กระบี่ยาวแหวกอากาศพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไป๋หยุนเฟยหน้าแปรเปลี่ยนรีบถีบเท้ากับพื้นสุดแรง ร่างมันพลิ้วออกไปดุจสายลม พริบตาเดียวก็ถอยหลังหลังไปห้าหกวา ขณะเดียวกันสายตาก็จ้องเขม็งไปยังทิศทางที่กระบี่ยาวพุ่งออกมา
“ฉึก!” กระบี่ยาวปักลงกับพื้นตรงที่ไป๋หยุนเฟยยืนอยู่เมื่อครู่ กระบี่ปักลงไปไม่ถึงครึ่งเล่มก็พลันระบิดเปลวเพลิงออกเผาพื้นดินโดยรอบในรัศมีครึ่งวาจนไหม้เกรียม ส่วนตัวกระบี่สั่นไหวจนเกิดเสียงดัง‘วิ้งวิ้ง’
ขณะที่กระบี่ยาวปักลงบนพื้น ก็มีเงาร่างคนผู้หนึ่งทะยานติดตามออกมา มันหยั่งเท้าลงที่พื้นข้างกระบี่พร้อมกับใช้มือขวากุมด้ามจับหมุนร่างชักกระบี่ขึ้น จากนั้นจึงก้าวถอยหลังไปยืนขวางหน้าเด็กสาวเอาไว้
ผู้มามีหน้าตาธรรมดา ดูแล้วอายุรุ่นราวคราวเดียวกับไป๋หยุนเฟย เมื่อหันมองไปยังเด็กสาวซึ่งมีคราบน้ำตาบนใบหน้านั่งคุกเข่าโอบกอดเ้าหมูหันอยู่ สีหน้าจึงค่อยผ่อนคลายลง จากนั้นมันจึงหันกลับไปจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าเดือดดาลพร้อมกับร้องออกมาว่า “เ้าช่างบังอาจนัก ไม่ว่าเ้าจะเป็ใคร แต่กล้ารังแกศิษย์น้องข้า เ้าก็ต้องตาย!!”
การปรากฏตัวของอีกฝ่าย ที่จริงไป๋หยุนเฟยดูออกั้แ่เห็นการแต่งกายของมันแล้วว่าเป็ใคร --- ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์
“ศิษย์น้อง? คิดไม่ถึงว่าเด็กสาวนางนี้ก็เป็ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์เช่นกัน!” ไป๋หยุนเฟยลอบแตกตื่น มันมองดูชายหนุ่มที่ใบหน้าเกรี้ยวกราดตรงหน้าพร้อมกับประสานมือคารวะ “สหายท่านนี้ เข้าใจผิดแล้ว ที่จริงข้า...”
“อย่ามาเล่นลิ้น! เ้าบัดซบไม่รู้จักที่ตาย! ให้ข้าสั่งสอนเ้าก่อนแล้วค่อยมอบให้ท่านอาจารย์จัดการ!” ผู้ใดจะทราบว่าเ้าคนที่ชื่อ‘เฟยเหนียน’ผู้นี้กลับไม่เปิดโอกาสให้ไป๋หยุนเฟยได้ชี้แจง มันสะบัดกระบี่ยาวพุ่งเข้าหาทันที ดูจากพลังิญญาที่แผ่ออกมา ถึงกับเป็ภูติญญาระดับปลาย!
“ข้าบอกแล้วว่าเป็การเข้าใจผิด ข้าคือ...” ไป๋หยุนเฟยชะงัก แต่ยังคงคิดจะอธิบายต่อ
“เฟี้ยว!”
กระบี่ยาวที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงพุ่งทะลวงเข้าใส่หัวไหล่ บีบให้ไป๋หยุนเฟยต้องหลบหลีกอย่างเร่งร้อน
“ข้าเป็……..”
“ผัวะ!”
อีกฝ่ายกระโจนเข้ามาพร้อมกับถีบใส่ท้องน้อยของมัน
“ข้า……”
“เคร้ง!” กระบี่ที่ฟันลงมาถูกมันใช้แขนต้านรับเอาไว้
“……”
ไป๋หยุนเฟยเริ่มมีโทสะแล้ว
มีอย่างที่ไหน ไม่คิดแม้แต่จะฟังเหตุผล! ในเมื่อเ้าไม่ฟัง ข้าก็จะฟาดให้เ้าลงไปกองกับพื้นแล้วค่อยชี้แจง!
ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงเ็า มันไม่คิดจะกล่าววาจาไร้สาระอีก รีบสลับเท้าใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่น ร่างมันโยกส่ายเล็กน้อยกระบี่ของอีกฝ่ายก็แทงถูกเพียงเงาร่างติดตา จากนั้นไป๋หยุนเฟยหงายร่างเอนหลังพร้อมกับซอยเท้าถอยหลังถี่ยิบ เพียงพริบตาเดียวก็ล่าถอยออกไปร่วมห้าวา
มันยื่นมือขวาออก ทวนเปลวอัคคีก็ปรากฏขึ้น เมื่อถ่ายทอดพลังิญญาเข้าไปเปลวเพลิงที่ร้อนแรงบาดตายิ่งกว่ากระบี่ของอีกฝ่ายก็ทะลักออก ไป๋หยุนเฟยยั้งร่างแล้วพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่ายามล่าถอย จากนั้นจึงวาดทวนฟาดขวางใส่หว่างเอวอีกฝ่ายในบัดดล!
ยามทวนเปลวอัคคีปรากฏขึ้น เฟยเหนียนก็สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยามจ้องมองการรุกโต้กลับที่ดุดันฉับไว สีหน้ามันก็กลายเป็เคร่งขรึมเตรียมรับมือกับทวนที่ฟาดใส่ จะยกกระบี่ขึ้นป้องกันก็ดูท่าจะไม่อาจต้านรับไหว แต่เฟยเหนียนเพียงเบิกตากว้างโดยไม่มีที่ท่าว่าจะหลบเลี่ยง มันสะบัดมือเก็บกระบี่เข้าไว้พร้อมกับนำค้อนั์ออกมาในทันที มือทั้งสองของมันกุมกระชับด้ามค้อนแแ่พร้อมกับร้องออกมาเบาๆ จากนั้นจึงฟาดค้อนปะทะใส่ทวนเปลวอัคคีอย่างหักโหม
นี่เป็ครั้งแรกที่ไป๋หยุนเฟยพบเจอการรับมือท่ากวาดจู่โจมของทวนเปลวอัคคีเช่นนี้ ทวนและค้อนปะทะกันอย่างรุนแรง พลังจากการปะทะของอาวุธทั้งสองรุนแรงจนทวนเปลวอัคคีแทบหลุดจากมือ แต่เฟยเหนียนเองก็ไม่ถนัดใช้ค้อนเช่นกัน ร่างมันจึงพลิกหมุนออกไป แต่ระหว่างหมุนตัวมันก็เก็บค้อนเข้าไว้ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับไป๋หยุนเฟยในมือก็ถือจักรสีทองที่มีขอบดุจฟันเลื่อยเอาไว้แล้ว มันอาศัยแรงเหวี่ยงหมุนตัวซัดจักรในมือหมุนควงฝ่าอากาศจนบังเกิดเสียง‘วิ้งวิ้ง’เข้าหาไป๋หยุนเฟยอย่างฉับพลัน
ไป๋หยุนเฟยล่าถอยอย่างเร่งร้อน เพิ่งสลายพลังสะท้อนที่มากับทวนเปลวอัคคีได้หมด จักรฟันเลื่อยก็แหวกอากาศดังหวีดหวิวเข้ามา พลังสีทองที่ยื่นขยายจากฟันเลื่อยร่วมสามนิ้วยิ่งทำให้มันน่าหวาดหวั่นขึ้นไปอีก พริบตาเดียวจักรฟันเลื่อยก็มาถึงตรงหน้า ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วแแ่ก่อนจะยกทวนเปลวอัคคีขึ้นป้องกัน ได้ยินเสียงปะทะดัง‘เคร้ง’พร้อมกับจักรสีทองถูกสะท้อนออกไป ส่วนไป๋หยุนเฟยกลับต้องล่าถอยไปอีกหลายก้าว ชั่วขณะที่จะรุกตอบโต้ก็เห็นอีกฝ่ายกำมือขวาราวกับกุมสิ่งของบางอย่างเอาไว้จากนั้นก็กระชากดึง
ได้ยินเสียงลมหวีดหวิวแว่วเข้าหู ไป๋หยุนเฟยก็สีหน้าแปรเปลี่ยนอีกครา มันรีบเอียงศีรษะตามสัญชาติญาณพร้อมกับยกมือขวาขึ้น แล้วแสงสีทองก็วาบผ่านฉีกแขนเสื้อข้างขวาจนขาดวิ่น ได้ยินเสียงเสียดสีแหลมคมบาดแก้วหูดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟจากโลหะกระทบกันแลบแปลบ ที่แท้ก็เป็จักรสีทองซึ่งถูกปัดกระเด็นไปเมื่อครู่บินวกกลับมาโจมตีใส่อีกครั้ง!
อีกฝ่ายยกมือขึ้นรับกงจักรสีทองเอาไว้พร้อมกับคลายมือขวาออก เส้นไหมเรียวบางซึ่งมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นก็ถูกดึงรั้งเข้ามาเก็บไว้ที่ตรงกลางของกงจักร
การต่อสู้ยกแรกผ่านไป ภายในเวลาเพียงชั่วครู่อีกฝ่ายใช้ออกด้วยวัตถุิญญาถึงสามชนิดอย่างต่อเนื่อง ไป๋หยุนเฟยเพียงทันได้ใช้ทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนมีดเพลิงเพื่อป้องกันเท่านั้น แต่นั่นก็เป็เพราะ อย่างแรกมันไม่ได้มีความคิดที่จะต่อสู้เป็ตายกับอีกฝ่าย อย่างที่สองมันยังคงตกตะลึงต่อวิธีการต่อสู้ของอีกฝ่ายอยู่
“นี่คือวิธีการต่อสู้ของศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์หรือ...” สายตาของไป๋หยุนเฟยทอแววกังขา ก่อนหน้านี้ที่เคยต่อสู้มา มันเป็ฝ่ายเปลี่ยนอาวุธไปมาอยู่ตลอดเวลา คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะกลายเป็ตรงกันข้าม ยามนี้ไป๋หยุนเฟยจึงบังเกิดความคิดผุดขึ้นในใจ --- วัตถุิญญาหรือ ข้าก็มีอยู่ไม่น้อย!
ทวนเปลวอัคคีมีพลังโจมตีที่รุนแรง หากจู่โจมใส่แล้วอีกฝ่ายหลบไม่พ้นทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการะเิขึ้น เื่ราวจะกลายเป็ยุ่งยากขึ้นไปอีก ดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงสะบัดมือเก็บทวนไว้ก่อนจะพลิกข้อมืออีกครั้ง แล้วมีดสั้นมากมายก็ปรากฏในมือเตรียมที่จะซัดจู่โจมจากระยะไกล
เฟยเหนียนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าผู้ที่รังแกศิษย์น้องมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าตน มันจึงเริ่มมีโทสะและไม่คิดจะยืดเยื้ออีก มันกู่ร้องขึ้น ดูท่าแล้วคงคิดจะใช้ท่าไม้ตายออกมา
เพียงสะบัดมือขวากล่องไม้สีดำสูงครึ่งวากว้างหนึ่งเชียะก็ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้า และก่อนที่ไป๋หยุนเฟยจะทันได้ตวัดมือซัดมีดออก เฟยเหนียนก็ถ่ายทอดพลังสีแดงลงไปพร้อมกับผลักโยนกล่องไม้ออก
มันกลับไม่ได้โยนมาทางไป๋หยุนเฟย แต่กลับโยนขึ้นไปกลางอากาศเหนือศีรษะของตน ระหว่างที่ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอแววสับสนอยู่นั้น จู่ๆเฟยเหนียนก็ยื่นมือขวาออก นิ้วชี้นิ้วกลางประกบจี้ไปยังกล่องไม้จากนั้นจึงบิดข้อมือพร้อมกับร้องว่า “เปิด!”
สิ้นเสียงของมัน กล่องไม้สีดำก็เปิดออกพร้อมกับบังเกิดเสียงดัง จากนั้นแสงสีแดงเจิดจ้าก็ห่อหุ้มกล่องเอาไว้ พร้อมกับเสียง‘แกร๊กแกร๊ก’ที่ดังอย่างต่อเนื่องเพียงพริบตาเดียวก็มีลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งวาบออกจาก‘ตัวกล่อง’
ไป๋หยุนเฟยเพ่งสมาธิมองดู แต่พริบตาเดียวมันก็หน้าแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง มันแตกตื่นจนมีดสั้นในมือแทบจะร่วงลงพื้น --- นั่นไม่ใช่เพียงแค่ลำแสงสีแดงเท่านั้น แต่นั่นเป็กระบี่นับไม่ถ้วนที่แผ่แสงสีแดงออกมาต่างหากเล่า!
ไป๋หยุนเฟยสีหน้าเคร่งเครียด มันเบะปากครุ่นคิดในใจว่า ตนเองคิดจะซัดมีดสั้นหลายเล่มเพื่อกดดันอีกฝ่าย ที่ไหนได้ฝ่ายตรงข้ามกลับใช้กระบี่โจมตีใส่ราวกับห่าฝน!!
เห็นได้ชัดว่ากล่องไม้ที่โยนขึ้นไปนั้นคือกล่องใส่กระบี่ เมื่อกระจายออกกลางอากาศก็ราวกับฝนกระบี่ที่ตกลงมาห่าใหญ่ --- ด้านในบรรจุกระบี่เอาไว้เท่าใดกันแน่!
ยามนี้ไม่มีเวลาพอจะให้ไป๋หยุนเฟยพร่ำบ่นได้แล้ว กระบี่แต่ละเล่มอย่างน้อยต้องเป็กึ่งวัตถุิญญา พวกมันแหวกอากาศลงมาดังซู่ซู่ ไป๋หยุนเฟยตั้งสติรวบรวมสมาธิก้าวย่างอย่างคล่องแคล่วหลบซ้ายหลีกขวาหลบเลี่ยงฝนกระบี่ที่ตกลงมาไม่หยุดยั้ง แม้จะดูว่าล่อแหลมอันตราย แต่มันก็สามารถหลบหลีกในจังหวะวิกฤตได้ทุกครั้ง แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่กลับไม่มีกระบี่แม้แต่เล่มเดียวที่จะสามารถสร้างาแบนผิวกายของไป๋หยุนเฟยได้
เฟยเหนียนตกตะลึงสุดชีวิต มันใช้วัตถุิญญาเฉพาะตัวของตน‘กล่องหมื่นกระบี่’ชั้นปฐีระดับสูงจู่โจมใส่ แต่กลับไม่อาจทำร้ายคู่ต่อสู้ได้แม้แต่น้อย! แม้มันจะไม่ได้ใช้ออกเต็มกำลัง แต่อีกฝ่ายกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างสมบูรณ์ ท่าร่างที่พิสดารเช่นนี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ห่าฝนกระบี่หนาแน่นถี่ยิบ เพียง่สั้นๆไม่ถึงอึดใจบนพื้นดินก็ปักเรียงรายไว้ด้วยกระบี่ร่วมสามร้อยเล่ม แล้วแสงสีแดงเจิดจ้าที่ฉาบย้อมผืนฟ้าก็เริ่มหรี่ลง จนเริ่มปรากฏรูปทรงของกล่องกระบี่ให้เห็น และหลังจากห่าฝนกระบี่ระลอกสองถูกปล่อยออก แสงสีแดงก็จางหายไป ยามนี้ปราศจากฝนกระบี่ตกลงมาอีก สุดท้ายกล่องกระบี่ก็ร่วงลงมาสู่พื้น
หลังจากไป๋หยุนเฟยหลบกระบี่เล่มสุดท้ายพ้นมันก็ลอบถอนหายใจออกมา แต่ยังไม่ทันได้สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก็พลันััได้ถึงอันตรายที่มาจากด้านหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นเฟยเหนียนที่ไม่ทราบพุ่งเข้ามาั้แ่เมื่อใด แต่ยามนี้มันมาถึงเบื้องหน้าพร้อมกับหมัดขวาที่ชกใส่ มือขวาของมันสวมถุงมือที่แผ่แสงสีทองออกมา กำปั้นมันถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงและทองอยู่โดยรอบ ดูไปเกรี้ยวกราดดุดันยิ่ง
ไป๋หยุนเฟยแก้วตาหดวูบ แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะแตกตื่นแม้แต่น้อย มันชักเท้าขวาถอยหลังครึ่งก้าวพร้อมกับรวบหมัดขวากำแน่น จากนั้นจึงชกหมัดเข้าปะทะกับกำปั้นของอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล
พลังหมัดเก้าทบ!
แต่ก่อนที่หมัดทั้งสองจะปะทะกัน หมัดอีกข้างซึ่งห่อหุ้มไว้ด้วยพลังสีแดงและทองเช่นเดียวกันก็ชกมาจากด้านข้าง หมัดนี้ชกทีหลังแต่กลับถึงก่อน ถึงกับชกใส่ข้อมือของไป๋หยุนเฟย!
“ปัง!!”
เสียงหมัดปะทะดังติดต่อกันสองครั้งในจังหวะที่แทบจะพร้อมเพียง ไป๋หยุนเฟยรู้สึกถึงแขนขวาที่สั่นะเืก่อนจะััได้ถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านเข้าสู่ร่าง
สีหน้ามันแปรเปลี่ยนไป ขณะเดียวกันก็ร้องในใจ “แย่แล้ว!”
