เมื่อเอ่ยถึงฝั่งครอบครัวนางจาง
นับั้แ่นางจางแต่งงานกับตาเฒ่าคัง เดิมทีควรย้ายไปอยู่บ้านสกุลคัง แต่นางไม่อาจวางใจหลี่โก่วเซิ่งได้ จึงไม่ขอย้าย ส่วนตาเฒ่าคังหน้าด้านจึงเป็ฝ่ายย้ายมาอยู่กับนาง
เดิมทีบ้านหลังนี้ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตอนที่จางซิ่วอวิ๋นจากไป ยังนำเงินทองในบ้านไปด้วยทั้งหมด ่ปีใหม่นี้ที่บ้านจึงขาดแคลนเสบียงธัญญาหาร
ตาเฒ่าคังกับหลี่โก่วเซิ่งเกียจคร้านตัวเป็ขนทั้งสองคน กระทั่งกาน้ำมันล้มก็ยังไม่จับวางตั้ง จนปัญญา ท้ายที่สุดนางจางจึงต้องหิ้วตะกร้าไปขุดผักป่าบนเขาเพื่อประทังชีวิต
นางด่าทอไปตลอดทาง จนเดินเข้าไปยังช่องเขาแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ขณะที่นางจางกำลังเตรียมขุดผักป่า พลันได้ยินชายฉกรรจ์หลายคนที่อยู่อีกด้านกำลังหารือกันเื่ปล้นชิงหมู่บ้าน
ทำเอานางจางสะดุ้งใ หลังจากหลบซ่อนมาหลายวัน คาดไม่ถึงตนดันมาเจอกับโจรตัวเป็ๆ เข้าให้!
นางหันขวับและวิ่งหน้าตั้งกลับหมู่บ้าน ระหว่างที่กำลังโซซัดโซเซ กลับสะดุดกับเนินทางลาดและล้มกลิ้งไป ขาของนางกระแทกกับก้อนหินพอดี นางเ็ปจนร้องเสียงดัง
เสียงหารือของกลุ่มโจรเงียบไปในทันใด
จบกัน!
นางจางจับขาของตนไว้ กระทั่งตะกร้าผักป่าก็ไม่กล้าเก็บ นางพยายามลากขากะโผลกกะเผลกกลับเข้าหมู่บ้าน
ทว่าเพิ่งขยับตัวได้ไม่กี่ที ดาบใหญ่เล่มหนึ่งก็ลอยมาปักอยู่ด้านหน้านาง นางจางใร้องเสียงหลง
โจรที่มีรอยสักบนใบหน้าเดินมาก่อน หลังจากดึงดาบที่ปักบนดินขึ้นมา บีบหน้าเหี่ยวย่นของนางจางและยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว
“พี่ชายทั้งหลาย ตรงนี้มีหญิงแก่อยู่หนึ่งคน! เมื่อครู่นางต้องได้ยินเราคุยกันแน่ จะให้ฆ่านางเลยหรือไม่?”
โจรด้านหลังได้ยินว่าเป็หญิงแก่ จึงคร้านมาดูและโบกมืออย่างสบายใจเฉิบ “ไม่ล่ะ เ้าจัดการเองก็แล้วกัน!”
โจรที่ถือดาบเล่มใหญ่ไว้ทำหน้าขยะแขยง เขายกเท้าถีบใส่หน้าของนางจางและถ่มน้ำลาย
“ถุย! เมื่อครู่ได้ยินเสียงนึกว่าเป็สาววัยสะพรั่ง อยากมาเล่นสนุกด้วยสักหน่อย ที่ไหนได้กลับเป็หญิงแก่อัปลักษณ์เช่นนี้!”
