หลังจากดึกดำบรรพ์ล่มสลาย ขั้นมหันตก็กลายเป็ผู้แข็งแกร่งในตำนาน ถึงจะมีเหลือรอดชีวิตมาบ้าง ทว่าล้วนแล้วใช้หินโลหิตผนึกปราณหยุดอายุขัย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถปรากฏตัวในโลกหล้าได้บ่อยนัก
หากมีขั้นมหันตถือกำเนิดในขุมพลังอำนาจหนึ่ง การที่จะปกครองทวีปเฉียนหยวนย่อมไม่เป็ปัญหา พวกเขาสามารถรวบรวมทุกเขตแดนอาณาเป็ของตัวเอง
เย่หงเฉินเกิดมาพร้อมเจตจำนงกระบี่ เขามีโอกาสที่จะสำเร็จเป็ขั้นมหันต เพราะเหตุนั้นหอเทวาลัยจึงมอบทรัพยากรทุกอย่างที่มีให้กับเย่หงเฉิน ทว่าเจตจำนงกระบี่ที่ภาคภูมิใจกลับถูกจูชิง่ชิงไป กระทั่งนักพรตซานเฟิงยังหวาดหวั่นต่อเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งที่สมบูรณ์
“บัดซบ!” เมื่อครู่จูชิงกระตุ้นเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งเพียงเล็กน้อย ยามนี้เขาถึงกับตาพร่าวมัว ลมปราณในกายาคล้ายถูกดูดกลืนหมดตัว
เย่หงเฉินเกิดมาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่ ส่วนเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งของจูชิงได้มาจากการตระหนักรู้อักขระบนกระดองเต่า ร่างกายของเขายังไม่สามารถขับเคลื่อนเจตจำนงกระบี่ที่แข็งแกร่งเฉกเช่นนั้นได้
ทันใดนั้นซั่งกวานซงรีบดึงแขนของจูชิงแล้วเข้าไปในรูหนอน!
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน หอเทวาลัยจะเป็ปรปักษ์กับเ้าชั่วไปชีวิต!” นักพรตซานเฟิงมองซั่งกวานซงกับจูชิงที่หายเข้าไปในรูหนอน ะโเสียงดังลั่นด้วยโทสะ
“ฟึ่บ!” ลมปราณบนกระบี่สังหารเทวาลัยพุ่งพล่าน นักพรตซานเฟิงฟันกระบี่ใส่รูหนอน
สังหารเทวาลัยเป็ศัสตราวุธิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเฉียนหยวน เมื่ออยู่ในมือของนักพรตซานเฟิงซึ่งเป็ขั้นนิพพาน พลานุภาพแตกต่างกับตอนที่อยู่กับเย่หงเฉินราวฟ้ากับเหว!
ซั่งกวานซงหน้าเปลี่ยนสี เขาคิดไม่ถึงว่านักพรตซานเฟิงจะสำแดงพลานุภาพของกระบี่สังหารเทวาลัยได้น่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้ ถึงขั้นส่งผลกระทบต่อรูหนอน!
