“อู้!”
ระหว่างที่พูดเนี่ยเทียนก็ขยับเข้าไปใกล้คนที่โดนฟ้าผ่าและกำลังโซเซถอยหลังอย่างรวดเร็ว
คนผู้นั้นมีตบะกลาง์ ตอนนี้ทั่วเรือนกายมีสะเก็ดสายฟ้าแลบออกมา บนศีรษะเกิดเป็ควันลอยกรุ่น เห็นได้ชัดว่าาเ็ไม่น้อย
วินาทีที่เนี่ยเทียนพาสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงเข้ามาใกล้เขา เขาก็ััได้ถึงความไม่ชอบมาพากลทันที
ทว่ายังไม่ทันรอให้เขาโต้ตอบอะไรกลับไป สนามแม่เหล็กของเนี่ยเทียนก็ปกคลุมเขาไว้ภายในแล้ว
พอเข้ามาอยู่ในสนามแม่เหล็ก พลังิญญาในร่างของเขาก็สูญเสียการควบคุม แม้แต่พลังจิตในมหาสมุทรจิติญญาก็ยังวุ่นวายไม่เป็ระเบียบ
อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้เป็ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ หากทะเล่อทะล่าเข้ามาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงแห่งนี้ก็คงถูกพลังต่างๆ บิดเบือน ร่างกาย มหาสมุทรจิติญญา รวมไปถึงพลังิญญาในร่างล้วนต้องเสียการควบคุมไปในชั่วพริบตา
แน่นอนว่าเขาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“ตูม!”
หมัดที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟคล้ายค้อนเพลิงได้ทุบลงมาที่หน้าอกของคนผู้นั้นอย่างแรง
คนผู้นี้ถูกสายฟ้าก่อกวนและาเ็สาหัสอยู่นานแล้ว พอมาถูกหมัดอันตรายของเนี่ยเทียนเข้าไป กระดูกตรงหน้าอกของเขาจึงแตกละเอียด ประกายแสงแห่งชีวิตในดวงตาพลันจางหาย ส่วนร่างของเขาก็กระเด็นออกไปจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
ยังไม่ทันร่วงลงพื้น คนผู้นี้ก็กระอักเืออกมาคำใหญ่แล้วขาดใจตายคาที่ไปทันที
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม เดินเตร่ขึ้นไปข้างหน้า แล้วนั่งยองๆ กวาดเอากำไลเก็บของที่อีกฝ่ายสวมไว้ออกมา จากนั้นก็ค้นหาไปตามเสื้อผ้าของเขา หมายจะค้นหาวัตถุมีค่าอื่นๆ
“พวกกระจอกๆ อีกคนหนึ่งแล้ว”
เนี่ยเทียนที่ไม่ได้ผลพวงเหนือจากที่คาดการณ์ไว้ใช้กระแสจิตกลุ่มหนึ่งกวาดมองไปในกำไลเก็บของของคนผู้นั้น เห็นแค่ว่ามีเพียงหินวิเศษหนึ่งร้อยก้อนและวัตถุเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างที่ไม่มีราคาค่างวดอะไร
ไม่มีเวลามาใช้กับการค้นตัวศพมากนัก เนี่ยเทียนหมุนตัวกลับมาแล้วเดินเข้าไปในขอบเขตที่คนทั้งหกต่อสู้กับกะโหลกเือีกครั้ง
นับั้แ่ที่เนี่ยเทียนปรากฏตัวแล้วเอ่ยข้อเสนอให้กับพวกไช่โยวแห่งกะโหลกเื จนกระทั่งเขาสังหารผู้ที่าเ็สาหัสคนนั้นก็ใช้เวลาไปแค่สิบกว่าวินาทีเท่านั้น
ทั้งสองฝ่ายที่ประมือกันเดิมทีไม่มีใครสนใจเขา ส่วนไช่โยวแม้แต่มองเขาก็ยังไม่ทำ
ในสายตาของไช่โยวและคู่ต่อสู้ของไช่โยว เนี่ยเทียนที่มีเพียงตบะท้าย์ ซึ่งเป็ขอบเขตที่อ่อนด้อยกว่าทุกคนถึงหนึ่งระดับ บทบาทเล็กๆ เช่นนี้ไม่มีความสำคัญ มิอาจส่งผลกระทบใดๆ ต่อสถานการณ์ได้
