ผู้ที่มาถึงคือโหมวจิ่นซิ่ว หนึ่งในสามสิบหกขุนพล์
เมื่อมองไปทางโหมวจิ่นซิ่วที่ค่อยๆ หันตัวกลับมา ฉินอวี่ก็ขมวดคิ้วทันที เขานึกไม่ถึงว่าโหมวจิ่นซิ่วจะกลับมาอีก ยิ่งไปกว่านั้น นางยังคง้าให้ฉินอวี่เลิกคิดเื่สามสิบหกขุนพล์ ซึ่งทำให้ฉินอวี่ถึงกับพูดไม่ออก
“สหายโหมว มีคำบางคำที่พูดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว!” ฉินอวี่พูดออกไปอย่างเ็า เขาเริ่มจะโกรธขึ้นมาเล็กน้อย เขาคิดว่าครั้งก่อนเขาได้พูดทุกอย่างกับโหมวจิ่นซิ่วไปอย่างชัดเจนแล้ว และบอกไปหมดทุกสิ่งแล้ว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงคืนก่อนจะถึงวันทดสอบสามสิบหกขุนพล์ โหมวจิ่นซิ่วจะกลับมาอีก
ฉินอวี่ไม่คิดเลยว่าโหมวจิ่นซิ่วจะมาโน้มน้าวเขาในจุดยืนของเขาเอง ในมุมมองของเขา จุดประสงค์ของโหมวจิ่นซิ่วก็ทำเพื่อตัวนางเอง หรืออาจพูดได้ว่า นางกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน
ท้ายที่สุด หากเขาได้เป็หนึ่งในสามสิบหกขุนพล์ ถึงเวลานั้น คงจะมีคนจำนวนมากที่จะเข้าไปหาโหมวจิ่นซิ่ว แม้แต่คนในระดับสูงของเหล่าผู้มีอำนาจก็ต้องไปพบโหมวจิ่นซิ่ว เพื่อขอให้โหมวจิ่นซิ่วยอมส่งมอบไผ่เดิมพันให้พวกเขา และเพราะความกดดันนี้ โหมวจิ่นซิ่วจึงมาถึงที่นี่หลายต่อหลายครั้ง
โหมวจิ่นซิ่วหันกลับมาพร้อมด้วยดวงตาที่งดงาม ไม่มีความแปรปรวนทางอารมณ์เลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากแดงของนางเผยอขึ้นเล็กน้อย และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ “เหลยจั๋วเยว่ได้วางข่ายธรณีเทียนหลัวเอาไว้แล้วเพื่อรอให้เ้าติดกับ และตระกูลหลัวที่เ้าพึ่งพามาตลอด ก็ไม่อาจจะยื่นมือมาช่วยเ้าได้ หรืออาจพูดได้ว่า หากเข้าสู่หอคอยเทียนกังเมื่อใด เ้าจะต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว! และหอคอยเทียนกังกับการท้าประลองของอสูรธรณีก็มีความแตกต่างกัน หากก้าวเท้าเข้าไปเมื่อใด เ้าคงไม่มีวันได้กลับออกมาแน่นอน!”
ฉินอวี่ขมวดคิ้ว และอดไม่ได้ที่จะจ้องไปทางโหมวจิ่นซิ่วอีกครั้ง ท้ายที่สุดสายตาของเขาก็หยุดลงตรงดวงตาของนาง เม้มริมฝีปากเบาๆ จากนั้นฉินอวี่ก็กล่าวอย่างเฉยเมย “ขอบคุณสหายโหมวที่ช่วยเตือนสติ!”
สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ยังรู้สึกแปลกใจคือ แม้ว่าโหมวจิ่นซิ่วจะนิ่งสงบดั่งน้ำ แต่ฉินอวี่กลับรู้สึกเหมือนว่าโหมวจิ่นซิ่วจะมีความกังวลแฝงอยู่ ราวกับว่า... โหมวจิ่นซิ่วกำลังคิดถึงเขาอยู่จริงๆ
เป็ไปได้อย่างไรกัน?
ฉินอวี่พึมพำในใจ สามารถทำให้คนระดับฝึกฝนขนาดนี้หลงใหลได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป!
“เ้ายัง้าเข้าร่วมหรือ?” โหมวจิ่นซิ่วจ้องไปทางฉินอวี่ ด้วยสายตาที่ค่อยๆ คมชัดขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาของนาง ความเงียบของฉินอวี่คือคำตอบว่าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของนาง จึงทำให้โหมวจิ่นซิ่วเริ่มมีความรู้สึกผิดหวังอย่างอธิบายไม่ถูก ตนเองดูผิดไปหรือ? เขาเป็แค่คนบ้าบิ่นเท่านั้นหรือ?
