“ใต้เท้าตงซันให้อภัยข้าด้วย ข้าไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ปล่อยข้าไปเถิด เมตตาข้าด้วยเถิด” น้ำเสียงหวาดกลัวของเฒ่าเกอไห่ดังลอดออกมา พร้อมชายกลางคนตวัดหันมองไปยังชายชราที่กำลังก้มกราบอ้อนวอนตรงหน้า
“นำเฒ่าเกอไห่ไปขังรวมไว้กับยายฝู แล้วรอคำสั่งจากข้า” ใต้เท้าตงซันไม่เสียเวลาเสวนากับคนพวกนี้ หลังจากทหารคุมตัวทั้งสองไปจองจำแล้ว ใต้เท้าตงซันจึงหันกลับมายังซีห่าวด้วยสายตาอ่อนล้าเต็มที
“เรียนใต้เท้า หากคุณหนูเป็โจรที่ออกอาละวาดจริง ก็คงตามตัวนางไม่ยากนัก” เยว่ซินพยักหน้าเห็นด้วยกับซีห่าว ก่อนที่ใต้เท้าตงซันจะถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ
“หาได้เป็เช่นนั้น เพราะนับจากวันที่ข้าออกประกาศจับ ก็ไม่ได้ข่าวว่านางออกอาละวาดขโมยสิ่งของจากชาวบ้านอีก ข้าพยายามให้ทหารล่อลวงด้วยการวางของมีค่าไว้ทั้งคืน แต่ก็ไร้วี่แววของขโมยรายนี้ หึ! นึกไม่ถึงว่าข้ากำลังประกาศจับลูกสาวของตัวเอง” ชายกลางคนยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนที่เยว่ซินจะพยายามยกมือปลอบเขาในขณะที่หัวใจนางเอง ก็แทบแตกสลายไปแล้วเช่นกัน
“ข้าเชื่อว่าไม่ช้า นางจะต้องออกอาละวาดอีกเป็แน่” ใต้เท้าตงซันถอนหายใจ แล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับซีห่าว ก่อนจะหันไปจับมือเยว่ซินแน่น
“ข้าจะพานางกลับมาหาเ้า” เยว่ซินได้ยินคำมั่นเช่นนั้นนางจึงพยักหน้ายิ้มออกมาด้วยความหวัง ก่อนใต้เท้าตงซันจะสั่งให้ทหารนำเอาประกาศจับออกทั้งหมด แล้วส่งกำลังเข้าตรวจตราสืบข่าวจากชาวบ้านในทันที
ยามอาทิตย์ลับแสง หลบพ้นขอบฟ้าไปแล้ว ดวงจันทร์บนนภาก็ค่อย ๆ เปล่งรัศมีสีนวลออกมาอย่างสวยงาม หวงซีเหรินยืนทบทวนความรู้สึกแปลกประหลาดของตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่เผยออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงใบหน้าแดงก่ำของหลันฮวา ทุกครั้งที่นางมีท่าทีเขินอาย มักทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวอยู่ภายในเสมอ ก่อนเสียงดังเจื้อยแจ้วที่แสนคุ้นหู กำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับใครบางคนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทำให้หวงซีเหรินที่กำลังเดินรับอากาศอยู่ด้านนอกนึกแปลกใจ จึงเบี่ยงทิศเดินตรงไปยังเสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวนั้น
“เจ็ดสิบเจ็ด เจ็ดสิบแปด เจ็ดสิบเก้า เจ็ดสิบเก้าแล้ว อะไรนะ” นางหันไปถามอู่เจ๋อ ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมบอก
“ท่านบอกข้าหน่อยไม่ได้ฤา ข้าไม่อยากนับใหม่อีกแล้ว ข้าอยากนับได้เร็ว ๆ”
“ข้าสอนเ้านับไปสามรอบแล้ว หากแต่เ้าไม่จำ เช่นนี้แล้วข้าจะช่วยเ้าบ่อย ๆ ได้อย่างไร” อู่เจ๋อยกมือขึ้นกอดอก พลางทำท่าจะเบี่ยงตัวเดินหนีไป ก่อนที่หลันฮวาจะรีบวิ่งเข้าไปจับมือเขาไว้แน่น
“อู่เจ๋อ..ท่านอย่าเพิ่งท้อใจกับข้าเลย อดทนกับข้าอีกหน่อยได้ฤาไม่ นะ นะ นะ” ท่าทีง้องอนของนางทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าคร้ามคมเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม ก่อนจะตัดสินใจเบี่ยงตัวไปนั่งรอนางที่ห้อง ด้วยความคิดฟุ้งซ่านมากมายที่ติดค้างอยู่ในใจ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกลางดึก หวงซีเหรินนั่งรอหลันฮวาอยู่นานแล้วจนรู้สึกหงุดหงิด ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้นางเข้ามาพร้อมใบหน้าไม่สู้ดีนัก
“เหตุใดจึงมาช้า ฤาว่าเพราะลืมนัดของข้า” คำพูดแลสายตากังวลของหวงซีเหรินทำให้หลันฮวารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้ติดใจ ก่อนจะปล่อยยิ้มกว้างให้เขา
“ข้ามิได้ลืม เพียงแต่ข้ากำลังทบทวนตัวเลขที่ท่านสอนข้าอยู่ต่างหาก ท่านรู้ฤาไม่ว่า ตอนนี้ข้านับเลขได้ถึงหลักร้อยแล้ว” ซีเหรินยังคงทำสีหน้าราบเรียบ แฝงความไม่พอใจบางอย่างไว้ ก่อนจะหันตัวเดินเข้ามาภายในห้อง
“เหตุใดเ้าจึงนับได้รวดเร็วนัก คืนก่อนเ้ายังนับไม่ได้” ชายหนุ่มแกล้งถาม
“และนี่คือเหตุผลที่ข้ามาหาท่านช้า...เพราะข้าให้อู่เจ๋อช่วยทบทวน และฟังข้านับเลข จนสามารถนับได้ครบหลักร้อยแล้ว ข้าว่าท่านต้องดีใจอย่างแน่นอน ท่านฟังข้านับนะ หนึ่ง สอง สาม..”