และก็ด้วยเหตุนี้ ไช่โยวจึงไม่คิดจะพิจารณาข้อเสนอของเนี่ยเทียนเลยแม้แต่นิดเดียว คิดแค่ว่าเนี่ยเทียนคงเป็พวกว่างจัดจนไม่มีอะไรทำ
ทว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนฉวยโอกาสสังหารผู้ที่มีขอบเขตกลาง์่ต้นซึ่งได้รับาเ็ในชั่วเวลาแค่สายฟ้าแลบ ไม่ว่าจะเป็ไช่โยวหรือศัตรูของไช่โยวต่างก็หันมามองเนี่ยเทียนอย่างอดไม่ได้
เนี่ยเทียนในตอนนี้เนื่องด้วยชุบหลอมร่างกายอย่างต่อเนื่อง บนร่างกายของเขาจึงมีพลังที่น่าเกรงขามเป็อย่างมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของไช่โยว เนี่ยเทียนก็ยิ้มอย่างสง่างามแล้วกล่าวว่า “หึ คนเมื่อครู่นี้ถือเสียว่าเป็การชดใช้ค่าเสียหาย ยกให้เปล่าๆ”
ที่คนเมื่อครู่ถูกฆ่าอย่างง่ายดายก็เพราะถูกสายฟ้าทำให้าเ็หนักมาก่อน เนี่ยเทียนเองก็รู้ว่าตนเอาชนะได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง ดังนั้นจึงไม่คิดรวมอยู่ในบัญชี
“เพียะๆๆ!”
ไช่โยวโบกถุงมือกลางอากาศก็มีเสียงประหลาดส่งผ่านมา บีบให้คู่ต่อสู้คนหนึ่งที่มีขอบเขตเดียวกันกับเขาต้องถอยร่น
เขาถือโอกาสถลึงตาดุดันใส่ผู้ที่มือทั้งสองถือกระบี่เล่มกว้างคนนั้น “จ้าวเฟิง ไสหัวไปซะ! ข้าคนเดียวก็มากพอที่จะรับมือกับพวกเขาสองคน ไม่จำเป็ต้องให้เ้ามาช่วย!”
ตรงหน้าท้องของสมาชิกของกะโหลกเืนามว่าจ้าวเฟิงมีเืไหลนอง คนดุร้ายสองคนที่มักจะป้วนเปี้ยนอยู่นอกเมืองโพ่เมี่ยเป็ประจำยังคงตามติดประชิดด้านหลังของเขา
หลังจากที่ตวาดไปหนึ่งประโยค ไช่โยวก็หันกลับมามองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำหนึ่งครั้งแล้วกล่าวว่า “นับแต่นี้ไป คนที่เ้าสังหารได้ หากเป็ขอบเขตกลาง์่ต้น ข้าจะให้เ้าแปดร้อยหินวิเศษ ไม่ว่าเ้าใช้วิธีการใด หากกำจัดกลาง์ขั้นกลางได้คนหนึ่ง ข้าก็จะให้เ้าสองพันหินวิเศษ!”
“่กลางน่ะหรือ...” เนี่ยเทียนลังเลอยู่เล็กน้อยก็พยักหน้ารับทันที “ข้าจะพยายามก็แล้วกัน”
“โจวชี! เ้าจงสังหารเ้าเด็กที่ไม่รู้จักที่ตายผู้นั้นให้แก่ข้า!”
บนใบหน้าของผู้ที่มีขอบเขตกลาง์่ท้ายคนหนึ่งที่กำลังล้อมโจมตีไช่โยวเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาควบคุมกรงเล็บแหลมคมคู่หนึ่งให้ตะกุยมาตรงหน้าท้องของไช่โยว
กรงเล็บแหลมคมคู่นั้นเป็สีเทาเงิน มีรอยสนิมกระดำกระด่าง ทว่าเมื่อคำรามเข้ามาใกล้กลับปลดปล่อยจุดแสงสีขาวหม่นออกมาเป็ระยะ
จุดแสงสีขาวหม่นที่สาดส่องออกมาจากในกรงเล็บแหลมคมคู่นั้นคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรง ทุกครั้งไช่โยวได้แต่ใช้ถุงมือไปปะทะ แต่กลับไม่กล้าใช้เืเนื้อไปััโดยตรง
โจวชีที่คนผู้นั้นเรียกก็มีตบะกลาง์่ต้นเช่นกัน เดิมทีเขากำลังไล่ล่าจ้าวเฟิง พอได้ยินคำสั่งของหัวหน้า โจวชีจึงหมุนตัวกลับมาหาเนี่ยเทียน
“ไป!”
