“หึ เป็กันคังแห่งหอเป่าจริงเสียด้วยจับได้ปลาตัวใหญ่แล้ว!”
ผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตคนหนึ่งเข้ามาใกล้ในพริบตาเดียวเขาแสยะยิ้มชั่วร้ายและจ้องเขม็งไปที่กันคัง
คนผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีแดงขาดกะรุ่งกะริ่ง กะพริบตาเมื่อใดก็จะมีแสงสีเืน่าหวาดกลัวปรากฏวาบขึ้นเมื่อนั้น
“เืไหลย้อนกลับ!”
เขาโบกไม้เท้าสีแดงเข้มเพิ่งมาถึงก็ร่ายเวทลับของสำนักโลหิตทันทีเห็นเพียงว่าแสงสีเืกระจายเต็มฟ้าคล้ายกาวสีเืที่ไหลจากท้องฟ้าลงมาสู่ทุกคน
ด้านหลังของเขามีผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตอีกหลายคนเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วแล้วก็ร่ายเวททันทีเช่นกัน
เงาแสงสีเืมากมายหลายชั้นแฝงเร้นไว้ด้วยสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดที่ทำให้เืของผู้คนพลุ่งพล่านตลบอบอวลไปทั่วอย่างรวดเร็ว
บริเวณใกล้เคียงศพของแขกบางส่วนที่โดนพวกเขาฆ่าตายพลันะเิแตกกระจาย
เืสดมากมายหลายเส้นบินทะยานออกมาอย่างบ้าคลั่ง เืสดเพิ่งลอยขึ้นมากลางอากาศก็รวมตัวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วกลายร่างเป็เงาโลหิตพร่าเลือนเงาหนึ่ง
เนี่ยเทียนที่อยู่ห่างจากล่ายอี้พยายามจะหนีออกไปให้ไกลทว่าเืสดในร่างกลับเปลี่ยนมาเป็ควบคุมไม่ได้
ทว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเวทลับ“เืไหลย้อนกลับ”ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว
ล่ายอี้ที่หมายจะไล่ฆ่าเขารวมไปถึงคนต่างแดนที่จะลงมือกับอันซืออี๋ผู้นั้นก็พลันหน้าแดงก่ำคล้ายพยายามควบคุมความผิดปกติของเืตัวเองอย่างสุดความสามารถ
“บัดซบ!”
ล่ายอี้ด่าเบาๆ หนึ่งประโยคสายตาของเขาที่มองไปยังเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความอำมหิต
เวลานี้เขาพลันรู้สึกเสียใจขึ้นมาเสียใจที่เมื่อครู่นี้ไม่ได้ลงมือโเี้สังหารเนี่ยเทียนั้แ่ทีแรก
เดิมทีแผนการของเขาก็คือหากได้กำไลเก็บของมาเมื่อแน่ใจแล้วว่าเกราะัเพลิงและแกนเือยู่ครบก็จะลงมือสังหารทุกคนที่อยู่ตรงนี้อย่างไม่สนใจสิ่งใด
ที่เขาไม่ได้ลงมือทันทีเพราะกังวลว่าแกนเืจะไม่อยู่ในกำไลเก็บของ กังวลว่าเนี่ยเทียนจะเอาไปซ่อนที่อื่น
“ฆ่ากันคังก่อน!”
คนของสำนักโลหิตที่มาเยือนหลังจากกระตุ้นเวทลับ “เืไหลย้อนกลับ” สำเร็จก็สะบัดร่างหนึ่งครั้งกลายเป็แสงสีเืหนึ่งกลุ่มตรงดิ่งเข้าหากันคังที่อยู่ด้านใน
หน้าปากถ้ำที่มีประกายไฟสาดกระเซ็นเข้ามา กันคังใบหน้ามืดคล้ำเขามองล่ายอี้ด้วยสายตาเ็าหนึ่งครั้งกล่าว “ที่นี่มอบให้เ้าจัดการ!”
พูดจบกันคงก็ไม่สนใจใครพุ่งพรวดเข้าไปในถ้ำหินด้วยความรวดเร็ว
การมาถึงของผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตหลายคนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปผู้แข็งแกร่งเ่าั้รู้ตัวตนของเขาจึงมองเขาเป็เป้าหมายหลัก
กันคังรู้ชัดอยู่แก่ใจดีว่ายิ่งเขาอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ก็มีแต่จะตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้แม้แต่เื่ที่ว่าอันซืออี๋จะถูกจับเป็จับตายเขาก็ไม่สนใจอีก คิดแต่จะหนีออกไปให้พ้นโดยเร็วที่สุด
“ผู้าุโกันจะรีบร้อนไปไหนเล่า?”
ผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตคนนั้นยิ้มยั่วเย้ากำลังจะเดินผ่านล่ายอี้เพื่อไล่ตามกันคังที่อยู่ในถ้ำหิน
ผู้มาเยือนที่เหลือของสำนักโลหิตเมื่อมาถึงก็ปรายตามองแค่แวบเดียวแล้วเล็งเป้าหมายเป็ผู้มาเยือนจากต่างแดนสองคนนั้นรวมไปถึงพวกที่ขอบเขตค่อนข้างสูงอย่างหลิวเหยี่ยน สื่ออี้ หลัวซิน
เนี่ยเทียน เจียงหลิงจู เย่กูโม่รวมไปถึงพวกเจิ้งปิน อันอิ่ง เนื่องจากความสามารถน้อยนิดเกินไปจึงไม่มีใครมองพวกเขาอยู่ในสายตา
“หยุดนะ!”
ล่ายอี้แค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้งในมือของเขาพลันมีกระดูกสัตว์ที่เต็มไปด้วยขนเพิ่มขึ้นมาชิ้นหนึ่งกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นคล้ายกระดูกขาของสัตว์วิเศษบางประเภทยาวประมาณหนึ่งเมตรกว่า
เมื่อกระดูกสัตว์นั้นปรากฏปราณแห่งความเน่าเปื่อยผุพังระลอกหนึ่งก็แผ่กระจายไปทั่ว
หลังจากที่เขาหยิบเอากระดูกสัตว์ชิ้นนั้นออกมาผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตที่หมายจะผ่านข้างกายเขาไปหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยกล่าว“คนของอาณาจักรอั้นิ?”
ล่ายอี้หัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้งกล่าว “นับั้แ่วันนี้ไปกันคังก็คือคนของพวกเราทางที่ดีเ้าอย่าสะเออะมายุ่งจะดีกว่า”
“อาณาจักรอั้นิแล้วจะเป็อย่างไร?” ผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตแค่นเสียงหนึ่งครั้ง “ที่นี่คืออาณาจักรหลีเทียนของพวกเราลำพังแค่พวกเ้าไม่กี่คนคิดว่าจะพลิกฟ้าอาณาจักรหลีเทียนของพวกเราได้อย่างนั้นหรือ?”
“ฟู่วๆ!”
แสงสีเืมากมายหลายเส้นบินออกมาจากร่างผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตคนนั้นแสงสีเืตัดสลับกันพลันรวมตัวเป็สัตว์ร้ายคาวเืกินคนตัวหนึ่งที่กระโจนเข้ากัดล่ายอี้
เมื่อล่ายอี้โบกกระดูกสัตว์ในมืออขนที่อยู่บนกระดูกสัตว์ก็พลันลุกพรึ่บตั้งชัน
ปราณแห่งความเน่าเปื่อยระลอกหนึ่งก่อเกิดขึ้นมากลางฝ่ามือของล่ายอี้และก่อให้เกิดการขานรับจากกระดูกสัตว์ชิ้นนั้น
สัตว์ร้ายคาวเืที่พุ่งเข้าโจมตีล่ายอี้กลิ่นคาวเืที่ตลบอบอวลคล้ายได้รับอิทธิพลจากพลังเน่าเปื่อยลึกลับบางอย่างจึงสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
รอจนสัตว์ร้ายตัวนั้นเข้ามาใกล้ล่ายอี้ปราณเืเข้มข้นที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของมันก็หายไปแล้วถึงเจ็ดแปดส่วน
ล่ายอี้เคาะกระดูกสัตว์ลงไปบนตัวสัตว์ร้ายที่มีเืลมไม่เพียงพอตัวนั้นหนึ่งครั้งสัตว์ร้ายก็กลายมาเป็หมอกโลหิตถูกลมพัดครั้งเดียวก็สลายหายวับไป
และเวลานี้เองผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตคนอื่นและผู้แข็งแกร่งอีกสองคนจากต่างแดนรวมไปถึงพวกหลิวเหยี่ยนสื่ออี้ต่างก็เริ่มประมือกันแล้ว
เนี่ยเทียนยืนมองด้วยความเฉยชาพบว่านอกจากผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตแล้วทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็ก “เืไหลย้อนกลับ” ที่ยุ่งเหยิงต่างก็สู้รบกันด้วยความยากลำบากถึงขีดสุด
คนเ่าั้คล้ายต้องแบ่งเอากำลังส่วนหนึ่งไปควบคุมความผิดปกติของเืในร่างกาย
พวกพันเทาเย่กูโม่ที่ไม่ได้ถูกโจมตีต่างก็ใบหน้าแดงก่ำ ร่างถูกยึดให้อยู่ที่เดิมกำลังพยายามสลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากความผิดปกติของเือย่างสุดความสามารถ
ส่วนเขาหลังจากที่เืผิดปกติใน่แรกก็กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็กที่ยุ่งเหยิงของเวท “เืไหลย้อนกลับ” นั่น
“แปลกจัง...”
