เซี่ยหยวนไป๋ดูอ้ำๆอึ้งๆและไม่กล้าที่จะพูดออกมา แม้แต่ทั้งสามคนของหงเหนียง เซียวหยูหลงและเจี้ยนเจี้ยนที่ถูกชี้เป้าเองก็หน้าถอดสีไปตามๆกัน
ก่อนหน้านี้ทั้งสามพยายามเก็บรายละเอียดให้ต่ำที่สุด แม้กระทั่งเข้าไปเบียดเสียดกับฝูงชนเพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าสงสัยหลังจากมาถึงส่วนกลางของอาณาจักรลับ
แต่บัดนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะพวกมันกำลังตกเป็เป้าหมายของฝูงชนจากคำพูดของคนๆเดียว!
ทว่าปฏิกิริยาของหงเหนียง เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงกำลังผงะและมิอาจประมวลผลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
[เกิดอะไรขึ้น?]
[เขารู้ได้อย่างไร!?]
[คนผู้นี้เป็ใครกัน?]
[เหตุใดมันถึงมุ่งเป้ามาที่พวกเรา?]
หงเหนียงที่เห็นท่าไม่ดีก็ตะคอกออกมาเพื่อแสร้งทำเป็ปกปิดความตื่นตระหนกบนใบหน้า "ไป๋เฉิน! เ้า้าใส่ร้ายพวกข้างั้นรึ!? ข้าไปทำอะไรให้เ้าขุ่นเคืองกัน!?"
ไป๋เฉินมิได้เอ่ยตอบ หากแต่ยิ้มมุมปากและหันไปมองเซี่ยหยวนไป๋ด้วยหางตา "นายน้อยเซี่ย เนื่องจากตระกูลของเ้ามีอำนาจมากที่สุดในบรรดาตระกูลโบราณ และเ้าเองก็้ากุญแจอยู่แล้ว ไฉนเ้าไม่ลองไปตรวจสอบคนน่าสงสัยพวกนั้นดูเล่า?"
"ขะ-ข้า..." เซี่ยหยวนไป๋แลดูกระอักกระอ่วนที่จะกล่าวออกไป สายตาของมันกำลังขอร้องและวิงวอนไปยังกลุ่มหงของหงเหนียงที่อยู่ไม่ไกล
เพราะหากมันออกตัวปกป้องหงเหนียงและอีกสองคนฝูงชนอาจจะเกิดความสงสัย และบางทีไป๋เฉินอาจจะรู้ทันและโพล่งออกมาเพื่อทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ขึ้นไปอีก
แต่หากมันไม่ออกตัวแทนกลุ่มของหงเหนียง เหล่าฝูงชนจะเป็ผู้ยืนยันด้วยตัวของพวกมัน จนอาจจะถึงขั้นเข้าแย่งชิงและค้นตัวของทั้งสามตามคำที่ไป๋เฉินชี้เป้าให้โดยทันที
ไม่ว่าจะเลือกทางใดตัวตนของทั้งสามคนก็มิอาจปกปิดได้อีกต่อไป สุดท้ายเซี่ยหยวนไป๋และเยาวชนจากตระกูลโบราณคนอื่นๆก็เลือกที่จะเงียบเป็คำตอบ
ทว่าปฏิกิริยาของเซี่ยหยวนไป๋ก็ตกอยู่ภายใต้สายตาของฝูงชน
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็ไปตามที่คาดไว้ ไป๋เฉินจึงหันมองเหล่าเยาวชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลโบราณก่อนจะถอนหายใจยาวและเริ่มที่จะเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ "โอ้? นายน้อยเซี่ยไม่้าสมบัติของจักรพรรดิมารงั้นรึ?"
"เ้า!" เซี่ยหยวนไป๋ทำได้เพียงกัดฟันและระงับความอยากจะทุบตีไป๋เฉินให้ตายคามือ
[ไอ้สารเลวนี่จะให้ข้าตกเป็เป้าหมายให้ได้เลยใช่หรือไม่!?]
