอพูดกับพี่ว่าอะไรนะ” เทวทิณณ์ไม่มีท่าทีสนใจสิ่งใด นอกจากคำพูดของเธอเมื่อครู่ พร้อมกับเสียงแตรด้านหลังยังคงดังสนั่นอยู่
“พี่ทิณณ์ออกรถก่อนเถอะค่ะ นะคะ”
“พี่ถาม ว่าเธอพูดอะไรออกมา” เขากัดฟันถาม โดยไม่สนใจท่าทีลนลานของหญิงสาว ทว่าเมื่อรถเริ่มติดหนักขึ้น เขารำคาญที่จะฟังเสียงแตร จึงตัดสินใจเบี่ยงรถเข้าจอดเทียบริมถนน พลันหันมายังพิมพ์มาดาด้วยสายตาสั่นไหว
“ตอนนี้ใคร ๆ ต่างก็มองพิมพ์เป็ผู้หญิงหน้าเงินไปหมดแล้ว แม้กระทั่งแววดาวเองก็ยังไม่กล้าเป็เพื่อนกับพิมพ์ ยิ่งกว่านั้นพี่ทิณณ์ยังมีหน้าที่ ยังมีธุรกิจที่ต้องสืบทอด ถ้าความสัมพันธ์ของเรายังอยู่แบบนี้ เป็พี่ทิณณ์เองที่จะเสียชื่อเสียงทางธุรกิจไปด้วย”
“ใครบอกเธอ” เขาทอดสายตาเคร่งขรึมกลับมายังหญิงสาว
“ปุยนุ่นใช่ไหม”
“ไม่ต้องมีใครบอก พิมพ์ต้องคิดเองได้ค่ะ”
“ถ้าคิดเองได้ ก็ควรฟังพี่มากกว่าคนอื่น พี่เป็คนจ้างเธอสามแสน คนที่จะยกเลิกได้ก็มีแต่พี่เท่านั้น ไม่ใช่เธอที่จะออกความคิดเห็นว่าควรยุติความสัมพันธ์ของเราหรือไม่ และตอนนี้พี่ก็ไม่มีวันยอมด้วย เข้าใจหรือยัง”
“ทำไมดื้อจังคะ พี่ไม่รู้เหรอ ว่าตอนนี้พิมพ์ถูกตราหน้าว่าเป็ผู้หญิงหิวเงินแค่ไหน ที่ยอมขายศักดิ์ศรีเพื่อแลกเงินสามแสน พี่ไม่รู้เหรอคะ ว่าตอนนี้ใครอยู่ใกล้พิมพ์ก็มีแต่โดนด่าไปด้วย พี่จะดื้อเพื่ออะ..” ร่างบางถูกเขากระชากไปประกบ เทวทิณณ์รั้งร่างเธอเข้ามาใกล้ แล้วดูดรสหวานในปากเธอ แม้หญิงสาวจะพยายามต่อต้าน แต่ด้วยแรงที่มีมากกว่าพันธนาการให้เธอจำยอมอย่างไม่มีข้อแม้ เสียงจูบของเขาดังลอดออกมาเป็ระยะ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพอใจ แล้วปล่อยเธอออก พร้อมกับจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาหวั่นไหว
“เลิกคิดที่จะออกไปจากชีวิตของพี่ ตราบเท่าที่พี่ยังไม่เบื่อ พี่ก็จะไม่ปล่อยเธอไป เธอน่าจะรู้กฎข้อนี้ของพี่ดี” หญิงสาวเม้มปาก แล้วยอมที่จะนั่งนิ่ง ๆ ไม่โต้ตอบเขาจนถึงคอนโดฯ