เขาแอบพึมพำอยู่กับตัวเองย้อนคิดถึงความผิดปกติเมื่อครู่นี้รู้สึกได้ว่าตอนที่ “เืไหลย้อนกลับ”เกิดขึ้นตอนแรกเืของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
ทว่าแค่แวบเดียวเท่านั้นก็กลับคืนมาเป็ปกติไม่ได้รับผลกระทบใดๆ อีก
“พรวด!”
ขณะที่เขากำลังคลางแคลงใจอยู่นั้น ในพื้นหินแข็งทนทานรอบด้านพลันมีเส้นเืแดงสดมากมายโผล่ทะลุออกมา
เส้นเืแดงสดเ่าั้ดุจดั่งวัชพืชที่เติบโตขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ามันถูกถอนให้หลุดออกมาจากพื้นดินและลอยขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
“ตาข่ายปฐี!” เนี่ยเทียนร้องด้วยความตะลึง
ตอนอยู่ในโลกมายามรกตอวี๋ถงนางมารของสำนักโลหิตก็เคยกระตุ้นเวทตาข่ายปฐีใช้เส้นเืแดงสดเส้นแล้วเส้นเล่าฆ่าคนหลายคนของอารามเสวียนอู้ไปในพริบตา
เวลานี้เส้นเืสีดำที่โผล่ออกมาจากพื้นดินเ่าั้แน่นขนัดยิ่งกว่าที่ปรากฏในโลกมายามรกตมากมายนักทั้งปราณเืก็น่าตะลึงยิ่งกว่า!
เส้นเืแดงโบกสะบัดอยู่กลางอากาศ ชั่วพริบตาเดียวที่ปรากฏขึ้นก็พุ่งเข้าเสียบแทงไปยังจุดที่พวกล่ายอี้ หลิวเหยี่ยน เจิ้งปินซึ่งไม่ใช่คนของสำนักโลหิตยืนอยู่
มีเพียงข้อยกเว้นเดียวก็คือเขา!
เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับทว่าเส้นเืแดงฉานเ่าั้คล้ายไม่สังเกตเห็นเขาถึงได้เมินเขาไป
“เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไร?” เขาตะลึงไปครู่หนึ่งใช้กระแสจิตสำรวจจึงััได้ว่าในร่างของเขากลับมีปราณอ่อนจางของสำนักโลหิตดำรงอยู่
เขาพลันประจักษ์แจ้งขึ้นมาทันที
ตอนที่เขาอยู่ในโลกมายามรกตเคยถูกเส้นเืที่อวี๋ถงปล่อยออกมาทิ่มแทงเข้ามาในร่างเกือบถูกเส้นเืเ่าั้ดึงเอาเืไปจนหมดตัว
ทว่าสุดท้ายเขากลับฝืนทนเอาไว้ได้ทั้งยังใช้ความมหัศจรรย์ของร่างกายตัวเองเป็ฝ่ายหลอมเส้นเืเ่าั้กลับไปด้วย
และก็ด้วยเหตุนี้ในร่างของเขาจึงมีปราณของสำนักโลหิตอยู่บางๆ
อีกทั้งเส้นเืที่โผล่ทะลุออกมาจากใต้ดินก็คล้ายสามารถแยกแยะลูกศิษย์ของสำนักโลหิตได้ขอแค่สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่มีปราณของสำนักโลหิตอยู่บนร่างก็จะไม่ถูกพวกมันโอบล้อมโจมตี
เมื่อเป็เช่นนี้ขณะที่ทุกคนถูกเส้นเืแดงสดโจมตีเขาจึงยังอยู่รอดปลอดภัย
“สวบ!”
ขณะที่ผู้มาเยือนต่างแดนซึ่งก่อนหน้านี้หมายจะจับตัวอันซืออี๋ประมือกับผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตคนหนึ่งไม่ทันระวังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใต้ดิน เท้าซ้ายของเขาจึงถูกเส้นเืแทงทะลุเข้าไป
เขาร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
หลังจากที่เขาถูกกักตัวเอาไว้เส้นเืแดงสดมากกว่าเดิมก็พุ่งเข้ามารัดพันเขาจากแปดทิศ
เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวเขาที่เคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่วก็ถูกเส้นเืแดงฉานแน่นขนัดถี่ยิบทิ่มแทงไปทั่วร่าง
“ซูดๆ!”
เนี่ยเทียนมองเห็นอย่างชัดเจนว่าพอเส้นเืแดงสดเ่าั้เสียบแทงเข้าไปในร่างของเขาก็สูบเอาเืสดของเขาไปอย่างบ้าคลั่งราวกับปลิงดูดเื
เรือนกายที่แข็งแกร่งของเขาเปลี่ยนมาเป็ผอมแห้งอย่างรวดเร็วเส้นเืเล็กละเอียดราวเส้นด้ายกลับเปลี่ยนมาหนาเท่านิ้วมือ
และเวลานี้เองพวกพันเทาเจียงหลิงจูที่ไม่ได้ถูกผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตโจมตีแต่กลับถูกเส้นเืสีแดงที่ทะลุออกมาจากใต้ดินหมายหัวต่างก็กำลังร้องเสียงประหลาดหลบหลีกอย่างรวดเร็วพลางโบกสะบัดอาวุธวิเศษเพื่อตัดฟันเส้นเืพวกนั้น
หลังจากที่ผ่านการต่อต้านอยู่นานดูเหมือนว่าในที่สุดพวกเขาก็หลุดพ้นจากความผิดปกติของกระแสเืในร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้ตาม้าแล้ว
เนี่ยเทียนที่ยืนนิ่งอยู่นานมากเดิมก็รักษาระยะห่างจากล่ายอี้อยู่แล้วตอนนี้เขาจึงเริ่มออกเดินไปท่ามกลางเส้นเืแดงสดมากมายค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้ล่ายอี้อีกครั้ง
ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังกำไลเก็บของของตนที่ล่ายอี้สวมไว้บนข้อมือ
เห็นได้ชัดว่าเกราะัเพลิงและกระดูกสัตว์ที่อยู่ในมือของเขาคือวัตถุชิ้นเดียวกันหากไม่รู้การดำรงอยู่ของเกราะัเพลิงก็ว่าไปอย่าง ตอนนี้ในเมื่อรู้แล้วว่าเกราะัเพลิงไม่ใช่วัตถุธรรมดาเขาย่อมต้องแย่งมันกลับคืนมาอยู่แล้ว
“เกราะัเพลิง...”
เขามองกำไลเก็บของวงนั้นแอบท่องอยู่เงียบๆ ครุ่นคิดจนหัวแทบแตกว่าควรใช้วิธีการใดถึงจะสามารถชิงเกราะัเพลิงกลับคืนมาได้
“เกราะัเพลิง เกราะัเพลิง เกราะัเพลิง...”
หลังจากการท่องของเขาไม่รู้ว่าเหตุใดปราณเืเนื้อแ่จางระลอกหนึ่งถึงได้กระเพื่อมขึ้นมาบนร่างของเขาอย่างชัดเจน
เขาและล่ายอี้ยังอยู่ห่างกันสิบเมตรอีกทั้งเห็นๆ อยู่ว่าเกราะัเพลิงยังคงอยู่ในกำไลเก็บของแต่เขากลับพลันรู้สึกว่าเขาและเกราะัเพลิงได้สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกลับซับซ้อนบางอย่างต่อกันขึ้นมา
นาทีถัดมาเขาก็ััได้ว่ากระดูกสัตว์ที่เขากำอยู่ในมือเปลี่ยนมาเป็ร้อนแผดเผาอย่างถึงที่สุด
“อ๊าก!”
ล่ายอี้ที่ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตอยู่ๆ ก็คำรามน้ำเสียงทุรนทุราย เขาสะบัดข้อมือของตัวเองอย่างแรงเพราะกำไลเก็บของที่เขาสวมไว้บนข้อมือกำลังปลดปล่อยเปลวเพลิงอันน่าหวาดกลัวออกมา
เขาโยนกำไลเก็บของที่แย่งมาจากมือเนี่ยเทียนออกไปด้วยความหวาดกลัว
ส่วนเนี่ยเทียนที่สังเกตเห็นความผิดปกติดวงตาพลันเปล่งประกายเดินลอดทะลุเส้นเืแดงฉานพวกนั้นมาหยิบกำไลเก็บของที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาด้วยความปีติยินดี
-----