ไม้เท้าหัวเสือชิ้นหนึ่งบินพรวดออกมาจากมือของโจวชี
ขณะที่ไม้เท้าหัวเสือบินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศก็มีเสียงเสือคำรามดังออกมา เสือขนาดใหญ่ั์สีขาวตนหนึ่งลอยพรวดออกมาจากตรงส่วนหัวของไม้เท้าหัวเสือ เสียงคำรามดุร้ายนั่นก่อกลายมาเป็คลื่นระลอกหนึ่งที่เล่นงานพลังจิตโดยเฉพาะ
น่าเสียดายที่พอคลื่นกระแสจิตนั้นเข้ามาอยู่ในสนามแม่เหล็กกลับกระเพื่อมแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้แต่ไม้เท้าหัวเสือเองก็ตามที่พอบินเข้ามาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เสือขาวใหญ่ั์ที่ลอยออกมาก็ถูกบิดเบือนและพร่าเลือนไปในพริบตา
จิติญญาของเสือขาวถูกสนามแม่เหล็กบิดเบือนและฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ
เสือขาวส่งเสียงร้องคำรามด้วยความเ็ป ิญญาที่แตกออกเป็เสี่ยงๆ กลับมารวมกันอยู่ในไม้เท้าหัวเสืออีกครั้ง
โจวชีหน้าเปลี่ยนสีในบัดดล
ด้านในของไม้เท้าหัวเสือนั้นผนึกเศษิญญาของเสือขาวระดับสี่ตัวหนึ่งเอาไว้ สัตว์วิเศษระดับสี่เทียบเคียงได้กับผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้น์ ต่อให้เป็เพียงแค่เศษิญญาก็ยังมีปราณแห่งการสังหารที่น่าหวาดกลัวมากพอจะทำให้มหาสมุทรจิติญญาของผู้ที่ขอบเขตต่ำกว่าวุ่นวายได้
ตามความคิดของโจวชี ขอแค่เนี่ยเทียนได้รับผลกระทบจากิญญาของเสือขาวตัวนั้น เขาก็จะสังหารเนี่ยเทียนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย
แต่เขากลับคาดไม่ถึงว่าพอไม้เท้าหัวเสือและเศษิญญาของเสือขาวเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนในระยะสามเมตรก็พากันเสียการควบคุมทันที
ใจของโจวชีเริ่มประหวั่นพรั่นพรึง ดังนั้นจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนเดินยิ้มแป้นเข้ามาใกล้ เขาที่มองไม่ออกถึงความตื้นลึกของเนี่ยเทียนก็ได้แต่คอยหลบเลี่ยงไปเรื่อย
"ฟู่วๆ!”
ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เนี่ยเทียนกางนิ้วทั้งสิบออก เปลวเพลิงเป็กลุ่มๆ ราวงูวิเศษก็บินออกมาจากปลายนิ้วของเขา
เมื่อถูกจิติญญาของเขาควบคุม งูไฟหลายตัวก็ล้อมวนไปทั่วร่างของโจวชี พวกมันบินไปบินมาและขยับเคลื่อนไหวไปตามความคิดของเนี่ยเทียน
อาศัยงูเพลิงสิบตัวที่เกิดจากการรวบรวมของคาถาวิเศษเปลวเพลิง เนี่ยเทียนจำกัดให้โจวชีอยู่ในขอบเขตที่เล็กมาก และเขาก็เป็ฝ่ายถูกบีบให้เข้ามาใกล้สนามแม่เหล็กมากขึ้นเรื่อยๆ
เวลาเดียวกันนั้น ใจของเนี่ยเทียนกระตุกและพลันยกมือขึ้น ใช้เวทลับหนึ่งที่ได้จากในดินแดนลึกลับมารวบรวมปราณิญญาฟ้าดิน
“อู้ๆ!”
