มีเพียงซื่อหลางที่อายุน้อยสุดเท่านั้นที่มีสีหน้าเชื่อมั่น “เจินเจินไม่มีทางเป็อันใดไปแน่!”
ครั้นเห็นทุกคนยังคงพูดเสียงดัง ไม่สนใจตน เขาจึงปีนขึ้นไปบนโต๊ะแล้วะโว่า “เจินเจินไม่มีทางเป็อะไรไปแน่ พวกโจรไม่มีทางลักพาตัวเจินเจินไปได้!”
ทุกคนในโรงเตี๊ยมหันมามองซื่อหลาง บางคนหัวเราะออกมากล่าวว่า “เด็กหญิงบ้านเ้าเพิ่งจะอายุแค่สี่ขวบ หาไม่เจอเช่นนี้นั่นหมายความว่าคงถูกโจรลักพาตัวไปแล้ว”
“ใช่ ยามนี้เ้าอาจจะไม่เชื่อ รอจนตามหาไม่เจอก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นจะต้องร้องไห้ออกมาเป็แน่”
“คนเราต้องรู้จักดูความจริง เทศกาลโคมไฟแม้จะคึกคักน่าสนุก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรพาเด็กออกมาเที่ยวเล่น”
“อย่าว่าแต่เด็กเลย ปีก่อนก็มีหญิงสาวกับคนแก่หายตัวไปตั้งหลายคน”
ไม่ว่าทุกคนจะพูดอย่างไร ทว่าซื่อหลางยังคงมั่นใจในความคิดของตนเอง “เจินเจินไม่มีทางเป็อันใดไปแน่ นางแค่ห่วงเล่น อีกเดี๋ยวต้องกลับมาแน่นอน!”
‘แม่เสือจะเป็อะไรไปได้อย่างไร แม้แต่เสือบนูเายังเชื่อฟังนาง แล้วจะถูกพวกโจรลักพาตัวไปได้อย่างไร ไม่มีทางเสียหรอก!’
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องห่วง เจินเจินจะต้องกลับมาแน่นอน” ซื่อหลางพูดปลอบมารดาด้วยสีหน้ามั่นใจ
เอ้อร์หลางกับ ซานหลาง “…”
“เ้ารีบลงมาประเดี๋ยวนี้ ขึ้นไปยืนบนโต๊ะเช่นนี้ใช้ได้ที่ใด!” กู่ซื่อกล่าว
ถึงแม้จะมั่นใจในส่วนหนึ่งว่า เด็กหญิงไม่มีทางเป็อันใดไปแน่ แต่อีกใจก็ยังกังวล ด้วยเพราะเจินเจินแค่สี่ขวบเท่านั้น เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางเป็ห่วงได้อย่างไร ยิ่งเมื่อคนในโรงเตี๊ยมต่างพูดเช่นนี้อีก ยิ่งฟังคนพูดว่า ปีนั้นเด็กบ้านนี้หายไป ปีก่อนนั้นเด็กบ้านโน้นหายไป ฟังแล้วแขนขาก็เหมือนอ่อนแรงจนแทบจะเป็ลมล้มพับไป แต่ถึงอย่างไรนางจะล้มไม่ได้เด็ดขาด ด้วยความที่คิดเช่นนี้กู่ซื่อจึงพยุงสติตนเองให้ยังมั่นคงอยู่ได้
ฉับพลันนั้นนางก็เห็นกู้อวี้อุ้มเจินเจินเข้ามาในโรงเตี๊ยม ภาพนั้นทำให้เ้าตัวถึงกับน้ำตาไหลพรากออกมาทันใด กู่ซื่อรีบเดินเข้าไปหา แล้วรับตัวเจินเจินมาอุ้มเอาไว้ ทั้งกอดทั้งหอมอีกฝ่ายอย่างโล่งอก
“ข้าบอกแล้วว่านางต้องไม่เป็อันใด” ซื่อหลางเชิดหน้าขึ้นด้วยสีหน้าถือดี
ทุกคน “…”
ยามนี้ทุกคนในโรงเตี๊ยมมีสีหน้าเหลือเชื่อ เด็กซึ่งหายตัวไปในวันเทศกาลแต่กลับตามตัวเจอและกลับมาได้
“เ้าไปที่ใดมา แม่ใเหลือเกิน” กู่ซื่อเอ่ยถามพร้อมกับสำรวจไปตามเนื้อตามตัวเจินเจิน
เจินเจินโกหกออกไปอย่างไร้พิรุธ “ข้าปีนขึ้นไปเล่นบนต้นไม้”
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางต่างคิดในใจ ‘สมกับเป็เจินเจิน’
“วันหลังจะไปเล่นที่ใดต้องบอกแม่ก่อนรู้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นทุกคนจะเป็ห่วงเอาได้” ในใจกู่ซื่อยามนี้ยังคงรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย แต่ก็ไม่กล้าดุเจินเจิน จึงทำได้แค่กำชับเสียงเข้มเท่านั้น
