“ในเมื่อเป็แบบนี้ กลุ่มการค้าโซรอสก็ยินดีที่จะรออีกหนึ่งเดือน ฝ่าาจะได้โอกาสที่้าแน่นอนขอรับ” ผู้ดูแลแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมาย เขายอมถอยแต่โดยดี
การดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องคิดคำนวณส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบคอบจึงจะลงมือ นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
กลุ่มการค้าโซรอสก็เหมือนกลุ่มการค้าคนอื่นๆ ที่มุ่งหวังแต่จะทำกำไรและการค้า เื่การฆ่าฟันแบบนี้จะเป็ทางเลือกสุดท้ายที่พวกเขาจะทำกัน เพราะเื่พวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาชอบ แผนการเดิมของเรดแนปป์ก็คือจะแจ้งเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับสำนักงานใหญ่ได้ทราบ จากนั้นทางสำนักงานใหญ่จะส่งยอดฝีมือจำนวนหนึ่งออกไปทำลายหนึ่งในสามของกองกำลังทหารรับจ้างที่มีอิทธิพลในราชอาณาจักรเซนิทให้สิ้นซาก เพื่อรักษาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของกลุ่มการค้าโซรอส แต่ในเมื่อาาเมืองแซมบอร์ดมีความแค้นที่อยากชำระกับกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็จะทำใจกว้างซักครั้ง หากาาเมืองแซมบอร์ดทำสำเร็จ จะเป็การลดความยุ่งยากให้แก่กลุ่มการค้าโซรอสได้เป็อย่างดี หรือต่อให้ไม่สามารถทำได้ กลุ่มการค้าโซรอสก็ค่อยรับ่ต่อ อย่างไรก็ตาม กะอีแค่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเล็กๆ นี้ กลุ่มการค้าโซรอสสามารถทำลายมันได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งที่แรกที่พวกเขาทำ
สำหรับเรดแนปป์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การใช้กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเป็แท่นลับมีดของาาเมืองแซมบอร์ดเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขา และนำมาประเมินว่าคุ้มค่าที่กลุ่มการค้าโซรอสจะลงทุนด้วยหรือไม่
บรรยากาศต่อมาของทั้งสามคนก็ดูกลมกลืนสามัคคีกัน
ทั้งสองฝ่ายไม่ได้พูดเื่สลักสำคัญอะไร เพียงแค่สนทนาเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง และั้แ่ต้นจนจบ หญิงสาวชื่อว่าเชอร์ลี่ย์ก็เอาแต่สำรวจร่างของซุนเฟยั้แ่หัวจรดเท้าอย่างเงียบๆ นางไม่เปิดปากพูดอะไรออกมาเลยสักคำ ราวกับนางไม่คิดที่จะใส่ใจใคร ไม่ใช่เพราะว่านางเ็า แต่เป็เพราะนางปิดกั้นตัวเองต่างหาก
“อเล็กซานเดอร์ ข้าให้พวกทหารเตรียมน้ำร้อนแล้ว...” ทันใดนั้น เสียงอ่อนหวานเหมือนนกไนติงเกลก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก แองเจล่าเลิกผ้าด้านหน้าเต็นท์ขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาด้านใน “องค์หญิงทรงตรัสว่า การอาบน้ำอุ่นหลังจากเดินทางไกลมีประโยชน์มาก...” เมื่อสาวน้อยเดินเข้ามาก็รู้สึกใเมื่อพบว่ามีแขกอยู่ด้านในด้วย นางยกมือปิดปากของตน ไม่ช้าก็ค่อยๆ ลดมือลงแล้วแสดงท่าทางที่สมกับเป็ว่าที่ราชินีในอนาคตออกมา แองเจล่าส่งยิ้มละมุนไปให้เรดแนปป์และบุตรสาว จากนั้นก็เดินไปยืนอยู่ข้างๆ ซุนเฟย
ในตอนนั้นเอง เรดแนปป์และสาวในชุดแดงก็รู้สึกตาพร่า
สาวน้อยที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันคนนี้ เหมือนมีแสงสว่างเจิดจ้าอยู่รอบตัวจนทำให้คนอื่นแทบไม่อยากละสายตาไปจากนางเลย และการปรากฏตัวของนางก็ทำให้ภายในเต็นท์ดูสว่างสดใสขึ้นมาทันที
สถานะของเรดแนปป์และเชอร์ลี่ย์ในกลุ่มการค้าโซรอสจัดว่าอยู่ในระดับสูง พวกเขาเดินทางขึ้นเหนือลงใต้มานับครั้งไม่ถ้วน พบเจอเื่ราวและผู้คนมากมาย แต่ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่งดงามราวกับปั้นแต่งขึ้นมาเหมือนสาวน้อยตรงหน้า แองเจล่าสวมชุดกระโปรงสีขาวที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยกับซุนเฟยในชุดเกราะสีดำที่เปื้อนเื ยามที่ทั้งคู่เคียงข้างกันไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขาไม่รู้สึกขัดตา กลับกัน ยังดูกลมกลืนเป็หนึ่งเดียวกันเสียอีก ทั้งสองคนอดที่จะชื่นชมในใจไม่ได้ว่า วีรบุรุษคู่กับสาวงาม ช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ!