พูดจบ เขาเงื้อดาบขึ้นด้วยท่าทางสะอิดสะเอียนและกำลังจะฟันลงไปที่ศีรษะของนางจาง
สีหน้าของนางจางดุจดั่งสีธรณี นางคุกเข่าร้องขอชีวิตอย่างเอาเป็เอาตาย “พ่อหนุ่มไว้ชีวิตด้วย! ข้าเกิดมาอัปลักษณ์เกินไป จึงไม่เข้าตาเ้า! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด! ข้าจะพาพวกเ้าไปหาหญิงสาวสวยๆ ในหมู่บ้าน!”
เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามถึงชีวิต นางจางเลือกที่จะอ้อนวอนอย่างไร้เกียรติศักดิ์ศรี
เมื่อโจรได้ยินคำว่าสาวสวย จึงถามนางอย่างกระตือรือร้น “จริงหรือ? สาวๆ ในหมู่บ้านเ้าสวยกว่าหมู่บ้านสุ่ยหนิวหรือไม่?”
นางจางหวาดหวั่น แต่ก็ยิ้มเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ
“หญิงสาวหมู่บ้านข้าสวยกว่าหมู่บ้านสุ่ยหนิวมากนัก! ในหมู่บ้านมีซิ่วไฉคนหนึ่ง มีลูกสาวชื่อเหอยวนยาง นับว่าเป็โฉมงามวัยแรกแย้มเชียวนะ! งามดั่งมัจฉาจมวารี ดั่งปักษีตกนภา โฉมสะคราญยิ่งกว่าเทพธิดาบน์! เ้าไปหาเหอยวนยางนั่น รับรองนางต้องทำให้เ้าพึงพอใจได้แน่!”
โฉมงามวัยแรกแย้ม? โจรผู้นั้นตาเป็ประกาย แทบอยากจะเข้าไปสอดส่องในหมู่บ้านเสียเดี๋ยวนี้
“พูดจริงหรือ? ในหมู่บ้านยังมีสาวงามคนอื่นหรือไม่? หากเ้าบังอาจโกหกข้า ข้าจะฟันเ้าให้ตาย!”
นางจางตัวสั่น ดวงตากลิ้งกลอกไปมาและเอ่ย “จริงสิ! แล้วยังมีเสิ่นม่านเหนียงเศรษฐินีอีกคน แม้ว่าจะรูปร่างเ้าเนื้อไปสักหน่อย แต่นางคือผู้คิดค้นเต้าหู้ในตำบลของเรา! บ้านนางยังมีโรงทำเต้าหู้ด้วย! หาเงินได้เยอะนักเชียว ขอเพียงจับตัวนางได้ พวกเ้าต้องมีเงินใช้ไปไม่รู้จักจบสิ้นแน่!”
เสิ่นม่านเหนียง?
โจรที่อยู่รอบข้างถึงกับหูตั้ง นี่คือเป้าหมายหลักของพวกเขาไม่ใช่หรือ? ก่อนออกเดินทางหัวหน้าสามกับหัวหน้าสี่กำชับไว้ว่า ต้องให้พวกเขาจับเป็
กลุ่มโจรส่งสายตาให้กันและกัน จากนั้นโจรที่ถือดาบใหญ่รับรู้ทันที เขาถือดาบวางทาบบนคอของนางจางและข่มขู่ด้วยน้ำเสียงดุร้าย
“หากเ้าเชื่อฟังพวกข้าอย่างดีก็เล่าทุกอย่างที่รู้ให้พวกข้าฟังทั้งหมด ขืนกล้าโกหก… ตอนที่เราบุกปล้นหมู่บ้าน จะจัดการฆ่าครอบครัวเ้าให้หมดสิ้น!”
“อย่า! ข้าจะเชื่อฟัง! ขอร้องข้ามีเพียงลูกชายหลี่โก่วเซิ่งคนเดียว! ไม่ว่าพวกเ้าจะทำอะไร ข้าจะให้ความร่วมมือทั้งหมด!”
