ตอนที่ 1
เกิดใหม่! ขอเปลี่ยนพ่อคนใหม่
ปีหยวนหยูที่สามสิบแปด
ภายในพระราชวังที่อบอวลด้วยกลิ่นธูป ปรากฏร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งยืนอยู่
เด็กน้อยผู้นั้นซูบผอมจนผิวเหลืองนวล ริมฝีปากแห้งแตก เส้นผมพันกันยุ่งเหยิงและสกปรก สวมเพียงเสื้อคลุมตัวบางที่ขาดรุ่งริ่ง ดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้อย่างยิ่ง
นางกำนัลที่อยู่ข้างกายประคองชุดที่หรูหราทว่าดูขนาดใหญ่เกินตัวไปมากไว้ด้วยสองมือ เม็ดเหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก
"หม่อมฉันขอวิงวอนองค์หญิงน้อย โปรดอนุญาตให้บ่าวรับใช้ผู้นี้ช่วยท่านผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์ด้วยเถิดเพคะ"
ซ่งสือฮวนหันไปมองนางกำนัล แววตามืดมนที่คมกริบทำให้นางกำนัลรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงสันหลัง
"ออกไป"
น้ำเสียงนั้นยังคงแหบพร่าอยู่บ้าง ทั้งที่เป็เพียงเด็กวัยสิบขวบ แต่นางกำนัลกลับขาอ่อนแรงและรีบถอยหนีออกไปอย่างลนลาน
ซ่งสือฮวนจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง ยามนี้นางยังมีแขนขาครบถ้วน มือและเท้ายังไม่ถูกตัด ดวงตายังไม่ถูกควักออก นางได้กลับชาติมาเกิดใหม่จริงๆ
เมื่อนึกถึงเื่ราวในชาติก่อน ร่างกายของซ่งสือฮวนก็เริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง
นางคือบุตรสาวสายตรงขององค์รัชทายาทที่ตกหล่นอยู่ภายนอก มีพี่ชายร่วมอุทรสามคน และมีน้องสาวฝาแฝดอีกหนึ่งคน
วันนี้ ก็คือวันที่นางถูกรับตัวกลับมา
ทั้งยังเป็วันครบรอบวันเกิดปีที่สิบของนางและน้องสาว ซ่งซีเหยียน
ที่ต่างกันคือ ซ่งซีเหยียนเป็ดั่งแก้วตาดวงใจของตำหนักตะวันออกมาั้แ่เกิด มีรูปโฉมงดงามดั่งเซียนน้อย น้ำเสียงไพเราะดั่งไข่มุก
ทุกคนในตำหนักตะวันออกต่างตามใจนางทุกอย่าง วันนี้องค์รัชทายาทยังจงใจกราบทูลฮ่องเต้หยวนหยู ให้เรียกเหล่าขุนนางเข้าวังเพื่อร่วมฉลองวันเกิดให้ซ่งซีเหยียน
ทว่าการปรากฏตัวของนาง กลับทำให้งานเลี้ยงฉลองนี้ปั่นป่วนไปหมด
เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน ชามหยกที่ใช้ในพิธีพิสูจน์สายเืถูกพระชายาองค์รัชทายาทปัดจนแตกละเอียด องค์รัชทายาทหน้าถอดสีรีบโอบกอดซ่งซีเหยียนไว้ในอ้อมอก
ฮ่องเต้หยวนหยูเห็นสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ จึงสั่งให้คนพานางมาที่ตำหนักข้างเพื่อผลัดเปลี่ยนชุด
แต่เพราะตลอดสิบปีที่ผ่านมานางกินไม่อิ่มนอนไม่หลับ ร่างกายจึงซูบผอม เสื้อผ้าของซ่งซีเหยียนเมื่อมาอยู่บนร่างของนาง จึงดูประหลาดและน่าขันยิ่งนัก
ในชาติที่แล้ว นางยอมให้นางกำนัลเปลี่ยนชุดของซ่งซีเหยียนให้ แต่กลับถูกพระชายาดุด่าอย่างคลุ้มคลั่ง พร้อมตักเตือนว่าอย่าได้คิดจะแย่งชิงสิ่งใดที่เป็ของซ่งซีเหยียนไป
น่าขำนักที่ตอนนั้นนางกลับคิดว่าเพียงเพราะมีสายเืเดียวกัน หินที่เ็าก็ย่อมถูกทำให้ร้อนได้สักวัน
นางจึงคุกเข่าอ้อนวอนขอให้พวกเขาพานางกลับตำหนักตะวันออก ร้องไห้จนแทบกระอักเื
นางผิดไปอย่างมหันต์
ในตำหนักตะวันออก นางพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจครอบครัวสายเืเดียวกันเหล่านี้ แต่สุดท้ายกลับถูกทรมานจนตาย และตายอย่างไม่เหลือร่างที่สมบูรณ์
น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ ์ประทานโอกาสให้นางได้มีชีวิตใหม่
ชาตินี้ นางจะไม่มีวันก้าวลงไปในเส้นทางเดิมเด็ดขาด
......
