บทที่ 1
การทะลุมิติและการตื่นรู้ในร่างใหม่
วิกฤตคอมพิวเตอร์และหลุมดำ
ในห้องพักแคบ ๆ กลางเมืองหลวงที่พลุกพล่าน หลินอันอัน ...นั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้หมุนตัวเก่าที่ส่งเสียง
เอี๊ยด!!..อ๊าด!!...
ราวกับพร้อมจะพังลงมาทุกเมื่อ บนโต๊ะเต็มไปด้วยแก้วกาแฟว่างเปล่าและถุงขนมขบเคี้ยว สายตาจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงสูตรอาหารล่าสุดของเธอ เธอเป็นักศึกษาวิศวกรรมอาหารปีสุดท้าย ผู้เชื่อว่า ความอร่อยคือวิทยาศาสตร์ และ คาเฟอีนคือเชื้อเพลิง ที่สำคัญกว่าออกซิเจน
เธอพิมพ์สูตรอย่างละเอียดรอบคอบ โดย เฉพาะการควบคุมความคงตัวของอาหารแช่แข็งในสภาวะสุญญากาศ ซึ่งเป็หัวข้อที่ซับซ้อนและน่าปวดหัวที่สุดในชีวิต
“แครอทสองร้อยกรัม มันฝรั่งสามร้อยกรัม... เอ๊ะ! ใส่เกลือหรือน้ำตาลดีนะ?” เธอพึมพำ ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ “ช่างเถิด, ใส่ทั้งคู่เลยดีกว่า! ความหวานเค็มต้องลงตัวสิ! อาจารย์น่าจะให้ผ่านถ้ามันอร่อย!”
ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบวูบวาบถี่รัวผิดปกติ หลอดไฟนีออนเก่า ๆ ในห้องก็ดับวูบและติดขึ้นมาใหม่ด้วยเสียง
“เปรี้ยะ!”
น่ากลัว แสงสีฟ้าสว่างจ้าบาดตาจนเธอต้องยกมือป้อง พลันเสียงดัง
“วื้ด!...”
สนั่นหูเหมือนเสียงเครื่องบินไอพ่นกำลังตก ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลง
หลินอันอัน รู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว ลอยละลิ่วไปในอากาศที่ว่างเปล่า ราวกับถูกดูดเข้าไปในเครื่องปั่นิญญา หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความคิดสุดท้ายของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนเสียดาย “เฮ้ย! นี่มันอะไรกันเนี่ย? ไฟดับเหรอ? หรือว่าคอมพิวเตอร์ Gaming ที่ซื้อมาด้วยเงินเก็บทั้งชีวิตมัน ะเิ ไปแล้วจริง ๆ!? ถ้างานไม่เสร็จฉันต้องซ้ำชั้นแน่!” ก่อนจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดอย่างสมบูรณ์
เธอรู้สึกถึงการถูกบีบอัดอย่างรุนแรง ความเ็ปแล่นแปลบไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ศีรษะ มันไม่ใช่ความฝัน แต่เป็ความรู้สึกของการ เปลี่ยนสถานะทางสสาร อย่างไม่เต็มใจ คล้ายดัง ถูกบีบอัดลงในกล่องที่เล็กเกินขนาด มันเป็ความรู้สึกที่คล้ายกับถูกส่งผ่านเครื่องอัดขยะอวกาศที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวนความถี่สูงห้าสิบเท่า ตัวเธอเองกลายเป็แค่พิกเซลที่ถูกยืดและบิดเบี้ยวไปมา
“อ๊าก! ปวดหัว! หัวจะะเิแล้ว!”
เธอพยายามร้อง แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมา มีเพียงเสียงหวีดหวิวที่ดังอยู่ในแก้วหูเท่านั้น
ความคิดของเธอสับสนอลหม่าน “นี่ฉันกำลังจะตายเหรอ? ตายเพราะคอมพิวเตอร์ะเิ? ไม่จริงน่า! วิศวกรรมอาหารเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ของฉันล่ะ? หัวข้อวิจัยอาหารอวกาศล่ะ? ผักดองสูตรสุญญากาศ
ที่ฉันกำลังจะส่งอาจารย์ล่ะ!?” เธอคิดอย่างเสียดาย เงินกว่าหนึ่งสี่พันหยวนที่ลงไปกับซีพียูและกราฟิกการ์ดรุ่นล่าสุดมันไม่ควรจะจบแบบนี้สิ!
ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิลบห้าสิบองศาเซลเซียส....แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกร้อนรุ่มเหมือนถูกเผาด้วยความเร็วเหนือแสง
มันเป็ความทรมานที่ไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ มารองรับได้เลย หลินอันอัน พยายามรวบรวมสติ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเหมือนลอยเคว้งคว้างไปในทะเลหมอกสีม่วงดำที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
“ถ้าฉันรอดไปได้... ฉันจะเลิกทำวิทยานิพนธ์บ้า ๆ นี่แล้วไปเปิดร้านอาหารตามสั่งดีกว่า! อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งเครียดเื่สมการความคงตัวอะไรนั่น!” แต่ความตั้งใจสุดท้ายก็ถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว ...
ราวกับถูกอัดลงในกล่องที่เล็กเกินขนาด ความรู้สึกถูกบีบอัดนั้นคลายตัวลงอย่างกะทันหัน ทุกอย่างกลับมานิ่งสนิท ไร้แสง ไร้เสียง ไร้ัั และเธอก็จมลงสู่ความว่างเปล่าเย็นเยียบ ที่ไม่มีแม้แต่ความคิดให้หลงเหลือ
ท้อง! และแม่สามีตัวตึง
เสียงอื้ออึงดังคล้ายคลื่นทะเลสาดซัดเข้าหู ซูอันอัน ในร่างใหม่ ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง ลมหายใจติดขัด ราวกับถูกก้อนหินกดทับบนอก เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่สายตาพร่ามัวไปหมด ทว่าโลกตรงหน้านั้นไม่ใช่ห้องพักเล็ก ๆ ในหอพักนักศึกษาอีกต่อไป
หลินอันอันในร่างของซูอันอัน รู้สึกเหมือนมีผีมานั่งทับอยู่บนอกนานกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ แต่กลิ่นสมุนไพรและดินชื้น ๆ ก็ตีเข้าจมูกจนอยากจะจาม
เธอลืมตาขึ้นอีกครั้งและพยายามมองสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด นี่ไม่ใช่แค่โบราณธรรมดา แต่เป็โบราณแบบ ยากจนขั้นสุด เพดานมุงหญ้าฟาง ผนังบ้านเป็ ดินเก่า ๆ และมีกลิ่นยาจีนลอยอบอวลอยู่รอบกาย
เธอเห็นว่าผนังทำจากดินเหนียวที่ไม่เรียบเนียน มีร่องรอยแตกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บอกว่าบ้านนี้คงสร้างมานานมากแล้ว แสงสว่างเข้ามาเพียงน้อยนิดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ
ที่ไม่มีกระจก มีเพียงผ้าโปร่งเก่า ๆ ปิดไว้พอเป็พิธี
หลินอันอัน เบิกตากว้าง “ตายแล้ว! อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมาสู่ สมัยโบราณ! นี่มันมุกตลกที่บัดซบที่สุดในชีวิตแล้ว! อย่างน้อยควรจะเป็ลูกสาวขุนนางใหญ่ที่พอจะมีเงินซื้อ ชาไข่มุก กินได้สิ!”
“นางฟื้นแล้ว ๆ! รีบไปเรียกหมอเร็วเข้า!” เสียงผู้หญิงสูงวัยดังขึ้นอย่างตื่นตระหนกปนดีใจ
ซูอันอัน หันมองรอบตัวด้วยความงุนงง “ที่นี่...ที่ไหนกัน?” เสียงเธอแหบพร่าผิดปกติ พลัน ความทรงจำแปลกประหลาดก็ไหลทะลักเข้ามาในสมอง ดุจคลื่นั์ที่ซัดเข้าสู่ฝั่ง ภาพของหญิงสาวชื่อ ซูอันอัน บุตรสาวของตระกูลซู วัยสิบหกปี ถูกคลุมถุงชนมาแต่งงานกับตระกูลเสิ่น...
หญิงวัยกลางคนใบหน้าเคร่งขรึม กอดอกมองลงมาด้วยสายตาเอือมระอาปนโล่งใจ นางคือ หลิวซื่อ มารดาของสามีในนาม
“นี่เรือนตระกูลเสิ่น เ้าคือสะใภ้ข้า ซูอันอัน อย่าทำเป็ไม่รู้จักอีก!”
โอ๊ย!...เพิ่งตื่นมาก็เจอแม่สามีตัวตึงในตำนานเลยหรือนี่? อันอันได้แต่คิดในใจ พลางปรับสีหน้าให้ดูนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่มันไม่ใช่ชีวิตที่ฉันวางแผนไว้เลยสักนิด!
“หมอมาแล้ว!” เสียงะโดังขึ้น หมอเฒ่า ก้าวเข้ามา เขาตรวจชีพจรเธออย่างจริงจัง ก่อนจะยกคิ้วสูง และประกาศเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“ยินดีด้วย! สะใภ้เ้ามีเ้าหนูน้อยในท้อง ครรภ์แข็งแรงยิ่งนัก!”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ... ก่อนเสียงโกลาหลจะะเิขึ้น
“อะไรนะ! นางมีครรภ์!”
“์เมตตา! ตระกูลเสิ่นจะได้หลานผู้สืบทอดแล้ว!”
ซูอันอัน ตะลึงงัน ท้อง...? ราวกับก้อนหินหนักอึ้งถ่วงลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ความจริงข้อใหม่นี้สาดซัดเข้าใส่เธออย่างไม่ปรานี
‘ไม่จริง! ฉันเพิ่งอายุยี่สิบ! จะให้ฉันเลี้ยงเด็กได้อย่างไรกัน! ฉันยังไม่พร้อมจะเป็แม่! นี่มันแจ็คพอตตลกบ้าบอที่สุดในประวัติศาสตร์การทะลุมิติเลยนะ!’
เธอได้แต่ก้มหน้าหลบตา ใบหน้าซีดเผือด มือเท้าเย็นเฉียบ
ความสับสน ความหวาดกลัว ความอัปยศ และความรู้สึกที่ไม่เป็จริงถาโถมเข้าใส่นางอย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่ความฝัน... นี่ไม่ใช่กองถ่าย... นี่ไม่ใช่การลักพาตัว...
นางทะลุมิติมาจริงๆ! และทะลุมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ที่กำลัง... ท้อง!
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้กระแทกสติของนางจนแตกละเอียด
"ไม่จริง!!"
หลินอันอันโพล่งออกมาเสียงดังลั่น นางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างลืมเ็ป ดวงตาเบิกกว้างจ้องเขม็งไปยังคนทั้งสองด้วยแววตาตื่นตระหนกสุดขีด
"ข้า... ข้ายังไม่พร้อม!! พวกท่านพูดเื่อะไรกัน ข้าไม่เข้าใจ!"
ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องกระท่อมดินเล็กๆ นี้ในทันที
ท่านหมอหลี่ชะงักงันไปเล็กน้อย มองนางด้วยความประหลาดใจ ส่วนหลิวซื่อ...
ดวงตาของนางหรี่ลง ใบหน้าที่เคยตึงเครียดอยู่แล้ว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี ไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของนาง
"เ้า... พูดจาเหลวไหลอันใด?" น้ำเสียงของนางกดต่ำจนน่าขนลุก "ตั้งสติของเ้าเสีย! เ้ากำลังจะมีทายาทให้ตระกูลเสิ่น!"
หลิวซื่อ ถึงจะทำเสียงแข็ง แต่แววตากลับแฝงประกายดีใจ "ไม่ต้องพูดอะไร! อย่างไรเสีย เด็กในท้องเ้าคือหลานคนแรกของตระกูลเสิ่น!" ข้างนอก ผู้เฒ่าเสิ่น กับ พ่อสามี เสิ่นกั๋ว ยืนยืดอก หัวเราะอย่างภาคภูมิ "ฮ่า ๆ ๆ หลานคนแรกของตระกูลเสิ่น!...ดี ๆ!"
เธอทำได้เพียงแค่ก้มหน้า พยายามรวบรวมความสงบที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อรับมือกับโลกใหม่ที่
โหดร้ายนี้ วาสนามิอาจผัดผ่อน[1] มันคือประโยคเดียวที่เธอยอมรับได้ในตอนนี้ เมื่อไฟดับจากโลกเก่า เธอก็ถูกส่งมาทำหน้าที่สำคัญในโลกนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
[1] วาสนามิอาจผัดผ่อน : บุญบารมี โชคลาภ หรือผลดีที่ควรจะได้รับนั้น เป็สิ่งที่มาถึงเวลาแล้วย่อมมาแน่นอน แม้จะพยายามผัดวันประกันพรุ่งหรือหลีกเลี่ยงอย่างไร ก็ไม่อาจเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงได้ เปรียบเสมือนเป็เื่ของโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว แม้ว่าการสร้างวาสนาต้องทำด้วยตนเองก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องได้รับผล ก็ไม่อาจเลื่อนได้.
โปรดติดตามตอนต่อไป: บทที่ 2 สามีที่ไม่คุ้นเคยและความจริงที่โหดร้าย
