เื่ข่าวดีที่บุตรชายฝาแฝดคนเล็กของเยี่ยนหลิงกับฟงเฉิงฮ่าว สามารถสอบได้ตำแหน่งจอหงวนถูกส่งไปยังตระกูลจิน ที่ยังคงคอยดูแลร้านผ้าไหมอยู่ในเมืองผู่เถียน สองสามีภรรยาอย่างมู่ถงและจือเหมย ยังคงทำงานที่ตนเองรักอย่างมีความสุข
ทุก ๆ สามเดือนทั้งสองคนจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อไปเยี่ยมเยียนบุตรหลานเป็ประจำ ซึ่งเื่นี้เกิดขึ้นั้แ่บุตรสาวออกเรือน และย้ายไปอยู่บ้านสามีตามธรรมเนียม แม้ซูอันกับเยี่ยนหลิงอยากให้บิดามารดาไปอยู่เมืองหลวง แต่ทั้งสองกลับชอบอยู่ที่เมืองผู่เถียนเสียมากกว่า
เนื่องจากข่าวดีส่งมาในเวลากระชั้นชิดเกินไป มู่ถงกับจือเหมยจึงเลือกส่งของขวัญให้กับหลานชาย เพราะคงไม่สามารถเดินทางในเวลาอันสั้นได้ และของขวัญที่ส่งให้หลานชายอย่างฟงเหยาเหวิน ย่อมเป็ผ้าไหมปักลายอย่างประณีตงดงามอย่างแน่แท้
ทางด้านเยี่ยนหลิงก็ช่วยแม่สามีจัดเตรียมงานเลี้ยง ทุกอย่างในงานล้วนทำอย่างพิถีพิถันมากที่สุด ด้วยไม่้าทำให้ตระกูลฟงขายหน้าได้ อย่างไรเสียงานเลี้ยงครั้งนี้องค์หญิงใหญ่ย่อมเสด็จมาเข้าร่วม เพราะทั้งสองตระกูลมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเป็เวลาหลายปี ั้แ่บุตรชายจนมาถึงหลาน ๆ ของทั้งสองตระกูล
แเื่ส่วนที่เหลือย่อมเดาได้ไม่ยาก ว่าเป็ขุนนางขั้นสูงที่อยากผูกสัมพันธ์กับตระกูลฟง ผ่านการแต่งงานกับหลานชายฝาแฝด หรือแม้กระทั่งอยากให้บุตรสาวของตน ได้แต่งเข้ามาในฐานะฮูหยินรองหรืออนุภรรยของฟงเฉิงฮ่าว ไม่ว่าทางใดล้วนเป็ประโยชน์กับพวกเขาทั้งสิ้น
เพียงแต่งานเลี้ยงตระกูลฟงครั้งนี้ มิได้มีเพียงเหล่าบิดามารดาที่คิดใช้บุตรสาวเป็สะพาน แต่ยังมีบุตรสาวจากสองตระกูลใหญ่ ซึ่งบิดาของพวกนางสองคนเพิ่งได้รับเลือก เพื่อทำหน้าที่ในตำแหน่งเสนาบดีได้ไม่ถึงสามปี ได้คิดแผนการทำลายญาติผู้น้องของจอหงวนคนใหม่
เหตุผลที่พวกนางสองคนคิดทำเช่นนั้น มีเพียงเื่ความเกลียดชังและอิจฉาริษยา ไม่ว่าจะเป็ความงามหรือความสามารถ อีกทั้งหยางเฟิ่งเซียนยังทำการค้าได้เก่งกาจไม่แพ้ผู้เป็มารดาเลยสักนิด
“เหอะ เหตุใดผู้คนถึงได้ชื่นชอบหยางเฟิ่งเซียนนักนะ นางทำการค้าเก่งและยังมีวรยุทธ์แล้วอย่างไร สตรีควบคุมยากเช่นนางไม่มีบุรุษใดจริงใจกับนางแน่” เซิ่งฟางเอินเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ ยามนั่งดื่มน้ำชากับสหายที่มาพบถึงจวน
หลีเยียนหรานที่หมายตาฟงเหยาเหวินเอาไว้ ก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามเช่นเดียวกับสหาย “ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเ้านะฟางเอิน นางมีฐานะสูงส่งย่อมมีบุรุษมากมายหมายปอง หวังใช้ประโยชน์จากนางก็เท่านั้น”
“ถึงอย่างไรข้าก็เกลียดนางอยู่ดี เยียนหรานเ้าช่วยอะไรข้าสักอย่างสิ”
หลีเยียนหรานได้ฟังสหายขอความช่วยเหลือ ก็รู้แล้วว่าในงานเลี้ยงตระกูลฟงจะมีเื่สนุกให้ดูแน่นอน “เ้าอยากให้ข้าช่วยสิ่งใดหรือฟางเอิน หากไม่เกินความสามารถข้าย่อมช่วยเ้าอย่างเต็มที่”
และน้ำเสียงที่ออกจากปากของเซิ่งฟางเอิน ยิ่งทำให้รู้ว่านางมีแผนการบางอย่างจริง ๆ “ข้า้าให้เ้าช่วยซื้อตัวสาวใช้ในจวนตระกูลฟงมาสักคนหนึ่ง เมื่อวันงานเลี้ยงมาถึงข้ามีงานให้นางทำ โดยมีค่าตอบแทนให้เป็เงินสิบตำลึง”
“โธ่ ฟางเอินข้าก็นึกว่าเื่อันใดเสียอีก แค่การซื้อตัวสาวใช้มิใช่เื่ยาก เ้าวางใจเถิดข้าจะให้เสี่ยวขุยไปจัดการให้เอง ชักอยากให้ถึงงานเลี้ยงเร็ว ๆ เสียแล้วสิ คิ คิ คิ” หลีเยียนหรานตกปากรับคำของสหายอย่างรวดเร็ว เพราะเื่เล็ก ๆ เช่นนี้มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ
“หึ หยางเฟิ่งเซียนครั้งนี้ข้าจะทำให้เ้าอับอาย จนอยู่เมืองหลวงไม่ได้อีกต่อไป มาดูกันสิว่าฮ่องเต้กับองค์หญิงใหญ่ ผู้โปรดปรานหลานสาวคนนี้หนักหนาจะทำเช่นไร เมื่อหลานรักทำเื่อับอายต่อหน้าผู้คนมากมาย ฮ่า ๆ ๆ” เซิ่งฟางเอินคิดอย่างลำพองใจ ว่าแผนการของตนต้องสำเร็จอย่างแน่นอน
ภายหลังอยู่พูดคุยกับเซิ่งฟางเอินได้ไม่นาน หลีเยียนหรานก็ขอตัวกลับจวนเพื่อดำเนินการตามแผน ที่นางได้รับปากกับสหายเอาไว้ ยามที่อยู่ในรถม้านางจึงออกคำสั่งกับสาวใช้ถึงเื่ดังกล่าว
“เสี่ยวขุยเ้าคงได้ยินที่ฟางเอินพูดแล้วใช่หรือไม่”
“บ่าวได้ยินเ้าค่ะคุณหนู”
“ดี พรุ่งนี้เช้าเ้าไปดักรอสาวใช้ตระกูลฟงที่ตลาด มองหาคนที่นิสัยทะเยอทะยานสักคน และบอกนางตามที่ฟางเอินบอกกับข้า แล้วมอบเงินให้นางห้าตำลึงเงิน ส่วนที่เหลือบอกนางว่าจะมอบให้หลังเสร็จงาน”
“บ่าวจะจัดการให้เรียบร้อยเ้าค่ะ”
ในวันรุ่งขึ้นเสี่ยวขุยตื่นั้แ่ปลายยามอิ๋น เพื่อมาดักรอสาวใช้ตระกูลฟงที่มาจับจ่ายซื้อวัตถุดิบทำอาหาร และนางก็พบสาวใช้ผู้มีนิสัยอย่างที่เ้านายบอกกับตน
หมับ! “เ้าปะ...”
“ชู่ว์ อย่าได้ส่งเสียงดังข้าอยากคุยกับเ้าสักประเดี๋ยว หากเ้าอยากมีเงินใช้จ่ายก็เดินตามข้ามา”
“อืม เ้าก็เดินนำทางไปสิ” เสี่ยวฮัวสาวใช้ในโรงครัวที่เพิ่งมาได้ไม่นาน แต่นางเป็คนเกียจคร้านเอาแต่คิดหาวิธีปีนเตียงเ้านายไปวัน ๆ
เสี่ยวขุยพาเสี่ยวฮัวมายังมุมหนึ่งของตลาด ก่อนจะทำการเจรจาเงื่อนไขเื่ที่เ้านายสั่งการกับตน “ข้ารู้ว่าเ้าได้ค่าจ้างน้อยนิดเมื่อเทียบกับงานที่ทำอยู่ แต่ถ้าครั้งนี้เ้ายินดีทำงานให้เ้านายของข้า จะมีเงินไว้ใช้จ่ายไปอีกหลายปีเ้าอยากทำหรือไม่”
เพียงแค่ได้ยินคำว่าเงินเสี่ยวฮัวก็ตาโตเป็ไข่ห่านทันที “เ้าพูดจริงรึ! แล้วเ้านายของเ้า้าให้ข้าทำสิ่งใด เพื่อแลกกับเงินที่จะมอบให้ข้าล่ะ”
“งานที่เ้าต้องทำเ้านายของข้าจะสั่งการอีกครั้ง ในวันจัดงานเลี้ยงของตระกูลฟงที่ใกล้จะถึงนี้ เ้าแค่รอพบข้าอยู่ในจวนนั่นก็พอ ส่วนค่าจ้างเ้ามั่นใจได้เพราะนี่คือค่าจ้างเพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือค่อยมารับหลังจากเ้าทำงานได้สำเร็จแล้ว”
เสี่ยวฮัวยืนมือไปรับถุงเงินจากเสี่ยวขุย เมื่อโยนชั่งน้ำหนักของเงินที่อยู่ด้านใน นางก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขกับเงินจำนวนมาก “ไอหยา พี่สาวท่านเชื่อใจข้าได้ งานที่เ้านายของท่าน้าให้ข้าทำ ย่อมสำเร็จตามที่หวังอยู่แล้ว”
“อืม เ้าเข้าใจอะไรง่าย ๆ เช่นนี้ก็ดีแล้ว เ้ากลับออกไปเถิดประเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอาได้” เสี่ยวขุยรับเงินจากหลีเยียนหรานมาห้าตำลึงก็จริง แต่นางมอบให้เสี่ยวฮัวแค่สามตำลึงเงินเท่านั้น
เสี่ยวขุยมองตามเสี่ยวฮัวอย่างดูถูก และคิดว่าตนเองนั้นฉลาดหลักแหลมมากกว่า ที่แอบยักยอกเงินค่าจ้างไว้เองสองตำลึงเงิน เมื่อเสี่ยวฮัวทำงานสำเร็จนางก็จะได้อีกสองตำลึงเงิน ครั้งนี้เสี่ยวขุยคิดว่าตนได้เงินมาไว้ใช้จ่ายอย่างสบาย ๆ ไม่ต้องเปลืองแรงอันใด
ส่วนคนที่รับเงินผู้อื่นเพื่อแลกกับเงิน ก็เดินกลับไปหาแม่ครัวอย่างอารมณ์ดี แตกต่างกับยามออกจากจวนลิบลับ จนคนอื่น ๆ นึกแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเสี่ยวขุยแต่ที่นางไม่รู้ก็คือ ยามกลับไปถึงจวนบ่าวไพร่ทุกคนจะถูกจับตามอง จากองครักษ์ที่ปลอมตัวเป็บ่าวทันที