พอเห็นปราณิญญาสกปรกที่ตลบอบอวลอยู่ทั่วเทือกเขาฮ่วนคงมารวมกันจากแปดทิศ มุมปากของเนี่ยเทียนก็ยกยิ้มแล้วหยุดยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ไม่นานหลังจากนั้นกลางฝ่ามือของเนี่ยเทียนก็ค่อยๆ มีลูกปราณิญญาขนาดประมาณแตงโมหนึ่งลูกรวมตัวกันขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
ลูกปราณิญญานี้ไม่เหมือนกับที่เขารวบรวมขึ้นมาในดินแดนลึกลับ และก็ไม่เหมือนที่เขาสร้างขึ้นในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวด้วย
ลูกปราณิญญาที่สร้างขึ้นในเทือกเขาฮ่วนคงเป็สีเทาขมุกขมัว ด้านในปะปนไปด้วยปราณิญญาสกปรก และมีสิ่งเจือปนมากมายของต่างอาณาจักรที่เดิมทีไม่ควรดำรงอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง
ลูกปราณิญญานี้ เนี่ยเทียนไม่กล้าดึงเอาพลังิญญาไปใช้บำเพ็ญตบะ เขาแค่เอามาใช้ต่อกรกับศัตรูเท่านั้น
และก็ไม่รู้ว่าเหตุใด ลูกปราณิญญาที่ปะปนไปด้วยสิ่งเจือปนของต่างอาณาจักรเมื่อมาอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงถึงได้พลุ่งพล่านอย่างมาก
ในลูกปราณิญญาสีเทาเหลือบน้ำตาลนั้นมีพลังงานแปลกประหลาดมากมายที่เห็นได้ชัดว่ามีที่มาต่างกัน ต่างฝ่ายต่างปะทะกันเอง ซึ่งกำลังพุ่งชนกันและะเิออกอย่างต่อเนื่องอยู่ในลูกปราณิญญา
“ฟิ้ว!”
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งชักนำลูกปราณิญญาสีเทาขมุกขมัวนั่นให้ไปกระแทกใส่โจวชีอย่างแรง
การปะทะกัน และการะเิในขอบเขตเล็กๆ ที่เกิดขึ้นภายในลูกปราณิญญานั้น ทำให้ลูกปราณิญญายังไม่ทันกระทบโดนตัวโจวชีก็ะเิตูมออกมาก่อน
เมื่อลูกปราณิญญาะเิกระจาย แสงสีเทา สีน้ำตาล สีม่วงอ่อน สีเขียวก็พลันถูกสาดกระเซ็นออกมาด้วย
แสงที่แตกต่างกันเ่าั้ล้วนคือพลังงานประหลาดในอาณาจักรเลี่ยคงที่ถูกทำให้สกปรก เวลานี้แสงเ่าั้เป็เหมือนเม็ดฝนที่มีห้าสีซึ่งปกคลุมโจวชีให้อยู่ภายในขอบเขตทั้งหมดของมัน
“เปรียะๆๆ!”
พลังงานประหลาดเมื่อสาดมาโดนร่างของโจวชีก็ทำให้ม่านแสงพลังิญญาสีขาวอ่อนที่โจวชีใช้ป้องกันตัวเองพลันะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
และเวลานี้เอง งูไฟวิเศษสิบตัวที่เลื้อยวนอยู่รอบกายโจวชีก็กรูกันพุ่งเข้าใส่หน้าอกและหัวใจทางด้านหลังของโจวชี
สะเก็ดแสงห้าสีที่มาจากต่างอาณาจักรก็กลายมาเป็หยาดฝนเล็กละเอียดที่สาดลงบนร่างของโจวชี
ภายใต้การรุกรานเข้ากัดกินของงูไฟและสิ่งเจือปนจำนวนมากจากต่างอาณาจักร โจวชีกรีดร้องโหยหวน เรือนกายที่มีเืเนื้อนั่นมีส่วนหนึ่งที่ถูกกัดกร่อนและพริบตาเดียวก็แหลกละเอียด
มีส่วนหนึ่งที่ไหม้เกรียมส่งกลิ่นคาว และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เส้นเอ็นปูดโปนคล้ายหลอดเืจะะเิออกมา
ขณะที่โจวชียังคงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ร่างของเขาก็ค่อยๆ อ่อนยวบลงไปกองกับพื้น ปราณเืเนื้อที่ส่งออกมาจากร่างของเขาเริ่มเปลี่ยนมาเป็อ่อนแอ จนกระทั่งหายไปหมดในที่สุด
“หินวิเศษแปดร้อยก้อน!” ไช่โยวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก แล้วใช้สายตาชื่นชมและให้กำลังใจมองไปยังเนี่ยเทียน บอกเป็นัยให้เขาทำต่อไป
สมาชิกของกะโหลกเือีกสองคนพอเห็นวิธีการที่มหัศจรรย์ของเนี่ยเทียน ทั้งเห็นว่าเนี่ยเทียนฆ่าศัตรูที่มีตบะกลาง์่ต้นไปได้อีกคนหนึ่ง พวกเขาก็มีสีหน้าฮึกเหิม ความกดดันของพวกเขาลดลงไปมาก
“เอ๊ะ?”
หลังจากที่โจมตีได้ผล เนี่ยเทียนไม่ได้ฉวยโอกาสไล่ล่าผู้ที่มีขอบเขตกลาง์่ต้นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ต่อ
เขายืนอึ้งอยู่ที่เดิม มองเหม่อไปยังโจวชีที่นอนตายอยู่บนพื้น มีความรู้สึกว่าการตายของโจวชีไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับงูไฟทั้งสิบตัวนั้นเท่าไหร่นัก
เขารู้สึกว่าการตายของโจวชีเป็เพราะลูกปราณิญญาที่ะเิออกมากกว่า
“ลูกปราณิญญา!”
ั์ตาของเนี่ยเทียนฉายแสงประหลาดใจ เขาพลันค้นพบวิธีการต่อสู้อีกแบบหนึ่งที่ค่อนข้างเหมาะสมให้เขานำมาใช้ในเทือกเขาฮ่วนคง หรืออาจจะเหมาะกับการนำไปใช้กับตลอดทั้งอาณาจักรเลี่ยคงเลยก็ได้
---ยืมใช้ปราณิญญาฟ้าดินที่สกปรก!
เวทลับรูปแบบหนึ่งที่เขาฝึกมาจากดินแดนลึกลับสามารถชักนำปราณิญญาฟ้าดินให้มารวมตัวกันเป็ลูกกลมๆ ได้ ซึ่งแม้แต่ปราณิญญาที่สกปรกเองก็สามารถนำมารวมกันได้เหมือนกัน
ปราณิญญาที่สกปรกถูกเวทลับนั้นรวบรวมให้เข้ามาอยู่ด้วยกัน เกิดการปะทะกันเองจนอยู่ในสภาพที่ไม่มั่นคงถึงขีดสุด ทว่ากลับมีพลังงานยุ่งเหยิงที่แข็งแกร่งผิดปกติ!
โจวชีมีขอบเขตกลาง์่ต้น หลังจากโดนสิ่งเจือปนหลากหลายชนิดในปราณิญญาที่ะเิออกรุกเข้ากัดกิน ไม่เพียงแต่ม่านแสงป้องกันกายที่ะเิกระจายในชั่วพริบตา ร่างกายที่มีเืเนื้อของเขาก็ถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว และตายไปด้วยสภาพอเนจอนาถในเวลาไม่นาน
เมื่อผ่านการโจมตีครั้งนี้ ทำให้ใจเขาพลันตระหนักได้ว่าลูกปราณิญญาที่ถูกเวทลับนั้นชักนำให้สิ่งเจือปนของต่างอาณาจักรมารวมกัน บางทีอาจกลายมาเป็อาวุธสังหารชิ้นใหญ่ที่ทำให้เขาทำตัวกำเริบเสิบสานได้ในอาณาจักรเลี่ยคง!
“ลองดูอีกครั้ง!”
