เช้าวันรุ่งขึ้น ฮวาเจารีบลุกขึ้นมาดูแลถั่วงอกของเธอ
พวกมันงอกเป็หน่อเล็กๆ ยาวๆ แล้ว ต้องรีบเปลี่ยนน้ำ แล้วนำไปใส่ตะกร้า
ฮวาเฉียงเห็นว่าขั้นแรกสำเร็จไปอย่างง่ายดาย ก็เริ่มตั้งความหวังกับขั้นต่อๆ ไป รีบออกไปสานตะกร้า
ส่วนฮวาเจาก็เริ่มออกไปเดินป่าตามปกติ ไปหาโพรงกระรอก หรือไม่ก็ไปเก็บฟืน
เ้าของร่างเดิมี้เีเกินไป ฟืนในบ้านเป็ฮวาเฉียงที่เก็บคนเดียว ปีนี้ร่างกายเขาก็ไม่ค่อยดี เก็บได้น้อย ฟืนที่เผามาถึงตอนนี้ก็เริ่มจะไม่พอใช้แล้ว
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือการแลกเปลี่ยนพลังงาน เพื่อชะล้างไขมันในร่างกายของเธอ
แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ไปที่ริมบ่อน้ำพุร้อน เพราะเธอเห็นว่ามีเด็กหลายคนสะพายตะกร้าเดินไปทางนั้น
เกาลัดที่เธอเอากลับมาเมื่อวาน ได้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ตามเชิงเขาแห่งนี้ ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่แค่ 30 กว่าหลัง ทำให้เด็กๆ ที่ไม่มีอะไรทำออกเดินทางกันไปแล้ว
เธอไม่สนใจ วันนี้แค่เดินเล่นหลังเขาบ้านก็พอ
ูเาลูกนี้ไม่สูง ในนั้นมีแต่ต้นไม้เล็กๆ ที่ไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่ ประโยชน์ที่ได้มากที่สุดก็คือเห็ดใน่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ฟืนในทุกฤดู และบางครั้งก็อาจจะเก็บเห็ดหูหนูหรือเฮเซลนัทได้บ้าง ถ้าอยากได้ของป่าอื่นๆ ก็ต้องเข้าไปลึกกว่านี้อีก
แต่่ที่ผลผลิตยังไม่ออก ก็จะไม่มีอะไรให้เก็บเลย แต่เธอก็ไม่สนใจ เพราะถ้าไม่มีผลผลิต เธอก็สร้างผลผลิตขึ้นมาเองได้!
ฮวาเจาเข้าไปในพุ่มไม้หนาๆ อีกครั้ง ขุดหลุม แล้วก็ฝังเมล็ดพันธุ์
ครั้งนี้เธอปลูกเมล็ดพริก
เมื่อเวลาผ่านไป พริกสีแดงสดก็ห้อยเต็มกิ่ง
แต่ฮวาเจายังไม่เก็บ เธอตั้งสมาธิจ้องผลพริกเ่าั้ แล้วพยายามสื่อสารกับพวกมัน "บอกมาสิ ว่าใคร ไม่เผ็ดที่สุด?"
.....
เธอเป็คนที่ชอบกินเผ็ดมาก ในอดีตถ้าไม่มีพริกก็แทบจะอยู่ไม่ได้ แต่พอกินเยอะๆ แล้วหน้าจะเป็สิว แถมยังท้องเสียอีกด้วย เป็ความทรมานที่เ็ปและน่าหนักใจ
แต่ตอนนี้ดีแล้ว เธอจะลงมือเอง ปรับปรุงให้พริกมีกลิ่นหอมแต่ไม่เผ็ด
เธอชอบกลิ่นเฉพาะของพริก แต่ไม่ชอบความรู้สึกแสบร้อนที่ปากและท้อง
ผลสีแดงสดสั่นเล็กน้อย มีข้อมูลส่งกลับมา แต่เบาบางและสับสน
ฮวาเจาวิเคราะห์อยู่นาน แล้วก็ตัดสินใจเลือกผลหนึ่ง เด็ดมาชิม ก็ยังเผ็ดอยู่
แต่เธอก็ยังเลือกเมล็ดพันธุ์จากผลนั้นมาหนึ่งเมล็ด แล้วก็ปลูกลงไป
เมื่อผ่านการแลกเปลี่ยนพลังงานไปอีกครั้ง ผลที่สุกงอมก็ห้อยเต็มกิ่ง
"บอกมาสิ ว่าใคร ไม่เผ็ดที่สุด"
......