ภายในตำหนักหลัก
การปรากฏตัวของซ่งสือฮวนทำให้คนทั้งตำหนักเงียบกริบลง
"เหตุใดจึงไม่เปลี่ยนชุด? เ้าตั้งใจจะทำให้หน้าตาของราชวงศ์ต้องขายหน้าหรือ?"
องค์รัชทายาทขมวดคิ้วแน่น สีหน้าบึ้งตึงยิ่งนัก สิ่งที่ดูไม่ได้เช่นนี้ ตำหนักตะวันออกจะมีรอยด่างพร้อยเช่นนี้ไม่ได้
"เสื้อผ้าใหญ่เกินไป หม่อมฉันสวมไม่ได้เพคะ"
"เสื้อผ้าของซีเหยียนใช่สิ่งที่เ้าจะแตะต้องได้หรือ!" พระชายามีท่าทีตื่นตระหนก
"หากตอนนั้นข้าคลอดเพียงซีเหยียนคนเดียว ร่างกายก็คงไม่ทรุดโทรมจนต้องล้มป่วยมาหลายปีเช่นนี้ เ้ามันตัวกาลกิณี!"
เหล่าขุนนางเบื้องล่างต่างพากันมองซ่งสือฮวนด้วยสายตาที่หลากหลาย ทั้งสำรวจ ไม่ชอบใจ หรือเวทนา... แต่ซ่งสือฮวนกลับไม่รู้สึกรู้สา แววตาของนางนิ่งสงบดั่งบ่อน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
"เสด็จพ่อ ลูกมิได้ไร้น้ำใจ เพียงแต่เกรงว่าดวงชะตาของเด็กคนนี้จะขัดกับตำหนักตะวันออก ยิ่งไม่ควรให้ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักเด็ดขาด"
องค์รัชทายาทกล่าวสำทับตามคำพูดของพระชายาด้วยน้ำเสียงวิงวอน
เขาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้หยวนหยู คนอื่นๆ ในตำหนักตะวันออกเห็นดังนั้นก็คุกเข่าลงตาม
บุตรชายคนโตที่อยู่ข้างกายองค์รัชทายาทมองด้วยสายตาไม่เป็มิตร พร้อมกุมมือซ่งซีเหยียนไว้แน่น "เสด็จปู่ แม้เืสองหยดจะรวมเป็หนึ่ง แต่นางเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมาสิบปี ไม่รู้ว่าติดนิสัยเลวร้ายใดมาบ้าง สู้ส่งไปอยู่ที่วัดหวงเจวียจะมั่นใจกว่าพ่ะย่ะค่ะ"
วัดหวงเจวีย คือสถานที่สำหรับคุมขังเชื้อพระวงศ์ที่กระทำความผิด
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงัดจนน่าอึดอัด
ฮ่องเต้หยวนหยูอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ซ่งสือฮวน เด็กน้อยตัวเล็กราวกับลูกแมว ยืนนิ่งไร้ความรู้สึก ั้แ่เข้ามาในตำหนักเพิ่งจะเปิดปากพูดเพียงประโยคเดียว
หรือว่าจะเป็เด็กปัญญาอ่อน?
"เหตุใดจึงไม่พูดแก้ต่างให้ตนเองบ้าง?"
ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นว่า ท่าทีขององค์รัชทายาทและพระชายาเมื่อครู่ ร่างเล็กตรงหน้ากลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่มีการร้องไห้ และไม่มีการเสียสติ
ราวกับว่าคนที่ถูกรังเกียจนั้นมิใช่นาง
ซ่งสือฮวนแค่นหัวเราะในใจ คนภายนอกไม่มีทางรู้ว่านางรังเกียจตำหนักตะวันออกมากกว่านั้นเป็พันเท่า
"หม่อมฉันไม่อยากย้ายเข้าตำหนักตะวันออกเพคะ"
คำพูดของซ่งสือฮวนเปรียบเสมือนหินั์ที่ทุ่มลงกลางน้ำ จนเกิดแรงกระเพื่อมไปทั่ว
ฮ่องเต้หยวนหยู่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คาดคิดว่าซ่งสือฮวนจะกล่าวเช่นนี้
ด้านองค์รัชทายาทและพระชายาสีหน้าพลันถอดสี คำพูดนี้ไม่ต่างจากการตบหน้าตำหนักตะวันออก!
ซ่งสือฮวนเงยหน้ามองฮ่องเต้หยวนหยู "สุภาพชนย่อมไม่แย่งชิงของรักของผู้อื่น และไม่บังคับใจใคร หม่อมฉันไม่อยากทำลายดวงชะตาของตำหนักตะวันออกเพคะ"
"เ้าเคยอ่านตำรามาหรือ?"
ฮ่องเต้หยวนหยูอดไม่ได้ที่จะยืดตัวตรง
ซ่งสือฮวนมิใช่เพียงแค่เคยอ่าน!
ในชาติก่อน นางต้องช่วยพี่ชายทั้งสามร่างฎีกาและบทความกี่ครั้ง ช่วยซ่งซีเหยียนเขียนบทกวีกี่บท องค์รัชทายาทและพระชายาคงไม่กล้านับจำนวน
นางเกิดใหม่มา พร้อมกับความรู้เื่ในอดีตของฮ่องเต้หยวนหยู
ในชาติก่อน องค์รัชทายาทมองบทความที่นางเขียนด้วยสายตาซับซ้อน และสั่งอย่างเด็ดขาดห้ามมิให้ฮ่องเต้หยวนหยูร่วงรู้ว่านางมีความรู้ความสามารถขณะเร่ร่อนอยู่ภายนอก
วันนี้ ตำหนักตะวันออกคงไม่สมปรารถนาเหมือนดั่งชาติก่อนเสียแล้ว
"เคยอ่านเพคะ ยามที่อยู่ข้างนอกแล้วไม่มีข้าวตกถึงท้อง หม่อมฉันจะปีนกำแพงสำนักศึกษาเพื่อแอบฟังท่านอาจารย์สอน เมื่อฟังจนเพลินก็จะลืมความหิวไปเองเพคะ"
สิ้นคำกล่าว แววตาที่ฮ่องเต้หยวนหยูมองซ่งสือฮวนก็เปลี่ยนไปทันที เช่นเดียวกับเหล่าขุนนางเก่าแก่ที่รู้เื่ราวในอดีตของฮ่องเต้ ต่างก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
ครานี้ ตำหนักตะวันออกเกรงว่าจะสูญเสียอัญมณีล้ำค่าไปเสียแล้ว
ปีนี้ฮ่องเต้หยวนหยูมีพระชนมายุหกสิบสองพรรษา พระองค์ทรงเริ่มมาจากสามัญชนผู้สร้างแผ่นดิน ในยามที่อดีตขัดสนจนไม่มีอะไรจะกิน พระองค์ก็ทรงขวนขวายเล่าเรียนมาเช่นนี้
เพราะเคยลำบากมาก่อน พระองค์จึงมีเมตตาต่อลูกหลานอย่างยิ่ง เหล่าองค์ชายต่างได้รับแต่งตั้งเป็อ๋องและมีที่ดินในั้แ่เนิ่นๆ
วันนี้เมื่อเห็นตำหนักตะวันออกปฏิบัติกับซ่งสือฮวนเช่นนี้ ในใจของฮ่องเต้หยวนหยูจึงมีความไม่พอใจเกิดขึ้น
"เด็กดี สิบปีมานี้เ้าลำบากข้างนอกมามากแล้ว" ฮ่องเต้หยวนหยูกวักมือเรียก น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น "มาเถิด มาหาปู่ตรงนี้"
"ทูลเสด็จปู่ หลายปีมานี้หลานต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอก มิได้ปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่าน ในใจหลานรู้สึกผิดยิ่งนัก" ซ่งสือฮวนคุกเข่าลงบนพื้น สีหน้าจริงจัง
"ขอเสด็จปู่โปรดประทานอภัยในความไม่กตัญญูของหลานด้วยเพคะ"
เมื่อฮ่องเต้หยวนหยูได้ฟัง ถึงกับทรงลุกขึ้นเดินไปพยุงซ่งสือฮวนด้วยพระองค์เอง โดยไม่สนใจเหล่าสมาชิกตำหนักตะวันอยู่ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น
"เรารู้ เป็ราชวงศ์เองที่ติดค้างเ้า"
ฮ่องเต้หยวนหยูรู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก องค์รัชทายาทและพระชายากล่าววาจาร้ายกาจใส่เด็กคนนี้ แต่เด็กคนนี้กลับไม่มีวี่แววของความโกรธแค้นในดวงตาเลย ชัดเจนว่าเป็เด็กที่มีจิตใจบริสุทธิ์และดีงามยิ่ง
เด็กคนนี้ช่างเหมือนพระองค์นัก!
ไม่เสียแรงที่เป็ลูกหลานของเขา!
ในใจของฮ่องเต้หยวนหยูเริ่มเอนเอียง ทรงกุมมือซ่งสือฮวนไว้ "เ้า้าสิ่งใด ปู่จะให้พรเ้าหนึ่งข้อ"
ซ่งซีเหยียนที่คุกเข่าอยู่เริ่มเก็บสีหน้าไม่อยู่ เด็กป่าคนนี้คู่ควรจะเป็พี่สาวของนางหรือ? หากนางคิดจะพึ่งพาตำหนักตะวันออกล่ะก็ นางจะหาวิธีทรมานเด็กคนนี้ให้สาสม!
ภายใต้สายตาของทุกคน ซ่งสือฮวนคุกเข่าลงอีกครั้งและโขกศีรษะให้ฮ่องเต้หยวนหยู นางไม่อยากเข้าตำหนักตะวันออก และไม่อยากเข้าวัดหวงเจวีย
น้ำเสียงของซ่งสือฮวนไม่รีบร้อน แต่กลับหนักแน่นมั่นคง
"ขอเสด็จปู่โปรดประทานอนุญาตให้หลาน... เปลี่ยนบิดาใหม่เพคะ"
