“แฮ่มๆๆ เดี๋ยวๆ ข้ามีปัญหาเล็กๆ ที่จะต้องบอกพวกท่านทั้งสองคนก่อน ตามที่ข้ารู้มาคือ กระดูกพวกนี้มันแข็งมาก” ซุนเฟยพูดพลางเปลี่ยนเป็ 'โหมดคนเถื่อน' แล้วเรียกขวานคู่ม่วงเขียวออกมา ก่อนจะทำการสาธิตด้วยการเหวี่ยงขวานไปฟันกระดูกที่อยู่ข้างๆ อย่างแรง ขวานนี้สามารถสังหารยอดฝีมือระดับสามดาวได้ในพริบตาเดียว แต่มันกลับไม่สามารถทิ้งรอยเล็กๆ ไว้บนกระดูกพวกนี้ได้ “ดูสิ ความแข็งแกร่งของกระดูกพวกนี้มันเกินกว่าที่ข้าคิดไว้มาก แล้วแบบนี้ พวกเราจะนำมันมาสร้างเป็อุปกรณ์ได้อย่างไร? หรือจะใช้อะไรมาบดพวกมันจนเป็ผง?”
สีหน้าของแม่ชีอาคาร่าแสดงท่าทีเหมือนกับกำลังจะบอกว่า ‘นี่เ้าปัญญาอ่อนหรือ’ ก่อนจะตอบกลับมาว่า “ถ้าเป็อาวุธหรือวิธีการทั่วไปน่ะ แน่นอนว่า มันไม่สามารถทำอะไร ‘โครงกระดูกปีศาจ’ ได้หรอก แต่นายท่านซุนเฟย ท่านลืมไปแล้วหรือ? ว่าท่านเป็คนจัดการช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่นในค่ายทหารของอารามศักดิ์สิทธิ์บนที่ราบไท้หมัวเพื่อนำค้อนวิเศษมาให้ชาร์ซี ค้อนวิเศษนี้มีอำนาจเหนือพระเ้า ดังนั้นจึงสามารถใช้มันตีโครงกระดูกปีศาจให้เข้ารูปจนกลายเป็อาวุธได้”
ค้อนวิเศษ?
ซุนเฟยรู้สึกยินดีปรีดาขึ้นมา ถ้าเป็อย่างที่พูดจริงๆ ก็ถือว่าเป็เื่ที่สุดยอดมาก ทีนี้เขาก็สามารถขุดูเากองกระดูกนี้ได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะร้อนอกร้อนใจขึ้นมา เขารีบใช้ทักษะเทพเ้า ทักษะ 'อัญเชิญ' เพื่ออัญเชิญช่างตีเหล็กสาวชาร์ซีที่กำลังสร้างอุปกรณ์ร่วมกับพวกช่างตีเหล็กคนอื่นๆ อย่างคึกคักให้มาที่นี่
“เอ๋ ที่นี่ที่ไหนกัน?” ผมสีแดงเพลิงที่มัดรวบเป็หางม้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ชาร์ซีกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ทีู่เากองกระดูกที่อยู่ไม่ไกล ฉับพลัน ดวงตาของชาร์ซีก็เต็มไปด้วยความใและหลงใหล “แปลกจัง ทำไมจู่ๆ ข้าก็รู้สึกคุ้นเคยกับกระดูกพวกนี้กันนะ?”
ซุนเฟยหัวเราะออกมา ก่อนจะหยิบกระดูกที่มีลักษณะเหมือนดาบยาวประมาณหนึ่งเมตรกว่าและกว้างประมาณยี่สิบเิเมาวางไว้บนหิน จากนั้นก็ผายมือแล้วพูดว่า “มาๆๆ ลองใช้ค้อนเ้าทุบดูสิว่าพอจะตีมันแตกไหม”
ปึง!
ชาร์ซียกค้อนขึ้นสูงแล้วตีมันลงมาอย่างแรง กระดูกสีขาวก็พลันแตกกระจาย ซุนเฟยมองภาพตรงหน้าแบบไม่กะพริบตา
ไม่น่าเชื่อ แค่ใช้ค้อนทุบแบบธรรมดาๆ ก็สามารถทำให้กระดูกที่ฟันแทงไม่เข้าแตกกระจายได้อย่างง่ายดายขนาดนี้...นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว ค้อนในมือชาร์ซีเหมือนเกิดมาเป็ดาวพิฆาตของพวก ‘โครงกระดูกปีศาจ’ จริงๆ!