ไป๋เฉินเมียงมองรอบๆและเห็นว่าใบหน้าของเยาวชนจากอาณาจักรเทียนหยวนซีดเซียวไร้สี เขาจึงกางแขนออกและประกาศเสียงดัง "ในเมื่อนายน้อยเซี่ยและคนอื่นๆไม่้า เวลานี้ก็เป็โอกาสของพวกเ้าแล้ว! ข้าสามารถให้คำมั่นสัญญาได้ว่าหากพวกเ้าคนใดคนหนึ่งได้กุญแจมา เยาวชนจากตระกูลโบราณจะไม่เคลื่อนไหวเพื่อแย่งชิงมาจากเ้า... หากมีใครสักคนกล้าที่จะแย่งกุญแจจากมือของพวกเ้าไป ข้าจะตัดหัวมันทันที!"
สีหน้าของฝูงชนกว่าสิบคนปรากฏร่องรอยของความลังเลใจ ไป๋เฉินตัดสินใจกล่าวต่อว่า "ข้ามาที่นี่เพื่อมาดูและไม่ได้้า่ชิงกุญแจ เพราะฉะนั้นหากมีผู้ใด้ากุญแจ พวกเ้าสามารถลองค้นตัวหัวขโมยพวกนั้นได้"
เมื่อเห็นว่าเหล่าเยาวชนจากอาณาจักรเทียนหยวนไม่มีแม้แต่ข้อโต้แย้ง จู่ๆชายร่างกำยำผู้หนึ่งก็เดินมาข้างหน้าและประสานมือขอบคุณไปยังทิศทางของไป๋เฉิน "ในเมื่อเป็เช่นนั้น ขอขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือ"
ไป๋เฉินเพียงโบกมือด้วยสีหน้ายินดี "แน่นอนว่าอย่าทำรุนแรงจนเกินไป ให้ค้นตัวคนผู้นั้นเสียก่อน หากคนผู้นั้นยอมให้ค้นก็จงหาให้ทุกซอกทุกมุม แต่หากคนผู้นั้นต่อต้านก็หมายความว่ากุญแจต้องอยู่ที่นั่น!"
ประโยคสุดท้ายของไป๋เฉินทำให้หงเหนียงรู้สึกเดือดดาลสุดขีด
[มันเป็ใครกันแน่!?]
[มันรู้ได้อย่างไรว่ากุญแจอยู่กับข้า!?]
โดยไม่รอให้ไป๋เฉินส่งสัญญาณ ชายร่างกำยำและพรรคพวกะโเข้าปิดล้อมหงเหนียงพร้อมกับอาวุธที่ครบมือ
หงเหนียง เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงมองหน้ากันและกำลังหาข้อสรุปว่าพวกมันควรจะเปิดเผยตัวตนดีหรือไม่
ประการแรกหากพวกมัน้าปกปิดตัวตนนั่นหมายความว่ามันไม่้าให้คนภายนอกรับรู้ว่าสำนักวัง์ สำนักอัคคีสีชาดและตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้
เพราะขณะนี้มีเพียงพวกมันสามกลุ่มเท่านั้น และด้วยคำสั่งที่ส่งมาจากผู้นำนิกายคือห้ามมิให้พวกมันเปิดเผยตัวตนให้รู้ไปถึงหูของวิหารจักรพรรดิ นั่นเป็เหตุผลที่พวกมันจำต้องปกปิดรูปลักษณ์จนถึงบัดนี้
ประการที่สองพวกมันไม่รู้ว่าเหล่าเยาวชนที่เข้ามานั้นมีสมาชิกของวิหารจักรพรรดิเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ดังนั้นในเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นพวกมันจึงต้องมีการตัดสินใจครั้งใหญ่
หงเหนียง เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงมองหน้ากัน และมองเห็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวได้ในแววตาของพวกมัน
"พรึ่บ!"
