ด้วยสภาพความเป็อยู่ของหน้าหนาวที่ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับความสนใจของการทำเตียงคั่ง ย่อมมีผู้ที่มีเจตนาแอบแฝงพยายามเข้ามาขโมยแบบแปลนการสร้าง จนครอบคครัวแซ่เฉินต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลา
พ่อแม่ของเฉินอวี๋จากไปทำหน้าที่ของตัวเอง ปล่อยให้เพียงพี่น้องและชายชราอยู่บ้านและดูแลกันเอง ครอบครัวอื่นคงกังวล ที่จะปล่อยให้ลูกเล็กอยู่บ้านเพียงลำพังกับคนแก่
แต่ขอโทษด้วย เด็กและคนแก่บ้านนี้แรงเยอะผิดมนุษย์ไปหน่อย ดังนั้นสิ่งที่กังวล จึงกลัวเพียงว่าผู้บุกรุกที่เข้ามาจะโดนต่อยตายที่บ้านของพวกเขา
เด็กๆ ทั้งสี่คนใช้เวลาของวันฝึกฝนทักษะและความสามารถของตัวเองอย่าเงียบๆ หิมะด้านนอกหยุดตกแล้ว แต่ลมหนาวยังคงพัดให้กายสั่นสะท้านอยู่ เฉินต้าหยิบพลั่วเหล็กจากมุมบ้าน กวาดและตักหิมะทั้งหมดในลานกองไว้ที่มุมๆ หนึ่ง ป้องกันเพื่อไม่ให้มีหิมะเยอะเกินไปจนสร้างภาระต่อตัวบ้าน รวมทั้งลดการลื่นล้มเวลาเดินไปมาบนลาน
หิมะที่กวาดกองรวมกันเป็เนินเล็กๆ พอที่จะปั้นตุ๊กตาหิมะได้สูงประมาณครึ่งตัวคน
“เป็ไง? คิๆ” เฉินต้าร้องออกมาอย่างกะทันหัน ยังพูดน้อยเช่นเดิม แต่ก็ชัดและสื่อสารระหว่างกันได้เข้าใจมากขึ้น
เฉินอวี๋ซึ่งกำลังช่วยพี่สาวเติมฟืนในครัว หันกลับมาก็เห็นพี่ชายกำลังปั้นตุ๊กตาหิมะกับน้องสาวคนเล็ก
เมื่อมองพิจารณาอย่างใกล้ชิดแล้ว ปรากฏว่าตุ๊กตาหิมะนั้นถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบรูปร่างของอิงเอ๋อ โดยมีม้วยผมซาลาเปาสองก้อนบนหัวผูกโบติดกิ๊บดอกไม้ พยายามเอาอกเอาใจและเล่นปั้นหิมะเป็เพื่อนนาง
“คิกๆ ข้าปั้นพี่ชายและทุกคนในบ้านบ้าง!” เสียงอิงเอ๋อหัวเราะคิกคัก เฉินต้าก็เชิดอกดูภูมิใจกับผลงาน ซึ่งดูขัดกับความโหดร้ายที่เขาะโต่อยข่วนหน้าผู้บุกรุกเมื่อหลายวันก่อน ทั้งสองจึงตกลงที่จะสร้างตุ๊กตาหิมะให้ครบเจ็ดตัวตามสมาชิกในบ้านทุกคน
พ่อไปทำเตียงให้ลูกค้าน่าจะกลับมาตอนเย็น แม่ก็ไปล่าสัตว์ที่ข้างนอกได้เนื้อถึงจะกลับ เฉินอวี๋และเหนียนอู่จึงรับผิดชอบเตรียมฟืนและทำอาหารกลางวันด้วยตัวเอง
ตอนนี้บ้านมีเตาผิง สามารถจุดไฟโดยไม่ต้องกังวลเื่ควันจะไหลเข้ามาในตัวบ้าน ข้าวต้มฟ่างก็เพียงเอามาอุ่น เนื้อก็มีการแปรรูปหมักทำเป็เนื้อเบคอนไว้แล้ว เพียงนำไปทอดหรือย่างไฟง่ายๆ การทำอาหารกลางวันกินเองจึงไม่ใช่เื่ลำบากเหมือนเดิมอีก
สองพี่น้องคนโตและคนเล็ก กำลังหัวเราะและเล่นกันที่ข้างนอก ส่วนสองพี่น้องคนกลาง ทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ข้างใน เฉินเหนียนอู่เฝ้าข้าวต้มฟ่างที่กำลังอุ่น ในขณะที่เฉินอวี๋กำลังทอดเนื้อเบคอนและแพนเค้กบนเตา
เมื่อได้กลิ่นน้ำมันลูกเดือยลอยขึ้นมาจากกระทะผสมกับแป้งแพนเค้กข้าวสาลี เฉินต้าและอิงเอ๋อที่เล่นอยู่ข้างนอกก็กลับมานั่งรอน้ำลายไหลอยู่ข้างๆ เรียกว่าของกินยังคงล่อตาล่อใจของคนแซ่เฉินตลอด
“ล้างมือหรือยัง?”
“ถ้ายังไม่ล้าง ข้าจะไม่ให้เนื้อเบคอนกับแพนเค้กทอดกินหรอกนะ”
เมื่อพ่อไม่อยู่ เฉินอวี๋กลายเป็พ่อครัวตัวน้อย และด้วยระบบ เขาจึงมีสิ่งของมากมายให้แลก แม้จะไม่เยอะให้แลกทุกอย่างทำได้แค่นำของใช้ที่สะดวกและจำเป็ต่อชีวิต
ตอนนี้ เขาจึงเป็คนเก็บเงิน ดูแลเื่การใช้และวางแผนชีวิตของครอบครัว จนบางครั้ง เขาก็ช่วยออกความเห็นให้พ่อแม่ตัดสินใจในบางสิ่งที่สำคัญๆ เรียกได้ว่าเป็ศูนย์กลางอเนกประสงค์ที่ครอบครัวแซ่เฉินไม่สามารถขาดได้
เป็ผู้ช่วยพ่อครัว เป็ช่างตัดเย็บ เป็คนคิดเมนูอาหาร เป็คนออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เป็นักบัญชีคำนวณรายรับรายจ่าย เป็นายหน้าตัวน้อยให้กับกิจการเตียงคั่ง เรียกว่าเป็ทุกอย่างให้เธอแล้วเท่าที่ครอบครัวนี้ขาด
“มันไม่มีเนื้อรึ?”
เฉินต้าก้มมองแป้งแพนเค้กที่ทอดก็ถามด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“ตอนนี้ยังไม่มี ต้องรอดูก่อนว่าแม่จะได้ตัวอะไรกลับมา” เฉินอวี๋ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แพนเค้กในกระทะเป็เพียงแพนเค้กจากข้าวสาลีธรรมดาเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเนื้อสดสำหรับทำไส้ข้างในอีก
ประการแรก อากาศหนาวและหิมะตกเร็วกว่าที่จำมานับหนึ่งถึงสองอาทิตย์ จนไม่สะดวกที่จะออกไปข้างนอกหรือเดินไปมาเพื่อซื้อได้
ประการที่สอง ร้านขายเนื้อในตัวเมืองใช้โอกาสที่หลายบ้านตั้งตัวไม่ทันกับหิมะที่ตกเร็วเกินไป จึงคิดราคาแพงเกินจริง โดยคิดราคาถึงห้าสิบอีแปะสำหรับเนื้อหมูครึ่งจิน ความ้าของคนเยอะราคาจึงแพงตาม แต่การะโเร็วแบบนี้ จุดประสงค์ของพวกพ่อค้าก็เพื่อขายให้คนรวย ส่วนคนชั้นกลางและชนชั้นล่างต้องอด
หน่วยวัดการตวงน้ำหนัก ในโลกนี้หนึ่งจินเท่ากับครึ่งกิโลกรัมเท่านั้น การที่รู้ว่าเนื้อที่ขายยังลดน้อยลงไปอีกเพียงครึ่งจิน ขายออกไปในราคา 50 อีแปะ เมื่อเทียบและคำนวณแล้ว มันแพงกว่าไส้กรอกแช่แข็งที่วางขายในระบบเสียอีก ยิ่งไม่ต้องคิดว่ายิ่งหลายเดือนผ่านไปราคาจะยิ่งเพิ่มทุกวัน เฉินอวี๋จึงบอกไม่ให้พ่อและแม่ซื้อ และด้วยเหตุนี้ แม่จึงซื้อธนูเขาสัตว์เพื่อออกไปล่าสัตว์หาเนื้อด้วยตัวเอง
นครใหญ่ สัตว์ป่ากลัวย่านคนพลุกพล่าน ต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึกถึงจะเห็น แต่หลังจากที่คนอยู่แต่ในเมืองในฤดูหนาว รอบๆ จึงเริ่มมีสัตว์ออกมาหากินเมล็ดธัญพืชที่ชาวไร่ทำหล่นหลังเก็บเกี่ยว
