การสัญจรของแคว้นต้าถังไม่สะดวกยิ่งนัก บ้านของทหารส่วนใหญ่อยู่ไกลจากกองทัพมาก ระยะทางไปกลับหลายร้อยลี้ วันหยุดเยี่ยมญาติสิบห้าวันนั้นใช้เวลาไปกับการเดินทางเป็ส่วนใหญ่ หากเจอกับฤดูน้ำหลาก ฤดูหิมะตก ยังไม่ทันได้กลับถึงบ้านเพื่อพบปะกับคนในครอบครัวก็จำต้องกลับไปที่ค่ายทหารแล้ว
ด้วยเหตุนี้พวกทหารจึงสะสมวันหยุดเยี่ยมญาติเอาไว้ สองถึงสามปีจึงกลับไปเยี่ยมญาติหนึ่งครั้ง
กองทัพของหวังเฮ่าเดินทางไปกลับจากบ้านเป็ระยะทางสี่ร้อยลี้ แม้จะเป็วันที่สภาพอากาศดีและเดินทางหกสิบลี้ต่อวัน ก็ยังต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวัน และสามารถอยู่ที่บ้านได้เพียงแปดวันเท่านั้น
เขาเข้าร่วมกองทัพเป็ทหารได้ห้าปีแล้ว ั้แ่ปีที่สามเป็ต้นมาเขาก็กลับไปเยี่ยมญาติปีละครั้ง แต่ละครั้งล้วนไปมาอย่างเร่งรีบ
ลาหยุดเยี่ยมญาติเมื่อปีที่แล้ว คือตอนหมั้นหมายของเขากับหลี่ชิงชิง เยี่ยมญาติปีนี้คือตอนที่กลับไปแต่งงาน
ครั้งนี้เขามีวันหยุดเยี่ยมญาติเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง ทําให้เขาดีใจเป็อย่างยิ่ง กล่าวขอบคุณเฉินไจ้ไม่หยุด
“ข้าได้ยินมาว่าเ้าคิดถึงภรรยาจนแทบบ้าแล้ว ข้าจะทนดูเ้าเป็บ้าได้อย่างไร จึงช่วยให้สมปรารถนา รีบกลับบ้านไปนอนกับภรรยาเถิด” เฉินไจ้หัวเราะเสียงดัง แล้วเอ่ยอีกว่า “แค่ได้ยินภรรยาสองคำนี้ดวงตาของเ้าก็เป็ประกายแล้ว ดูท่าทางไม่มีอนาคตของเ้าสิ!”
คนข้างๆ ล้วนเป็สหายร่วมรบจากหน่วยเดียวกัน ส่งเสียงโห่ร้องตาม “เขาเพิ่งเคยร่วมหลับนอนและรู้ข้อดีของสตรี ย่อมคิดถึงจนทนไม่ไหว”
“ครั้งนี้หวังเฮ่าเก็บเรี่ยวแรงมาหลายเดือนแล้ว กลับบ้านไปคงทําเอาภรรยาลุกจากเตียงไม่ไหวเลยละ?”
“ฮ่าๆ ข้าว่านะเ้าหนุ่มหวังเฮ่า คราวนี้เ้าช่างโชคดีจริงๆ สร้างความดีความชอบจนได้เงินและเลื่อนขั้น แล้วยังสามารถกลับบ้านไปเยี่ยมญาติและหลับนอนกับภรรยาได้อีก”
หวังเฮ่าก็มิใช่นายทหารใหม่ ไม่กลัวที่พวกเขาเอ่ยวาจาหยาบโลนเหล่านี้ เอ่ยขึ้นว่า “มารดามันเถิด เหมือนกับพวกเ้าเห็นภรรยาแล้วตาจะไม่เป็มันส่วนล่างไม่รู้สึกอย่างนั้นแหละ! ข้าเป็บุรุษ บุรุษแท้ๆ แต่งภรรยาแล้วอยากร่วมเตียงเคียงหมอนย่อมเป็เื่ธรรมชาติ!”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ร่วมหลับนอนกับหลี่ชิงชิง แต่กลับสวมรอยเป็คนมากประสบการณ์ หากไม่ทำเช่นนี้ พวกคนไร้ศีลธรรมกลุ่มนี้จะยิ่งเอ่ยวาจาหยาบโลนมากขึ้น
“ใช่ บุรุษไม่อยากหลับนอนกับภรรยาถึงหมายความว่าส่วนล่างมีปัญหา!” ผังต้าไห่โผล่ออกมาจากที่ใดไม่รู้ สายตาหยาบคายกวาดผ่านร่างกายส่วนล่างของทุกคน
พวกเขาหัวเราะเสียงดังพลางด่าทอว่า “เตียงของเ้าเปียกเป็วงใหญ่ทุกวัน ส่วนล่างเ้านั่นแหละมีปัญหา!”
“หากข้ามีปัญหา เตียงจะเปียกได้หรือ? มีความสามารถพวกเ้าก็ทำเตียงเปียกทุกวันให้ข้าดู!”
“เ้าก็แค่พูดจาเหลวไหล มีความสามารถเ้าก็ไปนอนกับหญิงม่ายข้างนอกให้พวกข้าดูสิ!”
“นอนกับหญิงม่ายต้องเสียเงิน ทั้งยังไม่ใช่นอนเปล่าๆ ข้าจะนอนกับนางเพื่อทำสิ่งใด?”
“ข้าว่านะผังต้าไห่ ครั้งนี้เ้าได้เลื่อนขั้น เ้ายังเสียดายเงินไม่กี่เหรียญทองแดงที่จะได้นอนกับหญิงม่ายจางหรือ”
ทหารร่างผอมดวงตาสามเหลี่ยมคนหนึ่งเผยยิ้มชั่วร้ายอย่างทะลึ่งทะเล้น เอ่ยว่า “สิบห้าเหรียญทองแดงสามารถหลับนอนกับหญิงม่ายจางได้หนึ่งครั้ง ยังดูแลอาหารการกินอีกหนึ่งมื้อ! นี่เ้าก็ยังเสียดายหรือ?”
เดิมทีครั้งนี้ผังต้าไห่อาศัยบารมีของหวังเฮ่าที่ทำความดีความชอบ จึงถูกเฉินไจ้เลื่อนตำแหน่งขึ้น ได้รับเกียรติเลื่อนเป็ทหารระดับกลาง และเงินเดือนทหารก็เพิ่มขึ้นหลายสิบเหรียญทองแดง
เงินเดือนทหารของทหารชั้นประทวนออกทุกๆ ไตรมาส แต่ละครั้งจะจ่ายเงินหลายร้อยเหรียญทองแดง เป็จํานวนค่อนข้างมาก สถานที่พักที่กองทัพจัดสรรให้กับทหารชั้นประทวนแต่ละนายนั้นเล็กมาก ทหารแต่นายล้วนไม่เก็บเงินไว้ในที่พัก ประการแรกคือไม่มีที่สำหรับเก็บ ประการที่สองคือกลัวจะทำหายแล้วกล่าวได้ไม่ชัดเจน พวกเขาจึงฝากเงินไว้ในบัญชีของค่ายที่มีเสมียนคอยดูแล เมื่อใดที่้าก็ไปเบิกกับเสมียน
กองทัพจะหยุดพักในวันสุดท้ายของทุกๆ สิบวัน และหยุดสองถึงสามวันในเทศกาลใหญ่ เช่นปีใหม่ เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ และเดือนที่สองของฤดูใบไม้ร่วง
ทหารที่อยู่ใน่พักหรือ่วันหยุด สามารถออกจากค่ายไปเที่ยวเล่นบริเวณรอบๆ ได้ แต่ไม่อาจพักค้างแรมได้ ต้องกลับกองทัพในเวลาที่กําหนดของวันนั้น มิฉะนั้นจะถูกลงโทษตามกฎทหาร
ทหารทุกนายล้วนเป็บุรุษ ไม่มีสตรี บุรุษที่แต่งงานแล้วบางส่วนมักจะฝึกอยู่ในค่าย ไม่ได้พบเจอสตรีมาเป็เวลานาน ร่างกายไม่ได้ปลดปล่อย เห็นสุกรตัวเมียก็รู้สึกพึงพอใจ ครั้นมีความ้าก็ต้องมีการสนอง ดังนั้นนอกค่ายทหารจึงมีสตรีที่เป็หญิงโสเภณี
ค่าตัวของหญิงโสเภณีถูกกว่าหญิงในหอคณิกาอยู่มาก
