ดวงจันทร์ที่ลอยสูงเด่นอยู่กลางท้องฟ้าในยามราตรีแดงฉานดุจเืสด แสงสีเืที่สาดส่องลงมาทำให้หอหลิงเป่าเหมือนถูกแช่ไปด้วยเืสด
เนี่ยเทียนยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองคนเต็มถนนที่กำลังเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้าครั่นคร้ามหวาดกลัว
“ท่านอาจารย์ จะทำอย่างไรดี? พวกเราควรรีบไปจากหอหลิงเป่าหรือไม่?” หลัวซินอกสั่นขวัญหาย
อูซิ่งใบหน้าเรียบนิ่งดุจผิวน้ำ ส่ายหน้า กล่าว “คิดจะไป ก็ต้องไม่ใช่ตอนนี้ หากไม่ผิดไปจากที่คาดเอาไว้ ตอนนี้บริเวณใกล้เคียงหอหลิงเป่าคงมีผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผี สำนักโลหิตและวังยมบาลมารวมตัวกันแล้ว หากออกไปจากหอหลิงเป่าตอนนี้ คงโดนลอบโจมตีแน่นอน”
“แล้วจะเฝ้าอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ?” หลัวซินลนลาน
“รอเถอะ ‘เพลิงพิภพเผานภา’ ค่ายกลใหญ่ของหอหลิงเป่าคือค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้งอาณาจักรหลีเทียน ต่อให้เป็ผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผี สำนักโลหิตและวังยมบาล คิดจะฝ่าค่ายกลใหญ่นั่นใน่ระยะเวลาสั้นๆ คงไม่ง่ายดายเพียงนั้น” อูซิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง กล่าวกับทุกคนว่า “ก่อนหน้าที่เพลิงพิภพเผานภายังไม่ถูกทำลาย ทุกคนจงอยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น หากเพลิงพิภพเผานภาถูกทำลาย...”
พูดมาถึงตรงนี้ อูซิ่งก็เงียบลงไป คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียอย่างยากลำบาก
“หากค่ายเพลิงพิภพเผานภาแตกออก แล้วพวกผู้แข็งแกร่งจำนวนมากของสำนักภูตผี สำนักโลหิตและวังยมบาลบุกกันเข้ามา เอาไม่อยู่จริงๆ ค่อยคิดหาวิธีหนีก็แล้วกัน”
อยู่ๆ หลิวเหยี่ยนก็กล่าวว่า “ท่านอาจารย์ เหตุใดพวกเขาถึงได้กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้ามาแบบนี้?”
หลัวซินก็พูดว่า “การต่อสู้ระหว่างพวกเราและทั้งสามฝ่าย ถึงแม้จะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่น้อยครั้งนักที่จะรุนแรงถึงขนาดนี้ ต้องเปิดศึกเต็มกำลัง หากไม่ตายไม่ยอมหยุด ไม่มีผลดีใดๆ ต่อทั้งสองฝ่าย เหตุใดพวกเขาถึงได้กำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้?”
อูซิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดอธิบาย “ที่ก่อนหน้าไม่ได้ะเิความขัดแย้งรุนแรงอย่างตอนนี้ก็เป็เพราะ... พวกเขายังหาโอกาสที่เหมาะสมไม่เจอ”
“่นี้ ผู้าุโเขตลี้ลับผู้นั้นของหุบเขาเทาคล้ายจะปิดด่านตาย นอกเสียจากว่าตัวเขาเองจะเกิดการบรรลุ มิฉะนั้นคนอื่นคงไม่สามารถทำให้เขาออกมาได้”
“คนของอารามเสวียนอู้ผู้นั้น ได้ยินว่า่ก่อนหน้านี้ก็ไปยังอาณาจักรอื่นของดินแดนดาวตกเหมือนกัน”
“เมื่อเป็เช่นนี้ ผู้าุโสี่สำนักที่บรรลุถึงขอบเขตลี้ลับจึงเหลือเพียงแค่ฟางฮุยของหอหลิงเป่า แล้วก็อาจารย์ของเนี่ยเทียนเท่านั้น”
“สำนักภูตผีและสำนักโลหิตมีผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับอยู่สองคน ส่วนวังยมบาล... ก็มีผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับอีกสองคนเช่นกัน”
“ครึ่งปีมานี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในโลกมายามรกต พวกเราสี่สำนักร่วมแรงกันสังหารคนของสำนักภูตผี สำนักโลหิต และวังยมบาลไปไม่น้อย ่ไม่นานมานี้ทั้งสามฝ่ายทำตามกฎเป็อย่างดี เดิมทีนึกว่าพวกเขายอมแพ้แล้ว ไม่นึกเลยว่า... พวกเขาจะยังวางแผนร้ายที่กำแหงยิ่งกว่าเดิม”
อูซิ่งอธิบายเล็กน้อยก็พูดกับหลิวเหยี่ยน “เ้าดูพวกเขาให้ดี ข้าจะไปถามสถานการณ์ที่จากฝ่ายหอหลิงเป่าเสียหน่อย ดูสิว่าค่ายนำส่งแห่งมิติของพวกเขาใช้ได้หรือไม่”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ อูซิ่งก็ะโออกไปจากหน้าต่าง ร่างของเขายังไม่ทันร่วงลงพื้นก็กลายเป็เงาพร่าเลือนสีเขียวกลุ่มหนึ่งเปล่งแสงวาบอยู่บนถนนแล้วหายวับไป
“ทุกคนอยู่ที่นี่ ใครก็ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น!” หลิวเหยี่ยนะโเสียงดัง
เนี่ยเทียนยืนอยู่กับเจียงหลิงจู และเย่กูโม่ มองผู้ฝึกลมปราณของแต่ละสำนักที่ถลาออกมาบนถนนด้วยสายตาที่ฉายความหวาดกลัวอย่างชัดเจน อารมณ์จึงได้รับอิทธิพลจากพวกเขาจนเปลี่ยนมาเป็เคร่งขรึมและใลนลาน
“ครืนๆๆ!”
จุดลึกของพื้นดินพลันส่งการสั่นะเือย่างรุนแรง หอหินหกชั้นที่เนี่ยเทียนอยู่จึงโยกคลอนตามไปด้วย
เขาเพ่งมองไปรอบด้าน จึงสังเกตเห็นว่าูเาหัวโล้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ทั้งสามด้านของหอหลิงเป่า ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเดิมมาเป็สีแดงชาด
เขาหินสามลูกต่างก็สูงหลายพันเมตร ตอนนี้เมื่อสีเกิดเปลี่ยนแปลง ในถ้ำหินของูเาจึงพ่นลำแสงเปลวไฟออกมามากมายหลายเส้น
ภายในระยะเวลาสั้นๆ ูเาหินเองก็คล้ายแท่งเหล็กที่ถูกเผาไหม้ให้แดงโร่ ปลดปล่อยพลังความร้อนจนน่าใ
เปลวไฟดุเดือดกลายเป็ลำแสงมากมายบินออกมาจากปากถ้ำของูเาหินทั้งสามลูก ดั่งน้ำตกที่ไหลย้อนกลับ พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า
ด้านล่างพระจันทร์สีเื ท้องฟ้าแดงกล่ำถูกลำแสงเปลวไฟแผดเผากลบทับไว้จนมิด
หลังจากนั้นไม่นาน ม่านแสงเปลวเพลิงหนึ่งชั้นที่ปกคลุมไปทั่วทั้งนภากาศก็ปรากฏเด่นชัดอยู่บนท้องฟ้า
้าม่านแสงเปลวเพลิงนั้น ลำแสงเปลวเพลิงมากมายหลายเส้นบิดเบือนเปลี่ยนแปลง ถักทอเข้าด้วยกันเป็ภาพเปลวเพลิงซับซ้อนแปลกประหลาดมากมายหลายภาพ
ภาพเปลวเพลิงที่เผยอยู่บนม่านแสงนั้นคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมความจริงของเปลวเพลิง มากไปด้วยความมหัศจรรย์ไร้ที่สิ้นสุด
ท้องฟ้าราวกับกำลังโหมลุกไหม้ พื้นดินส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่อง ค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ยังคงกระตุ้นลำแสงเปลวเพลิงจำนวนมากกว่าเดิมให้ลอยขึ้นสู่กลางนภาไปทีละเส้น
หุบเขาอันเป็ที่ตั้งของหอหลิงเป่าเดิมทีก็ร้อนแผดเผายากจะทนรับได้อยู่แล้ว จากการที่ “เพลิงพิภพเผานภา” โคจร ในหุบเขาจึงยิ่งร้อนอบอ้าวมากกว่าเดิม
บนถนน ในหอเรือนหินที่ขายพวกอาวุธวิเศษ เกราะวิเศษ โอสถ สำนักหลิงของหอหลิงเป่า ต่างก็มีเสียงฮือฮาดังกึกก้องลอยมา
ก่อนหน้าที่ลำแสงเปลวเพลิงจะเริ่มถูกพ่นออกมาจากถ้ำหินแต่ละแห่งที่ช่างหลอมอาวุธหลายคนของหอเป่าอาศัยอยู่ พวกเขาก็ได้ถลันออกมาจากถ้ำราวกับใจถูกไฟลนแล้ว
ช่างหลอมอาวุธเ่าั้ ตอนนี้ยืนอยู่ใตู้เาหินทั้งสามลูก ต่างก็แหงนหน้ามองท้องฟ้า ใบหน้าเผยความตกตะลึง
“ทางนั้น!”
ตอนที่เนี่ยเทียนสังเกตการณ์ไปรอบด้าน หญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้ก็พาเจิ้งปิน หันซิน และคนของอารามเสวียนอู้อีกหลายคนเดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน
“ผู้าุโอูซิ่งอยู่หรือไม่?” หญิงชราเวิงที่อยู่ด้านล่างะโขึ้นมา
“อาจารย์ของข้าไปที่หอหลิงเป่าแล้ว” หลิวเหยี่ยนตอบรับ
หญิงชราเวิงคล้ายรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็เช่นนี้ นางพยักหน้ารับ ไม่ได้รอคำอนุญาตจากหลิวเหยี่ยนก็พาลูกศิษย์เ่าั้ของอารามเสวียนอู้วิ่งขึ้นมาบนหอดัง “ตึงๆๆ”
ไม่นาน นางและคนเ่าั้ของอารามเสวียนอู้ก็มาปรากฏตัวอยู่บนหอหินชั้นที่เนี่ยเทียนอยู่
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าเจิ้งปินและหันซิน รวมไปถึงพวกคนของอารามเสวียนอู้ที่อายุมากหน่อยต่างก็มีใบหน้าเคร่งเครียด มองออกว่าพวกเขาเองก็กังวลกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวงของหอหลิงเป่าเหมือนกัน
“คนของอารามเสวียนอู้ที่มาในครั้งนี้มีน้อย พละกำลังไม่เพียงพอ” หลังจากที่หญิงชราขึ้นมาบนหอก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “หอหลิงเป่าต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก สำนักหลิงและหอเป่าย่อมไม่มีผู้ใดสนใจพวกเรา ทุกคนมารวมตัวอยู่ด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างดูแลกัน อย่างไรก็ดีกว่าต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว”
หลิวเหยี่ยนถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว “ใครก็นึกไม่ถึงว่างานพินิจของวิเศษในครั้งนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าใได้ถึงเพียงนี้”
“สามฝ่ายนั้นเลือกเวลาได้ดีนัก” หญิงชราเวิงใบหน้าขมขื่น “คนของอารามเสวียนอู้ ่นี้ไม่อยู่ในอาณาจักรหลีเทียนพอดี คนของหุบเขาเทาก็ปิดด่านตายอีก มีเพียง...”
นางหันไปมองทางเนี่ยเทียน กล่าว “มีแค่อาจารย์ของเ้าเท่านั้นที่ตอนนี้สามารถพร้อมรบตลอดเวลา แต่เกรงว่าอาจารย์ของเ้าก็คงมาหอหลิงเป่าไม่ได้ สองคนฝ่ายวังยมบาล อย่างน้อยต้องแบ่งคนหนึ่งไปทีู่เาหลังสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเ้า ทำให้อาจารย์เ้าไม่ว่างมาสนใจการเปลี่ยนแปลงที่นี่ได้”
พอนางพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็พลันหน้าเปลี่ยนสี กล่าว “อาจารย์ของข้า...”