“เ้าให้เขาทบทวนนานเท่าใด จึงถึงกับสามารถนับเลขได้ครบเพียงนั้น” เขาถามอย่างไม่เต็มใจนัก
“นานเ้าค่ะ” หลันฮวาตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไร้ความรู้สึกผิด ก่อนเสียงถอนหายใจของหวงซีเหรินจะดังลอดออกมาให้นางรู้สึกแปลกใจ
“ถอนหายใจทำไมฤาเ้าคะ” ดวงตากลมแป๋วเอ่ยถาม ก่อนที่ชายหนุ่มจะทอดมองใบหน้าสวยของนางแน่นิ่ง พลันเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“เ้าลืมไปฤาไม่ว่าเ้าเข้ามาในฐานะใด”
“คนรักของท่าน”
“เ้าก็มิได้ลืมเลือน แต่เหตุใดจึงต้องไปหาชายอื่น ทั้งที่ค่ำมืดเช่นนี้แล้ว”
“ชายอื่นที่ท่านว่า คืออู่เจ๋อนะเ้าคะ ข้าก็แค่ให้เขาสอนข้าเพิ่มเติมเท่านั้นเอง จะได้ไม่รบกวนเวลาของท่านมากเกินไป” หลันฮวาพยายามให้เหตุผล
“เ้ายังจะเถียงข้าอีก นับจากนี้ห้ามเ้าเข้าใกล้อู่เจ๋ออีก”
“แต่ว่า..”
“นี่เป็คำสั่งจากข้า” น้ำเสียงเข้มพร้อมแววตาไหวระริกของเขาทำเอาหลันฮวาใจหายวาบ ด้วยไม่รู้ว่าทำสิ่งใดให้เขาไม่พอใจฤาไม่ มือบางค่อย ๆ เอื้อมไปจับแขนของเขาอย่างบางเบา
“ข้าไม่รู้ว่าจะทำให้ท่านโกรธถึงเพียงนี้ ข้าเพียงแต่อยากให้ท่านภูมิใจที่เห็นข้านับเลขได้ คราวก่อนข้านับเลขหลักร้อยไม่ได้แต่วันนี้ข้านับเลขหลักร้อยได้แล้ว ข้าคิดว่าท่านจะดีใจและกล่าวชมข้าบ้างเท่านั้น...แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ท่านผิดหวัง” หลันฮวาพูดคล้ายกับกำลังกลั้นความน้อยใจไว้ ก่อนนางจะปล่อยมือเขาแล้วฝืนยิ้มเป็ครั้งสุดท้าย
“วันนี้ท่านคงไม่อยากคุยกับข้าแล้ว ข้ากลับก่อนจะดีกว่า” ยังไม่ทันที่หลันฮวาจะปล่อยมือเขา ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงรีบคว้าตัวนางดึงเข้ามาสวมกอดไว้แน่น
“ข้าขอโทษ ข้าผิดเองที่ไม่มีเหตุผล” หวงซีเหรินโอบรัดร่างบางไว้แน่น แล้วรีบพูดออกมาก่อนที่นางจะหันหลังให้เขา หลันฮวาได้ยินดังนั้น รู้สึกแปลกใจอยู่มาก หากแต่ความรู้สึกอบอุ่นจากเขาแผ่ซ่านออกมา จนนางไม่อยากปล่อยเวลานี้ให้เลยผ่านพ้นไป ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้เขาโอบกอดเช่นนั้นโดยไม่ต่อต้าน
“ตกลงแล้ว ท่านโกรธข้าฤาไม่ ข้าชักสับสนไปหมดแล้ว” หลันฮวาไม่แน่ใจกระทำของหวงซีเหริน ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายศีรษะไปมา
“ไม่ใช่เพียงแต่เ้าเท่านั้นที่สับสน รวมถึงตัวข้าด้วยเช่นกัน” ทำให้หลันฮวาส่ายสายตาไปมา อย่างใช้ความคิด ก่อนคำพูดของเขาจะทำให้นางยืนนิ่งตั้งใจฟัง