……
่อาทิตย์อัสดง ทุกครอบครัวเริ่มก่อไฟ ไม่นานนักก็มีคนส่งอาหารไปให้มือปราบและทหารทั้งหลายที่เฝ้าอยู่ในหมู่บ้าน
เ้าหน้าที่มาช่วยคุ้มครองชาวบ้าน หลี่เถี่ยโถวจึงให้ชาวบ้านบริจาคเสบียงกันละนิดคนละหน่อย ใครไม่มีก็ออกแรงทำอาหารมาให้
ทางนี้เพิ่งจะเริ่มกินได้ไม่นาน ทันใดนั้นบรรดาเ้าหน้าที่กลับหน้าแดงราวตับหมูและมีฟองน้ำลายไหลเยิ้มตรงปาก จากนั้นล้มกองกับพื้น
ชาวบ้านที่มาส่งข้าวใขวัญหนี รีบกลับไปรายงานผู้ใหญ่บ้าน ใครจะรู้ว่าเพิ่งออกจากกระโจมก็ถูกคนฟันศีรษะขาดกระเด็น
เืสาดกระเซ็นเปื้อนกระโจม
ด้านนอกกระโจม มีกลุ่มโจรร่างกำยำสิบกว่าคน ในมือถืออาวุธเปื้อนเืกันครบมือ ชาวบ้านที่ออกไปลาดตระเวนสิ้นใจภายใต้ดาบของพวกเขาหมดแล้ว
คนที่เป็หัวหน้าส่งสัญญาณ กลุ่มโจรก็เคลื่อนตัวผ่านด่านกั้นราวกับฝูงผึ้งกรูกันเข้าหมู่บ้าน
จันทร์เสี้ยวบนขอบฟ้าถูกย้อมด้วยสีโลหิต…
เสิ่นม่านเพิ่งเก็บโต๊ะอาหารเรียบร้อยก็ได้ยินเสียงกรีดร้องในหมู่บ้านดังเป็ระลอก นางวิ่งตามเยี่ยนชีออกไปทันใด
ครั้นแล้วก็ช้าไปหนึ่งก้าว
จากมุมที่เห็นได้ทางสายตา ทั้งหมดได้กลายเป็ภาพแห่งความวินาศ กลุ่มโจรไม่รู้โผล่มาจากที่ใด พวกมันทั้งจุดไฟเผา ปล้นฆ่า และชิงทรัพย์
เพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ขณะนี้มีไม่น้อยที่สิ้นใจล้มลงใต้ดาบของกลุ่มโจร
เมื่อนึกถึงใบหน้าที่ยิ้มแย้มเวลาพูดคุยกันในอดีต มีไม่น้อยที่เคยให้ความช่วยเหลือนาง ทั้งยังมีคนที่ทำงานในโรงงานของนาง พร้อมกับเรียกขานนางว่าเ้านายอย่างสนิทสนมทุกวัน…
ในบรรดาพวกเขาแม้จะมีคนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบในเื่เล็กน้อยอยู่บ้าง แต่ล้วนเป็คนที่มีชีวิต! ไม่สมควรต้องมาประสบเคราะห์ร้ายเช่นนี้!
เพียงแค่เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ เืสีแสงสดได้ย้อมถนนหนทางและหมู่บ้าน กลิ่นคาวเืกระจายไปทั่ว!
เสิ่นม่านโกรธจัด กำหมัดแน่น!
เยี่ยนชีพุ่งเข้าไปห้ำหั่นสู้ศึกกับกลุ่มโจรทันที
เสิ่นม่านเปิดโหมดซ่อนตัวในระบบเพื่อปกป้องบ้านที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นกระโจนไปด้านหน้า เสียงเยือกเย็นของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บ
“พลังงานปาลาลา! เพิ่มพลังระดับสูงสุด: โหมดะเิพลัง!”
ผู้ใดไม่รุกรานข้า ข้าก็ไม่รุกรานคนผู้นั้น!