หน่วยที่หวังเฮ่าประจำการอยู่ มีทหารทางการและทหารชั้นประทวนบางคนมักจะออกนอกค่ายใน่พักและวันหยุด เพื่อไปหลับนอนกับหญิงโสเภณี
หญิงม่ายจางเป็หนึ่งในหญิงโสเภณีบริเวณใกล้เคียง สตรีผู้นี้เป็โสเภณีมาหลายปีแล้ว หน้าตาธรรมดายิ่งนัก เพียงแต่ค่าตัวถูกและยังดูแลเื่อาหารการกิน บางคนบอกว่านางอายุสามสิบกว่าปี บ้างก็ว่าอายุสี่สิบกว่าปี
ทหารร่างผอมดวงตาสามเหลี่ยมก็เป็แขกประจําของหญิงม่ายจางเช่นกัน ปีนี้เขาอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี ที่บ้านมีภรรยาอายุไล่เลี่ยกัน ทนความเปล่าเปลี่ยวยามอยู่ในค่ายไม่ไหว จึงจ่ายเงินนอนกับหญิงม่ายจางที่อายุมากกว่าตนเองสิบกว่าปี
พวกเขาต่างเป็ทหารเช่นเดียวกัน ฝึกซ้อมอย่างยากลำบาก อาหารการกินก็ไม่ดี ทั้งยังไม่ได้กลับบ้านไปหาภรรยาเป็เวลานาน จึงรู้สึกอ้างว้างเป็อย่างยิ่ง
อย่าได้มองว่าผังต้าไห่พูดจาหยาบคาย และเอาแต่คิดถึงสตรีอยู่ตลอดทั้งวัน ทว่าเขากลับไม่เคยหลับนอนกับหญิงโสเภณีเลย
ั้แ่ผังต้าไห่เข้ามาเป็ทหารจนถึงบัดนี้ เงินเดือนทหารทั้งหมดล้วนฝากไว้ไม่เคยใช้แม้แต่เหรียญเดียว เขาตั้งใจจะมอบให้ภรรยาที่บ้านเมื่อสามารถใช้วันลากลับไปเยี่ยมญาติได้
ข้อเสียของผังต้าไห่นั้นมีมากมาย แต่เพราะเขาสามารถควบคุมตนเองได้ มีความรับผิดชอบต่อภรรยาที่บ้าน หวังเฮ่าจึงยินดีที่จะดูแลเขาในฐานะทหารที่เข้ามาใหม่
ตีให้ตายหวังเฮ่าก็ไม่มีทางนอนกับหญิงโสเภณี นี่ไม่เกี่ยวกับการที่เขารู้อักษร แต่เป็เพราะที่บ้านของเขาอบรมสั่งสอนเขามาอย่างเข้มงวดยิ่ง ถูกท่านพ่อและท่านแม่สั่งสอนั้แ่เด็กว่าการเป็บุรุษก็ต้องสงวนท่าทีของตนเอง ห้ามเหลาะแหละและหยาบคาย
“พี่เฮ่า ท่านจะกลับบ้านไปหาพี่สะใภ้เมื่อใดหรือ?” ผังต้าไห่ยืนกรานที่จะเรียกหวังเฮ่าว่าพี่ชายั้แ่ตนได้รับการเลื่อนขั้น โดยไม่มองว่าใบหน้าแก่ๆ ของตนที่คล้ายกับคนอายุสามสิบกว่านั้น สามารถเป็ลุงของหวังเฮ่าได้แล้ว
หวังเฮ่าเอ่ยอย่างใจเย็นว่า “ข้าต้องรอให้เจิ้งหยวนฟื้นตัวดีเสียก่อน”
ผังต้าไห่มีความไม่แน่ใจอยู่บ้าง พลางเอ่ยถาม “ท่านกําลังพูดถึงเจิ้งหยวนที่แขนซ้ายขาด จนต้องปลดประจำการกลับบ้านเกิดผู้นั้นหรือ?”
