“ข้าน้อยมิกล้า เพียงแต่ข้าพูดไปตามความจริงเท่านั้น ก่อนหน้าธิดาิเยว่ยังตั้งใจฝึกเป็ปกติ ทว่าหลังจากที่เทพธิดาซางซินไปพบกับนาง นางก็มีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด” ประมุขตงหยางหันไปยังเทพฉางจือแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เปลี่ยนไปอย่างไร”
“นางคล้ายมีเื่ในใจที่ปิดบัง เอาแต่ถามข้าซ้ำ ๆ เื่การเปิดผลึกพลังิญญาในกายนาง ทั้งที่ก่อนหน้า นางไม่เคยพูดถึงเลย” ประมุขตงหยางหวนระลึกถึงบทสนทนาระหว่างิเยว่กับเขาในคืนนั้น นางถามเื่การเปิดผลึกิญญาจากเขาหลายครั้งเช่นกัน ก่อนราชันจางเหว่ยจะเอ่ยขึ้น
“ตงหยาง เ้าคิดสิ่งใดอยู่” ชายหนุ่มในชุดสีดำหันกลับไปยังสหายรักแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ข้าคิดว่า การที่นางหายไป เพราะนาง้าเปิดพลังิญญาในกายนางเป็แน่” เทพธิดาจางซินหลุบตาต่ำลงอย่างมีพิรุธ ก่อนราชันจางเหว่ยจะหันมายังน้องสาวแล้วถามด้วยน้ำเสียงใคร่รู้
“เ้าไปพูดอะไรกับิเยว่”
“ข้าไม่ได้พูดอะไร” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง
“เทพธิดาจางซิน เื่นี้ไม่ใช่เื่เล่น ๆ หากิเยว่เป็อะไรไป ชะตากรรมของสรรพชีวิตจะเป็อย่างไร เ้าบอกข้ามา ว่าวันนั้นเ้าพูดอะไรกับนาง” ประมุขตงหยางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น ก่อนเทพธิดาจางซินจะอึกอัก ทว่ายังคงปากแข็งไม่ยอมรับ
“ข้าไม่ได้พูดอะไร”
“หนทางเดียวที่จะทำให้พลังิญญานางเปิดออก คือเกล็ดของันิล ข้าเชื่อว่านางต้องรู้เื่นี้ ข้าจะไปหาหมิงเยว่ที่เขาไท่ซาน” เขาไม่เสียเวลาเอาความจากเทพธิดาจางซิน เมื่อพูดจบจึงใช้พลังิญญาหายลับไป หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวที่ยืนอยู่ถึงกลับกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตากับจางเหว่ย
“เ้านะเ้า ก่อเื่จนได้ คอยดูนะ หากธิดาเผ่าวิหคเป็อะไร ข้าจะให้เ้าไปอยู่ที่หอจองจำเป็เวลาหนึ่งร้อยปี” เขาลุกขึ้นแล้วเดินตรงมายังน้องสาวจับจ้องมองนางอย่างเอือมระอาเต็มที
“นางเต็มใจไปเอง ข้าไม่ได้บังคับให้นางไปเสียหน่อย ข้าเตือนนางแล้วแต่นางก็ยังอวดดี จะให้ข้าทำยังไง” หญิงสาวไม่ยอมรับความผิด ทำให้จางเหว่ยโกรธจนตะคอกนางอีกครั้ง
“ยังจะเถียงอีก ันิลเป็สัตว์เทพ อย่าว่าแต่ิเยว่เลย พลังิญญาระดับตงหยางยังยากจะต่อกร หากพลาดพลั้งหมิงเยว่เป็อันตรายขึ้นมา เ้าจะทำยังไง สรรพชีวิตทั่วทั้งพิภพจะทำยังไง หรือเ้าจะเป็ผู้ต่อสู้เคียงคู่กับประมุขตงหยางแทนิเยว่งั้นเหรอ ไหนล่ะดวงจิตสีเพลิงของเ้า ทำอะไรสิ้นคิด” เทพธิดาจางซินน้ำตาเอ่อขึ้นด้วยความน้อยใจ เมื่อคำต่อว่าของพี่ชายที่แสนดี เจ็บแสบจนไม่อาจทนฟังได้
“ข้าก็แค่หวังดีอยากให้นางเปิดผลึกิญญาได้เร็ว ๆ ก็เท่านั้น หากนางเปิดผลึกิญญาได้เร็ว ก็ไม่ต้องเดือดร้อนประมุขตงหยางมาดูแลนางด้วยตนเอง ดีไม่ดีนางอาจสำเร็จพลังิญญาขั้นห้าเร็วกว่าที่คาดไว้ก็ได้” เทพธิดาจางซินพูดพร้อมน้ำตารินไหล จางเหว่ยจึงเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น
“เ้าไม่ต้องพูดละ รอให้ตงหยางกลับมา แล้วข้าจะจัดการลงโทษเ้าด้วยตัวเอง”
หลังจากหญิงชราพาิเยว่เดินเข้ามาในถ้ำลึก นางจึงหยุดเดินแล้วหันมายังหญิงสาวพร้อมพูดขึ้น
“ข้าส่งเ้าได้เพียงเท่านี้ ไม่อาจช่วยอะไรเ้าได้อีก หวังว่าจะรักษาชีวิตรอดออกมาได้” พูดจบหญิงชราก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ปล่อยให้ิเยว่ทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า ที่ปกคลุมด้วยความมืดมิด ทว่าเสียงไม่นานนักเสียงประหลาดก็ดังลอดออกมาทำให้นางเลื่อนสายตามองอย่างระมัดระวัง ก่อนปรากฏเป็ร่างัสีดำสนิทค่อย ๆ คลานเข้ามาแล้วกางปีกสยายพุ่งตรงมายังิเยว่ในทันที ก่อนนางจะใช้พลังิญญาอันน้อยนิดหายตัวหลบไปยังอีกมุมหนึ่ง หญิงสาวมองกระแสพลังิญญาสีขาวที่ปกคลุมสัตว์เทพตัวนั้นด้วยความแปลกใจ
“พลังิญญาแปลกนัก หากสัตว์เทพตัวนี้ยังมีต้นจิตอยู่ ข้าเชื่อว่าเขาจะเป็สัตว์เทพที่มีคุณธรรมสูงส่ง ทว่าน่าเสียดายที่ต้นจิตแตกสลายไป หลงเหลือเพียงสัญชาตญาณของสัตว์ป่า ข้าจะต้องหลอกล่อเขายังไงดี” สิ้นความคิด ันิลก็หันกลับมาใช้หางฟาดมาที่ิเยว่ ก่อนนางจะเบี่ยงตัวหลบได้ แล้วใช้พลังิญญาเข้าใกล้ตัวของันิล พยายามดึงเกล็ดของมันออกมา ทว่าด้วยแรงอันน้อยนิดไม่สามารถทำให้เกล็ดของันิลหลุดได้ ซ้ำกลับทำให้มันเ็ป จนสะบัดร่างของิเยว่หล่นจากหลัง แล้วพุ่งตัวมาทำร้ายหญิงสาว ิเยว่ใช้พลังิญญาขั้นหนึ่งสร้างเกราะกำบังให้ตัวเอง ทว่าไม่นานพลังอันมหาศาลจากสัตว์เทพทำให้เกราะกำบังร้าว ทำให้พิษของันิลที่คลายออกมาไหลเข้าตัวนางไปบางส่วน
ิเยว่รับรู้ถึงความเ็ปที่ไหลผ่านเข้าร่างกาย จนทำให้นางแทบประคองกายไม่อยู่ ก่อนร่างของประมุขตงหยางจะเข้ามาแล้วใช้พลังิญญาต่อสู้กับันิลเพื่อปกป้องนาง ทว่าพิษของันิลกระจายเต็มพื้น ตงหยางใช้พลังิญญาสร้างเกราะคุ้มกันิเยว่ที่ทรุดตัวลงใกล้หมดแรง พร้อมหันไปต่อสู้กับันิลเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่มันจะรวบรวมพลังแล้วซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นออกมาจากถ้ำ