แต่ตอนนี้อยู่ท่ามกลางความเป็กับความตาย มือของเสิ่นม่านจากโลกยุคปัจจุบันคนนี้ สุดท้ายคงต้องยอมให้มือเปื้อนเืสักหน่อยแล้ว
โจรคนหนึ่งเพิ่งปล้นเงินจากครอบครัวชาวนาหลังหนึ่งออกมา เผชิญหน้ากับเสิ่นม่านอย่างจัง เสิ่นม่านไม่พูดจา นางจิกผมของอีกฝ่าย แล้วขว้างออกไปไกล!
โจรที่น่าสงสารถูกขว้างลอยกระเด็นไปสิบกว่าเมตร ศีรษะกระแทกพื้นและไม่ลุกขึ้นอีก
มีโจรปอดแหกหลายคนที่เดิมทีคิดจะเข้ามาช่วย แต่เมื่อเห็นภาพนี้ก็กลายเป็ไม่กล้าเข้ามา
นี่มัน…
มีใครเคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหิ้วชายตัวหนักร้อยกว่าชั่งโยนลอยไปไกลสิบกว่าเมตรได้โดยไม่เปลืองแรงแม้แต่น้อย?
ตาฝาด ต้องตาฝาดไปแน่ๆ!
เพียงชั่วพริบตา เสิ่นม่านก็มาอยู่ตรงหน้าพวกเขา
คนทั้งหลายอยากวิ่งหนี แต่เสิ่นม่านกลับจับพวกเขากลับมาและทุ่มลงพื้น นางไล่เหยียบไปทีละคน
โจรทั้งหลายรู้สึกเพียงว่าอวัยวะภายในกำลังแหลกเหลว ฉับพลันนั้นความเ็ปก็จู่โจมอย่างแสนสาหัส
ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด เสิ่นม่านั์ตาแดงก่ำและเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น “เหตุใดจึงต้องฆ่าพวกเขา?”
“พวก พวกข้า…”
โจรกระอักเืและดวงตาพร่ามัว ท้ายที่สุดก็สิ้นใจ
บ้านด้านหลังกำลังติดไฟ เสิ่นม่านบุกเข้าไปช่วยคน แต่กลับมองเห็นสภาพสิ้นใจอย่างน่าโศกเศร้าของคนชรากับเด็กน้อยอยู่ภายในห้อง ดวงตาเบิกโพลง แข็งทื่อและหวาดกลัว มองตรงมาที่นาง
หัวใจของเสิ่นม่านราวกับถูกบางสิ่งบีบแน่น
เ็ปเหลือเกิน! เดรัจฉานเหล่านี้ กระทั่งเด็กก็ไม่ยอมละเว้น
เพราะเหตุใด? ทั้งที่มีทหารยามคอยเฝ้าหน้าหมู่บ้าน แต่โจรเหล่านี้เข้ามาได้อย่างไรกันแน่? นางคิดไม่ออกว่าเกิดปัญหาตรงไหน นางเองก็ไม่มีเวลาไปวิเคราะห์อย่างละเอียด!
นางได้แต่ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน นางพุ่งเข้าไปทีละบ้านทั้งที่รู้จักและแปลกหน้า จากนั้นช่วยเหลือผู้คนจากน้ำมือของกลุ่มโจร
รอจนนางพุ่งเข้าไปในบ้านของหลี่เถี่ยโถวผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับเห็นผู้ใหญ่บ้านที่กระตือรือร้นและใจดีคนนั้น ขณะนี้กำลังนอนอยู่กลางลานบ้านในสภาพที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยมีด เืไหลออกมาไม่หยุด
นางรีบพยุงผู้ใหญ่บ้านขึ้นและคิดอยากใช้ระบบช่วยชีวิตเขา
แต่หลี่เถี่ยโถวกลับจับแขนของนางไว้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่อ่อนแรง
“ช่วย… ช่วยแม่ของลูกข้าด้วย!”
-----