“ทำไมหรือ?” ฉินอวี่ถามกลับ
ความผิดหวังในใจของโหมวจิ่นซิ่วรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดอันเย่อหยิ่งของฉินอวี่ โหมวจิ่นซิ่วก็ขบริมฝีปากของนางเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ในเมื่อรู้ว่าต้องตายอย่างแน่นอน แล้วยังไม่คิดจะหาทางเอาชีวิตรอดอีกหรือ?”
“ตายอย่างแน่นอนหรือ? ฮึๆ พูดเช่นนี้ได้อย่างไร?” ฉินอวี่ถามกลับ เขาจะต้องเข้าร่วมหนทางสู่หอคอยเทียนกัง แต่หากได้อะไรมาจากคำพูดของโหมวจิ่นซิ่วบ้าง ก็นับว่าดีไม่น้อยเลยทีเดียว
“เ้ารู้จักหอคอยเทียนกังมากน้อยเพียงใด? บนชั้นที่เจ็ดของหอคอยเทียนกัง เหลยจั๋วเยว่จะต้องทำให้เ้าหมดสิ้นหนทางแน่นอน ใน่ไม่กี่เดือนมานี้เหลยจั๋วเยว่ได้เข้าเยี่ยมเยียนอสูรธรณีทุกคน เป้าหมายของเขา ไม่มีใครไม่รู้! เ้าอย่าคิดว่าจะมีแต่การเข้าไปเผชิญความเป็ความตายในหอคอยเทียนกัง เ้าสามารถยอมแพ้ได้ แต่เ้าต้องรู้ไว้ด้วย ถึงแม้ว่าเ้ามั่นใจว่าจะทำได้ แต่อย่างไรก็ต้องถูกส่งตัวไปยังชั้นที่หนึ่งของหอคอยเทียนกังก่อนอยู่ดี”
“นี่ก็หมายความว่าแม้ว่าเ้าจะยอมยกเลิกการทดสอบ แต่เ้าก็ยังต้องรออยู่ในชั้นที่หนึ่งเป็เวลาหลายวัน ถึงตอนนั้น... อสูรธรณีคนอื่นก็จะต้องเข้ามาล้อมเ้าอย่างแน่นอน หรือเ้าคิดว่าเ้าสามารถเอาชนะอสูรธรณีนับสิบได้ด้วยพละกำลังของตนเอง?”
“จำไว้ เมื่อเ้ายอมแพ้ เ้าก็ยังต้องอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของชั้นที่หนึ่งในหอคอยเทียนกัง และจะอยู่ในนั้นเป็เวลาสามวันจึงจะออกมาภายนอกได้ หรืออาจบอกได้ว่า ใน่ระยะเวลาอันสั้นนี้ หากเ้าคิดจะหนีก็คงจะหนีไม่พ้น! แม้แต่ผู้เฒ่าร้องไห้อาจารย์ของเ้า ก็ไม่อาจเข้าแทรกแซงเื่ในหอคอยเทียนกังได้! และเหลยจั๋วเยว่จะต้องเตรียมคนเอาไว้รอเ้าที่นั่นแล้วแน่นอน!”
“หากเป็เช่นนี้ต่อไป เ้าก็จะไม่มีหนทางถอยหลังได้เลย แม้แต่จะเผชิญกับอสูรร้ายระดับเต๋าในหอคอยเทียนกังก็ไม่มีทางหลีกหนีได้!” โหมวจิ่นซิ่วกระซิบเบาๆ นางยังคงคิดว่าฉินอวี่น่าจะไม่รู้ถึงความอันตรายภายในหอคอยเทียนกัง
“อสูรร้ายระดับเต๋า?” ฉินอวี่รู้สึกใจสั่น นึกไม่ถึงว่ายังมีอสูรร้ายระดับเต๋าอยู่ในหอคอยเทียนกังด้วยหรือ? เป็ไปได้อย่างไร? หากเป็เช่นนี้ ไม่ว่าจะมีสติปัญญาที่เก่งกล้าสักเพียงใด ก็ไม่มีทางเอาชนะอสูรร้ายระดับเต๋าได้ด้วยขั้นเทพ์
มิน่าล่ะ มิน่าล่ะที่หลายปีมานี้มีคนจำนวนน้อยมากที่จะผ่านด่านในหอคอยเทียนกังไปได้ เพราะเื่นี้ไม่ได้อาศัยเพียงความแข็งแกร่ง แต่ยังต้องมีโชคที่ดีด้วย!
เมื่อเห็นฉินอวี่มีสีหน้าเปลี่ยนไป โหมวจิ่นซิ่วก็ยิ่งเห็นว่าฉินอวี่ไม่รู้ถึงความอันตรายของหอคอยเทียนกัง จึงพูดต่อไป “ระดับพื้นฐานของการท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณีในหอคอยเทียนกัง นับว่าเป็บททดสอบที่ยากยิ่ง ในสามชั้นแรกของหอคอยเทียนกังเต็มไปด้วยอสูรร้าย และอสูรร้ายขั้นเทพ์คือระดับที่ต่ำที่สุดในอสูรร้ายเหล่านี้ หากกลายเป็ที่สนใจของพวกมัน และไม่สามารถรีบจบการต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้นได้ ก็จะกลายเป็ที่ดึงดูดเหล่าอสูรร้ายจำนวนมากให้รายล้อมเข้ามาได้”
“หากเทียบกับสามชั้นแรก ลำดับชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปความแข็งแกร่งของอสูรร้ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีขั้นเต๋ารวมอยู่ด้วย! จำไว้ด้วยว่า ในแต่ละชั้น จะมีบันไดเชื่อมต่อถึงกัน ยิ่งระดับชั้นสูงเท่าไรจำนวนบันไดก็มากขึ้นเท่านั้น แต่หาก้าผ่านบันไดเหล่านี้ไปได้ต้องมีสภาวะจิตใจที่สูงมาก ไม่เช่นนั้นจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ยากลำบาก และอสูรธรณีอื่นๆ อาจจะคอยตั้งปราการขวางเ้าไว้ที่นี่!”
“ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ในการท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณี สามารถเพิกเฉยต่ออสูรร้ายในป่าได้ และไม่ได้รับผลกระทบจากพลังของด่านจิตใจ แต่หอคอยเทียนกังไม่ใช่สิ่งที่การท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณีจะสามารถเทียบได้ แม้ว่าเ้าจะมีความลับของเ้า ที่ทำให้เ้าเพิกเฉยต่อพลังกดดันและอสูรร้าย แต่เ้าอย่าลืมว่า ในหอคอยเทียนกังยังมี...” โหมวจิ่นซิ่วยังไม่ทันพูดจบ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที หลังจากสีหน้าเปลี่ยนไป นางก็หยุดพูดลงอย่างกะทันหัน ดวงตาอันงดงามของนางจ้องตรงมาทางฉินอวี่ “มีบางอย่างที่ยังไม่อาจเปิดเผยได้ แต่เ้าต้องรู้ไว้ว่าขณะที่ยังไม่เข้าไปยังหอคอยเทียนกัง เ้ายังมีหนทางให้หลบเลี่ยง แต่หากเข้าไปด้านในแล้ว ต่อให้เ้าจะรู้สึกเสียใจขึ้นมา มันก็สายไปเสียแล้ว”
ในใจของฉินอวี่รู้สึกขมขื่น ขณะที่ยังไม่เข้าไปยังหอคอยเทียนกังยังมีหนทางให้หลบเลี่ยง? หากไม่ได้เป็สามสิบหกขุนพล์ ก็ต้องตายอย่างไม่ต้อสงสัย หากเข้าไปยังหอคอยเทียนกัง ก็ยังพอมีทางรอดอยู่ หากเทียบกับการเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าร้องไห้แล้ว ฉินอวี่ยินดีเข้าหอคอยเทียนกังมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีจู๋ฮวงอยู่ด้วย ความมั่นใจของฉินอวี่ก็เพิ่มขึ้นมามาก!
เพียงแต่ สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่รู้สึกสับสนคือ ในเมื่อโหมวจิ่นซิ่วแน่ใจแล้วว่าเขาจะต้องตาย แล้วจะมาถึงที่นี่เพื่ออะไร? เมื่อตนเองตายไปแล้ว ไม้ไผ่เดิมพันนั้นจะต้องเป็โมฆะไปโดยธรรมชาติ เมื่อเป็เช่นนั้น เื่นี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโหมวจิ่นซิ่วอีกแล้ว แล้วเหตุใดนางจึงต้องมาพบเขาถึงสองครั้งติดต่อกัน?
หรือว่า โหมวจิ่นซิ่วจะมีเจตนาดีจริงๆ?
กำลังล้อเล่นอะไรกัน?
แต่หากไม่เป็เช่นนี้ แล้วจุดประสงค์ของนางคือ...?
หรือว่าจะเป็เพราะโอกาสสำคัญ? นี่ก็ไม่อาจจะพูดได้ เพราะคนที่มาควรจะเป็หลัวชิงเยว่
“ลองคิดดูดีๆ ก็แล้วกัน หากจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน แม้ว่าเ้าจะยอมแพ้ ก็ไม่ต้องชดเชยต่อการเดิมพันเ่าั้ พวกเขาไม่มีวันจะปราบปรามหรือกดดันเ้าได้ แต่หากเ้าตัดสินใจเข้าไป เ้าก็มีเหลือเพียงช่องทางเดียวคือความตาย!” เมื่อถูกฉินอวี่จ้องมอง ในใจของโหมวจิ่นซิ่วก็ใจสั่นอย่างอธิบายไม่ถูก หลังจากกัดฟันพูดออกไป โหมวจิ่นซิ่วก็หันหลังจากไป
ในมุมมองของนาง นางได้ช่วยแนะนำและตัดสินใจให้กับฉินอวี่แล้ว ขอเพียงแค่ฉินอวี่ไม่ใช่คนโง่ จะต้องตัดสินใจยกเลิกการเข้าร่วมสามสิบหกขุนพล์อย่างแน่นอน
เมื่อส่งสายตามองโหมวจิ่นซิ่วจากออกไป ฉินอวี่ก็ระงับความสงสัยในใจของตนเองเอาไว้ โหมวจิ่นซิ่วมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่า จะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน แต่เขาไม่มีเวลามากพอมานั่งคาดเดาอะไร
ทันใดนั้น ฉินอวี่ก็เดินทางออกจากจวน และเดินผ่านเมืองเทียนโหมวชั้นนอกไป เป็เพราะการทดสอบในหอคอยเทียนกังไม่สามารถนำอาวุธระดับเต๋าเข้ามา แต่ไม่มีข้อห้ามเื่ของโอสถ ดังนั้น ฉินอวี่จึงตัดสินใจซื้อเม็ดยาเพิ่มเพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันเวลา
หลังจากซื้อโอสถแล้ว ฉินอวี่ก็เดินตรงไปยังพื้นที่ของอสูรธรณี นั่งขัดสมาธิลงบนยอดเขาลำดับที่หก เพื่อรอการทดสอบสามสิบหกขุนพล์
วันรุ่งขึ้น
ณ พื้นที่ทางตะวันตก ของเมืองเทียนโหมวชั้นนอก
พื้นที่ขนาดใหญ่แห่งนี้ที่สามารถรองรับคนได้เป็จำนวนกว่าหนึ่งแสนคน ได้เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากดั่งคลื่นทะเล ทางด้านตะวันตกสุด มีขั้นบันไดหินเรียงตัวสูงวนขึ้นไปตามความสูงูเาทรงสามเหลี่ยม ทางด้านล่างสุดของบันไดหินมีชายหนุ่มหญิงสาวอยู่จำนวนหนึ่ง และบนบันไดหินขั้นที่สิบกลับว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดกล้าจะก้าวขึ้นไปเลย
“การทดสอบสามสิบหกขุนพล์ เริ่มขึ้น!”
เสียงอันแก่ชราดังขึ้นมา มีม่านแสงขนาดใหญ่ชุดหนึ่งปรากฏขึ้นทางทิศตะวันตกสุด และม่านแสงนั้นมีหอคอยอันงดงามตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น สิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างแปลกใจคือ บนชั้นที่หนึ่งของหอคอยั์แห่งนี้ สามารถมองเห็นแสงสว่างจำนวนเจ็ดสิบสองดวงปรากฏอยู่ในมุมต่างๆ ของชั้นที่หนึ่ง
ซึ่งแสงสว่างทั้งเจ็ดสิบสองดวง สอดคล้องกับเจ็ดสิบสองอสูรธรณี!
ในขณะเดียวกัน บนบันไดหินชั้นล่างสุด โหมวจิ่นซิ่วกำลังจ้องมองหอคอยขนาดั์ที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อมองเห็นแสงสว่างทั้งเจ็ดสิบสองดวงในชั้นที่หนึ่ง สีหน้าของนางก็ตกตะลึง มีร่องรอยของความโกรธและผิดหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของนางทันที
เ้านั่นมาเข้าร่วมการทดสอบจริงๆ สินะ? ที่แท้ตนเองมองเขาผิดไปจริงๆ ความบ้าบิ่น ความไม่รู้? หรือเป็ความห่ามของวัยหนุ่ม?
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญแล้ว นับั้แ่เขาตัดสินใจเข้ามาในหอคอยเทียนกัง นั่นเท่ากับเขากำหนดชะตากรรมตนเองแล้ว
และด้านข้างของโหมวจิ่นซิ่ว เหลยจั๋วเยว่ได้นั่งลงอย่างเด็ดเดี่ยว จ้องมองไปยังหอคอยั์ตรงเบื้องหน้าอย่างเ็า เผยรอยยิ้มมุมปากที่ดูโเี้ขึ้นมาอย่างหยุดไม่ได้!
