“อะไรนะ?”
“ไอ้เฒ่ายอร์ก เ้าล้อเล่นใช่ไหม?”
“เ้าต้องเมาแน่ๆ เป็ไปไม่ได้หรอกที่จะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น...”
คนในร้านเหล้าเริ่มะโออกมาอย่างตื่นตระหนก ถึงแม้ว่าการเป็ทหารรับจ้างจะทำให้พวกเขาได้พบเจอกับเื่แปลกประหลาดมามากมาย แต่พวกเขาไม่มีทางเชื่อข่าวที่ชายร่างใหญ่คนนี้พูดอย่างแน่นอน อัศวินพระอาทิตย์สีทองเป็ใครกัน? นั่นเป็ถึงหนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินเชียวนะ เป็สัญลักษณ์ของอัจฉริยะผู้มีพร์ ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนที่ต้องตกตายอยู่ภายใต้หอกทองคำของเขา มีข่าวลือว่าอัศวินพระอาทิตย์สีทองแข็งแกร่งทัดเทียมกับนักรบระดับหกดาวั้แ่อายุยังน้อยแล้ว คนที่เก่งขนาดนั้นจะมาพ่ายแพ้ให้กับาาอาณาจักรบริวารเนี่ยนะ?
เื่นี้ ฟังดูเหมือนนิทาน 'อาหรับราตรี' ชัดๆ
ชายร่างกำยำสูงใหญ่ซดเบียร์เข้าไปอีกอึกหนึ่ง ยืดกล้ามเนื้อคอและพูดโต้ว่า “ทำไมจะเป็ไปไม่ได้เล่า? เื่นี้ไม่ใช่ความลับเสียหน่อย มันแพร่ไปทั่วเมืองหลวงแล้ว มีบางคนเป็พยานว่า เห็นอัศวินพระอาทิตย์สีทองถูกทำร้ายจนหมดสติ และโดนอัศวินผู้ติดตามของตัวเองแบกกลับเข้าไปในวิหารอัศวิน ว่ากันว่าหัวหน้าตำหนักอัศวินอคินเฟเยฟโกรธมาก และตอนนี้ทุกกองกำลังที่มีชื่อเสียงทั่วเมืองหลวงเริ่มแอบเตรียมการเอาชนะาาอาณาจักรบริวารคนนั้นแล้วด้วย...”
“เป็ไปได้อย่างไร?”
“หรือว่า...อาจจะเป็เื่จริง?”
ผู้คนเห็นเฒ่ายอร์กเล่าเื่ด้วยท่าทางจริงจังก็เริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างแล้ว
“โอ้ข้ารู้แล้ว! มันต้องเป็ 'หนึ่งดาบ' แน่ มีเพียง 'หนึ่งดาบ' เท่านั้นที่จะสามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้...” มีบางคนที่นึกว่าตัวเองคิด 'คำตอบที่ถูกต้อง' ออกมาได้แล้ว จึงะโออกมาอย่างภาคภูมิใจ คนอื่นที่ได้ยินแบบนั้นก็พลันส่งเสียงร้องตามอย่างเห็นด้วย ในบรรดาอาณาจักรบริวาร ผู้ที่สามารถเอาชนะอัศวินพระอาทิตย์สีทองได้ จะต้องเป็ 'หนึ่งดาบ' เท่านั้น
“ฮ่าๆๆ ผิดแล้ว ผิดอย่างมหันต์เลย จิม สมองของเ้าเสื่อมไปแล้วหรืออย่างไร? ข้าเพิ่งพูดอยู่หยกๆ ว่าเป็าาของอาณาจักรบริวารแห่งหนึ่งที่เอาชนะอัศวินทองคำได้ 'หนึ่งดาบ' ยังไม่ใช่าาเสียหน่อย เขาเป็แค่องค์ชายคนหนึ่งเอง...ฮี่ๆ เอาล่ะ อย่าเดาให้เสียเวลาเลย เพราะสุดท้ายพวกเ้าก็เดาไม่ออกหรอก ฮึๆๆ ผู้ที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับอัศวินผู้ตัดสินเป็เพียงาาอาณาจักรบริวารระดับหกที่ไม่เคยเปิดเผยความสามารถของตัวเองต่างหาก” ชายร่างสูงเปิดเผยความจริงออกมา
“าาของอาณาจักรบริวารระดับหก?”
“ไอ้เฒ่ายอร์ก เ้าเพิ่งโดนเมียตบบ้องหูมาใช่ไหม?”
ชายร่างใหญ่สะดุ้งอย่างเห็นได้ชัด เขาโก่งคอและะโออกมาว่า “ไม่ใช่โว้ย เอ็งนั่นแหละที่โดนเมียตบบ้องหูมา! เฮอะ โดนตบบ้องหูทั้งโคตรเหง้าเลย! เื่นี้จริงเสียยิ่งกว่าจริงอีก ข้าไม่เคยพลาดหรอกนะ...”
แต่เหล่าทหารรับจ้างก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา คำพูดของชายคนนี้ดูเหลือเชื่อเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีใครเชื่อเขาอีกต่อไป
แต่ซุนเฟยที่นั่งดื่มอยู่ข้างๆ กลับมีสีหน้าไม่ดีเท่าไร ยิ่งเขาได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งใมากขึ้น เขายกมือลูบคางตัวเองเบาๆ พลางคิดในใจอย่างตื่นตระหนกว่า มันเพิ่งผ่านมาแค่สี่วันเอง นับั้แ่ที่เขากับอัศวินผู้ตัดสินคนนั้นได้ประลองฝีมือกันที่ยอดูเาหอคอยคู่ ทำไมข่าวถึงได้กระจายไปเร็วขนาดนี้? ที่น่าแปลกก็คือ ต้นตอของข่าวมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้วค่อยย้อนกลับมาที่เมืองน้ำพุร้อน เื่นี้ช่างประหลาดจริงๆ
แองเจล่ากับสาวผมบลอนด์เจ็มม่ายกมือปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ แน่นอนว่าสองสาวรู้เื่การต่อสู้ทั้งหมดที่ยอดเขาหอคอยคู่ พอเห็นว่าคนในร้านเหล้าไม่เชื่อ เจ็มม่าก็เบิกตากว้างและเลิกคิ้วขึ้นสูง เกือบจะะโออกมาจากที่นั่งของตัวเองเพื่อพยายามแก้ต่าง แต่ก็ถูกแองเจล่าจับมือและส่ายหน้าห้ามไว้ เจ็มม่าไม่มีทางเลือกจึงได้แต่นั่งลงอย่างไม่เต็มใจพลางขบฟัน นางมองค้อนผู้คนที่อยู่รอบข้างด้วยความโกรธ ราวกับว่าคนที่ไม่เชื่อว่าซุนเฟยเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้ล้วนเป็ศัตรูกับนาง
“เฮ้ พี่ชาย ถ้าไม่รังเกียจข้าขอถามหน่อยว่า ท่านได้ยินข่าวทั้งหมดนี้มาจากไหน? ทั้งหมดเป็แค่ข่าวลือใช่ไหม?” ซุนเฟยพยายามหยั่งเชิง จงใจพูดอ้อมๆ เพื่อสอบถามชายที่ดูซื่อสัตย์และเรียบง่ายคนนี้
“มันจะเป็ข่าวลือไปได้อย่างไรกันน้องชาย?! เื่นี้หอการค้าโซรอสของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็คนประกาศออกมาเองเชียวนะ...” ใบหน้าของยอร์กแดงก่ำด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาทุบโต๊ะและยืนขึ้นพร้อมส่งเสียงว่า “พวกเ้า ถ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดก็ไม่เป็ไร แต่แหล่งข่าวที่ข้าได้มาก็คือหอการค้าโซรอส แบบนี้คงเชื่อถือได้นะ อีกไม่กี่วันข่าวนี้จะต้องมาถึงเมืองน้ำพุร้อนอย่างแน่นอน และข่าวที่ถูกเปิดเผยโดยหอการค้าโซรอสก็ละเอียดมากด้วย ยอดฝีมือลึกลับที่พิชิตอัศวินพระอาทิตย์สีทองได้ก็คือาาอาณาจักรบริวารระดับหก อาณาจักรแซมบอร์ด นามว่าอเล็กซานเดอร์!”
“ฮะ หอการค้าโซรอสเป็ผู้ปล่อยข่าวนี้หรือ?”
“เหมือนจะเข้าเค้าแล้ว ตอนนี้ฟังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาเลย...”
“ถ้าหอการค้าโซรอสเป็คนปล่อยข่าว งั้นก็น่าจะเป็ความจริง ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าอาณาจักรเล็กๆ ระดับหกเช่นนี้จะมีผู้กล้าหาญคนหนึ่งอยู่ด้วย”
เมื่อยอร์กบอกว่าเื่ที่เขาเล่ามาจากหอการค้าโซรอส ผู้คนในร้านเหล้าก็กลายเป็ถูกหว่านล้อมไปในที่สุด เนื่องจากองค์กรที่มีอำนาจและผู้สนับสนุนอย่างหอการค้าโซรอสจะไม่มีวันพูดพล่อยๆ หรือปากบอนในเื่ที่สำคัญเช่นนี้ เพราะความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่พ่อค้าให้ความสำคัญมากที่สุด ถ้าหอการค้าใดถูกจับได้ว่าเผยแพร่ข่าวที่ไม่เป็ความจริงแม้จะเป็แค่ครั้งเดียว แต่ก็จะไม่มีใครเชื่อถืออีกต่อไป! และหอการค้าโซรอสที่ก่อตั้งมาแล้วหลายร้อยปีก็ไม่เคยมีเื่แบบนั้นเกิดขึ้นมาก่อน
ตอนนี้เอง ซุนเฟยก็ได้เข้าใจความเป็มาในที่สุด
ผู้จัดการหอการค้าโซรอส แฮร์รี่ เรดแนปป์และกองคาราวานโซรอสได้ติดตามกองทัพของแซมบอร์ดมา อีกทั้งยังเป็พยานในการต่อสู้ที่ยอดเขาหอคอยคู่ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมข่าวนี้ถึงได้กระจายออกมาจากทางเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้วค่อยมาถึงเมืองน้ำพุร้อน ทั้งหมดเป็เพราะหอการค้าโซรอสของเรดแนปป์จงใจที่จะกระจายข่าวสารพิเศษนี้ออกไป
เื่ที่น่าแปลกใจอย่างเดียวก็คือ ทำไมหอการค้าโซรอสถึงได้ป่าวประกาศเื่นี้? หรืออาจจะเป็เพราะนิสัยของพ่อค้าที่เมื่อเห็นช่องทางหากำไรเพิ่มขึ้นมาได้ก็เลยทำเช่นนั้น?
ซุนเฟยตระหนักได้ถึงความผิดปกติของเื่นี้
ขณะเดียวกัน การสนทนาในร้านเหล้ากลายเป็เข้มข้นมากขึ้น ความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ยอดฝีมือลึกลับ าาแห่งเมืองแซมบอร์ด สองสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ซุนเฟยก็หัวเราะคิกคักพร้อมทั้งเอามือปิดปากไว้ ตั้งใจฟังคำยกย่องและท่าทางตกตะลึงจนตาค้างของฝูงชน พวกนางรู้สึกภาคภูมิใจแทนซุนเฟยที่กำลังยิ้มเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะ มันยากมากที่พวกนางจะควบคุมตัวเองไม่ให้พูดว่า 'ยอดฝีมือลึกลับ' ที่เอาชนะอัศวินผู้ตัดสินนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของทุกคน
พอเห็นว่ามีคนเชื่อเขาในที่สุด ยอร์กก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ เขาก้มหน้าลงไปซดเบียร์อึกใหญ่เกือบครึ่งแก้ว เช็ดเบียร์ที่คางและจู่ๆ ก็ทุบโต๊ะอย่างหนักหน่วง เขายังไม่พูดจนกว่าตัวเองจะได้รับความสนใจจากคนรอบข้างอย่างเต็มที่ “อันที่จริงแล้ว ความพ่ายแพ้ของอัศวินผู้ตัดสินไม่ได้เป็ข่าวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเมืองหลวง แต่ยังมีอีกข่าวหนึ่งที่น่าตื่นเต้นกว่า ถ้าข้าบอกไป พวกเ้าทั้งหมดจะต้องแตกตื่นอย่างแน่นอน”
“ว้าว มีข่าวที่น่าใยิ่งกว่านี้อีกหรือ? พูดมาดีกว่า อย่าปล่อยให้พวกข้าสงสัยอยู่อีกเลย” บางคนกระตุ้นเขาด้วยความร้อนใจ
ยอร์กรู้สึกพึงพอใจ เขามองไปรอบๆ กำลังรอให้บรรยากาศเข้มข้นถึงที่สุด จากนั้นก็ยิ้มกว้างและจงใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบนาบว่า “เมื่อสิบวันก่อน เทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรสปาร์ตากุส อยู่ดีๆ ก็ประกาศท้าประลองกับท่านคราซิกอย่างเป็ทางการ...”
“อะไรนะ? ท้าประลอง?”
“ไม่มีทาง! ไอ้พวกโง่บัดซบสปาร์ตากุส้าจะทำอะไร? พวกมันอยากก่อาหรือไง?”
“รีบคายออกมาไอ้เฒ่ายอร์ก ท่านคราซิกตอบกลับว่าอย่างไร?”
“พระเ้าคุ้มครอง จู่ๆ ก็มีเื่แบบนี้เกิดขึ้น หรือว่าากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว?”
คำพูดของยอร์กชายร่างสูงมีค่าพอที่จะทำให้ตื่นตะลึง ร้านเหล้าที่มีเสียงดังอยู่แล้ว ตอนนี้กลายเป็บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ราวกับมีคนโรยเกลือลงในกระทะร้อนๆ จนเกิดการะเิขึ้นมาอย่างรุนแรงในทันที แม้แต่กลุ่มคนที่สงวนท่าทีก่อนหน้านี้ก็ยังไม่อาจรักษากิริยาได้อีกต่อไป พวกเขาพากันอ้าปากตาค้าง
ข่าวนี้ช่างน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง
การท้าประลองของเทพนักรบผู้พิทักษ์ย่อมเป็เื่ที่น่าตกตะลึงทั่วราชอาณาจักร นี่ไม่ได้เป็แค่การประลองระหว่างความเป็ความตายของสองผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยังถือเป็การเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่างราชอาณาจักรเซนิทกับราชอาณาจักรสปาร์ตากุส ตามประเพณีของอาเซรอทแต่โบราณ ในตอนนี้ชะตากรรมของทั้งสองราชอาณาจักรถูกแขวนไว้กับการต่อสู้อันเป็ที่สุดระหว่างเทพนักรบผู้พิทักษ์
'สารท้าประลอง' ก็เหมือนกับอำนาจของพระผู้เป็เ้า ยิ่งใหญ่ ไม่อาจท้าทาย และถึงตาย เมื่อเทียบกันแล้ว ความล้มเหลวอย่างไม่เป็ท่าของอัศวินผู้ตัดสินคนหนึ่งจะนับว่าเป็อะไรได้
“ราชอาณาจักรสปาร์ตากุสข่มเหงกันเกินไปแล้ว ท่านคราซิกจะต้องตัดหัวเหล่าผู้รุกรานที่อุกอาจพวกนั้นแน่...”
คราซิกเป็เทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรเซนิท ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นักรบระดับจันทราเมื่อสิบปีก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาคือนักรบอันดับหนึ่งของราชอาณาจักร เทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรเป็เหมือนวีรบุรุษที่อยู่ในใจของเหล่านักรบนับล้าน ราชอาณาจักรอื่นๆ ล้วนเกรงใจราชอาณาจักรเซนิทก็เพราะเขา และไม่มีใครกล้าท้าประลองด้วย แต่ในที่สุดคราซิกก็ถูกอาณาจักรอื่นท้าประลองจนได้
“สองเดือนต่อจากนี้ ณ ยอดเขาเทพนักรบของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ยามที่ดวงจันทร์แห่งปีศาจลอยอยู่กลางฟ้า สองเทพจะประลองเป็ตาย!” ยอร์กกระดกเบียร์จนหมด วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างหนักหน่วงและร้องะโกับฝูงชนว่า “ข่าวนี้ได้กระจายไปยังราชอาณาจักรใกล้เคียงแล้ว ข้าเชื่อว่านักรบผู้กล้าหลายๆ คนก็อยากไปสังเกตการณ์ และส่งเสียงเชียร์ให้กับเทพนักรบของราชอาณาจักรตัวเองเช่นกัน”
“เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะไปที่นั่นอย่างแน่นอน!” บางคนเริ่มรู้สึกแทบจะอดใจรอไม่ไหว
“ข้าก็จะไปที่นั่นเช่นกัน...”
“ข้าด้วย...”
“มีเพียงคนที่ถูกก๊อบลินเลี้ยงดูมาเท่านั้นแหละ ถึงจะพลาดเื่เช่นนี้...”
ซุนเฟยเห็นบรรยากาศอันเร้าใจในร้านเหล้า ก็พลอยรู้สึกตื่นเต้นไปกับการต่อสู้ของสองเทพที่จะเกิดขึ้นบนยอดเขาเทพนักรบในอีกสองเดือนหลังจากนี้ไปด้วย นอกจากจะเป็การต่อสู้แบบเป็ตายระหว่างนักรบระดับจันทราแล้ว ยังเป็โอกาสที่จะได้รู้ว่า ระดับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเหล่ายอดฝีมือในอาเซรอทมันเป็อย่างไร ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่
หลังจากที่ฟังการสนทนาของผู้คนอยู่สักพัก ซุนเฟยก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาที่จะต้องไปแล้ว จึงเรียกเ้าของร้านเหล้ามาเพื่อจ่ายเงินและเตรียมจากไป
“เฮ้ น้องชาย ขอบใจมากที่ให้ข้านั่งตรงนี้ ไม่อย่างนั้นแล้ววันนี้ข้าคงไม่ได้เพลิดเพลินไปกับเหล้าดีๆ แน่... เอาอย่างนี้ไหม ข้าขอเชิญเ้ากับสองสาวสวยนี่ไปดื่มกันอีกรอบได้หรือเปล่า?” ยอร์กพูดพร้อมกับยืนขึ้น เรียกพนักงานเสิร์ฟสาวให้ยกเบียร์ดำมาสี่สามแก้ว เอามาวางอยู่ตรงหน้าซุนเฟยกับสองสาว ส่วนแก้วที่สี่ถูกผลักไปตรงหน้าเด็กหนุ่มผิวดำที่นั่งเงียบมาสักพักแล้ว ยอร์กปลุกเร้าเด็กหนุ่ม “ฟิลิปส์ อย่านั่งเฉยสิโว้ย เป็ลูกผู้ชายหน่อย ยืนขึ้น กระดกแก้วนี้ให้หมด!”
หนุ่มน้อยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเลยเผยรอยยิ้มแบบอายๆ เขาคว้าแก้วเหล็กและยืนขึ้น
ใน่เวลานี้เอง... ปัง! เสียงแสบแก้วหูสายหนึ่งก็ดังขึ้น
ประตูไม้ของร้านเหล้าถูกผลักเปิดอย่างแรง ข้างหลังประตูมีกลุ่มคนที่ท่าทางโอหังยืนอยู่ พวกนั้นเดินเข้ามาอย่างบุ่มบ่าม
หัวหน้าของกลุ่มดูเหมือนกำลังมองหาบางอย่างอยู่ เขามองไปรอบๆ ร้านอย่างรวดเร็ว หันไปกระซิบกระซาบบางอย่างหลังจากที่เห็นซุนเฟยกับสองสาว เขาพูดเบาๆ พร้อมกับขยิบตาให้กับชายหนุ่มที่แต่งตัวดีซึ่งอยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มและก้าวเท้าไปยังโต๊ะนั่น ย่นจมูกฟุดฟิดด้วยความไม่พอใจ และจ้องมองยอร์กกับเด็กหนุ่มขี้อายนั่น ก่อนจะพูดเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไสหัวไปให้พ้น เ้าพวกทหารรับจ้างชั้นต่ำ! พวกเ้าเป็ใครถึงกล้ามานั่งร่วมโต๊ะกับสาวสวยเหล่านี้?”
--------------