การปรากฏตัวของแองเจล่าครั้งนี้เหมือนเตือนให้เรดแนปป์รู้ว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน เขายิ้มอย่างสุภาพก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อกล่าวลา ในขณะที่กำลังจะหมุนตัวจากไปก็เหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ผู้ดูแลเรดแนปป์จึงหันไปถามว่า “องค์าาอเล็กซานเดอร์ ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงใหญ่นาตาชาทรงประทับอยู่ในกองทัพของฝ่าาด้วย ข้าและองค์หญิงเคยพบปะกันอยู่สองสามครั้ง ไม่ทราบว่าหากข้าอยากจะเข้าเฝ้าองค์หญิง ไม่รู้ว่าฝ่าาจะทรงอนุญาตหรือไม่?”
ซุนเฟยยิ้มกว้าง ในใจเขารู้ดีว่าผู้ดูแลกลุ่มการค้าโซรอสไม่ได้จะขออนุญาตจากตัวเองจริงๆ เขาเพียงแค่พูดขอไปตามมารยาทในฐานะที่ซุนเฟยเป็ ‘ผู้นำ’ กองทัพครั้งนี้เท่านั้นเอง ในเมื่อองค์หญิงใหญ่อยู่ในกองทัพของเขา หากจะไปเข้าเฝ้าโดยไม่บอกกล่าวซุนเฟยเลยก็อาจจะเป็การข้ามหน้าข้ามตากันเกินไป การกระทำครั้งนี้ของอีกฝ่ายทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจมาก เขาจึงยิ้มรับแล้วพูดตอบกลับไปว่า “ได้แน่นอน เชิญผู้ดูแลเรดแนปป์ตามสบาย!”
หลังจากที่ทั้งสองคนเดินออกไป แองเจล่าจึงเรียกให้ทหารยกถังน้ำร้อนเข้ามา ขณะเดียวกันก็ช่วยถอดชุดเกราะบนร่างออก เหมือนเป็ภรรยาตัวน้อยที่คอยปรนนิบัติสามี แองเจล่าเช็ดทำความสะอาดคราบเืและสิ่งสกปรกตามร่างกายของซุนเฟย เมื่อสามสี่ปีก่อนตอนที่อเล็กซานเดอร์ยังมีสติปัญญาเหมือนเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง แองเจล่าและเจ็มม่าก็เป็ผู้ที่คอยดูแลชีวิตประจำวันของเขามาโดยตลอด การอาบน้ำแบบนี้จึงไม่ใช่ว่าเพิ่งทำแค่ครั้งสองครั้ง ดังนั้นการอาบนี้แบบนี้จึงเป็ความเคยชินจนกลายเป็เื่ปกติไปแล้ว
“เมื่อสองสามวันก่อนที่พวกเ้าอยู่ด้วยกันกับองค์หญิงบนรถม้า ลองเล่ามาซิว่านางทำอะไรบ้าง?” หลังจากอาบน้ำร้อนเสร็จ ซุนเฟยก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก ซุนเฟยรับผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่บิดหมาดๆ มาเช็ดหน้าตัวเองพลางถามออกมา
“ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ” แองเจล่ากะพริบตากลมโตเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้านวลผ่องจะปรากฏร่องรอยความเห็นใจ “ข้าคิดว่าองค์หญิงนาตาชาน่าสงสารมาก นางต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายมาหลายปี ร่างกายก็ย่ำแย่ลงตลอด โดยเฉพาะอากาศหนาวใน่ปลายฤดูใบไม้ร่วงตอนนี้ นางจะโดนลมมากไม่ได้ ไม่อย่างนั้นอาการป่วยของนางจะแย่ลง ดังนั้น นางจึงต้องนั่งอยู่บนรถม้าเวทมนตร์ตลอดทั้งวัน ถ้าเปลี่ยนเป็ข้า ข้าคงอึดอัดตายเลยที่ต้องทนอุดอู้อยู่แต่ในรถม้าทุกวัน ดังนั้นข้ากับเจ็มม่าจึงไปนั่งสนทนากับนางบ่อยๆ ข้าว่านางเป็คนดีมาก...”