ในแต่ละวัน แม่จึงใช้เวลาที่หิมะยังไม่หนาออกไปหาเนื้อมาเก็บไว้ในบ้านตลอด แต่สัตว์ใกล้ๆ ก็มีแต่พวกหนูอ้วนและกระต่ายตัวเล็กๆ เท่านั้น แถมมีคนเห็นการล่าง่ายๆ จับได้ด้วยมือที่เฉินถั่วถงทำ วันถัดไปแถวรอบเมืองจึงเต็มไปด้วยผู้คนใช้กลยุทธ์นี้ออกไปจับหนูและสัตว์ฟันแทนราวกับเทศกาล ส่งผลให้เฉินถั่วถงต้องเปลี่ยนสถานที่ ออกไปออกล่าสัตว์ตัวใหญ่บนูเาไกลๆ แทน
มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การล่าใกล้ๆ สามารถกลับมาบ้านได้ตลอดเวลา แต่ก็มีเพียงสัตว์ฟันแทะตัวเล็กและพื้นที่ก็มีคนจับจองล่ากันเต็มไปหมด
ส่วนการล่าไกลก็ค่อนข้างชัด มีสัตว์ตัวใหญ่ให้ล่า แต่ก็แลกมาด้วยระยะเดินทางที่ต้องค้างคืนข้ามวัน
ด้วยสิ่งนี้ สิ่งที่แนะนำซื้ออย่างเดียวจึงมีเพียงแค่หินเกลือและเครื่องเทศ ที่เอาไว้หมักเนื้อไม่ให้เน่าเก็บไว้นานหลายๆ เดือน
แต่ก็อย่างว่า มีเด็กกินจุในครอบครัวนี้มากถึงสี่ห้าคน ไม่มีใครยอมแพ้ใครจนน้ำหนักขึ้นแก้มออกจ้ำม่ำน่ากอด เนื้อและข้าวที่เก็บไว้ก็ต้องบริโภคมากตามเป็เงา แต่พ่อและแม่ก็ไม่ได้บ่น พวกเขายังมีความสุขที่เห็นลูกๆ อ้วนขึ้นและกินอิ่ม
ดังนั้น โจ๊กข้าวฟ่างกับแพนเค้กแป้งสามชามใหญ่จึงถือเป็อาหารที่ทำได้แค่รองท้องแก้หิว
“แล้วเกี๊ยวเนื้อละ เราไม่ได้กินเกี๊ยวเนื้อหอมๆ มาหลายวันแล้วนะ” เฉินต้ายังคงไม่ยอมแพ้ เขายังคงจินตนาการและคิดถึงรสชาติแสนอร่อยในคราวก่อนไม่ลืม
เฉินอวี๋ไม่ได้ให้คำตอบ มือเล็กๆ อวบๆ ของเขายังคงยุ่งอยู่กับการพลิกแผ่นแพนเค้กในกระทะ
แป้งสาลีที่นี่บดหยาบมาก โดยปกติจะบดเพียงรอบเดียว อาจเกิดจากหินโม่สำหรับบดยังคงไม่พัฒนาดีพอ เน้นแค่พอเป็แป้งให้ย่างหรือทอดกินเท่านั้น ไม่สนเื่ความละเอียดหรือเนื้อััเวลาทาน เขาจึงต้องทำอย่างระวังเพื่อไม่ให้ตัวแพนเค้กไหม้
สำหรับเกี๊ยว เฉินต้าพูดคุยกันเื่เกี๊ยวเนื้อมานานแล้ว แต่เนื่องจากแป้งในยุคนี้หยาบเกินไป เฉินอวี๋จึงยังหาแป้งคุณภาพดีที่ตรงตามความคาดหวังของพี่ๆ ไม่ได้ จะแลกจากระบบก็ต้องรอสินค้าเดิมวนกลับมา เพราะเมื่อซื้อแล้ว เหมือนจะไม่มีสต๊อกสินค้าให้ได้ซื้อซ้ำ แต่ที่มั่นใจคือทุกๆ เดือนระบบจะรีเซตเพิ่มของให้ตลอด โชคดีก็อาจจะมีเกี๊ยวเดิมวนมาให้แลก
ดังนั้น หากอยากกินเกี๊ยวเนื้อทุกวัน ก็ต้องรอหรือหาแป้งดีๆ กลับมาให้ได้เพื่อลงมือทำกินด้วยตัวเอง
