ซวงม่อและจื่อเยี่ยนที่ไล่ตามมาติดๆปราดมองซ้ายขวาเพื่อหาร่องรอยฝีเท้าของไป๋เฉินที่หลบหนีเข้าในผืนป่าอย่างละเอียด
แต่ทว่าเมื่อมันก้าวเข้าสู่อาณาเขตที่มีต้นไม้ใหญ่สี่คนโอบมันก็ต้องหยุดฝีเท้าลงก่อนที่จื่อเยี่ยนจะเอ่ยด้วยคิ้วที่ขมวด "ร่องรอยฝีเท้าของเฟยเฉินสิ้นสุดลงตรงนี้"
"พี่ใหญ่ พวกเราจะไปทางไหนกันดี?" ซวงม่อหันไปและขอความเห็น
จื่อเยี่ยนมองซ้ายมองขวาอีกคราด้วยสายตาเฉียบแหลม แต่สุดท้ายมันทำได้เพียงถอนหายใจ "ในเมื่อฝีเท้าของมันสิ้นสุดเพียงแค่นี้ มีแต่ต้องแยกกันออกตามหาเท่านั้น"
ซวงม่อพยายามที่จะพยักหน้าเห็นด้วย แต่ทว่าฉากการตายของเว่ยเส้าเทียนก็พลันปรากฏขึ้นในความทรงจำ จนมันรู้สึกหวาดระแวงอย่างไรชอบกล "พะ-พี่ใหญ่ พวกเราออกตามหาไปด้วยกันไม่ดีกว่าหรือ? หากเ้านั่น..."
"เ้าจะกลัวอะไร!? เ้าหนูนั่นเป็เพียงผู้บำเพ็ญระดับปราณ์เท่านัั้น" จื่อเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะกลอกตา
ผลสุดท้ายซวงม่อทำได้เพียงพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
"เอาล่ะ หากเ้าเจอตัวเ้าหนูนั่นให้ส่งกระแสปราณขึ้นฟ้าและส่งสัญญาณมาให้ข้า" สิ้นสุดคำสั่งจื่อเยี่ยนหันหน้าไปทางทิศตะวันตกและพุ่งทะยานข้ามผ่านต้นไม้จำนวนมากหายเข้าไปในป่าทึบอย่างเร่งรีบ
ซวงม่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่เมื่อมันกำลังจะได้ขยับฝีเท้าออกตามหาไปยังทิศตรงข้ามกลับบังเกิดเสียง "ซวก!" เมื่อมีบางสิ่งแทงทะลุร่างของมันจากต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง!
รูม่านตาของซวงม่อเบิกโพลง ก่อนที่มันจะค่อยๆก้มลงมองหน้าอกที่มีกระบี่สีทองแทงทะลุขั้วหัวใจจากทางด้านหลัง
ตามมาด้วยเสียงเย็นๆที่เค้นคำข้างหู "จุ๊ จุ๊ จุ๊ ตามหาข้าอยู่งั้นหรือ?"
"จะ-เ้า" ซวงม่อพยายามจะหันศีรษะกลับไปมองด้วยความอาฆาต แต่กลับมีเสียง "ฉัวะ!" อีกครา
ศีรษะลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้า โลหิตไหลพรากย้อมต้นไม้ใหญ่ ร่างไร้หัวของมันตกลงมาสู่ผืนปฐีและนอนแน่นิ่ง
ไป๋เฉินที่หลบซ่อนอยู่ไม่ไกลดึงกระบี่กลับคืนพร้อมกับผ้าขาวที่รูดใบกระบี่เช็ดเือย่างใจเย็น หางตาของเขาปราดมองไปยังทิศตะวันตกก่อนจะผายมือขึ้นสู่น่านฟ้าและปลดปล่อยปราณเพื่อส่งสัญญาณ
.
.
.
จื่อเยี่ยนที่เหยียบกิ่งไม้ผ่านไปได้เพียง 50 เมตรก็ตระหนักได้ถึงแสงพลังปราณที่พุ่งสู่หมู่เมฆ ฝีเท้าของมันหยุดนิ่งและเอนคอกลับไป "ซวงม่อเจอเ้าหนูนั่นแล้วงั้นรึ?"
โดยไม่รอช้ามันหันหลังกลับและรีบเร่งวิ่งกลับทางเก่าไปยังทิศทางของปราณ ซึ่งอาณาบริเวณนั้นอยู่ห่างจากจุดที่แยกทางกับซวงม่อเพียงแค่ 50 เมตรเท่านั้น
"ฟึ่บ!"
ทว่าเมื่อมันกลับมายังต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม มันกลับมิอาจััถึงรัศมีของซวงม่อได้
แต่จู่ๆสายตาของมันก็พบเข้ากับร่างไร้ศีรษะของซวงม่อนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ไม่ไกลจากร่างไร้ิญญาเผยให้เห็นศีรษะที่เบิกตาโพลงอย่างสิ้นหวัง
"น้องซวง!" จื่อเยี่ยนกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็สีแดงจากความเดือดดาล
แต่ไม่ทันที่มันจะได้ดึงสติกลับคืน กลับมีเสียงกระแสลมเบาๆพัดผ่าน แสงสีดำส่องประกายพลันมีมือถือกริชเฉือนลำคอจื่อเยี่ยนอย่างโเี้!
ดวงตาจื่อเยี่ยนเบิกกว้าง มันค่อยๆหันกลับไปด้านหลังและเห็นร่างสีดำในหน้ากากไหมฉีกยิ้มอย่างอบอุ่นภายใต้หน้ากากไหมที่ลมพัดไสว
จื่อเยี่ยนพยายามที่จะรีดเค้นปราณเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะตาย แต่ไป๋เฉินหมุนตัวตีลังกาและเตะหัวให้หมุนกลับไป 180 องศาโดยที่มีหัวห้อยโตงเตงแต่ไม่ขาดออกจากคอ พร้อมกับร่างของมันที่โซซัดโซเซและร่วงหล่นลงไปยังตำแหน่งเดียวกันกับซวงม่อ
บัดนี้ผู้าุโสำนักวัง์ทั้งสองได้ไปคุยกับยมบาลอย่างสมบูรณ์!
สภาพแวดล้อมในที่แห่งนี่ถือได้ว่าเป็์ของมือสังหาร ซึ่งตัวของไป๋เฉินเองสามารถออกแบบการลอบสังหารได้กว่าร้อยประเภท แต่การจะทำเช่นนั้นก็เสียเวลา ดังนั้นเขาจึงหลบซ่อนอยู่ห่างจากต้นไม้โดยการปกปิดลมหายใจและปกปิดกลิ่นอายทุกอย่างราวกับว่าเขาเป็สิ่งไม่มีชีวิต
ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาได้ลบรอยเท้าเพื่อทำให้ทั้งสองต้องแยกย้ายกันค้นหาและทุกอย่างก็จะเป็ไปตามที่เขาวางแผนไว้
หลังจากนั้นไป๋เฉินที่กำลังจะหาทางออก แต่จู่ๆเขากลับััได้ถึงรัศมีที่แข็งแกร่งสองจุดกำลังรุกคืบเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้า
"รัศมีเช่นนี้? เ้าเฒ่าหมอกสองคนงั้นรึ?" ไป๋เฉินพึมพำอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะเขาจะพุ่งไปตามเส้นทางตรงก่อนจะหายลับไป
หลังจากนั้นเพียงสิบลมหายใจ เซียวชิงโหรวในอาภรณ์สีชาดพลันปรากฏขึ้นปลายยอดต้นไม้ในตำแหน่งเดิม จู่ๆจมูกของมันก็ได้กลิ่นฉุนตีแสกหน้าอย่างรุนแรง "กลิ่นนี้..."
"นั่น! มีใครบางคนอยู่ที่นั่น!" เจี้ยนเทียนกงชี้ไปยังผืนธรณีที่เป็ต้นกำเนิดของกลิ่นคละคลุ้ง ก่อนที่ทั้งสองจะรีบลงไปดู
"เอ๊ะ!"
ทั้งสองอุทานด้วยสีหน้าซีดเผือด เมื่อรู้ว่าทั้งสองคือผู้าุโจากสำนักวัง์!
เจี้ยนเทียนกงรีบเข้าไปตรวจสอบศพอย่างเร่งรีบจนมันได้ข้อสรุปว่า "มันถูกลอบสังหารจากทางด้านหลัง ความกว้างของรูบนหน้าอกเทียบเท่ากับกระบี่ปกติที่เฉียบแหลมเป็พิเศษ"
ส่วนเซียวชิงโหรวก็กำลังตรวจสอบศพของจื่อเยี่ยนด้วยสีหน้าเวทนา "มันผู้นี้ถูกปาดคอในตำแหน่งเส้นเืใหญ่และเส้นประสาทสั่งการ ซ้ำแล้วยังเตะให้หัวห้อยกลับมาด้านหลัง ส่วนอาวุธคงจะเป็กริชที่มีความกว้างไม่เกินครึ่งนิ้ว"
ทั้งสองมองหน้ากันและสามารถยืนยันได้ทันทีว่าเป็ฝีมือของศิษย์เอกของาานักฆ่า... เฟยเฉิน!
ทักษะการฆ่าภายในกระบวนท่าเดียวและตำแหน่งการจู่โจมจุดตายที่มีความแม่นยำถึงเพียงนี้ นอกจากนักฆ่ามือฉมังค์แล้วคงจะเป็อื่นไปไม่ได้
ทว่าทั้งซวงม่อและจื่อเยี่ยนต่างก็เป็ผู้บำเพ็ญปราณลึกลับขั้น 5 แต่ทั้งสองกลับถูกลอบสังหารด้วยกระบวนท่าเดียว นั่นต้องหมายความว่าทั้งสองได้ปลดการป้องกันออกและมิได้ห่อหุ้มร่างกายไว้ด้วยพลังปราณ
"ผู้เฒ่าเซียว พวกเราจะเอาอย่างไรกันต่อ? พวกเราควรจะเรียกกำลังเสริมมาหรือไม่?" เจี้ยนเทียนกงถามความเห็น
ความลังเลใจฉายอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่นของเซียวชิงโหรว "ทั้งสองต่างก็เป็ผู้าุโจากสำนักวัง์ แต่เืับริสุทธิ์ที่มันได้่ชิงไปนั้นจะทำให้พวกเราเดือดร้อนกันหมด"
"เป็ไปได้ไหมว่าท่าน้าจะไล่ตามไป?" เจี้ยนเทียนกงถามเปิดประเด็น
เซียวชิงโหรวไตร่ตรองทบทวนอย่างหนัก ในเมื่อมันรู้ว่าเฟยเฉินคือนักฆ่าที่เก่งกาจ นั่นก็หมายความว่ามันก็มีโอกาสตายได้ทุกเมื่อหากไม่ระวังตัว ยกตัวอย่างจื่อเยี่ยนและซวงม่อที่มีความแข็งแกร่งปานนั้นกลับพลาดท่าและถูกสังหารอย่างง่ายดายเช่นนั้น
เจี้ยนเทียนกงสามารถมองเห็นความลังเลใจได้อย่างเด่นชัด ดังนั้นมันจึงเสนอ "ท่านมีเคล็ดวิชาท่วงทำนองอัคคีอยู่มิใช่หรือ? หากพวกเราเผาป่าผืนนี้ ข้าเชื่อว่ามันจะต้องหาทางหลบหนีออกมา หรือไม่ก็ตายโดยสำลักควันอยู่ในนั้น"
ดวงตาของเซียวชิงโหรวสว่างจ้า "ถูกต้อง! หากเราเผามันเสียทีนี่มันก็จะไม่มีที่สำหรับการหลบซ่อนให้ลอบสังหารได้อีกต่อไป เมื่อนั้นที่มันจะออกมาก็คงมิอาจเล็ดลอดสายตาของพวกเราทั้งสองไปได้"
เจี้ยนเทียนกงพยักหน้า "พวกเราเป็ถึงผู้บำเพ็ญปราณลึกลับขั้น 9 เ้าหนูเฟยเฉินนั่นเป็เพียงผู้บำเพ็ญปราณ์ขั้น 6 ต่อให้มันจะเป็อัจฉริยะสักเพียงใดก็มิอาจลบความห่างชั้นของระดับพลังปราณไปได้"
"เช่นนั้นมาทำกันเถอะ" เซียวชิงโหรวไม่ลังเลที่จะเผาผลาญผืนป่าให้กลายเป็จุล มันค่อยๆเหาะเหินเดินอากาศกลับไปยังยอดปลายต้นไม้ก่อนที่มือทั้งสองจะปรากฏเพลิงสีชาดลุกโชติ่
ไป๋เฉินที่เมียงมองอยู่ใต้ร่มไม้ต้นหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะกัดฟัน "ไอ้สารเลวนี่เป็ต้นเหตุของภาวะโลกร้อนอย่างแท้จริง"
เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าเซียวชิงโหรวกล้าที่จะเผาป่าที่ซึ่งเป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรจำนวนมากโดยไม่จำเป็ต้องคิด
ดูเหมือนเืับริสุทธิ์จะมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ไม่ว่าต่อให้มันแลกสิ่งใดมันก็ต้องนำเืักลับมาให้จงได้
โดยไม่จำเป็ต้องพูดพร่ำทำเพลง บอลเพลิงที่หมุนวนบนมือทั้งสองของเซียวชิงโหรวขว้างไปยังใจกลางผืนป่าร่ายรำเป็พายุเพลิงปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ!
"ฟู่!"
"ไอ้เหี้ย!" ไป๋เฉินสบถอย่างหยาบคายเมื่อเห็นว่าเซียวชิงโหรวกล้าที่จะเผาป่าทั้งผืน ตำแหน่งของเขาในขณะนี้เป็ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการลอบสังหารหากทั้งสองย่างกรายมาทางเขาประมาณสิบก้าว
แต่บัดนี้ผืนป่ากลับถูกผลาญด้วยเพลิงและติดเชื้อไฟค่อยๆลามไปยังใจกลางป่าอสูรคลั่ง หากเขา้าหลบหนี ทั้งสองก็คงสังเกตเห็น แต่หากยังคงอยู่ที่นี่ต่อไปก็เท่ากับรอความตาย!
ไป๋เฉินใช้สมองอย่างหนักในการคิดแผนการ ซึ่งแผนการขุดดินก็ไม่น่าจะมีเวลาเพียงพอเมื่อควันจากไฟป่าลามเข้ามาและเขาอาจจะตายภายในหลุม
ดังนั้นเส้นทางเดียวที่มีให้เลือกคือต้องหลบหนี!
เมื่อได้ตัดสินใจเขาก็ไม่รอช้าและรีบหมุนเวียนปราณโลหิตไปทั่วร่างหมายจะดึงศักยภาพการหลบหนีออกมาสูงสุด
"ฟึ่บ!"
เงาสีดำของไป๋เฉินวาบผ่านตรงหน้าของเซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกงอย่างเลือนราง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นสายตาของเซียวชิงโหรวก็สบเข้ากับร่างของไป๋เฉินพอดิบพอดี!
"มันโผล่มาแล้ว! ไล่ล่า!"