ได้ยินแองเจล่าพูดแบบนี้ ไม่รู้ว่าทำไมเหตุการณ์ที่ตัวเองพบหน้าองค์หญิงครั้งแรกพลันปรากฏขึ้นมาในหัวของซุนเฟย ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลกลมโตคู่นั้นและร่างผอมบางของนางแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของเขา ครั้งแรกที่ได้พบกัน ซุนเฟยพบว่าองค์หญิงคนนี้ป่วยเป็โรคแปลกๆ บางอย่าง ร่างกายของนางอ่อนแอกว่าปกติ ดังนั้น ไม่รู้ว่าด้วยความสงสารหรือสนใจในตัวนาง เขาจึงโยน 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ขวดเล็กไปให้นาง ไม่รู้ว่าหลังจากที่นางได้รับไปแล้ว นางจะดื่มมันหรือเปล่านะ? หรือว่าจะโยนทิ้งลงถังขยะไปตั้งนานแล้ว?
“อ๊ะ จริงสิ อเล็กซานเดอร์ องค์หญิงนาตาชายังเคยถามถึงน้ำยาสีม่วงๆ ที่ท่านเคยให้นางไว้ด้วย ดูเหมือนว่าหลังจากนางดื่มไปแล้วจะเกิดผลลัพธ์ที่ดี ตอนนี้นางใช้ไปหมดแล้ว เอ่อ ท่านพอจะมีอีกขวดไหม? แล้วมันจะ...” แองเจล่ากะพริบตาปริบๆ แววตาของนางฉายแววอ้อนวอนยามมองมาที่ซุนเฟย แม้จะพูดไม่หมด แต่ความหมายของท่าทางที่แสดงออกมาก็ชัดเจนอยู่แล้ว
ดูเหมือนว่าองค์หญิงใหญ่จะมีฝีมือในการเอาชนะใจคนจริงๆ ซุนเฟยเห็นได้อย่างชัดเจนว่า แองเจล่าในตอนนี้ปฏิบัติตัวกับองค์หญิงผู้สูงส่งคนนั้นเหมือนเพื่อนสนิทไม่ต่างกับเจ็มม่า ปกติแล้ว แองเจล่าไม่เคยขออะไรกับซุนเฟยเลย นึกไม่ถึงว่าคำขอแรกที่เอ่ยออกมาไม่ได้ขอให้ตัวเองแต่กลับขอเพื่อองค์หญิง
ซุนเฟยยื่น 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ขวดเล็กไปให้แองเจล่า
ความจริงแล้ว อย่าว่าแต่น้ำยาวิเศษขวดเล็กนี้เลย ไม่ว่าสาวงามบริสุทธิ์คนนี้้าสิ่งใด ซุนเฟยก็ไม่ลังเลที่จะขวนขวายเอามาให้ สาวงามที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์คนนี้เป็เหมือนความอบอุ่นในหัวใจของซุนเฟย ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับเหล่ามอนสเตอร์ที่ดาหน้าเข้ามาดุจน้ำป่าไหลหลากในโลก Diablo หรือแม้แต่ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพแสนยานุภาพของศัตรูในโลกแห่งความจริง แค่นึกถึงใบหน้าอันบริสุทธิ์ซื่อตรงของนาง หัวใจของเขาก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
สาวงามคนนี้เป็เหมือนจิติญญาของเขา นางจะต้องเป็ของขวัญที่พระเ้าประทานมาให้แก่เขาอย่างแน่นอน!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซุนเฟยคิดแบบนี้
เมื่อเห็นแองเจล่ารีบวิ่งไปหาองค์หญิงใหญ่เพื่อมอบน้ำยาวิเศษขวดนี้ให้ด้วยท่าทางดีอกดีใจ ซุนเฟยก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา บางทีองค์หญิงคงจงใจเอ่ยถึงน้ำยาวิเศษสีม่วงนี้ต่อหน้าแองเจล่า ด้วยฐานะองค์หญิงของนางแล้ว ทำให้นางไม่สามารถเอ่ยปากขอน้ำยาได้ ดังนั้นนางจึงบอกจุดประสงค์ในการ ‘ขอ’ น้ำยาวิเศษขวดนี้ผ่านทางแองเจล่า และแน่นอนว่าเล่ห์กลพวกนี้มีหรือซุนเฟยจะมองไม่ออก เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ซุนเฟยคาดไม่ถึงก็คือ การที่องค์หญิงใหญ่ยอมดื่มน้ำยาวิเศษสีม่วงที่เขาให้นางไปก่อนหน้านี้จริงๆ น่ะสิ นางไม่ได้โยนน้ำยาขวดนี้ทิ้งไป หลังจากที่เขาเดินออกมาจากโต๊ะรับประทานอาหารในวันนั้นหรอกหรือ?