“เนี่ยเทียน เ้าไม่ต้องกังวล อาจารย์ปู่ของเ้าไม่เป็อะไรหรอก” หลิวเหยี่ยนเกลี้ยกล่อม “ด้วยขอบเขตและความสามารถของท่านอาจารย์ปู่ วังยมบาลแบ่งตัวไปหนึ่งคน ทำได้เพียงถ่วงเวลาเขาเท่านั้น หากไปทั้งสองคน อาจารย์ปู่ก็แค่ไม่สามารถปลีกตัวมาสนใจที่นี่ได้ คิดจะทำร้ายอาจารย์ปู่ให้ได้จริงๆ สำนักภูตผีและสำนักโลหิตยังต้องแบ่งคนไปอีกหนึ่งคน”
“แต่ หากสำนักภูตผีและสำนักโลหิตแบ่งคนออกไปอีกคน พวกเขาก็จะหมดข้อได้เปรียบที่นี่”
“เพราะอย่างไร หอหลิงเป่าก็ยังมีผู้าุโฟางฮุยของหอเป่าอยู่”
“ดังนั้นที่เ้าควรเป็กังวล ไม่ใช่อาจารย์ของเ้า แต่เป็ตัวเ้าเอง”
“อืม ข้าก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน” หญิงชราของอารามเสวียนอู้มองไปด้านนอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วก็พูดขึ้นมาอีกว่า “คราวนี้สำนักภูตผี สำนักโลหิต และวังยมบาลร่วมมือกัน ต้องทำให้หอหลิงเป่าเจ็บหนักอย่างแน่นอน เพื่องานพินิจของล้ำค่าครั้งนี้ หอหลิงเป่าได้ระดมอาวุธล้ำค่ามากมายจากอาณาจักรอื่นที่ซ่อนไว้ออกมาหมดแล้ว”
“อาวุธล้ำค่าพวกนั้น ข้าว่าคงเอาไม่อยู่ ส่วนจะมีคนตายมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องดูที่ว่าทั้งสามสำนักที่เคลื่อนพลมามีผู้แข็งแกร่งมากน้อยเท่าไหร่”
“เมื่อผ่านศึกนี้ไป หอหลิงเป่าย่อมเสียหายใหญ่หลวง หรืออาจถึงขั้น...”
หญิงชราเวิงพูดได้ครึ่งเดียวก็หยุดชะงักกะทันหัน ดูจากความหมายของนาง นางคิดว่าหอหลิงเป่าน่าจะไม่สามารถหนีหายนะในครั้งนี้ไปได้
“มาแล้ว!” สื่ออี้พลันะโขึ้นเสียงดัง
และเวลานี้เอง ทุกคนมองผ่านม่านแสงเปลวเพลิงหนึ่งชั้นที่ลุกไหม้นั้น สังเกตเห็นว่าด้านข้างดวงจันทร์สีเืที่ลอยอยู่กลางอากาศ พลันมีเงาร่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
เงาร่างนั้นเมื่ออยู่ล่างพระจันทร์สีเืก็คล้ายกับนั่งอยู่บนแท่นดอกบัวที่เปล่งประกายแสงสีเืวาววับ
หลังจากที่เนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียดจึงพบว่าเงาเืพร่าเลือนนั่น คล้ายจะเป็สตรีนางหนึ่ง
พอสตรีผู้นั้นเผยกายอยู่ด้านล่างพระจันทร์สีเื เนี่ยเทียนก็ััได้ว่าแสงจันทร์สีเืที่สาดส่องเต็มฟากฟ้าราวกับได้รับแรงดึงดูดจากพลังแปลกประหลาดบางอย่างบนตัวนาง จึงพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่นางอย่างบ้าคลั่ง
ด้านหลังสตรีผู้นั้น เงาโลหิตที่กำลังกางเล็บแสยะเขี้ยวขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ปกคลุมฟ้าดินไว้ได้หมด
ห่างกันแสนไกล ทั้งยังมีม่านแสงเปลวเพลิงมหัศจรรย์ปกคลุมอีกหนึ่งชั้น เมื่อมองไปยังเงาโลหิตใหญ่ั์นั่น เนี่ยเทียนก็ยังรู้สึกกดดันหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
-----
