"แค่ก! แค่ก... อึก..."
ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทััคือความเ็ปแสบที่ทรวงอก แต่มันไม่ใช่ความเ็ปจากการขาดเืเหมือนเมื่อครู่ มันคือความรู้สึกแสบร้อนจากการสำลักน้ำอย่างรุนแรง ของเหลวข้นคลักที่มีรสชาติของดินและโคลนถูกขย้อนออกมาจากลำคอ เจนนี่พยายามสูดอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย ลมหายใจที่เข้าสู่ร่างกายนั้นหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้น
"ฟื้นแล้ว! คุณหนูรองฟื้นแล้ว! ขอบคุณ์ ขอบคุณท่านเทพเ้า!"
เสียงแหบพร่าของชายสูงวัยดังอยู่ข้างหู เจนนี่พยายามปรือตาที่พร่ามัวมองดูภาพตรงหน้า สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของโรงพยาบาล แต่เป็ท้องฟ้าสีเทาหม่นที่ถูกบดบังด้วยกิ่งไม้แห้งกรัง และใบหน้าชราที่เต็มไปด้วยรอยตีนกาของชายคนหนึ่งในชุดผ้าป่านปะชุนหนาเตอะ
"ที่นี่... ที่ไหน..." เจนนี่พยายามจะเอ่ยปากถาม แต่เสียงที่หลุดออกมากลับแหลมเล็กและแหบแห้งจนเธอเองยังใ นี่ไม่ใช่เสียงของเธอ!
"ที่บ้านไงเ้าคะ คุณหนูรองพลัดตกบ่อน้ำหลังบ้าน ลุงจางช่วยคุณหนูขึ้นมาได้ทัน" เสียงสั่นเครือของหญิงรับใช้คนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ
เจนนี่พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะทำให้โลกหมุนคว้าง เธอเหลือบมองมือของตัวเอง... มือที่ควรจะเรียวยาวและได้รับการดูแลอย่างดีแบบศัลยแพทย์ กลับกลายเป็มือที่สั้น หยาบกร้าน และมีรอยแผลเป็เล็กๆ เต็มไปหมด เล็บสั้นกุดและมีเศษดินฝังอยู่
‘นี่มันเื่บ้าอะไรกัน...’ เจนนี่คิดในใจอย่างตื่นตระหนก ‘ฉันหัวใจวายตายไปแล้วนี่นา หรือว่านี่คือความฝัน? แต่มันเจ็บ... เจ็บเกินกว่าจะเป็ความฝัน’
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ สภาพแวดล้อมที่เห็นคือลานกว้างดินอัดแข็ง กำแพงอิฐสีเทาที่กระเทาะจนเห็นเนื้อข้างใน บ่อน้ำหินเก่าแก่ที่มีตะไคร่น้ำเกาะหนา และบ้านไม้หลังใหญ่ทรงโบราณที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากหนังย้อนยุคปี 80 ที่เธอเคยดูผ่านตา
"ช่วยขึ้นมาทำไมให้เปลืองแรงเปล่าล่ะลุงจาง ตายๆ ไปเสียก็สิ้นเื่ บ้านเราจะได้สูงขึ้นอีกนิด"
เสียงหวานแหลมที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากทางเดินหิน เจนนี่หันไปมองตามเสียง และพบกับหญิงสาวสองคนในชุดเสื้อเชิ้ตลายดอกและกางเกงขาม้าที่ดูทันสมัยในยุคนั้น คนที่เดินนำหน้าคือ 'หวังถิงถิง' พี่สาวคนโต ใบหน้าสะสวยนั้นบิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยาม ขณะที่คนข้างหลังคือ 'หวังเจียวจู' น้องสาวคนเล็กที่กำลังยกมือขึ้นปิดจมูกราวกับรังเกียจ
"นั่นสิพี่ใหญ่ ยัยโง่นี่ทำให้งานเลี้ยงน้ำชาของเพื่อนฉันต้องกร่อยไปหมด เพราะเสียงโวยวายของลุงจางแท้ๆ เลย ดูสิ... รองเท้าใหม่ของฉันเปื้อนโคลนไปหมดแล้ว!" เจียวจูสะบัดหน้าอย่างเอาแต่ใจ
เจนนี่มองผู้หญิงสองคนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเริ่มไหลเข้าสู่หัวทีละนิด... ต้าเหนิง ลูกสาวคนกลางที่ถูกทอดทิ้ง ต้าเหนิงที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน ต้าเหนิงที่ต้องทำงานหนักไม่ต่างจากคนรับใช้
"พวกคุณ... พูดเื่อะไรกัน" เจนนี่ถามออกไป น้ำเสียงเริ่มนิ่งสงบลงตามนิสัยเดิมของเธอ
ถิงถิงชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นสายตาที่นิ่งเฉยของน้องสาว ปกติต้าเหนิงจะต้องก้มหน้าตัวสั่นและร้องไห้ขอโทษ "พูดภาษาอะไรของแก 'พวกคุณ' งั้นเหรอ? สงสัยน้ำจะเข้าสมองจนเพี้ยนไปแล้วจริงๆ"
ถิงถิงก้าวเข้ามาใกล้ ใช้ปลายเท้าเขี่ยที่ชายเสื้อที่เปียกโชกของเจนนี่ "ฟังนะต้าเหนิง แกมันก็แค่ขยะของบ้านสกุลหวัง พ่อบอกแล้วไงว่าแกเป็ตัวซวย ั้แ่แกเกิดมาธุรกิจของพ่อก็เกือบพัง ถ้าแกตายไปในบ่อโน่น พ่อคงจะจุดธูปขอบคุณบรรพบุรุษเสียมากกว่าจะมานั่งเสียใจ"
เจนนี่รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ขอบตา แต่มันไม่ใช่ความเศร้าของเธอ... มันคือความเ็ปที่ตกค้างอยู่ในจิติญญาของต้าเหนิงตัวจริง เธอสูดหายใจลึก พยายามขจัดความอ่อนแอออกไป
"ถ้าฉันเป็ตัวซวย... แล้วคนที่ปล่อยให้น้องสาวตัวเองจมน้ำตายต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วยแบบพวกเธอ เรียกว่าอะไรดีล่ะ?" เจนนี่พูดสวนกลับไปพลางจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของถิงถิง
ความเงียบเข้าปกคลุมลานหลังบ้านทันที ลุงจางและพยาบาลรับใช้ต่างอ้าปากค้าง ส่วนถิงถิงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"แก! แกกล้าย้อนฉันเหรอ!" ถิงถิงเงื้อมือขึ้นจะตบ แต่เจนนี่กลับคว้าข้อมือของเธอไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่ข้อมือนั้นมั่นคงและแม่นยำจนถิงถิงร้องลั่น "ปล่อยนะ! แกไปเอาแรงมาจากไหน!"
