“ฉันรู้จักกับพิมพ์มาดามานาน น้องสาวฉันตอนนี้กำลังตกต่ำเพราะ พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตหมดแล้ว เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด รวมถึงยอมขายศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับเงิน” ชนกันต์พูดลอย ก่อนที่เทวทิณณ์จะสวนขึ้น
“ข้อนั้นฉันรู้แล้ว ว่าเธอยอมขายศักดิ์ศรีเพื่อเงินสามแสน แต่ฉันก็เป็คนแรกของเธอ และตอนนี้พิมพ์ก็คบอยู่กับฉัน ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน แค่นี้ใช่ไหมที่นาย้าพูดกับฉัน” เทวทิณณ์ทำท่าเบี่ยงตัวจะเดินออก ก่อนที่ชนกันต์จะคว้าแขนเพื่อนรักไว้ได้ทัน
“ไม่ใช่แค่นั้น ฉันเห็นพิมพ์มาดาเอากำไลข้อมือของนายไปขาย”
“ว่าไงนะ” เทวทิณณ์ที่ทำเหมือนไม่ใส่ใจ ในตอนแรก หันกลับมาแล้วเลิกคิ้วถาม
“นายฟังไม่ผิดหรอก พิมพ์มาดาเอากำไลข้อมือของนายไปขายแล้ว ฉันเห็นกับตา ข้อมือนั้นนายตั้งใจซื้อให้เธอ เพื่อเป็ตัวแทนความรักของนายไม่ใช่เหรอ ตอนนี้พิมพ์มาดาเอาไปขายแลกมาเป็เงินเรียบร้อยแล้ว และถ้าฉันไม่เตือนนาย ต่อไปนายอาจจะต้องเสียเงินให้เธออีก ไม่รู้จบสิ้น”
“ไม่จริง เธอไม่เคยเรียกร้องเงินทอง หรือของมีค่าจากฉัน”
“เพราะพิมพ์มาดารู้จุดอ่อน ว่าคนรวยอย่างนาย มีเหรอจะไม่ซื้อให้ ยิ่งไม่เรียกร้อง ก็ไม่ได้แปลว่าไม่อยากได้”
“ฉันไม่เชื่อ ฉันจะไปถามพิมพ์ด้วยตัวเอง” เขาพูดเสียงเข้ม ก่อนที่ชนกันต์จะรั้งอีกครั้ง
“นายจะไม่ได้คำตอบจากพิมพ์มาดาหรอก เพราะคำตอบที่นายจะได้จากเธอ นั่นคือความจำเป็ต้องใช้เงิน เพราะพ่อกับแม่เธอกำลังลำบาก ฉันไม่ได้อยากทำร้ายน้องสาวตัวเองหรอก แต่ฉันทนเห็นนายโดนหลอกต่อไปไม่ได้ ก็แค่แวะมาเตือน ส่วนนายจะเชื่อไหม ก็สุดแล้วแต่” คำพูดของชนกันต์ทำให้เทวทิณณ์เบี่ยงตัวเดินจากมาด้วยความไม่พอใจ
เขามั่นใจว่ารู้จักนิสัยของพิมพ์มาดาดี เธอไม่ใช่คนเห็นแก่เงินอย่างที่ชนกันต์พูด ยิ่งกว่านั้นหลายครั้งเขาแทบจะกราบขอร้องให้เธอรับของที่เขาซื้อให้ มีหรือจะกล้าเอาของแทนใจแบบนั้นไปขาย
“จำคนผิดแล้วมาปรักปรำน้องสาวตัวเองน่ะสิ ไร้สาระสิ้นดีเลย” เขาบ่นพึมพำพร้อมเดินกลับมาหาแฟนสาว ที่กำลังนั่งคุยบางอย่างอยู่กับปุยนุ่น เพียงร่างสูงเดินมาถึง ปุยนุ่นก็ปล่อยยิ้มกว้าง แล้วรีบเข้าไปหาชายหนุ่มทันที
“นุ่นกำลังคุยกับพิมพ์สนุกเลยค่ะ ทิณณ์ไปไหนมาเหรอคะ” เธอแสร้งเอ่ยถาม พร้อมกับมือบางเกาะแขนเขาแน่น แล้วเดินเข้ามาด้วยท่าทางสนิทสนม พยายามให้พิมพ์มาดาเข้าใจในแบบที่เธอ้า
“เราไปหากันต์มาน่ะ”
“เื่อะไรเหรอคะ ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย” ก่อนที่เทวทิณณ์จะค่อย ๆ แกะมือของปุยนุ่นออกจากตัวเอง แล้วเดินตรงไปยังแฟนสาวที่นั่งเงียบอยู่
“หิวหรือยัง” พิมพ์มาดาส่งยิ้มอ่อนให้ พลางพยักหน้าขึ้นลง
“จะไปหาอะไรทานกันเหรอคะ” ดาราสาวยังคงพยายามมีส่วนร่วม
“ใช่ เราว่าจะพาพิมพ์ไปหาอะไรอร่อย ๆ ทาน” ชายหนุ่มหันมาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าไม่รังเกียจ ไปทานอาหารที่บ้านของนุ่นดีไหมคะ พอดีนุ่นเอง ก็นัดกับชนกันต์ไว้เหมือนกัน” หญิงสาวพูดจบ ร่างของชนกันต์ก็เดินเข้ามาสมทบ
“ไปด้วยกันสิ ทานหลาย ๆ คนสนุกดี” เทวทิณณ์หันมายังแฟนสาว แล้วเอ่ยถามความคิดเห็นเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พิมพ์อยากไปหรือเปล่า” พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองทุกคน ก่อนที่ชนกันต์จะเดินเข้ามาหาน้องสาวของเขา
“ไปด้วยกันสิ พวกเราจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นด้วยไง ปุยนุ่นเป็ดาราที่เธอชื่นชอบไม่ใช่เหรอ ไม่มีโอกาสง่าย ๆ หรอกนะที่จะอยู่ใกล้ชิดดาราดังขนาดนี้” ปุยนุ่นได้ยินดังนั้นจึงหันมายังชนกันต์
“กันต์พูดเกินไปแล้วนะคะ” พร้อมหันมายังพิมพ์มาดาที่นั่งอยู่ด้านหน้า
“ไปทานอาหารด้วยกันนะพิมพ์” คำเชื้อเชิญของดาราสาว ทำให้พิมพ์มาดาจำใจรับปาก เพราะไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด
ทั้งหมดพากันเดินทางไปยังบ้านหลังใหญ่ของดาราสาว ภายในรถคันหรูของเทวทิณณ์ เขาไม่คิดขอดูกำไลข้อมือเธอ เพราะมั่นใจในตัวคนรัก ชายหนุ่มหันมายังพิมพ์มาดา แล้วส่งยิ้มอบอุ่นให้
“พี่ไปขออนุญาตคุณพ่อแล้วนะ”
“ขออนุญาตเื่อะไรคะ”
“ก็...เื่ที่ขอคบกับพิมพ์ไง พี่รู้ว่าหลังจากเรียนจบ คุณพ่อก็จะเข้ามาควบคุมชีวิตของพี่ทุกอย่าง เพื่อให้เป็ไปในแบบที่ท่าน้า พี่ก็เลยไปขอท่านให้เว้นเื่ของพิมพ์ ที่พี่จะเป็ผู้กำหนดชีวิตตัวเอง” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงหันมองหน้าชายหนุ่ม
“แล้วท่านว่าไงบ้างคะ พี่ทิณณ์โดนต่อว่าหรือเปล่า” เทวทิณณ์ปล่อยยิ้ม พลางส่ายศีรษะ
“คุณพ่อยินยอมให้พี่คบกับพิมพ์ได้อย่างเปิดเผย ต่อไปนี้เื่ระหว่างเราไม่ต้องมีอะไรปิดบังอีก เพราะครอบครัวพี่รับรู้หมดแล้ว” ชายหนุ่มพูดพร้อบกับยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเหมือนเดิม ท่าทางอบอุ่นของเขาทำให้พิมพ์มาดารู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ก่อนเธอจะก้มมองข้อมือตัวเอง ที่ไม่มีกำไลแทนใจของเขาอยู่แล้ว พิมพ์มาดาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงกับเขาให้รับรู้
“พี่ทิณณ์คะ พิมพ์มีอะไรอยากจะบอกค่ะ”
“ว่ามาสิ” ก่อนรถคันหรูจะเลี้ยวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของดาราสาว ทำให้พิมพ์มาดาหันมองรอบ ๆ ด้วยความแปลกตา เทวทิณณ์จอดรถและดับเครื่องยนต์ พร้อมกับหันมายังแฟนสาวของเขา แล้วส่งยิ้มหวานให้ดังเดิม