หลังตรวจสอบประสิทธิภาพของค้อนวิเศษนี้แล้ว เื่ที่จะให้ทำต่อมาก็คงจะง่ายมาก
ซุนเฟยเรียบเรียงคำพูดของตัวเอง ก่อนจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งเทพและปีศาจเท่าที่ตัวเองรู้ให้แม่ชีอาคาร่าและตาเฒ่าเคนฟังอย่างละเอียด แต่สิ่งที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกตะลึงคือ หลังจากที่ทั้งสองคนได้ยินก็มีท่าทีแปลกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ช้าพวกเขาก็โยนเื่ราวที่ซุนเฟยอุตส่าห์ฝอยจนน้ำลายกระเด็นไว้ข้างหลัง แล้วหันเหความสนใจมาที่ชาร์ซี ทั้งสองคนต่างแย่งกันพูดถึงมูลค่าและประโยชน์ของ ‘โครงกระดูกปีศาจ’ ให้ชาร์ซีฟัง พวกเขาแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากให้ชาร์ซีทุบูเากองกระดูกนี้ให้กลายเป็วัตถุดิบเวทมนตร์จำนวนนับไม่ถ้วนไวๆ ก่อนหน้านี้ก็พากันล้อมหน้าล้อมหลังชาร์ซี เร่งให้นางใช้ค้อนวิเศษทุบกระดูกเหล่านี้ให้กลายเป็ผงเพื่อที่ตัวเองจะได้นำไปวิจัย
ในระหว่างที่ชาร์ซีกำลังใช้ค้อนวิเศษตีโครงกระดูกปีศาจให้เข้ารูป ต้องบอกว่าการตีโครงกระดูกปีศาจกับตีเหล็กไม่เหมือนกัน หากช่างตีเหล็กออกแรงมากเกินไป กระดูกก็จะแตกกระจายเป็ชิ้นๆ แทนที่จะเป็รูปร่างแบบที่นาง้า เมื่อเห็นชาร์ซีใช้ค้อนทุบลงไปบนกระดูกมากกว่าร้อยชิ้น และทำแตกไปเสียส่วนใหญ่ ทำให้แม่ชีอาคาร่าและตาเฒ่าเคนรู้สึกเ็ปประหนึ่งหัวใจถูกทำลาย โชคดีที่ยังมีูเากองกระดูกอยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้น ทั้งสองคนคงพยายามห้ามชาร์ซีอย่างสุดกำลังเป็แน่!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กระบี่กระดูกที่สวยงามก็ถูกสร้างออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ซุนเฟยลองใช้มือตัวเองชั่งน้ำหนักของกระบี่ มันเบามาก ใบกระบี่ยาวประมาณหนึ่งเมตรและกว้างประมาณห้านิ้ว ซึ่งมันเหมาะสำหรับการฟันมาก มันอาจจะดูไม่ค่อยคมเท่าไร แต่เพียงออกแรงฟันเบาๆ ก็สามารถฝากรอยกระบี่บนเสาหินั์ที่ทนทานลึกถึงสามสี่เิเ ซุนเฟยอ้าปากค้างเล็กน้อย ตามที่ตัวเองคาดการณ์ไว้ั้แ่ตอนแรกว่า คนที่สามารถฝากรอยไว้บนเสาหินั์นี้ได้จะต้องเป็นักรบที่มีระดับหกเจ็ดดาวขึ้นไป...ระดับความคมของกระบี่นี้ เกินกว่าที่ซุนเฟยจินตนาการไว้ซะอีก
“ฮ่าๆๆ กระบี่นี้ข้าขอก็แล้วกัน” ไม่มีคำว่าอายในพจนานุกรมของซุนเฟย เขาเก็บกระบี่ที่สร้างมาจาก ‘โครงกระดูกปีศาจ’ ใส่ในถุงของตัวเอง สำหรับเื่นี้ ทั้งสามคนต่างก็เห็นด้วย ตอนนี้ซุนเฟยคือผู้นำสูงสุดของ 'ค่ายโร้ก' ดังนั้นเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
หลังจากนั้น ชาร์ซีก็เริ่มตีกระดูกอื่นๆ ให้เข้ารูปเป็อาวุธบางส่วน ส่วนแม่ชีอาคาร่ากับตาเฒ่าเคนก็พากันเดินวนรอบูเากองกระดูก คอยสังเกตรายละเอียด เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม หากค้นพบสาเหตุที่ทำให้กลายมาเป็ูเากองกระดูกได้ก็ยิ่งดี
ในทางกลับกัน ซุนเฟยกลับไม่หยิบจับทำอะไรสักอย่าง
ในความคิดของเขา พื้นที่ลึกลับแห่งนี้เริ่มไม่มีอะไรที่น่าสนใจแล้ว ดังนั้นเขาจึงใช้ ทักษะ 'อัญเชิญ' อีกครั้ง เพื่ออัญเชิญโร้กสาวที่มีฝีมือไม่เลวออกมาประมาณห้าหกคนมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและทำงานเบ็ดเตล็ด หลังจากนั้นซุนเฟยจึงเดินไปปรึกษากับแม่ชีอาคาร่าสักพัก ก่อนจะใช้ 'ม้วนคัมภีร์กลับเมือง' และลงวงเวทเล็กๆ ธรรมดาไว้ที่นี่เพื่อสร้างจุดเทเลพอร์ตไว้ให้พวกเขาได้ถอยกลับโลก Diablo ได้ทุกเมื่อ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซุนเฟยจึงออกเดินทางเพื่อเริ่มการผจญภัยครั้งต่อไป
พื้นที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก หลังจากที่ซุนเฟยมุ่งหน้าเดินทางมาได้ครึ่งชั่วโมง เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นเพียงแสงสลัวจุดเล็กๆ ของูเากองกระดูกท่ามกลางความมืด แต่เขามองไม่เห็นแม่ชีอาคาร่าและคนอื่นๆ เมื่อเขาเดินทางต่อไปอีกสักพักแล้วหันกลับมาอีกที ราวกับว่าความมืดได้กลืนกินแสงสว่างไปจนหมด แม้แต่กองไฟที่แม่ชีอาคาร่าก่อไว้ก็มองไม่เห็นแล้ว
ซุนเฟยอัญเชิญอีกาั์กับหมาป่าั์สีขาวออกมา แล้วสั่งให้พวกมันสำรวจเส้นทางทั้งบนท้องฟ้า ด้านหน้า ด้านหลัง ซ้ายและขวา
หลังลังเลอยู่นิดหน่อย ในที่สุดซุนเฟยก็อัญเชิญทหารรับจ้างสาวเอเลน่าออกมา
เมื่อเห็นเงาของเอเลน่ากำลังจะเดินออกมาจากประตูมิติ ฉากในห้องหินก่อนหน้านี้ก็ผุดออกมา เอเลน่าในตอนนั้นดูเปล่งปลั่งมาก กลิ่นหอมๆ ลอยเข้ามาในจมูกของซุนเฟย กลิ่นที่คุ้นเคยแบบนี้ ฉับพลันในหัวของซุนเฟยก็เต็มไปด้วยภาพอันเร้าร้อนระหว่างเขาและเอเลน่าที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ซุนเฟยก็รู้สึกแค่ว่ามีแสงสว่างจ้าเกิดขึ้นท่ามกลางความมืด
“นายท่านซุนเฟย!” เอเลน่าเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ
ซุนเฟยยิ้มเล็กน้อย ความรู้สึกอึดอัดและไม่เป็ธรรมชาติก่อนหน้านี้พลันหายไป ซุนเฟยยื่นมือไปกุมมือของเอเลน่าอย่างนุ่มนวลและััได้ถึงความเย็นเฉียบที่แล่นเข้ามา เขาและเอเลน่าต่างพากันเดินเคียงไหล่กัน “เอเลน่า ต่อจากนี้ไปให้เรียกข้าว่าอเล็กซานเดอร์เถอะ ไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่านซุนเฟยอีกแล้ว!”
ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของซุนเฟย เอเลน่ารู้สึกหน้าร้อนผ่าว “อเล็กซานเดอร์...”
จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก บรรยากาศก็เงียบสงบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ไม่รู้ว่าพวกเขาเดินกันมานานแค่ไหน แต่ทันใดนั้น หมาป่าสีขาวที่อยู่ด้านหน้าสุดก็หอนยาวออกมา ซุนเฟยรีบดึงมือเอเลน่าให้เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงปลายทางของพื้นที่ลึกลับขนาดใหญ่นี้ ด้านหน้าปรากฏเหวที่กว้างประมาณร้อยเมตร มีเสียงลมพัดลอยออกมาเบาๆ พวกเขามองไม่เห็นก้นเหวเลยสักนิด ซุนเฟยจึงตัดสินใจโยนก้อนหินลงไป ผ่านไปหลายสิบนาทีก็ยังไม่ได้ยินเสียงก้อนหินตกลงไปกระทบก้นเหวสักที
“นี่มัน...ลึกมาก!” ซุนเฟยและเอเลน่าก็พลันอุทานออกมาพร้อมกัน
พวกเขารู้สึกถึงอากาศหนาวเย็นที่พัดออกมาจากในเหว ทั้งสองคนต่างโยนแผนการที่จะลงไปสำรวจก้นเหวทิ้งอย่างไม่ใยดี ที่นี่หนาวเกินไปและยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าพลังของเอเลน่าและซุนเฟยในตอนนี้จะแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาก็อาจถูกแช่แข็งจนกลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งได้เช่นกัน
ซุนเฟยขบคิดเล็กน้อยขณะที่มองไปยังขอบเหวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
บางทีหากใจสื่อถึงกัน จะทำการใดก็สามารถคล้อยตามกันได้ แทบจะในทันทีที่เอเลน่าเหมือนจะล่วงรู้ในสิ่งที่ซุนเฟยคิด นางยกคันธนูขึ้นมาง้าง เสียงฟิ้วดังขึ้น ลูกธนูไฟถูกยิงออกไป เปลวไฟสีแดงอมส้มตรงหัวลูกธนูก็สว่างจ้าในที่มืด ทุกที่ที่ลูกธนูลอยผ่านไป ก็มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างของฝั่งตรงข้ามได้ชัดมากขึ้น
ฝั่งตรงข้ามเป็กำแพงหินที่เรียบเนียนประหนึ่งกระจกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้น
และสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนใก็คือ กำแพงหินนั่นไม่ได้เรียบเนียนจนหมด ้าของมันเหมือนรังผึ้งที่เต็มไปด้วยถ้ำจำนวนมาก มันเหมือนมีมอนสเตอร์ขนาดใหญ่กำลังซ่อนตัวอยู่ที่นั่นเพื่อรอเหยื่อเดินเข้ามาให้ขย้ำถึงที่ น่าขนลุกยิ่งนัก
“ให้ข้าไปก่อนเถอะ!” เอเลน่าพูด
แน่นอนว่าซุนเฟยดึงมือของนางไว้ ก่อนจะส่ายหน้า “รอเดี๋ยวก่อน ข้ามีวิธี...พวกเราลองดูลาดเลาฝั่งตรงก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที!” พูดจบ ซุนเฟยก็ออกคำสั่งให้อีกาั์ที่กำลังบินวนอยู่เหนือหัวให้บินไปตรงกำแพงฝั่งตรงข้าม จากนั้นเขาก็มองผ่านจากสายตาของอีกา บนกำแพงหินมีถ้ำมากมายนับหมื่นถ้ำ อีกาั์บินโฉบเข้าไป ก่อนจะเลือกถ้ำที่ใหญ่ที่สุดแล้วร่อนลงตรงนั้น
ที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกประหลาดใจอีกอย่างคือ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขาไม่ใช่หินขรุขระเหมือนที่คิด แต่เป็ทางเดินที่แทบจะเหมือนทางเดินที่ตัวเองเดินมาก่อนหน้านี้ มันมีการซ่อมแซมปรับปรุงให้เนียนเรียบ เห็นได้ชัดว่านี่เป็ฝีมือของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
เมื่ออีกาั์เข้าไปสำรวจด้านในจนแน่ใจว่าไม่มีอันตรายใดๆ จากนั้นจึงกางปีกบินออกไปสำรวจตรงถ้ำอื่นๆ อีกหลายถ้ำและผลที่ได้รับก็เหมือนถ้ำแรกไม่มีผิด ทุกถ้ำต่างมีทางเดินที่เป็ฝีมืุ์สร้างขึ้น จนถึงตอนนี้ ซุนเฟยก็พอจะเดาออกว่า ถ้ำนับหมื่นที่อยู่บนกำแพงหินนี้จะต้องเป็ฝีมือของมนุษย์ที่สร้างมันออกมา
แต่ใครเป็คนทำและทำไมถึงได้สร้างถ้ำมากมายถึงขนาดนี้?
ถ้า้าคำตอบที่แน่ชัด คงมีเพียงทางเดียว นั่นก็คือเข้าไปสำรวจฝั่งตรงข้าม
--------------------