ยังมีอีกเื่ การกระทำหลายเื่ของเขาที่แสดงออกถึงความก้าวร้าวใน่วันสองวันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็การทำลายป้อมปราการเมืองแบล็กสโตนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากราชอาณาจักร หรือแม้กระทั่งทำลายเหมืองแร่หลายแห่งของเมืองแบล็กสโตนระหว่างการเดินทาง เื่พวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็เื่ที่ผิดกฎ แต่ถึงอย่างนั้น องค์หญิงก็ไม่เคยเอ่ยปากห้ามปรามหรือพูดอะไรออกมาสักคำ น่ากลัวว่าในหัวของนางคงกำลังวางแผนการอะไรบางอย่างอยู่?
ซุนเฟยครุ่นคิดถึงปัญหานี้มาตลอด
องค์หญิงนาตาชาแห่งราชอาณาจักรเซนิท นักบุญหญิงจอมวางแผน ฝันร้ายของเหล่าขุนนางชั้นสูง แม้กระทั่งจักรพรรดิยาซินยังไม่อยากจะเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนี้ตรงๆ เลย ตัวตนของนางนับว่าเป็สิ่งที่น่ากลัวมาก
……
วันที่สอง อากาศในยามเช้าสดชื่นกว่าทุกวัน ทั้งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนแห่งการฆ่าล้างบางไป แต่อากาศในวันนี้กลับสดชื่นแจ่มใสจนน่าแปลกใจ
เสียงสัตว์อสูรร้องออกมา เป็สัญญาณบ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ในเทือกเขาอาทิตย์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากนั้น ควันไฟก็เริ่มพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เหล่าทหารเริ่มทำอาหารเช้า บรรยากาศริมฝั่งทะเลสาบกลายเป็คึกคัก แม้ซุนเฟยและเรดแนปป์จะไม่เคยตกลงกันด้วยวาจา แต่กองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสก็จะร่วมเดินทางไปด้วยกันกับกองทัพเมืองแซมบอร์ด
ในกองทัพ จะมีม้าสี่ตัวคอยลากกรงเหล็กอยู่หนึ่งกรง
ภายในกรงมีร่างของ 'งูหลามตาเดียว' หนึ่งในหกผู้นำของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่อยู่ในสภาพปางตายนอนอยู่ในกรง ตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับหมาพิการใกล้ตายตัวหนึ่ง มันนอนนิ่งไม่ไหวติง หากไม่ใช่ว่าดวงตาของมันกำลังจับจ้องไปที่ร่างสูงโปร่งที่กำลังโอบกอดสาวงามดั่งเทพธิดาอยู่บนหลังสุนัขั์สีดำ ซึ่งเดินนำกองทัพด้วยสายตาอาฆาตแค้นลึกล้ำ ไม่ว่าใครก็คงจะคิดว่ามันเป็เพียงก้อนเนื้อเน่าๆ กองหนึ่งในกรงม้าเท่านั้น
แม้ว่าพัศดีโอเลเกร์จะพยายามทรมานพวกมันต่างๆ นานาเพื่อให้คายข้อมูลออกมา แต่น่าเสียดายที่ข้อมูลที่ได้รับมามันไร้ค่า
พวกทหารรับจ้างดาบโลหิตที่ยอมจำนนต่างคายข้อมูลทุกอย่างที่พวกมันรู้ออกมา ทว่าสถานะของมันต่ำต้อยเกินไป ทำให้ข้อมูลที่ได้มีจำกัด
ส่วนชายหัวล้าน ชายวัยกลางคนและสาวครึ่งดารก์เอลฟ์ที่เป็ตัวหัวหน้า แม้พวกเขาจะรู้ข้อมูลมากมาย แต่ก็ไม่มีใครปริปากบอกออกมาเลยสักคน บางทีพวกมันอาจจะรู้ ไม่ว่าจะบอกหรือไม่ ท้ายที่สุดก็ต้องตายอยู่ดี พวกมันจึงอดทนต่อการทรมานอย่างเหี้ยมโหดของพัศดีโอเลเกร์ และสุดท้าย ท่านผู้เฒ่าโซล่าและลูก้าก็เป็ผู้ตัดหัวของชายวัยกลางคนและสาวครึ่งดารก์เอลฟ์ด้วยมือของตัวเองเพื่อเป็การแก้แค้นให้พี่น้องทาสเมืองแซมบอร์ดที่เคยตกตายเพราะพวกมันมาก่อน ส่วนพัศดีโอเลเกร์ก็ไม่ได้รับข้อมูลที่สำคัญๆ สำหรับกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตแม้แต่น้อย
------------