ผ่านไปยี่สิบครั้ง
ฮวาเจาเด็ดพริกมาหนึ่งผล
สถานะที่เธอหยุดทุกครั้ง คือ่ที่พริกสุกงอมตามธรรมชาติและแห้งแล้ว
หอมกรอบเต็มปากด้วยกลิ่นพริก เหมือนพริกทอดกรอบธรรมชาติ มีแต่กลิ่นหอม ไม่มีอาการแสบร้อนที่ปาก
"สมบูรณ์แบบ~" นี่คือผลลัพธ์ที่เธอ้า
ฮวาเจารีบเก็บพริกทั้งหมดนี้ ได้เมล็ดพันธุ์มาครึ่งกิโลกรัม
เมล็ดเหล่านี้จะเอาไปปลูกในสวนที่บ้าน ต่อไปเธอจะได้หยิบออกมาใช้ได้อย่างเปิดเผย
เมื่อเก็บเกี่ยวพริกไปแล้ว เธอก็ปลูกเมล็ดพริกอีกชนิดหนึ่ง
เมื่อกี้ เธอได้ถามคำถามเดียวกันว่า ใครเผ็ดที่สุด?
ดูเหมือนว่าการปรับปรุงพันธุ์โดยธรรมชาติ 20 รอบจะยังไม่พอ เธอจึงเพิ่มไปอีก 30 รอบ
ในที่สุด 50 รอบของการปรับปรุงพันธุ์รุ่นต่อรุ่น เธอก็ได้สิ่งที่้ามา นั่นก็คืออาวุธพริก
สุดยอดไปเลย แค่ได้กลิ่นก็ทำให้เธอไอไม่หยุด เธอเอามือปิดปากปิดจมูกแล้วบดพริกหนึ่งผล มือก็ปวดขึ้นมาทันที แถมยังบวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นพลังงานเย็นๆ ก็ไหลลงไปที่นิ้ว รอยบวมแดงก็หายไป
"ฮ่าฮ่า!" ฮวาเจาดีใจที่ได้เก็บผลพวกนี้มาทั้งหมด ห่อด้วยผ้า แล้วก็ขยี้ให้เป็ผง
"โหดร้ายไปหน่อยไหม?" เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่ไอปนไปด้วย ว่าผงพริกที่ผสมกับน้ำออกมา จะทำให้คนตาบอดได้เลยหรือเปล่า?
ช่างเถอะๆ ในเมื่อทำมาแล้ว จะให้ทิ้งก็ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเธอเสียแรงเปล่าเหรอ?
ใกล้เที่ยง ฮวาเจาสะพายตะกร้าฟืนกลับบ้าน
แต่พอเดินเข้าประตูบ้านก็เห็นคนที่ทำให้เธอแปลกใจ
"ทำไมมาอีกแล้ว?" ฮวาเจาแย่งเสียมจากมือเขามา ถามด้วยความขมวดคิ้ว
หวังจื้อหยงมองมาที่เธอ แล้วก็ถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยสีหน้าขยะแขยง
ตัวของฮวาเจาเหม็นอีกแล้ว
"เห็นว่าสวนบ้านเธอยังไม่ได้ปลูกอะไร ก็เลยมาช่วยปลูกให้" เขามองไปทางอื่นแล้วพูด
"อยากมาเอาเปรียบคนในบ้านฉันอีกคนแล้วเหรอ ที่นี่ไม่ต้อนรับ รีบไปซะ" ฮวาเจาไล่คน
หวังจื้อหยงโกรธขึ้นมาทันที ไม่เคยเห็นคนอกตัญญูแบบนี้มาก่อน! ตัวเองสวยเหมือนนางฟ้าก็ว่าไปอย่าง แต่กลับน่าเกลียดจนน่าใ แล้วยังมาทำหยิ่งอีก เป็บ้าไปแล้วหรือไง?
ปู่เธอเลี้ยงเสียคนหมด! ไม่รู้สภาพตัวเองเลย! รอให้เธอเข้ามาในบ้านเขาได้ก่อนเถอะ เขาจะสอนให้เธอรู้จักที่ต่ำที่สูงเอง!
"ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่อยากช่วยเธอทำงาน" หวังจื้อหยงไม่ยอมไป อยากจะสอนเธอให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ก็ต้องหลอกล่อให้เธอเข้ามาในบ้านเขาก่อน
ฮวาเจาเลื่อนสายตามองเขาขึ้นลง ก็พอจะเดาความคิดเขาออก
"ไม่ต้องมาคิดเื่ดีๆ เลยนะ เงินเดือนของปู่ฉันแต่ละเดือนยังไม่พอค่ากินของฉันคนเดียวเลย ไม่ว่าผู้ชายในอนาคตของฉันจะเป็ใคร ก็อย่าคิดว่าจะเอาไปใช้ได้สักแดงเดียว!" เธอพูดออกมา
หวังจื้อหยงกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังก้มหน้าเบะปาก นั่นก็เพราะเธอยังไม่ได้เข้ามาในบ้านเขาต่างหาก พอเข้ามาในบ้านเขาแล้ว เขามีวิธีมากมายที่จะทำให้เธอคายสิ่งที่กินไปออกมาให้ได้!
ฮวาเจาอ่านออกอีกแล้ว
นี่มันก็พวกหัวรั้นที่พูดไม่รู้เื่เสียแล้ว
"ไป๊ๆๆๆๆๆ!" สำหรับผู้ชายที่ตื๊อไม่เลิก เธอก็ไม่มีอารมณ์ดีๆ ให้
ฮวาเจาหยิบเสียมมาฟาดลงที่เท้าของเขา ขุดดินเป็หลุมๆ ดินที่กระเด็นขึ้นมาก็โดนหลังเท้าของหวังจื้อหยงจนเจ็บไปหมด
เขาใ รีบถอยหนีออกจากบ้าน
"ฉัน ฮวาเจา รู้ตัวเองดี ผู้ชายเลิศเลอที่ทำให้เมียตายอย่างเธอ ฉันรับไม่ไหวหรอก! ต่อไปอย่ามาเหยียบเข้ามาในบ้านฉันอีก ไม่ยังงั้น ฉันจะหักขาเธอซะ!" ฮวาเจาโบกเสียมลงไปกับประตูไม้ที่หนาเป็ท่อนแขนจนเละเป็โจ๊ก
ไม้พวกนี้มีอายุแล้ว แถมยังบิดเบี้ยวไม่น่าดู วันนี้ฮวาเจาเก็บไม้ใหม่มาพอดีว่าจะเปลี่ยนประตูอยู่แล้ว
ตอนนี้ก็ถือว่าเป็การใช้ประโยชน์จากของเสียแล้วกัน
เศษไม้ที่กระเด็นขึ้นมากระแทกหน้าของหวังจื้อหยง จนทำให้เกิดรอยเืขึ้นมา
เขาเอามือลูบหน้า จ้องมองฮวาเจาด้วยความขุ่นเคืองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หันหลังเดินจากไป
ฮวาเฉียงเดินเข้ามา ยืนอยู่ข้างๆ ฮวาเจา มองตามหลังเขาไปด้วยสีหน้าที่ไม่ดี "นี่มันคนพาล ต่อไปถ้าหลีกเลี่ยงได้ ก็อย่าไปมีเื่ด้วย"
แต่ฮวาเจาส่ายหน้า พูดด้วยความสงบ "ตอนนี้เรามีสิ่งที่เขา้า เขาก็ต้องหาทางมาทำให้เราขุ่นเคืองอยู่ดี เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก"
"ดังนั้น ถ้าคิดจะหนี ก็ไม่มีทาง! ก็ไม่ต้องหลบแล้ว จะมาแบบไหนก็รับมือกันไป หรือไม่ก็ลงมือก่อน กำจัดมันไปซะ
"สรุปก็คือคำเดียว ลุยเลย!"
ดวงตาที่ขุ่นมัวของฮวาเฉียงก็เปล่งประกายออกมา เขามองฮวาเจา ครั้งแรกที่รู้สึกว่าหลานสาวคนนี้เหมือนเขา ในสายเืก็มีความเหี้ยมโหดของเขาอยู่ด้วย!
แถมไม่ใช่แค่เหี้ยมโหด แต่ยังฉลาดเฉลียวและใจเย็น แถมยังมีความสามารถในการดูคนอีก นี่ทำให้เขาตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า
ต่อให้เขาตายตอนนี้ ต่อให้เธอไม่ได้แต่งงานกับเย่เซิน เขาก็ยังวางใจได้แล้ว
แต่ฮวาเจาไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย เธอรีบเอาเสียมไปปลูกต้นไม้ให้เต็มสวน
เพื่อไม่ให้ใครต่อใครมาสนใจอีก
สองปู่หลานที่กำลังวุ่นวายอยู่ ไม่รู้เลยว่าข้างนอกหมู่บ้านกำลังมีคนเดินทางมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ
