เหลยเซิ่งลี่โบกผลคะแนนในมือไปมา เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าจ้าวก็คว้าแขนเขาทันที
“ครูเหลย ทำไมคุณเพิ่งกลับมา? ครูใหญ่เร่งเร้าตั้งหลายหนแหน่ะ!”
ใช่ ตอนแรกเร่งเร้าตั้งหลายรอบ ต่อมาพอรับทราบจำนวนคนผ่านเกณฑ์และคะแนนของเซี่ยเสี่ยวหลาน อาจารย์ใหญ่ซุนก็กลายเป็คนใจไม้ไส้ระกำ ทิ้งความเคลื่อนไหวของอาจารย์เหลยไว้หลังสมองเสียแล้ว สำหรับคะแนนของนักเรียนเ่าั้ จะรีบร้อนเพื่ออะไรเล่า หลังจากทราบว่าอันดับหนึ่งประจำมณฑลอยู่ในอันชิ่งเซี่ยนอีจง นั่นหมายความว่าได้เกียรติยศสูงสุดมาครองแล้ว ดังนั้นอาจารย์ใหญ่ซุนจึงนิ่งเฉยยิ่งนักต่อคะแนนของนักเรียนเ่าั้
แน่นอนว่าเหล่าจ้าวจะพูดแบบนี้ไม่ได้ เขาจึงส่งต่อการให้ความสำคัญของผู้บริหารโรงเรียนแทน เหลยเซิ่งลี่น้ำตาคลอเบ้า รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทรยศต่อความไว้วางใจขององค์กร และคุ้มค่ากับการที่เขาถูกเบียดจนรองเท้าหลุดไปข้างหนึ่งตอนอยู่สำนักงานอุดมศึกษามณฑล พอเขาเจอรองเท้าข้างนั้นในภายหลัง พื้นรองเท้าก็โดนเหยียบเสียเละเทะ เห็นได้ชัดว่าผู้สื่อข่าวพวกนั้นและอาจารย์จากโรงเรียนอื่นโหดร้ายมากเพียงใด
เหลยเซิ่งลี่สวมรองเท้าชำรุดพร้อมกับถือผลคะแนนไว้ในมือ เหล่าจ้าวตาว่องมือไว คว้าแขนเขาและผลักเขาเข้าโรงเรียน
คนอื่นไม่สามารถเข้าได้ชั่วคราว นั่นเพราะยังไม่มีการยินยอมจากอาจารย์ใหญ่ซุนนี่นา!
“พวกเราเป็นักข่าวนะ!”
“พวกเรามีสิทธิ์สัมภาษณ์!”
“ทำไมคนนั้นเข้าไปได้...”
น่าโมโหเกินไปแล้ว เมื่อไรที่าาไร้มงกุฎ [1] เคยถูกคนขัดขวางไว้บ้าง นอกจากหน่วยงานลับ ไม่ว่าจะเป็สถานที่ใดจากทั่วประเทศ าาไร้มงกุฎอย่างพวกเขาก็สามารถเข้าไปได้ทั้งนั้น แต่วันนี้กลับโดนยามเฝ้าประตูของโรงเรียนมัธยมปลายประจำเขตธรรมดาๆ ขวางทางไว้ ช่างบ้าบอคอแตกจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอันดับหนึ่งประจำมณฑลมาจากอันชิ่งเซี่ยนอีจง จ่ายเงินจ้างพวกเขามาสัมภาษณ์ยังเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำ!
อยากหันหลังกลับไปเหลือเกิน!
ไม่ได้ไม่ได้ ต้องใจเย็น อันดับหนึ่งประจำมณฑลมีแค่คนเดียว ถ้าไม่สัมภาษณ์อันดับหนึ่ง จะให้ไปสัมภาษณ์อันดับสองรึ?
ถ้าอันดับสองสอบได้สัก 615 คะแนน พวกเขายังพอถามได้ เสียหนึ่งคะแนนอันแสนล้ำค่าจากตรงไหน ถึงส่งผลให้พลาดอันดับหนึ่งประจำมณฑลไปเพียงนิดเดียว นี่ก็ถือเป็ประเด็นข่าวใหม่เหมือนกันไม่ใช่หรือ ทว่าความจริงคือห่างกันตั้ง 45 คะแนนเต็มๆ อันดับหนึ่งมณฑล 616 คะแนน อันดับสอง 571 คะแนน มีอะไรดีให้สัมภาษณ์กัน การฟังอีกฝ่ายเล่าถึงความผิดพลาดน้อยนิดจำนวน 45 คะแนนต้องน่าเบื่อมากอย่างแน่นอน
ทวารบาลเหล่าจ้าวเฝ้าประตูอย่างเหนียวแน่น ขนาดฝอยน้ำลายของผู้สื่อข่าวพวกนั้นกระเด็นใส่หน้าของเขา เหล่าจ้าวก็ไม่ไหวติง
แค่พวกคุณ้าพบเซี่ยเสี่ยวหลาน เขาก็ต้องให้พบรึ?
ตราบใดที่อาจารย์ใหญ่ซุนไม่ตกลง นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ตกลง เหล่าจ้าวก็ขอยืนหยัดไม่เปิดประตู
“อันดับหนึ่งของมณฑล? ถ้าพวกคุณอยากสัมภาษณ์นักเรียนเสี่ยวหลาน ต้องผ่านการอนุญาตจากครูใหญ่ก่อน!”
ท่าทีของเหล่าจ้าวหนักแน่นมาก ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งตาเป็ประกาย “ถ้าอย่างนั้นพวกเราสัมภาษณ์คุณได้ไหม?”
《อันดับหนึ่งประจำมณฑลในสายตาของคุณยามเฝ้าประตู》? หัวข้อนี้ก็มิใช่ว่าจะใช้ไม่ได้ พวกเขากำลังหาทางเผื่อเลือกนั่นเอง
เหล่าจ้าวยังกุมกระบองด้านหลังอยู่ ตอนนี้เขางุนงงและตะลึงพรึงเพริดโดยสิ้นเชิง อยู่มาครึ่งชีวิต เขาเองก็สามารถออกโทรทัศน์และขึ้นหนังสือพิมพ์สักครั้งได้เหมือนกันหรือ? การตอบสนองแรกของเหล่าจ้าวไม่ใช่ตื่นเต้น ทว่าคือชายเครื่องแบบของเขาถูกเกี่ยวเป็รูเมื่อคืนและปะไม่ทัน ถ้ารู้ั้แ่แรกว่าเขาจะได้ออกโทรทัศน์ ก็คงไม่ใส่เสื้อขาดวิ่นตัวนี้น่ะสิ!
เหล่าจ้าวละมือกลับมาจากกระบองที่อยู่ด้านหลังเอว ดึงๆ ยุดๆ ชายเสื้ออย่างไม่เป็ธรรมชาติ เนื่องจาก้าบังรูบนเสื้อของตน ไม่รู้ว่าผู้สื่อข่าวใจร้ายคนไหนถือโอกาสยกกล้องขึ้นถ่าย ‘แชะ’ ทันที
นี่เป็แหล่งเนื้อหาชั้นดีเช่นกัน อันชิ่งเซี่ยนอีจงคือโรงเรียนที่มีสภาพแบบนี้ กระทั่งยามเฝ้าประตูยังต้องสวมใส่เสื้อผ้าผุพัง จินตนาการได้เลยว่าสถานะทางการเงินของโรงเรียนนี้ขัดสนขนาดไหน
ทว่าภายใต้สถานการณ์ขัดสนแบบนี้ อันชิ่งเซี่ยนอีจงยังคงสร้างจ้วงหยวนของการสอบเกาเข่าได้ นี่คือประเด็นชักนำของข่าวอย่างหนึ่งเหมือนกัน—หากอาจารย์ใหญ่ซุนรู้ คงะโร้องว่าโดนปรักปรำอยู่ในใจ อันชิ่งเซี่ยนอีจงของเขาไม่ได้ยากจนถึงขนาดนั้น ยังพอจัดแจงเครื่องแบบของยามเฝ้าประตูได้ แต่อาจารย์ใหญ่ซุนไม่มีทางอธิบายแน่ เขาจะต้องขอบคุณนักข่าวรายนี้อย่างสุดซึ้ง หากไม่เขียนข่าวแบบนี้ เบื้องบนจะสนับสนุนเงินแก่อันชิ่งเซี่ยนอีจงได้อย่างไรเล่า!
