บทนำ : ความลับภายใต้สาบเสื้อ
"แน่นเกินไปแล้ว..."
เสียงหวานใสที่พยายามดัดให้ทุ้มต่ำบ่นพึมพำกับตัวเองในลำคอ ขณะที่มือเรียวบางสั่นระริกกำลังดึงผ้าแถบสีขาวเนื้อหยาบพันรอบเนินอกอวบอิ่มของตนเองอย่างแ่า ทบแล้วทบเล่า จนกระทั่งความนุ่มหยุ่นที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็ความแบนราบจนแทบหายใจไม่ออก
ถังอวี้หลาน กัดริมฝีปากแน่น นางยืนจ้องมองเงาสะท้อนของตนในคันฉ่องทองเหลืองเก่าคร่ำครึ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ดรุณีน้อยวัยแรกแย้มผู้มีรอยยิ้มสดใสอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็บัณฑิตหนุ่มร่างบอบบางในชุดเสื้อคลุมสีฟ้าซีดๆ ผู้มีแววตาวิตกกังวล
"จำไว้... นับจากวินาทีนี้ เ้าไม่ใช่ถังอวี้หลาน สตรีอุ่นเตียงหรือคุณหนูในห้องหอของใครทั้งนั้น"
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แม้ความเ็ปจากการรัดหน้าอกจะแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง แต่นางก็เชิดหน้าขึ้น เอ่ยกับเงาในกระจกด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
"เ้าคือ ถังอวี้เฟิง บุตรชายคนโตแห่งสกุลถัง... เ้าคือความหวังเดียวที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลเรา"
ใช่... หากไม่ใช่เพราะพี่ชายฝาแฝดตัวดีของนางหนีตามนางโลมไปในคืนก่อนวันสอบคัดเลือกเข้าสำนักศึกษาหลวง ทิ้งไว้เพียงจดหมายลาตายปลอมๆ กับหนี้สินกองโต นางคงไม่ต้องมาทำเื่บ้าบิ่นที่เสี่ยงต่อการถูกปะาล้างตระกูลเช่นนี้
โทษฐานของการหลอกลวงเบื้องสูงคือความตาย... แต่นางไม่มีทางเลือก หากสกุลถังไม่มีใครสอบติดขุนนางในปีนี้ ป้ายพระราชทานบรรพชนคงถูกยึด และมารดาที่ป่วยออดแอดคงตรอมใจตาย
"ขอแค่สอบผ่าน... ขอแค่เรียนให้จบโดยความไม่แตก ข้าจะรีบพาแม่หนีไปให้ไกลที่สุด!"
หญิงสาวในคราบหนุ่มน้อยรวบผมขึ้นเกล้าเป็มวยสูง ปักด้วยปิ่นไม้ราคาถูก ก่อนจะหยิบพัดกระดาษขึ้นมาถือเพื่อบังใบหน้าที่ยังคงติดเค้าความหวาน นางก้าวเท้าออกจากห้องพักซอมซ่อ มุ่งหน้าสู่ประตูใหญ่ของ 'สำนักศึกษาหลวงเทียนซาน' สถานที่ที่รวบรวมเหล่าบุรุษหัวกะทิจากทั่วแคว้น
บรรยากาศหน้าประตูสำนักคึกคักไปด้วยผู้คน เหล่าบัณฑิตหนุ่มฉกรรจ์เดินเบียดเสียดกันขวักไขว่ กลิ่นเหงื่อไคลและเสียงพูดคุยเสียงดังโผงผางทำให้ถังอวี้หลานรู้สึกวิงเวียน นางพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด เดินก้มหน้าหลบสายตาผู้คน
ทันใดนั้นเอง เสียงเซ็งแซ่รอบข้างกลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีใครเอาน้ำเย็นจัดสาดใส่ฝูงชน
ฝูงคนที่เคยเบียดเสียดต่างพากันถอยกรูดแหวกทางเป็ช่องกว้าง เปิดทางให้กับขบวนม้าสีนิลทมิฬที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ
บนหลังม้าตัวใหญ่ที่สุดนั้น คือบุรุษร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายพยัคฆ์ทองคำ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับเทพเ้าบรรจงปั้นแต่ง สันกรามคมกริบ จมูกโด่งเป็สัน และดวงตาเรียวรีที่ฉายแววเ็าดุจน้ำแข็งพันปี
'ท่านอ๋องเซี่ย... เซี่ยหยางจิน'
เสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นรอบทิศ ถังอวี้หลานเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเขามาบ้าง... แม่ทัพปีศาจผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ผู้ที่มีนิสัยรักความสะอาดเข้าขั้นวิปริต และเกลียดการเข้าใกล้มนุษย์เป็ที่สุด โดยเฉพาะพวกที่อ่อนแอและขี้ขลาด
โชคร้ายที่จังหวะนั้น ถังอวี้หลานมัวแต่ตื่นตะลึงจนก้าวขาไม่ออก ทำให้นางยืนเด่นหราขวางทางขบวนม้าอยู่เพียงผู้เดียว
สายตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองลงมา
วินาทีที่สบตากัน ถังอวี้หลานรู้สึกเหมือนถูกมีดที่มองไม่เห็นกรีดแทงทะลุเสื้อผ้าเข้าไปสำรวจถึงเนื้อใน ลมหายใจของนางสะดุดกึก
ดวงตาคู่นั้น... ไม่ได้มองนางเหมือนมองมนุษย์ แต่มองเหมือนนางเป็ 'ฝุ่นผง' ที่บังอาจลอยมาเกาะชายเสื้อของเขา
"เกะกะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นสั้นๆ เพียงคำเดียว แต่มันกลับดังก้องไปทั่วลานหน้าประตูสำนัก
ถังอวี้หลานสะดุ้งสุดตัว รีบกุลีกุจอหลบทางให้แทบไม่ทัน พลางก้มหัวขอขมาปลกๆ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลังที่ถูกผ้าพันรัด
ขบวนม้าผ่านไปแล้ว แต่หัวใจของนางยังเต้นรัวเร็วด้วยความหวาดกลัว ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังร้องเตือนนางอย่างบ้าคลั่ง...
นางไม่รู้เลยว่า การก้าวเท้าเข้าสู่สำนักศึกษาในครั้งนี้ อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การเรียน หรือการปิดบังความลับ... แต่เป็บุรุษหน้านิ่งผู้นั้น... ผู้ที่จะกลายมาเป็ 'หายนะ' ในชีวิตของนางอย่างที่นางคาดไม่ถึง!