“เ้าเป็แม่ที่ใจดีเกินไปแล้ว บุตรซนเช่นนี้สมควรตี ตีหนึ่งทียังไม่เชื่อฟังก็ต้องตีสองที หากตีสองทียังไม่เชื่อฟังอีกก็ต้องสามที!” ท่านป้าผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา
จบประโยคนี้ทุกคนในโรงเตี๊ยมพยักหน้าเห็นด้วย หลายคนกล่าวสนับสนุนว่าเด็กที่ดื้อและซนต้องถูกตีเพื่อจะได้เชื่อฟัง
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางลอบกลอกตา ‘คิดจะตีแม่เสืออย่างนั้นหรือ คนเหล่านี้ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน หากรังเกียจว่าตนเองอายุยืนยาวเกินไปก็ลองดูสิ’
“ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำให้ท่านเป็ห่วงอีก” ระหว่างทางพี่ชายสั่งสอนนางให้ยอมรับผิด อีกประการนางเองก็ทำให้ท่านพ่อท่านแม่อดเป็ห่วงไม่ลงเช่นกัน
“ทุกคนไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะออกไปตามหาท่านพ่อกับท่านอารองหยวน” กู้อวี้เอ่ยคำ
กู่ซื่อพยักหน้าเอ่ย “ถ้าหาไม่เจอก็ให้กลับมารอที่นี่ ออกไปตามหากันไปมาประเดี๋ยวได้หากันทั้งคืนพอดี” อย่างไรเสียเจินเจินก็กลับมาแล้ว ผู้ใหญ่ไม่มีอะไรให้น่าเป็ห่วงเท่าเด็ก
ชายหนุ่มรับคำก่อนจะหันกายเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
กู้อวี้ไปยังที่ว่าการอำเภอ ยามนี้ภายในที่ว่าการอำเภอมีแสงไฟสว่างไสว ด้านนอกมีผู้คนหลายคน บางคนคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณนายอำเภอที่ช่วยตามหาบุตรหลานจนเจอ เขาหยุดมองแค่ครู่เดียวก็เดินจากไป ไม่อยู่นาน
เช้าวันต่อมาขณะที่ทุกคนกำลังจะไปจ่ายเงิน กู้อวี้กลับบอกว่าให้พักอยู่ที่นี่ต่ออีกสักคืน ทั้งยังแนะนำให้บิดากับท่านอารองหยวนหาซื้อจวนหลังเล็กไว้ที่นี่สักหลัง
กู้ซิ่วไฉทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยว่า “อีกไม่กี่วันเ้าก็ต้องมาเรียนหนังสือในอำเภอ เช่นนั้นก็สมควรซื้อจวนในอำเภอสักหลังจริงๆ”
บัดนี้พวกเขาสองสามีภรรยาไม่ต้องเสียเงินไปกับค่ายาอีกต่อไปแล้ว ประกอบกับก่อนหน้านี้ยังมีรายได้จากการขายภาพวาดให้แก่คหบดีจาง จึงนับว่ามีเงินในมืออยู่ไม่น้อย
“ซื้อจวนสักหลัง และซื้อร้านค้าไว้ปล่อยเช่าสักสองแห่งก็น่าจะดี” กู้อวี้แนะนำต่อ
ในมือหยวนเหล่าเอ้อร์ยามนี้มีเงินเช่นกัน ครั้นได้ยินคำของชายหนุ่ม ในใจเริ่มรู้สึกคันยุบยิบ หากเขาซื้อจวนในอำเภอ เช่นนี้เขาก็จะกลายเป็คนเมืองแล้วน่ะสิ
“ลองถามคนกลางดูดีหรือไม่ว่ามีที่แถวใดบอกขายบ้าง” ในมือหยวนเหล่าเอ้อร์มีเงิน นอกจากซื้อร้านค้าและจวนแล้ว เขายังอยากซื้อที่ดินด้วย เงินที่เขามีอยู่ตอนนี้ยังสามารถซื้อที่นาขนาดสองร้อยหมู่[1] ได้อย่างสบาย
ทว่ากู้อวี้กลับสายศีรษะ เอ่ยว่า “เื่ที่ดินเอาไว้ก่อน รอข้าสอบผ่านแล้วค่อยว่ากันอีกที”
ยุคนี้ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปมีที่ดินในมือสิบกว่าหมู่ก็นับว่าไม่เลวแล้ว หากมีมากเกินไปจะถูกเพ่งเล็งเอาได้ เพียงแค่ผู้มีฐานะมีอำนาจใช้วิธีการแค่เล็กน้อยกลั่นแกล้งขึ้นมา ก็อาจทำให้ชาวบ้านต้องเอาที่ดินทั้งหมดที่มีมาชดใช้แล้ว เพราะฉะนั้นหากเขายังสอบจวี่เหรินไม่ได้ เื่นี้คงต้องพักเอาไว้ก่อน
“ได้ ข้าฟังเ้า พวกเราไปหาคนกลางเพื่อเจรจาเื่จวนกันเถิด”
“ท่านพ่อ ท่านอารองหยวน พวกท่านไปดูกันเองเถิด ข้าจะพาเจินเจินไปเที่ยวเล่น” กู้อวี้เอ่ยกับทั้งสองคน
แววตาเอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางเปล่งประกายในทันใด พวกเขามองกู้อวี้อย่างคาดหวัง หากแต่กู้อวี้กลับเอ่ยด้วยสีหน้าเ็า “ต่อไปพวกเ้าต้องสร้างครอบครัว เช่นนั้นต้องหัดเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองั้แ่เนิ่นๆ” กล่าวจบชายหนุ่มก็อุ้มเจินเจินขึ้นแล้วหมุนกายเดินจากไปทันที
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางได้แต่ทำหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ พี่ชายที่พอมีน้องสาวก็ทอดทิ้งน้องชายเช่นนี้ปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว!
“พี่ชาย พวกเราจะไปเล่นที่ใดหรือ” เจินเจินเอ่ยถาม
กู้อวี้ว่าจ้างคนแบกเกี้ยวให้ไปส่ง หลังบอกที่หมายแก่คนแบกเกี้ยวเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็อุ้มเจินเจินขึ้นไปนั่งบนนั้น
“ไปถึงเดี๋ยวเ้าก็รู้เอง” กู้อวี้ตอบคำ
เมื่อเกี้ยวเริ่มเคลื่อนไปด้านหน้าก็ดึงดูดความสนใจของเจินเจิน นางเพิ่งเคยนั่งเกี้ยวเป็ครั้งแรก ให้ความรู้สึกตื่นเต้นและแปลกใหม่เหลือเกิน เด็กหญิงเลิกม่านดูด้านนอก เห็นอะไรก็รู้สึกว่าแปลกใหม่ไปเสียหมด ประเดี๋ยวส่งเสียงร้องอุทานอย่างตื่นเต้น ประเดี๋ยวก็ตั้งคำถามแปลกๆ กับกู้อวี้
ถึงแม้ชาติก่อนปีศาจโสมอย่างนางจะมีอายุหลายพันปี แต่ก็ไม่เคยลงจากูเาเลยสักครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่รู้ล้วนได้มาจากการที่พี่สาวสุนัขจิ้งจอกบอกเล่าให้ฟังเท่านั้น ชาตินี้เมื่อกลับชาติมาเกิดใหม่จึงไม่ต่างอันใดกับเด็กทั่วไป เห็นสิ่งใดก็รู้สึกแปลกตาและมีคำถามมากมาย
กู้อวี้ผู้กลายร่างเป็ผู้รอบรู้ตอบคำถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
ครั้นถึงที่หมาย คนแบกหามเกี้ยวเอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า “พวกข้ารับจ้างแบกคนมาก็มาก แต่ยังไม่เคยเจอพี่ชายที่มีความอดทนต่อน้องสาวเช่นนี้มาก่อนเลย”
อีกคนเอ่ยต่อ “มีความอดทนยังไม่เท่าไร แต่สามารถตอบคำถามแปลกๆ ของนางได้นี่สิ คนรุ่นหลังช่างน่ากลัวเหลือเกิน รอบรู้ไปหมดทุกเื่ หากข้ามีเงินคงต้องดูส่งบุตรหลานไปเรียนที่สำนักศึกษาบ้างแล้ว”
เจินเจินกระซิบข้างหูกู้อวี้ “พี่ชาย พวกเขาชมท่าน”
“พวกเขาชมเ้าต่างหาก เ้าถามคำถามเก่งถึงได้แสดงให้เห็นถึงความเก่งของข้าอย่างไรเล่า”
นี่พี่ชายรู้จักเยินยอผู้อื่นกลับแล้ว!
[1] หมู่ หน่วยวัดขนาดพื้นที่ของจีน หนึ่งหมู่เท่ากับ 666.67 ตาราเมตร หรือ 0.41 ไร่