“ระวัง ปกป้องตัวเองด้วย!” ซั่งกวานซงคำราม ลมปราณพุ่งทะยานเป็เท่าทวี ลมปราณกว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทรยับยั้งรูหนอนที่กำลังสั่นะเื
ซั่งกวานซงรู้ว่ามันสกัดกั้นพลังนั่นได้เพียงชั่วคราว เพราะรูหนอนถูกกระบี่สังหารเทวาลัยทำลายแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วพวกเขาจะไปโผล่อยู่ที่ใด มีเพียงพระเ้าเท่านั้นที่รู้
“เฒ่าปีศาจทำอย่างไรดี!” จูชิงตะลึงงัน
“ระฆังธารบุษรา ใช้ระฆังธารบุษราสิ!” เฒ่าปีศาจตื่นตระหนกเช่นกัน การที่รูหนอนถูกทำลายไม่ใช่เื่เล็กๆ มีความเป็ไปได้สูงที่จูชิงจะตัวแหลกสลายไปพร้อมกับรูหนอน
ครั้นนึกถึงระฆังธารบุษราที่ถูกศิลาผนึกิญญาพิชิต์สยบ จูชิงตาเป็ประกายแล้วรีบนำระฆังออกมาปกป้องตัวเองเอาไว้
“พวกเ้าเองก็รีบเข้ามาสิ!” จูชิงสะบัดมือพาัคะนองน้ำน้อย สุนัขโลกันตร์สามหัวกับเก้าหางเข้ามาข้างใน
“ตู้มมม!” เสียงะเิดังสนั่นอึกทึก รูหนอนแตกเป็เสี่ยง ลมอันน่าพรั่นพรึงหอบพัดพาระฆังธารบุษราลอยออกไป
ซั่งกวานซงอยากจับจูชิงไว้ ถึงเขาจะเป็ขั้นนิพพาน ทว่าสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือปกป้องตัวเองแล้วมองดูจูชิงลอยออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
เสียงระฆังธารบุษราดังสะท้อนก้องฟ้า ถึงจะอยู่ในระฆังธารบุษรา ทว่าจูชิงก็ััได้ถึงพลังมหาศาลจากการพังทลายของรูหนอน หากไม่มีระฆังคุ้มกันกาย ป่านนี้จูชิงคงกลายเป็หมอกโลหิตไปแล้ว
ณ ที่ใดที่หนึ่ง
“เจียวซือหลั่ว ไม่ว่าเ้าจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ข้าก็จะฆ่าเ้าให้ได้!” ทันใดนั้น จูชิงได้ยิงเสียงะโมาจากแดนไกล
“ซือโพว จับข้าให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ!” เสียงหัวเราะดังสะท้อนเข้ามาในหู
“หง่างเหง่ง!” ระฆังธารบุษราสั่นะเื เสียงเอ็ดอึงสะท้านฟ้า รูหนอนประหลาดปรากฏกลางอากาศ กลืนกินระฆังธารบุษราเข้าไป
เจียวซือหลั่วกับซือโพวมองระฆังที่ประจักษ์เพียงครู่หนึ่งก่อนที่จะหายวับไปจากสายตา กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว เหวี่ยงหมัดปะทะกันบนท้องฟ้า!
ทั้งสองเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์แข็งแกร่งแสนพรรณนา ก้าวข้ามเป็ขั้นมหันตั้แ่พันปีก่อน และพวกเขาก็ไล่ล่ากันมานานเป็พันปีแล้ว ข้ามผ่านเขตแดนมานับไม่ถ้วน ระฆังธารบุษราจะสั่นทุกครั้งที่ทั้งสองคนเหวี่ยงหมัด อีกทั้งที่แปลกกว่านั้นก็คือเสียงของระฆังธารบุษราสามารถเปิดรูหนอนได้ด้วย!
“นั่นมัน...ระฆังผนึกโลกาของอาณาเขตธารบุษรา!” เจียวซือหลั่วร้องลั่น
อาณาเขตธารบุษราถูกปกครองโดยวิหารธารบุษรา มีขั้นมหันตหลายสิบคน ซึ่งระฆังผนึกโลกาเป็สมบัติของวิหารธารบุษรา
ว่ากันว่าหลายหมื่นปีก่อน มีฏปรากฏตัวในวิหารธารบุษรา ขโมยระฆังผนึกโลกาหนีไปจากอาณาเขตธารบุษราแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หนึ่งหมื่นปีต่อมา ระฆังผนึกโลกาก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย พวกเขาตะลึงจังงัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะพบสมบัติในตำนาน!
แต่เพียงแวบเดียวระฆังผนึกโลกาก็หายไป พวกเขาไม่ได้คิดอะไรมากทั้งยังไม่เห็นจูชิงที่อยู่ในระฆังผนึกโลกา สมบัติในตำนานนี้สามารถเดินทางข้ามผ่านห้วงอากาศ ซึ่งไม่ได้เป็เื่น่าใอะไร
“น่าเสียดาย ถ้าได้ระฆังผนึกโลกา เจียวซือหลั่วจะประมือกับข้าได้อย่างไร?” ซือโพวถอนหายใจ แค่นิดเดียว แค่นิดเดียวก็จะได้ระฆังผนึกโลกาแล้วเชียว
ระฆังผนึกโลกาสั่นอีกครั้ง จูชิงกับพวกสุนัขโลกันตร์สามหัวที่ซ่อนอยู่ในระฆังทนไม่ไหวเป็ลมหมดสติไป
เมื่อจูชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในรูหนอน แม้ไม่รู้ว่าสลบไปนานแค่ไหนแล้ว แต่เดาว่าน่าจะไม่ใช่่เวลาสั้นๆ สุดท้ายรูหนอนนี่จะพาพวกเขาไปที่ไหน?
“เฒ่าปีศาจ นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว” จูชิงกล่าว
“รอดูสถานการณ์ไปก่อน มีระฆังธารบุษราคุ้มครองอยู่ เ้าไม่ต้องกลัวหรอก” เฒ่าปีศาจพูด
ไม่รู้ว่าล่องลอยอยู่ในรูหนอนนี้นานเท่าไหร่แล้ว ทันใดนั้นระฆังธารบุษราก็สั่นไหวคล้ายกับไปชนอะไรเข้าแล้วหยุดลง!
จูชิงตะลึงลาน “ในที่สุดก็ออกมาจากรูหนอนได้แล้ว!”
ขณะที่เขาปีนออกมาจากระฆังธารบุษรา ลมพัดกระโชกแรง หอบจูชิงลอยขึ้นไปในอากาศ
เสือดาวสองหัวยืนน้ำลายสอ ดวงตาสีแดงฉานจ้องเขม็งมองเขา
“เ้าเสือนี่คงไม่ใช่ญาติเ้าใช่หรือไม่” จูชิงหันไปยิ้มให้กับสุนัขโลกันตร์สามหัว
สุนัขโลกันตร์สามหัวกลอกตา เสือดาวที่อ่อนแอเฉกเช่นนี้จะเป็ญาติกับสุนัขโลกันตร์สามหัวที่สูงศักดิ์ได้อย่างไร?
สุนัขโลกันตร์สามหัวตะปบกรงเล็บครั้งเดียวเสือดาวสองหัวก็ถูกบั่นศีรษะร่วงกับพื้น
จูชิงเก็บระฆังธารบุษราพลางกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังมาจากระยะไกลทำให้จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก
“ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?” จูชิงเอ่ยถาม
ัคะนองน้ำส่ายหัวแล้วเลื้อยพันรอบแขนขวาของจูชิง เก้าหางกับสุนัขโลกันตร์สามหัวมองซ้ายทีขวาทีด้วยความตื่นเต้น เพราะมีระฆังธารบุษราพวกเขาจึงไม่ได้รับาเ็ใดๆ
หลังจากเดินไปได้หลายร้อยลี้จูชิงก็มองสัตว์อสูรั์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ เพราะพวกมันทั้งสองกำลังต่อสู้กันเพื่อ่ชิงหญ้าสีม่วงที่พริ้วไหวไปมาอยู่บนพื้นดิน!
“ตู้ม!” จู่ๆ ท้องฟ้าพลันมืดลงในพริบตาเดียว จูชิงแหงนหน้ามองอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนสี กายาเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะไร้เงากลายเป็เงาดำหายลับไปในขอบฟ้า
เท้าขนาดมหึมากระทืบทลายปฐี เท้านั่นขนาดใหญ่เกือบร้อยเมตร ทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของพวกมันถูกบดขยี้แหลกสลายเป็ผุยผง!
“สัตว์ประหลาดนั่นมันอะไร เหตุใดถึงตัวใหญ่ขนาดนั้น?” จูชิงมองฝ่าเท้าที่กำลังเคลื่อนไหว ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง
เขาเห็นเพียงฝ่าเท้าที่อยู่ในเมฆา ยากที่จะจินตนาการว่าขนาดตัวของมันใหญ่โตมโหฬารเพียงใด
โชคดีที่สัตว์ประหลาดเฉกเช่นนี้มีอยู่ไม่มาก ่ครึ่งเดือนที่ผ่านมาจูชิงเจอแค่สองตัวเท่านั้น
เขาเดินทางอย่างน้อยเป็แสนลี้แต่กลับไม่พบร่องรอยของมนุษย์เลย มีแต่สัตว์อยู่ทั่วทุกหนแห่ง สภาพแวดล้อมคล้ายคลึงกับเกาะหลัวโหวมาก
ระหว่างทางจูชิงยังพบสมุนไพรนับไม่ถ้วน แม้ไม่รู้ว่าพวกมันมีประโยชน์อะไร แต่เก็บเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า
“ข้าบอกแล้วว่าข้าเคยเจอเ้าตัวเล็กนี่มาก่อน!” ทันใดนั้นเสียงแหลมเล็กดังออกมาจากท้องฟ้า
จูชิงแหงนหน้ามองทันใด จากนั้นฝ่ามือข้างหนึ่งพุ่งดิ่งลงมาตรงมาที่เขา!