มีคำสำคัญที่เหล่าจ้าวประเมินเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่เพียงไม่กี่คำ
“กิริยามารยาทดีมาก มีมารยาทต่อทุกๆ คน ทุกครั้งที่มาโรงเรียนจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับผมเสมอ... เด็กคนนี้น่ะนะ เป็นักเรียนยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยพบในฐานะเป็ยามหน้าประตูมาหลายปี”
คำบอกเล่านี้ของเหล่าจ้าวมาจากใจจริง ไม่ใช่เพราะสูบบุหรี่ของเซี่ยเสี่ยวหลานถึงพูดเช่นนี้ นักเรียนคนไหนไม่ต้องมาโรงเรียนก็ยังสอบได้อันดับหนึ่งประจำมณฑลทั้งที่เล่าเรียนด้วยตนเองที่บ้านกัน เหล่าจ้าวจะพูดว่าอีกฝ่ายยอดเยี่ยมเหมือนกัน แต่ความถี่ที่เซี่ยเสี่ยวหลานมาโรงเรียนมันน้อยนิดเหลือเกิน อันที่จริงเหล่าจ้าวก็ไม่รู้จักเธอสักเท่าไร
นอกจากรู้ว่าญาติในตระกูลเธอร้ายกาจมาก เหล่าจ้าวจะเล่าอะไรได้?
ญาติพี่น้องผู้ร้ายกาจ เล่าต่อหน้าผู้สื่อข่าวคงไม่ค่อยดีนัก อย่างไรเสียไฟในอย่านำออกไฟนอกอย่านำเข้าจะดีกว่า
เหล่าจ้าวกำลังลำบากใจพอดี โชคดียิ่งนัก อาจารย์ใหญ่ซุนวิ่งออกมา ช่วยชีวิตเหล่าจ้าวไว้ได้ทัน
“สัมภาษณ์นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานหรือ? ตรงนี้... ช่างเถอะ สหายผู้สื่อข่าวทุกท่านเข้ามาก่อนเถอะครับ”
----------------------------------------
เมื่อได้อันดับหนึ่งประจำมณฑลมาครองย่อมปลาบปลื้มเป็ธรรมดา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะตามติดมาก็คือการสัมภาษณ์ของอันดับหนึ่งประจำมณฑล เซี่ยเสี่ยวหลานอยากเก็บความสำเร็จนี้ไว้กับตัวเงียบๆ เธออยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้แปลว่าเธออยากเป็นักเรียนดารา อาจารย์ใหญ่ซุนจะยอมปล่อยโอกาสสร้างชื่อให้อันชิ่งเซี่ยนอีจงได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเซี่ยเสี่ยวหลานพิเศษขนาดนี้ อย่างอื่นช่างมันก่อนก็ได้ ทว่ายังเห็นเฝือกบนแขนเธอโทนโท่อยู่เลย
แบบนี้เรียกว่ามุ่งมั่นมากพอหรือยัง?
ถ้ายังมุ่งมั่นไม่พอ อาจารย์ใหญ่ซุนยังสามารถเล่าเื่อื่นให้แก่ผู้สื่อข่าวได้ด้วย
เซี่ยเสี่ยวหลานจะว่าอะไรได้ เธอสงสัยว่าอาจารย์ใหญ่ซุนเชี่ยวชาญในทักษะ ‘ปั้นหน้าร้องไห้’ เรียบร้อยแล้ว ถ้าเธอไม่ตกลง คนคนนี้ก็สามารถน้ำตาไหลได้อีกครั้ง
ดังนั้นอาจารย์ใหญ่ซุนจึงนำกลุ่มคนผู้ทรงอิทธิพลเดินเข้าโรงเรียนมา เดินพลางทำเหมือนบีบยาสีฟัน เผยร่องรอยความลับของอันดับหนึ่งประจำมณฑลออกมาเล็กน้อย
“สำหรับนักเรียนเสี่ยวหลาน อันที่จริงเพิ่งมาเข้าเรียนกลางคันในอันชิ่งเซี่ยนอีจงเมื่อปีก่อนนี่เอง เห็นเธอแวบแรก ผมก็รู้ทันทีว่านี่คือต้นกล้าคุณภาพดีที่เรียนหนังสือเก่ง และพวกเราอันชิ่งเซี่ยนอีจง้าเก็บนักเรียนคนนี้ไว้”
นักเรียนเข้าเรียนกลางคัน?
อาจารย์ใหญ่เล่าเื่ประเภทนี้ คงไม่พ้นยังมีไม้เด็ดอยู่สินะ ถ้าแค่เรียนหนึ่งปี จะพิสูจน์อย่างไรว่าคะแนนสูงของอันดับหนึ่งประจำมณฑลคือผลงานของอันชิ่งเซี่ยนอีจง
เหล่าผู้สื่อข่าวซักถามอาจารย์ใหญ่ซุน เหล่าวังเดินตามหลังไม่กี่ก้าว นึกไม่ถึงว่าเ้านายของตนจะเป็อาจารย์ใหญ่ที่โกหกหน้าตายแบบนี้ เห็นแวบแรกก็ดูออกว่าเป็ต้นกล้าที่ดีอะไรกันเล่า พูดราวกับว่าการสอบเข้าของนักเรียนเสี่ยวหลานได้อาจารย์ใหญ่ซุนเป็ผู้คุมการสอบด้วยตนเองเสียอีก ตอนนั้นใครจะให้ความสำคัญกับนักเรียนที่เข้าเรียนกลางคันคนเดียวกัน เหล่าวังมอบหมายหน้าที่นี้ให้อาจารย์ฉี และอาจารย์ฉีก็มอบหมายให้อาจารย์เสี่ยวซุนผู้มาใหม่อีกทอดหนึ่ง
เหล่าวังได้ยินอาจารย์ใหญ่ซุนคุยโวโอ้อวดอย่างไม่รู้สึกรู้สา
“นักเรียนเสี่ยวหลานไม่ใช่แค่นักเรียนผู้เข้าเรียนกลางคันเท่านั้น เธอถูกรับเข้าเรียนมัธยมปลายปีสามเป็กรณีพิเศษ ก่อนหน้านี้เธอมีการศึกษาแค่มัธยมต้น หยุดเรียนกลางคันและอยู่บ้านเป็เวลาหลายปีแล้ว เฮ้อ แม้ฐานะครอบครัวจะไม่ดี แต่นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้ละทิ้งความฝันที่จะศึกษาเล่าเรียน ในที่สุดปีก่อนก็เข้าสู่รั้วโรงเรียนอีกครั้ง...”
อาจารย์ใหญ่ซุนควบคุมสีหน้าสงบเสงี่ยมลึกล้ำได้อย่างพอเหมาะพอดี
เหล่าผู้สื่อข่าวพากันฮือฮาเพราะปริมาณข้อมูลนี้
เพราะฉะนั้น หลังอันดับหนึ่งประจำมณฑลจบมัธยมตอนต้น หยุดเรียนไปหลายปีและเข้าเรียนในอันชิ่งเซี่ยนอีจงอีกครั้ง ปีก่อนมาเข้าเรียนมัธยมปลาย ปีนี้ก็สอบเกาเข่าทันที และคว้าอันดับหนึ่งประจำมณฑลด้วย?
มีผู้สื่อข่าวจ้องอาจารย์ใหญ่ซุนถมึงทึง จะโอ้อวดก็ต้องมีขอบเขตบ้างสิ กำลังหลอกทุกคนเหมือนกำลังกล่อมเด็กน้อยใช่ไหม?
ทว่าอาจารย์ใหญ่ซุนไม่ละอายในจุดนี้จริงๆ สิ่งที่เขาพูดล้วนคือความจริงนี่นา
เดินไปพลาง เล่าไปพลาง ่แรกอาจารย์ใหญ่ซุนคุมเหล่าผู้สื่อข่าวอยู่หมัด หลังจากนั้นพบว่าอาจารย์ใหญ่ซุนเริ่มผสมเื่ราวมั่วซั่วเยอะเกินไป อันชิ่งเซี่ยนอีจงใหญ่โตขนาดนี้ อาจารย์ใหญ่ซุนพาพวกเขาเดินวนมาสามรอบแล้ว เมื่อไรถึงจะได้พบอันดับหนึ่งประจำมณฑลกันแน่?!
มีผู้สื่อข่าวประท้วง และทุกคนก็ค่อยๆ ประท้วงตาม อาจารย์ใหญ่ซุนจึงกระแอมกระไอขึ้นมา
“สรุปนะครับ นักเรียนเสี่ยวหลานไม่เหมือนกับภาพจำเก่าที่ทุกท่านเคยมีต่ออันดับหนึ่งของมณฑลแม้แต่น้อย!”
อาจารย์ใหญ่ซุนเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านพูดจาหลอกล่อให้ใจจดใจจ่อจริงๆ ผู้สื่อข่าวบางคนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองโดนอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมปลายประจำเขตจูงจมูกเดิน คิดว่าเป็การสูญความสามารถพิเศษโดยเปล่าที่อาจารย์ใหญ่ซุนอยู่เซี่ยนอีจง ด้วยทักษะในการล่อหลอกนำจังหวะนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรไปเป็บรรณาธิการใหญ่ของสำนักหนังสือพิมพ์มณฑล ภายใต้การนำทางของเขา สำนักหนังสือพิมพ์มณฑลจะจำหน่ายหมดเกลี้ยงได้อย่างแน่นอน!
เชิงอรรถ
[1]无冕之王 าาไร้มงกุฎ หมายถึง บุคคลที่ไร้ตำแหน่งแต่ทรงอิทธิพล เป็คำเรียกสำหรับผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะ