“เื่นี้พวกเราคงทำให้ไม่ได้หรอก” เย่ฟางหันไปมองข่งหนีที่นั่งอยู่บนโซฟา แอบมองเย่เซินอยู่เงียบๆ 'โลกนี้ไม่ใช่ของตระกูลเย่เสียหน่อย จะมาชี้นิ้วสั่งให้ใครเป็นายร้อยตามใจชอบได้อย่างไร ครอบครัวของข่งเจี๋ยมีความคิดแบบนี้ มันอันตรายเกินไปแล้ว'
เย่ซูหันไปมองข่งหนีบ้าง พลางหัวเราะเยาะหยัน “กบอยากกินเนื้อหงส์จริงๆ นั่นแหละ ดีนะที่เสี่ยวเซินแต่งงานไปแล้ว ไม่อย่างนั้นดูสิ หล่อนคงพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะแต่งกับเสี่ยวเซินให้ได้ ที่จริงแล้ว... หล่อนมาครั้งนี้ก็เพราะเสี่ยวเซินนั่นแหละ”
“อะไรนะ?” เย่ฟางถามด้วยความสงสัย
“อยู่ๆ หล่อนก็บุกรุกเข้าไปค้นของในห้องของฉัน แล้วไปเจอรูปถ่ายของเสี่ยวเซินเมื่อหลายปีก่อนเข้าให้ ตายล่ะ หล่อนถึงกับคลั่งเลย” เย่ซูนึกถึงภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นก็โกรธจนตัวสั่น “หล่แนรีบเอารูปนั้นไปให้แม่ดู บอกว่าฉันมีชู้! แม่ของหล่อนก็ร้องห่มร้องไห้ โทรศัพท์ไปหาลูกชาย แล้วะโด่าฉันในโทรศัพท์ว่าหน้าไม่อาย... ฉันอธิบายเท่าไหร่ สองคนนั้นก็ไม่ยอมเชื่อเลย!”
เย่ซูโกรธจนตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า เย่ฟางต้องปลอบใจอยู่นานกว่าเธอจะสงบลงได้ แล้วพูดต่อว่า “ตอนนั้นข่งเจี๋ยกำลังทำภารกิจอยู่ข้างนอก ทางหน่วยโทรศัพท์ไปบอกให้เขารีบกลับมาด่วน ว่าที่บ้านมีเื่... หึ”
จากนั้นข่งเจี๋ยก็กลับมา และเมื่อรู้ว่ารูปนั้นคือรูปของเย่เซิน เื่ราวถึงได้ยุติลง เธอให้ข่งเจี๋ยกลับไปอธิบายกับทางหน่วยเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของเธอ แต่ข่งเจี๋ยกลับโทษว่าเธอไม่ยอมห้ามแม่กับน้องสาว ปล่อยให้พวกนั้นก่อเื่จนเขายุ่งจนทำภารกิจไม่สำเร็จ แถมยังทำให้เขาเสียโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง แล้วก็สะบัดก้นกลับไปทำภารกิจต่อ ทิ้งให้เธอต้องไปอธิบายเื่กับทางหน่วยเอง ซึ่งผลลัพธ์มันก็ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็
ใครจะไปรู้ว่าพอกลับบ้านมา แม่สามีก็มาหา บอกว่าเห็นว่าเย่เซินเป็คนดี มีฐานะ หากสองตระกูลได้ดองกันคงจะเป็คู่ที่เหมาะสม ตอนนั้นเธอถึงกับะเิออกมา ฉีกหน้ากับแม่สามี ด่ากราดไปว่าพวกหล่อนหน้าไม่อาย ผลก็คือแม่สามีก็โทรไปฟ้องอีก ร้องห่มร้องไห้เหมือนเดิม ทางหน่วยโทรศัพท์ไปหาข่งเจี๋ยอีกครั้ง ให้เขากลับมาจัดการปัญหาครอบครัว
ข่งเจี๋ยกลับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ให้เธอไปขอโทษแม่ แล้วก็หาทางให้น้องสาวได้ลงเอยกับเย่เซิน
เย่ซูหัวเราะเยาะอย่างเ็า พอนึกถึงเื่นี้ทีไรก็ขำทุกที 'คนในตระกูลข่งนี่คงไม่เคยส่องกระจกดูตัวเองเลยกระมัง' เธอรู้ดีว่าทั้งหมดนี้เป็เพราะเธอเองที่ทำให้เป็แบบนี้ ในตอนนั้นเธอไม่สนใจว่าฐานะของทั้งสองบ้านต่างกันราวฟ้ากับเหว ยืนกรานที่จะแต่งเข้าบ้านเขา พอแต่งเข้ามา ตระกูลเย่ก็ให้เกียรติครอบครัวฝั่งนั้นดีมาก ทำให้พวกน้้นคิดว่าตัวเองเป็คนสำคัญไปแล้ว คิดว่าพวกหล่อนคู่ควรกับทุกคน!
“ตอนที่ฉันกำลังจะปฏิเสธ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเธอว่าเสี่ยวเซินแต่งงานแล้ว ฉันดีใจมากเลยนะ” เย่ซูหัวเราะอย่างมีความสุข
“แต่ครอบครัวเขาก็ไม่เชื่อ จะให้ฉันพาข่งหนีมาดูน้องสะใภ้ ถ้าแต่งจริง ๆ ก็ค่อยหาคนที่ ‘พอใช้’ ได้ให้”
เย่ฟางถึงกับอึ้งไป ก่อนหน้านี้เธอรู้จากจดหมายของเย่ซูว่าครอบครัวข่งมีปัญหา แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยจริงๆ
“เื่ที่แย่กว่านี้ ฉันยังไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเลย” เย่ซูถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฉันไม่อยากพูด มันน่าอายเสียจริง” ตระกูลข่งน่าอาย แล้วเธอเองก็รู้สึกอายยิ่งกว่า! 'ตอนนั้นเธอตาบอดไปได้ยังไงนะ? ถึงได้ไปชอบข่งเจี๋ยได้? ถึงถูกคำหวานและการตามจีบอย่างร้อนแรงของเขาหลอกได้?'
เธอรู้จักข่งเจี๋ยในการแสดงครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเขาเป็หัวหน้าฝ่ายต้อนรับ ดูแลพวกเขาเป็อย่างดี แถมเธอดันเกิดไม่สบายขึ้นมา ข่งเจี๋ยก็แบกเธอลงจากเขาในคืนที่หิมะตกหนัก เดินเป็สิบๆ ลี้ เธอซาบซึ้งใจมาก หลังจากนั้นข่งเจี๋ยก็เขียนจดหมายให้เธอเรื่อยๆ ในจดหมายเต็มไปด้วยความรักและจริงใจ เธอเชื่อเขา
แต่พอแต่งงานไป เธอค่อยๆ พบว่าจดหมายพวกนั้นไม่ใช่ข่งเจี๋ยเป็คนเขียน เขาจบแค่ชั้นประถม ตอนนั้นเธอยังหาข้ออ้างให้เขา คิดว่าเขาคงเป็คนเก่งที่เรียนรู้ด้วยตนเอง ทว่าความจริงมันช่างโหดร้าย ความสามารถจริงๆ ของเขาก็แค่พอจะดูหนังสือพิมพ์ได้เท่านั้น ปรากฏว่าจดหมายพวกนั้น เขาปรึกษากับเพื่อนทหาร มีเพื่อนทหารที่จบมหาวิทยาลัยคอยให้คำแนะนำ ว่าควรเขียนแบบไหน...
“หึ” เย่ซูหัวเราะอีกครั้ง ครั้งนี้เธอหัวเราะตัวเอง
“เธอมีแผนอะไร?” เย่ฟางถามด้วยน้ำเสียงใจเย็น
“ฉันจะหย่า” เย่ซูตอบกลับอย่างใจเย็นเช่นกัน
บรรยากาศเงียบลงไปสองสามวินาที ก่อนที่เย่ฟางจะพยักหน้า “ฉันสนับสนุนเธอ”
เย่ซูหัวเราะออกมาทันที หัวเราะจนน้ำตาไหล
---
ฮวาเ้ารู้สึกว่าลมหายใจของเย่เซินที่นั่งอยู่ข้างๆ เย็นลงเรื่อยๆ พอหันไปมองก็พบว่าดวงตาของเขาแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็ง เย็นะเืจนถึงกระดูก เธอสังเกตว่าเขากำลังตั้งใจฟังอะไรบางอย่างอยู่ เธอจึงแอบเงี่ยหูฟังบ้างก็ได้ยินเสียงบทสนทนาจากอีกห้องหนึ่ง
'มีเื่แบบนี้ด้วย... แต่เื่แบบนี้เธอก็เห็นมาเยอะแล้ว เย่ซูอยากจะสลัดผู้ชายที่เหมือนนกฟีนิกซ์ตัวนี้ไปคงไม่ง่าย แต่ไม่ต้องกลัว เื่นี้เธอถนัดที่สุด! เธอมีตัวอย่างความสำเร็จของเพื่อนร่วมงานมากมายให้ศึกษา'
พอเย่ฟางกับเย่ซูคุยกันเสร็จก็เดินออกมาจากห้อง ทั้งสองคนดูสงบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เย่ซูไม่มีแม้แต่รอยน้ำตา ฮวาเจาอดชื่นชมไม่ได้ 'นับถือจริงๆ สมแล้วที่เป็นักแสดงมืออาชีพ แสดงว่าเย่ซูมีจิตใจที่แข็งแกร่งมาก'
“พวกเธอคุยอะไรกันนานจัง” เหมียวหลานจือถามอย่างแปลกๆ “แม่คนนี้ยังสู้ไม่ได้เลย”
“ฉันจะคุยอะไรกับป้าได้” เย่ซูพูดแบบไม่ใส่ใจ “ก็คุยเื่ตั้งท้องมีลูกอะไรพวกนั้นแหละ”
'เย่ฟางเป็หมอสูตินรีเวช ส่วนเธอเองก็มีบุตรยากมาหลายปี ทั้งสองคนจึงมักจะคุยกันเื่นี้ แต่ตอนนี้เธอไม่อยากคุยเลย เธอรู้สึกดีใจที่แต่งงานมาหลายปีแล้วก็ยังไม่มีลูก!'
“เื่นี้ตอนนี้เธอต้องเพิ่มน้องสะใภ้เข้าไปด้วย
คุยกับน้องเขาเยอะๆ นะ” เหมียวหลานจือพูด “คนอื่นเขาตั้งท้องทีเดียวติดเลย”
เย่ซูและเย่ฟางขมวดคิ้วทันที 'ในประโยคนั้นเหมือนจะแฝงไปด้วยความรังเกียจว่าเธอมีบุตรยากหรือเปล่า? แล้วเธอก็รู้ว่าฮวาเ้านั้นมีประสบการณ์แค่ครั้งเดียว...ยังเป็เด็กสาวอยู่เลย หน้ายังอ่อนอยู่เลย พวกเธอจะคุยกับเธอได้อย่างไร?'
ฮวาเจาทำเป็ก้มหน้าเขินอาย ในใจนั้นกลับด่าทอแม่สามีคนนี้อย่างบ้าคลั่ง 'เธอมีชีวิตรอดมาจนถึงอายุเท่านี้ได้ยังไงกัน? ดูท่าทางเธอต้องประเมินความสามารถของตระกูลเย่ใหม่แล้ว ผู้หญิงที่พูดจาไม่คิดแบบนี้ยังได้รับการคุ้มครองมาได้ตั้งหลายสิบปี!'
เย่เซินทนฟังต่อไปไม่ไหว 'ไม่รู้ว่าเป็เพราะั้แ่เด็กไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน หรือเป็เพราะนิสัยไม่ตรงกัน พอเขาโตขึ้นก็รู้สึกไม่สนิทกับแม่คนนี้เลย ไม่ต้องพูดถึงเื่เปิดใจ แม้แต่การคุยกันธรรมดาก็คุยกันไม่รู้เื่'
เขาลากฮวาเจาขึ้น “ข้างนอกยังไม่ได้เก็บของใช้ส่วนตัวก็ยังไม่ได้จัด เรากลับกันก่อนเถอะ”
“ใช่แล้ว” เย่ฟางก็ลุกขึ้น “ฉันไปซื้อด้วยกัน เธอสองคนไม่รู้อะไรสักอย่าง”
เย่ซูนั่งอยู่เฉยๆ แม้ว่าเธอจะอยากไปมาก แต่ถ้าเธอขยับ โข่งหนีต้องตามมาแน่นอน เธอไม่ยอมให้หล่อนสมหวังเด็ดขาด!
ปรากฏว่าโข่งหนีลุกขึ้นเอง “ฉันก็อยากไป!” เป็คนอ้วนเหมือนกัน แต่เสียงของนางกลับไม่น่าฟัง ฟังดูงุ่มง่ามและดื้อรั้น
“ฉันไม่อยากไป” เย่ซูพูด
“เธอบอกว่าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปสิ ฉันไปเองกับพวกเขาก็ได้” โข่งหนีพูด นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเย่ซูไม่ไปแล้วนางถึงจะไปไม่ได้
เย่ซูถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ หาคำโต้แย้งหล่อนไม่ได้เลย ถ้าหากหล่อนไม่รู้จักแม้แต่มารยาทพื้นฐานแล้ว เธอจะทำยังไงได้?
แต่ฮวาเจามีวิธี เธอพูดอย่างเอาแต่ใจ “ฉันไม่สนิทกับเธอ ฉันไม่อยากพาเธอไปด้วย!”
ถูกปฏิเสธแบบตรงๆ โข่งหนีก็ได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่