จูชิงอกสั่นขวัญแขวน ฝ่ามือนั่นไม่ต่างอะไรกับูเา ถ้าถูกโจมตีมีหวังตัวแหลกในคราวเดียวเป็แน่!
“ฟึ่บ!” จูชิงเปลี่ยนเป็สภาวะไร้เงารอดจากระยะของฝ่ามือนั่นอย่างหวุดหวิด
“หืม หลบได้งั้นรึ!” เสียงประหลาดใจดังผ่านเมฆา
ทันใดนั้นเมฆาหมอกเคลื่อนตัวลงมา เด็กมัดผมแกละก้มลงมามองจูชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม้ว่ามันจะดูไม่สมเหตุสมผล แต่พอจูชิงเห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้น ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาก็คือ เด็ก
“ขั้นนิพพาน!” เฒ่าปีศาจตะลึงงัน ถึงเป็เขาพอเห็นเด็กคนนั้นก็ถึงกับอยากเปล่งเสียงร้องเสียอดไม่ได้
“เ้าตัวเล็กจัง!” เด็กคนนั้นพูดแล้วชี้นิ้วมาที่จูชิง
จูชิงกลอกตาพลางคิดในใจ “เพราะเ้าตัวใหญ่เกินไปต่างหาก”
“เสี่ยวซา ทำอะไรอยู่?” ทันใดนั้นพื้นสั่นะเื ร่างที่ใหญ่กว่าปรากฏข้างๆ จูชิง
จูชิงหนังตากระตุก เสี่ยวซาที่ตัวใหญ่ั์ เมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้กลับเป็แค่เด็กจริงๆ เขาย่อตัวลงแล้วอุ้มเสี่ยวซาไว้บนไหล่
“ที่นี่มันที่ไหน เหตุใดถึงมีคนั์เต็มไปหมด?” จูชิงคิดในใจ
“หืม นั่นมันมนุษย์ไม่ใช่รึ ข้าไม่เจุ์มานานหลายปีแล้ว!” ั์ที่อยู่เหนือเมฆายิ้มเล็กน้อย สายลมพัดผ่านหอบยกจูชิงขึ้นไปบนท้องฟ้า
ไม่รู้ว่าลอยขึ้นมาสูงกี่หมื่นเมตร ในที่สุดจูชิงก็เห็นใบหน้าของั์ ดวงตาเหมือนกับหงส์ คิ้วคล้ายหนอนไหม นอกจากร่างกายที่ใหญ่โตแล้วก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากมนุษย์เลย
ั์วางจูชิงไว้บนหัว เพียงสืบเท้าก้าวเดียวข้ามก้าวไปไกลเป็หมื่นเมตร
“มนุษย์ มนุษย์ ข้าได้เห็นมนุษย์ในตำนานแล้ว!” เสี่ยวซาที่อยู่บนไหล่ั์ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้น
จูชิงผงะไปครู่หนึ่ง แค่เจุ์มันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้าเทียบกับั์เหล่านี้ มนุษย์ดูไม่ได้พิเศษอะไรเลย อย่างน้อยสำหรับจูชิงั์ก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก ขนาดเด็กน้อยยังเป็ขั้นนิพพาน
หนึ่งชั่วยามต่อมาจูชิงเห็นเผ่าเผ่าหนึ่ง ในเผ่านี้มีั์หลายร้อยตน มีทั้งตัวเล็ก มีทั้งตัวใหญ่ ครั้นพวกเขาเห็นั์ตัวนี้กลับมาก็โห่ร้องเสียงดังลั่นฟ้า