"ฉันแค่จะบอกว่า... ฉันยังไม่ตาย" เจนนี่สะบัดมือออก "และถ้าฉันยังอยู่ พวกเธอคงจะรังแกฉันเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว"
"เกิดเื่อะไรขึ้น! เสียงดังไปถึงหน้าบ้าน!"
เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'หวังเฟยหย่า' ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานในชุดสูทสไตล์ยุค 80 ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"คุณพ่อคะ! ต้าเหนิงมันบ้าไปแล้วค่ะ!" เจียวจูรีบวิ่งไปเกาะแขนพ่อ "มันจงใจตกน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจ แล้วยังมาด่าว่าพี่ใหญ่ด้วยคำพูดแปลกๆ อีก ดูสิคะ มันทำหน้าตาหน้ากลัวใส่พวกเราด้วย!"
เฟยหย่ามองไปที่ลูกสาวคนกลางที่นั่งเปียกปอนอยู่บนพื้นดิน แทนที่จะมีแววตาแห่งความเป็ห่วง เขากลับมองเธอเหมือนมองสิ่งของที่ชำรุดเสียหาย
"ต้าเหนิง... แกทำเื่วุ่นวายอีกแล้วนะ" เฟยหย่าเอ่ยเสียงต่ำ "วันนี้ฉันมีแขกสำคัญเป็นักลงทุนจากเมืองหลวง แกกลับทำให้บ้านวุ่นวายและสกปรกแบบนี้"
"พ่อคะ...นี่หนูเกือบตายนะ" เจนนี่ลองเรียกเขาว่าพ่อดู ความรู้สึกขยะแขยงแล่นขึ้นมาในใจทันทีที่คำนั้นหลุดจากปาก
"แต่แกก็ยังไม่ตายไม่ใช่หรือไง!" เฟยหย่าตวาด "ลุงจาง! เอามันไปขังไว้ที่ห้องหลังบ้าน อย่าให้ออกมาเพ่นพ่านจนกว่าแขกจะกลับ ฉันไม่อยากให้ใครเห็นว่าลูกสาวคนกลางของฉันมันวิปลาศ!"
"แต่คุณท่านเ้าคะ คุณหนูรองยังตัวเปียกและมีไข้ด้วย" พยาบาลรับใช้พยายามแย้ง
"ฉันสั่งให้เอาไปขัง!" เฟยหย่าตอกย้ำคำสั่งเด็ดขาดก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป โดยมีถิงถิงและเจียวจูเดินตามพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะ ถิงถิงหันกลับมาขยับปากโดยไม่มีเสียงว่า 'ไปลงนรกซะ'
เจนนี่ถูกลุงจางและคนงานช่วยกันพยุงไปยังห้องไม้เล็กๆ หลังบ้านที่เคยเป็ห้องเก็บของเก่า กลิ่นอับและฝุ่นหนาเตอะทำให้เธอไอออกมา ลุงจางวางเธอลงบนเตียงไม้กระดานที่มีเพียงเสื่อผืนเดียว
"คุณหนูรอง... อดทนหน่อยนะขอรับ ลุงจะแอบเอาผ้าแห้งกับน้ำอุ่นมาให้" ลุงจางกระซิบด้วยความสงสารก่อนจะถูกคนของเฟยหย่าไล่ออกไปและล็อกประตูจากด้านนอก
ในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านช่องแตกของหลังคา เจนนี่นั่งกอดตัวเองไว้ท่ามกลางความหนาวเหน็บ เธอเริ่มสำรวจร่างกายนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ร่างกายนี้ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ิัซีดเซียวและมีรอยเขียวช้ำจากการถูกทำร้ายมาก่อนหน้า
"ยุค 80 งั้นเหรอ..." เธอพึมพำกับตัวเอง "ไม่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ ไม่มียาปฏิชีวนะสมัยใหม่ ไม่มีแม้แต่สิทธิมนุษยชนพื้นฐานในบ้านหลังนี้"
เจนนี่แค่นยิ้มออกมา เป็ยิ้มที่ดูน่าเกรงขามเกินกว่าจะเป็เด็กสาวขี้ขลาดอย่างต้าเหนิง
"เจนนี่ เฉิง... เธอเคยสู้กับพญามัจจุราชในห้องผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วน กับแค่ครอบครัวเฮงซวยและโลกที่ล้าหลังนี่... มันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว"
ความเ็ปจากร่างกายเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่คุโชนในดวงตา เธอต้องหาทางหนีไปจากที่นี่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ 'แพทย์' อีกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด ความรู้ที่เธอมีคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
แต่ก่อนอื่น... เธอต้องผ่านคืนที่หนาวเหน็บนี้ไปให้ได้เสียก่อน
