“ครั้งที่สี่!”
พวกอันอิ่งไม่สามารถพูดได้ ทว่าั์ตากลับฉายประกายประหลาดออกมา เห็นได้ชัดว่าตื่นตะลึงไปกับคำพูดของเนี่ยเทียน
หรือว่า... ตอนอยู่ในโลกมายามรกต เนี่ยเทียนเคยเอาชนะอวี๋ถงได้ถึงสามครั้งติด?
พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ
ทว่าอวี๋ถงกลับไม่โต้แย้ง คล้ายยอมรับในคำพูดของเขา ยอมรับว่าตัวเองแพ้ให้เขาสามครั้งติดตอนอยู่ในโลกมายามรกต
ความเงียบของอวี๋ถงยิ่งทำให้ทุกคนตะลึง และก็เริ่มเกิดความมั่นใจในตัวเนี่ยเทียนขึ้นมากะทันหัน
“สามครั้งแล้ว?”
ในจุดลึกใต้ดินมีเสียงล่องลอยที่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกล้ำของเฟิงหลัวดังลอยมา
เขารู้แค่ว่าตอนที่อวี๋ถงอยู่ในโลกมายามรกต นางไม่สามารถทำภารกิจการประลองของสำนักโลหิตและสำนักภูตผีได้สำเร็จเพราะมีความเกี่ยวข้องกับเด็กคนหนึ่งที่ชื่อเนี่ยเทียน
แต่เขานึกไม่ถึงเลยว่าอวี๋ถงที่สำนักโลหิตฝากความหวังมหาศาลเอาไว้ กลับพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือเนี่ยเทียนถึงสามครั้ง!
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดเนี่ยเทียนถึงได้กลายมาเป็มารในใจของอวี๋ถง เหตุใดเมื่อกลับมาอวี๋ถงถึงได้เอาแต่พร่ำพูดถึงเนี่ยเทียนไม่หยุด จนเกือบจะแอบออกไปจากสำนักโลหิตเพื่อเดินทางไปฆ่าเนี่ยเทียนที่เมืองเฮยอวิ๋น
ความอวดดีของอวี๋ถง ย่อมไม่มีทางยอมให้เนี่ยเทียนที่ขอบเขตต่ำกว่า แต่กลับเอาชนะนางได้ถึงสามครั้งติดมีชีวิตรอดไปได้!
มีเพียงการตายของเนี่ยเทียนเท่านั้นถึงจะลบล้างมารในใจของนาง ทำให้นางคืนความมั่นใจได้อีกครั้ง!
“จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว”
อวี๋ถงที่ถูกเนี่ยเทียนโจมตีด้วยคำพูดเงียบงันไปครู่หนึ่งถึงได้ค่อยๆ โบกมือ
“ฉับ!”
แสงสีเืแดงฉานที่ไหลวนบนมีดทรงเสี้ยวพระจันทร์ยาวแค่ครึ่งแขนเล่มหนึ่ง พลันตวัดฉับเข้าใส่เนี่ยเทียน
มีดทรงพระจันทร์ที่สั้นราวกับกริชคล้ายฝูงปลากระหายเื เพียงพริบตาเดียวก็ตัดสลับกันเป็แสงสีเืน่าขนลุก ตรงเข้ากลบทับร่างของเนี่ยเทียน
“ฟู่วๆ!”
บนร่างของเนี่ยเทียนพลันปรากฏรอยแผลเล็กละเอียดมากมาย รอยแผลเ่าั้มีเืไหลซึมออกมา ล้วนเกิดจากรอยกรีดของมีดเสี้ยวพระจันทร์เล่มนั้น
เนี่ยเทียนที่ถูกโจมตีกะทันหัน รีบหลบหลีกไปทั่ว ทว่ามีดทรงพระจันทร์เสี้ยวนั้นราวกับเงาที่ตามตัว เอาแต่ไล่กวดเขาไม่หยุด
เนี่ยเทียนที่หลบเลี่ยงรวดเร็ว บนร่างยังคงมีาแเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าเขากลับค่อยๆ เข้ามาใกล้อวี๋ถงมากขึ้นเรื่อยๆ
พอเห็นว่าเขาเข้ามาใกล้ อวี๋ถงเตรียมพร้อมรับมืออยู่นานแล้ว จึงรีบยกโล่โลหิตในมือขึ้นมาตั้งรับ
ปราณเืเข้มข้นที่กระจายอยู่รอบด้านพลันไหลทะลักเข้ามารวมอยู่ในโล่โลหิต ลวดลายประณีตงดงามบนพื้นผิวของโล่โลหิตเลื้อยขยุกขยิกราวกับไส้เดือน คล้ายกำลังจะกระตุ้นค่ายกลของโล่
“โล่ขอบโลหิตนี้ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อเ้าโดยเฉพาะ” อวี๋ถงสีหน้ามืดทะมึน จ้องเขม็งมาที่เขาด้วยความเ็า เตรียมพร้อมรับมือเพลงหมัดที่น่าหวาดกลัวนั้นของเขา
“ฟับ!”
ด้านหลังของเนี่ยเทียนถูกกริชทรงพระจันทร์เสี้ยวกรีดฟันอีกครั้งจนเกิดเป็รอยาแเล็กยาวอีกหนึ่งรอย
ตลอดทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน
เขาสังเกตเห็นแล้วว่ากริชทรงพระจันทร์เสี้ยวที่ไล่โจมตีเขาไม่หยุดหย่อนเ่าั้ แม้ว่าจะคมกริบอย่างถึงที่สุด แต่กลับจำเป็ต้องใช้พลังจิตและพลังิญญาของอวี๋ถงควบคุมอย่างประณีต
เพราะว่าจำเป็ต้องใช้พลังจิตและพละกำลังจำนวนมากถึงจะสามารถควบคุมกริชมากมายได้ดังใจ ทำให้พลังที่แฝงอยู่ในกริชมีจำกัด
และก็ด้วยเหตุนี้ เมื่อกริชเ่าั้กรีดฟันลงมาบนร่างของเขา จึงไม่มีพละกำลังที่น่าหวาดกลัวเท่าใดนัก
มิฉะนั้น เขาก็คงไม่เพียงแค่ถูกกรีดจนเนื้อแตก แต่น่าจะถูกแล่เนื้อเถือหนังจนตายไปแล้วด้วยซ้ำ
“หมัดพิโรธ...”
ขณะที่เคลื่อนย้ายร่างกายหลบเลี่ยงว่องไว เขายังครุ่นคิดอย่างมีสติว่าควรจะใช้พลังทั้งหมดมากระตุ้นหมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่งหรือไม่
แน่นอน เขาย่อมรู้ว่าหมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่งนั้นเป็กระบวนท่าที่มีพลังอานุภาพแข็งแกร่งมากที่สุดของเขา
ทว่าอาการที่ตามมาหลังจากใช้หมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่ง... ก็น่ากลัวมากเช่นเดียวกัน
หากกระตุ้นใช้หมัดพิโรธ ไม่ว่าเขาจะเอาชนะอวี๋ถงได้หรือไม่ ไม่ว่าเขาจะฆ่าอวี๋ถงได้หรือไม่ เขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงสำหรับการต่อกรในภายหลังอีก
หากอวี๋ถงตายด้วยหมัดเดียวของเขา เขาเชื่อว่าพวกพันเทา อันอิ่งก็จะต้องถูกหลัวเฟิงสังหารอย่างไร้ซึ่งความปราณีแน่นอน
อันซืออี๋เองก็คงยากจะหนีพ้นการสังหารอันเหี้ยมโหดไปได้
หากอวี๋ถงตายไป หลัวเฟิงที่คลุ้มคลั่งย่อมต้องสังหารพวกเขาทุกคนอย่างไม่เสียดายค่าตอบแทน รวมไปถึงตัวเขาเองด้วย!
นี่ยังเป็การคิดไปในแง่ที่ดี
ตอนนี้ในมือของอวี๋ถงยังมีโล่ขอบโลหิตชิ้นหนึ่งที่ชุบหลอมขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ โล่นี้... บางทีอาจต้านทานการโจมตีของหมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่งของเขาได้
หากโล่ขอบโลหิตสกัดกั้นหมัดพิโรธเอาไว้ได้ พละกำลังเืเนื้อของเขาก็จะหมดสิ้น เป็ได้เพียงลูกแกะที่รอให้อวี๋ถงทรมานและสร้างความอัปยศให้ตามใจชอบ
“ไม่ได้...”
เขาครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจละทิ้งหมัดพิโรธไป เปลี่ยนมาหาโอกาสอื่นแทน
เขาเดินวนล้อมรอบกายอวี๋ถงอย่างต่อเนื่อง กริชที่ราวกับฝูงปลาพวกนั้นยังคงเพิ่มาแให้ร่างกายเขาไม่หยุด ทว่าต่อให้เขาคิดจนแทบล้มประดาตายอย่างไรก็ยังหาวิธีการที่จะโจมตีอวี๋ถงในชั่วพริบตาไม่ได้
เวลานี้ เขาเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ตอนอยู่หลังเขาหลิงอวิ๋นไม่ยอมเรียนเคล็ดลับการใช้พลังิญญา ถึงเวลาคับขันจึงไม่มีวิธีดีๆ ให้นำมาใช้
อาวุธวิเศษชิ้นเดียวของเขาคือกระดูกสัตว์ที่ถูกเรียกว่าแกนเืนั่น ซึ่งตอนนี้กลับไม่ได้อยู่ที่ตัวอีก
หลังจากบนร่างมีาแเพิ่มขึ้นมา เืของเขาก็ยิ่งไหลไม่หยุด ทั้งยังััได้อย่างชัดเจนว่าพลังเืลมของเขาได้จางหายไปด้วย
ถ้าเป็อย่างนี้ต่อไป ต่อให้อวี๋ถงไม่ลงมือ เขาก็ต้องเืไหลจนหมดตัวตาย
เขาแอบร้อนใจ
“ตูม!”
และเวลานี้เอง ใต้ดินของูเาลูกเตี้ยที่เขาจากมามีเสียงสนั่นหวั่นไหวน่าหวาดกลัวดังลอยมา
เขาพลันตระหนักได้ว่าเกราะัเพลิงชิ้นนั้นที่เขาทิ้งเอาไว้ในจุดลึกใต้ดิน น่าจะรวมพลังกับสัตว์เพลิงพิภพโจมตีแถบผ้าหลากสีรูปร่างเหมือนผลึกใสเ่าั้จนแตกออกแล้ว
เวลานี้ เขาอยู่ไกลจากูเาลูกเตี้ยไม่น้อยแล้ว
ทว่าวินาทีที่เกราะัเพลิงรุกโจมตีนั้น ในสมองของเขาพลันเกิดภาพแปลกประหลาดขึ้นมา
เขามองเห็นัเพลิงขนาดั์ตัวหนึ่งที่ตลอดทั้งร่างลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง กำลังปลดปล่อยความมหัศจรรย์ของสายเือยู่ในโลกลึกลับเปลวเพลิงที่จิติญญาของเขาเคยเข้าไป ใช้เปลวเพลิงร้อนระอุแผดเผาทุกสรรพสิ่งคล้าย้าให้ทั้งแผ่นฟ้าและพื้นดินมอดไหม้
เดิมทีเขาและเกราะัเพลิงนั้นก็มีความเชื่อมโยงพร่าเลือนต่อกันอยู่แล้ว เวลานี้ความเชื่อมโยงนั้นกลับเปลี่ยนมาเป็ชัดเจนอย่างถึงที่สุด
ที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งก็คือภาพที่เกิดขึ้นในสมองของเขาได้อาศัยความเชื่อมโยงอันน่าพิศวงระหว่างเขากับเกราะัเพลิง ทำให้เขาเกิดภาพลวงตาว่าตัวเองกลายร่างเป็ัเพลิง
พลังเปลวเพลิงซึ่งแฝงเร้นอยู่ในปราณิญญาฟ้าดินที่โอบล้อมอยู่รอบูเาลูกเตี้ยนั้น เมื่อูเาลูกเตี้ยสั่นะเือย่างรุนแรง ก็คล้ายว่าไม่ถูกสัตว์เพลิงพิภพดูดซับเอาไว้อีก
พลังเปลวเพลิงที่ไม่ถูกดูดซับ เมื่อหาช่องทางระบายไม่ได้จึงกระจัดกระจายอยู่กลางอากาศในรูปแบบของเส้นแสงไฟสีแดงชาด
และเวลานี้เอง เมื่อในสมองของเขาเกิดภาพประหลาด เมื่อจิตของเขาที่เชื่อมโยงกับเกราะัเพลิงเปลี่ยนมาเป็แนบสนิทอย่างถึงที่สุด เส้นแสงเปลวเพลิงที่หยุดค้างอยู่กลางอากาศเ่าั้ก็คล้ายว่าจะหาเป้าหมายใหม่เจอแล้ว
เส้นแสงเปลวไฟสีแดงฉานมากมายดุจดั่งสายฝนเล็กละเอียดที่พลันร่วงลงมาจากกลางอากาศ!
หันไปมองผ่านๆ ก็ราวกับว่าในจุดลึกของชั้นเมฆ มีผู้แข็งแกร่งลึกลับมากมายปล่อยสายเบ็ดตกปลาสีแดงสดเพื่อตกสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรหลีเทียน
และตำแหน่งที่เส้นแสงสีแดงสดเ่าั้ตกลงมาก็คือขอบเขตที่เนี่ยเทียนเคลื่อนไหว
“ฟู่วๆ! ฟู่วๆ!”
มีดโค้งเสี้ยวพระจันทร์มากมายหลายเล่มที่ตามติดเนี่ยเทียนไม่ปล่อย ถูกเส้นแสงไฟสีชาดมากมายทิ่มแทงเข้าไป
แสงสีเืบนมีดโค้งเริ่มสลัวรางลงอย่างรวดเร็ว คล้ายถูกพลังเปลวเพลิงละลายกำลังให้อ่อนแรง
“เคร้ง!”
ปราณิญญาในมีดโค้งเล่มหนึ่งพลันหดหาย จากที่เคลื่อนไหวปราดเปรียวว่องไว กลับเปลี่ยนมาเป็ไร้เรี่ยวแรง ร่วงลงพื้นอย่างแรง
หลังจากมีดโค้งเล่มนั้น ยังมีมีดโค้งอีกหลายเล่มที่ตามติดเนี่ยเทียนก็พากันร่วงลงเพราะหมดสิ้นปราณิญญา
วิกฤตที่โอบล้อมเนี่ยเทียนพลันจางหายไปเพราะวิธีการที่แปลกประหลาดเช่นนี้
“ใต้ดินะเิ!”
เฟิงหลัวที่แอบซ่อนตัวมานานค่อยๆ ลุกขึ้นยืนท่ามกลางกองน้ำสีเื กลับคืนสู่สภาพเดิมช้าๆ
เขาสีหน้ามืดคล้ำ ั์ตาเต็มไปด้วยความสงสัย ขมวดคิ้วมองไปทางูเาลูกเล็กที่มีความเคลื่อนไหวรุนแรงส่งผ่านมา คล้ายคาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกพันเทาที่ถูกน้ำสีเืห่อหุ้มกลับแสดงความหวาดกลัวออกมาทางสีหน้า ต่างก็เดาออกถึงต้นสายปลายเหตุ
แม้แต่อันซืออี๋ที่กำลังควบคุมไข่มุกอัคคีก็ยังสีหน้าตะลึงพรึงเพริด กล่าว “แย่แล้ว!”
เฟิงหลัวหยุดการโจมตีชั่วคราว ถลึงตาดุดันใส่อันซืออี๋ กล่าว “เ้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรึ?”
อันซืออี๋พลันได้สติ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “หากเ้าอยากรู้สาเหตุก็ปล่อยพวกเราไปซะ มิฉะนั้น... ทุกคนก็ตายไปพร้อมกันที่เทือกเขาชื่อเหยียนนี่แหละ”
“พูดจาเหลวไหล!” เฟิงหลัวแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง ไม่ได้สนใจนางแม้แต่นิด แต่กลับพูดเร่งเร้าอวี๋ถง “เสี่ยวถง รีบลงมือเร็วเข้า ดูท่าจะเกิดเื่ไม่ชอบมาพากลแล้ว”
“ตกลง!” อวี๋ถงหยิบเอาลูกเืกลมดิกราวดวงตาออกมา หมายจะใช้เวทลับของสำนักโลหิตสังหารเนี่ยเทียนที่าแเต็มร่าง
“ฟู่วๆ!”
แต่นางกลับค้นพบกะทันหันว่า แสงไฟสีแดงมากมายที่ร่วงลงมาจากฟากฟ้า พลันรวมตัวกันอย่างเชื่องช้า ก่อเกิดเป็ร่างของัตัวหนึ่งที่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก
ร่างันั้นเต็มไปด้วยแสงไฟ ก่อตัวกันขึ้นมาด้านหน้าเนี่ยเทียน ยาวหลายสิบเมตร
ปราณดุร้ายอำมหิตระลอกหนึ่งรวมตัวกันขึ้นมาในร่างัอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆ แผ่กระจายออกมา
นางสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งก็มองเห็นว่าร่างของันั้นคล้ายจะก่อร่างขึ้นมาแค่่เดียว ยังอยู่ห่างจากการก่อตัวอย่างสมบูรณ์แบบไกลนัก
ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้ ปราณที่ส่งออกมาจากในร่างัก็มากพอจะทำให้นางอกสั่นขวัญหายได้
อวี๋ถงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
“อู้!”
ไม่รอให้นางตั้งตัวทัน ัเพลิงที่ก่อตัวขึ้นมาจากแสงไฟสีแดงสดเ่าั้ก็พลันม้วนตลบเข้าใส่นาง
นางที่ตื่นใจนหน้าเปลี่ยนสีรีบยกโล่ขอบโลหิตในมือขึ้นตั้งรับ ดูดซับเอาปราณิญญาจากเืที่เฟิงหลัวแผ่ออกมาในบริเวณใกล้เคียงให้รวมตัวกันขึ้นเป็ม่านแสงสีเืผืนใหญ่ั์
“ปัง!”
ัเพลิงยาวสิบเมตรพลันพุ่งเข้ากระแทกจนม่านแสงสีเืนั้นพังทลาย
หลังจากที่หัวัโจมตีม่านสีเืแตกกระจาย จึงกระแทกเข้าใส่โล่ขอบโลหิตนั่นอีกครั้ง
อวี๋ถงพ่นเืออกมาจากปากคำใหญ่ เกิดความรู้สึกหวาดกลัวคล้ายถูกูเาลูกใหญ่กระแทกใส่ ส่วนโล่ขอบโลหิตก็บินกระเด็นหลุดจากมือไป
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนพลันพุ่งพรวดเข้ามาใกล้ ฉวยโอกาสตอนที่อวี๋ถงาเ็หนักโอบตัวกักนางไว้จากด้านหลัง หยิบเอามีดโค้งที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาวางทาบลงไปบนลำคอของนาง
“เฟิงหลัว! รีบปล่อยพวกเขาซะ!”
-----