เงาสีดำในชุดเกราะอ่อนสีแดงของหงเหนียงกระพริบหายไปจากตำแหน่งเดิม มาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของชายร่างกำยำพร้อมกับกระบี่สีแดงที่แทงทะลุร่างของคนผู้นั้นอย่างไร้ปราณี!
นั่นคือทางเลือกของนาง!
ท้ายที่สุดแล้วแม้นว่าจะต้องสังหารหมู่ นางก็จำต้องปกปิดตัวตนต่อไป แม้นว่าพวกมันจะเปิดเผยตัวตนแล้วเื่ราวจะสิ้นสุดลงก็ตาม
แท้จริงแล้วแค่หงเหนียงเปิดเผยตัวตนเื่ทุกอย่างก็จะจบลง แต่ไป๋เฉินตั้งสมมติฐานไว้แล้วว่าหงเหนียงจะไม่มีวันเปิดเผยตัวตนอย่างแน่นอน
ฝูงชนที่กำลังล้อมรอบก็ตกตะลึง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของบุคคลสนิทของชายร่างกำยำ
"เ้า! เ้ากล้าสังหารน้องชายของข้า!"
กลุ่มคนสิบคนที่ล้อมรอบหงเหนียงก็บ้าคลั่ง พวกมันพุ่งทะยานตรงไปยังหงเหนียงโดยไม่จำเป็ต้องไตร่ตรอง
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็ไปตามบทบาทที่วางไว้ ไป๋เฉินก็เปล่งเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้าย "ฮ่าๆๆๆ! ใช่จริงๆ! หากกุญแจไม่ได้อยู่ที่พวกมัน พวกมันคงจะไม่ต่อต้าน!... เพราะฉะนั้นใช้จำนวนเข้าสู้ซะ แล้วข้าจะรับประกันให้ว่าเซี่ยหยวนไป๋และคนอื่นๆจะไม่ยื่นมือเข้ามาสอด!"
แม้นว่าสถานการณ์ทางฝั่งของหงเหนียงจะเป็ไปตามที่คาด แต่มีเซี่ยหยวนไป๋ที่ลอบยิ้มชั่วร้ายอยู่ในใจ
[ไป๋เฉินวาระของเ้ามาถึงแล้ว!]
[เล่นกับใครไม่เล่นแต่กลับทำให้สามมหาอำนาจขุ่นเคือง!]
[ดูเหมือนว่าข้าไม่จำเป็ต้องลงมืออีกต่อไป]
แม้นจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ไป๋เฉินพูดจริงหรือเท็จ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ตกเป็เป้าหมายของทั้งสามกลุ่มโดยสมบูรณ์
แน่นอนว่าความคิดชั่วร้ายของเซี่ยหยวนไป๋ก็เป็สิ่งที่ไป๋เฉินรู้อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังยุยงต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด "ไป! ไปเอากุญแจของพวกมันมา!"
ในขณะที่กลุ่มของหงเหนียงต้องรับมือกับคนทั้งสิบที่ดาหน้าเข้าไป แต่ในมุมๆหนึ่งมีร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำของหญิงสาวกลับขมวดคิ้วขึ้นในขณะจ้องมองไปยังไป๋เฉินที่มีรอยยิ้มแสยะบนใบหน้า "คนผู้นั้น้าอะไรกันแน่?"
ไม่ว่าจะมองในแง่มุมใดหากไป๋เฉินไม่มีความแค้นเป็การส่วนตัวก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
จากนั้นสถานการณ์ทางฝั่งของหงเหนียงก็เริ่มที่จะได้เปรียบ กลุ่มคนทั้งสิบถูกสังหารหมู่ไปถึงเจ็ด ซึ่งตอนนี้มีเพียงสามคนสุดท้ายที่แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาเมื่อรู้ว่าศัตรูตรงหน้ามีความแข็งแกร่งมากมายเพียงใด
หงเหนียงในชุดคลุมควงกระบี่หงส์เพลิงอย่างปราดเปรียวหมายจะสังหารสามคนสุดท้ายในบัดดล
แต่จู่ๆกลับมีกระแสลมเย็นๆวาบผ่านก่อนที่ชุดคลุมสีดำบริเวณศีรษะจะเปิดออกปรากฏให้เห็นใบหน้างดงามของหญิงสาวในชุดสีแดงที่แสดงอาการตกตะลึง
ชายทั้งสามที่กำลังจะต่อกรกับหงเหนียงอีกครั้งก็เกือบจะเป็ลมเมื่อรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของบุคคลตรงหน้า
ปรากฏว่านั่นคืออัจฉริยะหมายเลขสามแห่งสำนักวัง์ หงเหนียง!
ชายทั้งสามใจหล่นถึงตาตุ่ม พวกมันทรุดตัวลงในขณะนัั้นพร้อมกับฉี่ราดนองพื้น
ในใจก็อดไม่ได้ที่จะสาปแช่งไป๋เฉินอยู่ลึกๆ
[ไอ้สารเลวนั่นส่งข้ามาตายหรืออย่างไร?]
ทั้งสามที่รอดชีวิตอยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา
ทว่าหงเหนียงเหลือบมองไป๋เฉินอย่างเ็า เมื่อรับรู้ได้ว่าการโจมตีที่เปิดเผยตัวตนของนางนั้นมาจากเขา นางจึงย่างกรายเข้าใกล้ด้วยพลังปราณสีชาดที่ลุกโชติ่ด้วยความเดือดดาล นางขบเคี้ยวเขี้ยวฟันและเอ่ยถามออกมาเบาๆ "เ้ามาจากวิหารจักรพรรดิใช่หรือไม่?"
ไป๋เฉินไม่ตอบคำถาม หากแต่แสร้งทำเป็ว่าอุทาน "โอ้? ที่แท้ก็เป็แม่นางหงเหนียงแห่งสำนักวัง์ คาดไม่ถึงจริงๆเลยเชียว"
แม้นไป๋เฉินจะพูดเช่นนั้นแต่ก็ไม่มีอาการแปลกใจบนใบหน้าของเขา ราวกับว่าเขารู้ดีอยู่แล้วว่าจะเป็นาง
"พรึ่บ!"
เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงปรากฏขึ้นอย่างพร้อมเพรียงล้อมรอบไป๋เฉินไว้พร้อมกับแรงกกดดันอันหนักหน่วง
บัดนี้เป้าหมายของทั้งสามแปรเปลี่ยนเป็ไป๋เฉินโดยสมบูรณ์!
เมื่อเห็นภาพที่ตั้งใจไว้มุมปากของเซี่ยหยวนไป๋ขดเป็รอยยิ้มแสยะ "ฮ่าๆๆๆ! ไป๋เฉิน เ้ารนหาที่ตายเอง!"
หงเหนียงไม่รอช้า เพลิงสีชาดลุกโชติ่จากร่างของนางด้วยปราณเพลิง จากนั้นเพลิงสีชาดก็แปรเปลี่ยนเป็ภาพมายาของหงส์เพลิงที่กำลังสยายปีก!
"ตาย!"
หงเหนียงคำรามสุดเสียง กระบี่หงส์เพลิงกวัดแกว่งบังเกิดภาพมายาของหงส์เพลิงเข้าจู่โจมไป๋เฉินอย่างไร้ปราณี!
ทว่าไป๋เฉินเพียงยกยิ้มมุมปากและไม่ได้มีทีท่าว่าจะต่อต้านแม้แต่น้อย สิ่งนั้นทำให้มุมปากของเซี่ยหยวนไป๋และเหยาชิงเฉิงยิ่งฉีกกว้าง