เนี่ยเทียนคึกคักขึ้นมา หัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ แล้วก็ใช้วิธีการเช่นเดิมมาสร้างลูกปราณิญญาที่มีขนาดพอๆ กันกับลูกก่อนหน้านี้ออกมา
ลูกปราณิญญายังคงเป็สีเทาขมุกขมัว เขาใช้พลังในการรับััที่พิเศษของทิพย์จักษุข้างหนึ่งลองสังเกตดูก็พบว่าในลูกปราณิญญาที่มีขนาดประมาณลูกแตงโมนี้มีพลังงานที่ไม่บริสุทธิ์อย่างน้อยหกชนิด
พลังงานหกชนิดนั้นมีทั้งที่ซุกซ่อนพิษร้าย มีทั้งกลิ่นคาวแสบจมูก มีทั้งความเย็นน่าสะพรึงกลัว มีทั้งความพลุ่งพล่านยากจะควบคุม มีทั้งบิดเบือนจิตใจและสติ และมีทั้งเปิดความว่างเปล่า
พลังงานหกชนิดที่ไม่เหมือนกัน อันที่จริงก็มีต้นกำเนิดเดียวกันกับปราณิญญา ทว่ากลับมาจากนอกอาณาจักร หรือไม่ก็อยู่ในจุดลึกของกระแสความวุ่นวายบางอย่าง
พลังงานที่แตกต่างกันเ่าั้เดิมทีควรจะอยู่กระจัดกระจายกันไปตามปราณิญญาฟ้าดินที่สกปรก
ทว่าพอถูกชักนำให้มารวมอยู่ด้วยกัน พลังงานหกชนิดที่เดิมทีไม่ควรจะมีปัญหาอะไรกลับเริ่มปะทะกันเองเพราะอยู่ใกล้กันเกินไป ต่างฝ่ายต่างััเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็ความพลุ่งพล่าน
นี่เป็เหตุให้พลังงานต่างๆ ในลูกปราณิญญาพลันเปลี่ยนมาเป็คลุ้มคลั่ง และไปกระตุ้นอานุภาพของลูกปราณิญญา
“ลูกปราณิญญาหนึ่งลูกก็คือการรวมตัวกันของสนามแม่เหล็กขนาดเล็กแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังสามารถะเิออกได้ตลอดเวลา!”
“เยี่ยมไปเลย!”
เนี่ยเทียนที่จับความมหัศจรรย์ของมันได้ บนใบหน้าจึงเผยความปีติยินดีคล้ายได้รับของเล่น จึงรีบบังคับลูกปราณิญญาลูกใหม่ให้ไปโจมตีผู้ที่มีขอบเขตกลาง์่ต้นคนสุดท้าย
คนผู้นั้นกำลังล้อมโจมตีสมาชิกของกะโหลกเืที่ถือทวนยาวสีดำสนิท เขามองเห็นลูกปราณิญญาแปลกประหลาดที่สังหารโจวชีบินเข้ามาทางตัวเองก็ใจนตัวสั่น
แม้แต่สมาชิกของกะโหลกเืที่ถือทวนยาว รวมไปถึงคนอีกคนหนึ่งที่ล้อมโจมตีเขาอยู่ซึ่งมีขอบเขตกลาง์่กลางต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงเพราะการลอยเข้ามาของลูกปราณิญญาลูกนั้น
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็สังเกตเห็นแล้วว่าลูกปราณิญญานั่นยังไม่ทันโดนตัวโจวชีก็ะเิเองก่อนระหว่างทาง
ลูกปราณิญญาที่ะเิออกจะปลดปล่อยสะเก็ดแสงและสิ่งเจือปนจากต่างอาณาจักรห้าสีหกแสงออกมา คล้ายฝนเม็ดใหญ่ที่โปรยปราย แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากการโจมตีอย่างหนึ่ง
ภาพเหตุการณ์ประหลาดเมื่อครู่นี้ทำให้เขาเข้าใจว่าเนี่ยเทียนไม่สามารถควบคุมลูกปราณิญญาให้ะเิออกในพื้นที่ที่กำหนด หรือบุคคลที่กำหนดได้
หลังจากที่ลูกปราณิญญาะเิออก สะเก็ดแสงและสิ่งเจือปนมากมายก็จะกระจายตัวออกไปรอบทิศราวกับนางฟ้าที่โปรยดอกไม้ และเกรงว่ามันคงไม่แบ่งเป้าหมายที่โจมตีด้วยว่าเป็คนกันเองหรือเป็ศัตรู
“เอ่อ...”
เมื่อลูกปราณิญญาล่องลอยมา คนสามคนที่ต่อสู้กันอยู่ทางฝั่งนั้นจึงหนีกระเจิงกันไปสี่ทิศ ทำให้เนี่ยเทียนงุนงง สีหน้าก็แปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
เขาเองก็เข้าใจดีว่าเ้าสามคนนั้นคงจะมองออกว่าเขาไม่สามารถควบคุมไม่ให้ลูกปราณิญญาคลุ้มคลั่งและะเิออกได้ดังใจ
-----