หวังเฮ่าเอ่ยเสียงเบา “ใช่แล้ว เป็เขานั่นแหละ เขาเป็คนหมู่บ้านเดียวกันกับข้า เขาาเ็สาหัส ข้าอยากถือโอกาสพาเขากลับไปด้วยตอนลาเยี่ยมญาติ”
ทหารเก่าอายุเกือบสี่สิบปีที่มีหนวดเคราเต็มใบหน้าผู้หนึ่งเอ่ยถามว่า “เจิ้งหยวนแต่งงานแล้วหรือ?”
“แต่งงานแล้ว ภรรยาของเขาให้กำเนิดบุตรสาวหนึ่งคน” หวังเฮ่าทอดถอนใจด้วยความหดหู่อยู่ในใจ เมื่อปีนั้นตอนที่เจิ้งหยวนยังเป็ชายหนุ่มในหมู่บ้าน เขาเคยตามเกี้ยวพานหวังเยวี่ย หากไม่ใช่ว่าหวังเยวี่ยชอบพอชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอย่างโจวถง เจิ้งหยวนก็เกือบจะได้ตบแต่งกับหวังเยวี่ย และกลายเป็พี่เขยของเขาแล้ว
ยามนี้เจิ้งหยวนแขนขาดจำต้องกลับบ้าน ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตของเขาจะเป็อย่างไร
ทหารเก่าผู้นั้นถามต่อว่า “ภรรยาเขาเป็คนอย่างไร?”
“นี่ก็...” หวังเฮ่าคิดย้อนกลับไปอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ได้ยินคนในหมู่บ้านกล่าวว่าภรรยาของเขานิสัยดี เป็คนดี”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” ทหารเก่าทอดถอนใจยาวหนึ่งเสียง แล้วเอ่ยอีกว่า “สหายร่วมรบคนหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกับข้าขาขาดหนึ่งข้างขณะปราบโจรเมื่อหลายปีก่อน หลังจากปลดประจำการกลับบ้าน ภรรยาของเขาขโมยเงินทั้งหมดในบ้านหนีไปกลางดึก สหายข้าโกรธจนพลัดตกจากเตียงนอน คลานจากตัวบ้านไปจนถึงสระน้ำทางเข้าหมู่บ้านเพื่อจบชีวิต โชคดีที่ถูกผู้าุโในหมู่บ้านที่ตื่นแต่เช้ามาพบเข้า จึงะโเรียกคนในหมู่บ้านมาช่วยชีวิตเขาไว้”
ทุกคนต่างร้องเสียงหลงออกมา “จริงหรือ? มีเื่เช่นนี้ด้วย น่าเวทนายิ่ง!”
“สตรีผู้นี้จิตใจอำมหิตนัก สมควรลงโทษนางโดยการขี่ลาไม้ [1]”
“ไม่อยากใช้ชีวิตด้วยกันเพียงหย่าก็พอแล้ว เหตุใดจึงขโมยเงินทั้งหมดไปด้วยเล่า?”
“เ้ารีบพูดต่อเร็ว หลังจากนั้นสตรีนางนั้นถูกจับได้หรือไม่?”
ทหารเก่าส่ายศีรษะไปมา พลางเอ่ย “คนหนีไปแล้ว ไหนเลยจะจับได้” เขาเอ่ยอย่างเศร้าใจอีกว่า “เฮ้อ สหายร่วมรบของข้าเสียไปเมื่อปีก่อน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในใจของทุกคนก็เกิดความรู้สึกอึดอัดใจขึ้น แม้แต่ทหารร่างผอมดวงตาสามเหลี่ยมก็ยังหมดความสนใจที่จะเอ่ยถึงหญิงม่ายจาง
หนึ่งเดือนต่อมา ร่างกายของเจิ้งหยวนฟื้นตัวจนสามารถเดินทางไกลได้แล้ว หวังเฮ่าจึงลากลับไปเยี่ยมญาติและพาเจิ้งหยวนกลับบ้านด้วยกัน
---------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ขี่ลาไม้ (骑木驴) หมายถึง วิธีการทรมานแบบประจานก่อนปะาชีวิต สำหรับสตรีที่ทำผิดประเวณี
