"คุณหนูให้บ่าวนั่งด้านล่างเถอะนะเ้าคะ"
แม้ไม่อยากขัดคำสั่ง แต่เสี่ยวโหรวถูกอบรมมาดีรู้ที่ต่ำที่สูงจึงได้แต่ห่วงพะวงกลัวใครจะเข้ามาเจอสถานการณ์เช่นนี้
"ถ้าเ้าต่อต้านข้าอีก ข้าจะหลับแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย!"
จินเยว่ขู่ฟ่อ ๆ ทำเอาคนถูกขู่กลัวจนส่ายหน้าไม่กล้าดื้อรั้นอีกต่อไป
"ดีมาก เ้านี่ก็หน้าตาน่ารักดีเหมือนกันนะ ถ้าให้เดา เราสองคนน่าจะอายุห่างกันไม่เยอะ"
ในยุคปัจจุบันหลันจินเยว่อายุยี่สิบสามปีพอดี ส่วนเสี่ยวโหรวถูกตระกูลเฟิงรับมาเลี้ยงตอนนางอายุห้าขวบ ให้เป็เพื่อนเล่นกับเฟิงเยว่ซินที่โตกว่าสองปี
"เ้าค่ะ ปีนี้ข้าครบสิบเจ็ดปีพอดี"
หากนางผู้นี้อายุเพียงแค่นี้ คุณหนูของนางจะอายุเท่าไรกันนะ
"แล้วข้าล่ะ ปีนี้ข้าอายุเท่าไหร่?"
เสี่ยวโหรวคิ้วขมวดอีกครั้ง เมื่อไรคุณหนูจะกลับมาเป็คุณหนูที่จดจำทุกอย่างได้กัน
"คุณหนูอายุสิบเก้าเ้าค่ะ"
"อ้อ สิบเก้าเองเหรอ"
ดวงตาคู่สวยกวาดสายตาเพื่อมองหาคันฉ่องภายในห้อง จินเยว่อยากรู้ว่าตอนนี้นางหน้าตาเป็เช่นไร
พึ่บ!
ทันทีที่มองเห็นสิ่งที่้าหลันจินเยว่รีบลุกขึ้นก้าวตรงดิ่งมายังคันฉ่องที่เคลือบด้วยทองเหลือง
"เหมือนในซีรีส์เลยกระจกพวกนี้มองยังไงก็ไม่ชัดแจ๋วเหมือนโลกเราเลย"
แม้จะสะท้อนภาพคนที่ส่องกลับมาเหมือนกระจกเงายุคปัจจุบัน ทว่าความคมชัดกลับมีเพียงเจ็ดในสิบส่วนของกระจกเงาที่ตนเคยส่อง
สตรีนางหนึ่งเครื่องหน้ารูปไข่แลดูสวยสะดุดตา คิ้วสีดำดกหนาราวขนนก จมูกโด่งงองุ้มปลายเล็กน้อยบ่งบอกความดื้อรั้นในตัว ริมฝีปากหยักสวย ดวงตาสีดำเช่นเดียวกับผมที่ปล่อยยาวสยายถึงสะโพก
"คุณหนูพึมพำอะไรรึเ้าคะ"
เสี่ยวโหรวได้ยินทุกอย่างแต่นางกลับไม่เข้าใจในบางคำศัพท์ที่ไม่คุ้นหู
"ไม่มีอะไร คุณหนูเ้าก็สวยใช้ได้เลยนะ"
คุณหนูเ้า?
ทำไมคุณหนูยังพูดจาแปลกประหลาดราวกับว่าไม่ใช่เ้าของร่างนี้
"ทำไมมองข้าแบบนั้นล่ะ"
ครั้นหันมาสบตาสาวใช้ข้างกายจึงเห็นว่าเสี่ยวโหรวมองตนด้วยแววตาประหลาดใจ
"บ่าว... คือบ่าว"
"ช่างเถอะ ๆ ต่อไปข้าจะเริ่มถามคำถามเ้าเพื่อฟื้นความทรงจำแล้วนะ อาจจะจุกจิกหน่อย แต่เพื่อความทรงจำที่หายไป เ้ายินดีช่วยข้าใช่ไหม?"
หลันจินเยว่กะพริบตาปริบ ๆ เหมือนที่เคยใช้อ้อนศาสตราจารย์ในโลกของนาง ทำเอาเสี่ยวโหรวที่เพิ่งเคยเจอท่าทางแบบนี้ที่ออกมาจากคุณหนูของนางครั้งแรกเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อสายตา
"นี่คุณหนูไปจดจำสายตาของคนในหอคณิกามาั้แ่เมื่อใดเ้าคะ"
สาวใช้ผู้จิ้มลิ้มรีบหันหน้าหันหลังมองไปยังประตูว่ามีใครผ่านมาเห็นกริยาเช่นเมื่อครู่หรือเปล่า
นี่มันยุคโบราณ สตรีทุกนางล้วนสำรวมท่าทาง ไม่มีสตรีนางไหนที่จะส่งสายตาหวานเพื่อออดอ้อนโปรยเสน่ห์อย่างที่หลันจินเยว่ทำ
นอกเสียจาก เหล่าสตรีที่ทำงานที่หอคณิกา แหล่งรวมความเริงรมย์ให้กับบุรุษเพศ
"หอคณิกา ข้าเคยไปที่แบบนั้นด้วยเหรอ?"
ว้าว! เฟิงเยว่ซินผู้นี้ไม่ธรรมดานะเนี่ย หอคณิกาเป็ที่แบบไหนทำไมนางจะไม่รู้
"คุณหนูจะเคยไปสถานที่แบบนั้นได้อย่างไร ห้ามคุณหนูแพร่งพรายให้ผู้อื่นได้ยินเด็ดขาดนะเ้าคะ"
เสี่ยวโหรวรีบกำชับนายหญิงด้วยความเป็ห่วง
"งั้นข้าเริ่มคำถามเลยแล้วกัน"
หลันจินเยว่เริ่มเรียบเรียงสิ่งที่อยากรู้ไว้ในหัว จากนั้นก็เริ่มถามคำถามทีละคำถาม
"ข้อแรก ข้าไม่มีพันธะกับชายใดใช่หรือไม่"
"ใช่เ้าค่ะ นายท่านยังไม่ทันได้เรียกใช้เหล่าแม่สื่อตรวจดวฃชะตาก็เกิดเื่ขึ้นเสียก่อน"
นึกถึงแล้วก็หดหู่กับชะตานายหญิงของตนยิ่งนัก
"งั้นก็ถือเป็เื่ดี ข้อสอง..."
จินเยว่ทำท่าครุ่นคิดจะถามอะไรต่อดีจนบังเกิดสิ่งที่อยากรู้ขึ้น
"ทำไมข้ากับเ้าถึงอยู่ในคุกแค่สองคน พี่สาวข้าอยู่ที่ไหน หรือว่า..."
"ไม่ใช่อย่างที่คุณหนูคิดนะเ้าคะ คุณหนูใหญ่เดิมทีเป็คนสนิทขององค์หญิงสามอยู่แล้ว พระองค์จึงใช้อำนาจขององค์หญิงพาตัวคุณหนูใหญ่ไปอยู่ที่ตำหนักในเ้าค่ะ"
หึ! หนีเอาตัวรอดคนเดียวสิไม่ว่า
แต่ก็อย่างว่า เฟิงเยว่ซินเป็เพียงบุตรีของอนุภรรยา ใครจะยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงกับลูกกบฎแถมเป็ลูกเมียรองเช่นนี้
"เอาตัวรอดเป็ยอดคน"
"เ้าคะ?"
"งั้นคำถามต่อไป"
"คุณหนูยังมีคำถามอีกหรือเ้าคะ"
นี่เป็เื่ราวพื้น ๆ ของนางอยู่แล้ว ถ้าหากแค่นี้ยังจำไม่ได้ เกรงว่าคืนนี้ทั้งคืนคงมีคำถามเป็ร้อยเป็พันให้เสี่ยวโหรวคนนี้ตอบเป็แน่
"คำถามสุดท้ายแล้ว"
ได้ยินเช่นนี้ค่อยสบายใจหน่อย
"ที่นี่ที่ไหนเหรอ?"
รู้แค่ว่าตื่นขึ้นมาอีกที จากคุกมืด ๆ กลายเป็ห้องหับที่กว้างขวางสะอาดสะอ้าน ตกแต่งสวยงามไปเสียแล้ว
"นี่คือจวนเหมยฮัวของท่านตงเปียนอ๋องเฟยหลงเ้าค่ะ"
จวนเหมยฮัว?
เหมยฮัวที่แปลว่าดอกบ๊วยหรือเปล่านะ
"จะว่าไปแล้ว ข้ายังไม่เคยเจอท่านอ๋องที่ว่าเลย เ้าพาข้าไปเจอหน่อยได้ไหม"
เสี่ยวโหรวรีบส่ายหัวทันที
"ท่านอ๋องใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบได้นะเ้าคะ ยิ่งบ่าวเป็เหมือนฝุ่นละออง ไม่มีอำนาจพาคุณหนูเข้าพบได้หรอกเ้าค่ะ"
"แต่พวกเราอยู่ที่จวนของท่านอ๋องแล้วนี่ แค่แอบดูห่าง ๆ คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง"
แววตาจินเยว่บ่งบอกว่านางอยากเจอหน้าคนผู้นี้มาก ความตื่นเต้น ความลุ้นต่าง ๆ นานา แสดงออกมาชัดจนเสี่ยวโหรวทำใจลำบาก
"นะ ๆ โหรวโหรว เ้าใจดีกับข้าที่สุดไม่ใช่หรือไง"
หลันจินเยว่ใช้น้ำเสียงออดอ้อนแถมเป็น้ำเสียงที่เฟิงเยว่ซินตัวจริงเคยแสดงออกทำให้สาวใช้อย่างเสี่ยวโหรวยิ้มออกมาพร้อมในใจที่คิดว่าอีกไม่นานความทรงจำคุณหนูต้องกลับมาแน่
"บ่าวเองก็เพิ่งจะเข้ามาเยือนที่นี่ครั้งแรก แต่ตอนที่เข้ามาพอจะเดาทางได้อยู่บ้างว่าส่วนไหนที่ท่านอ๋องน่าจะประทับอยู่"
"งั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว เรารีบไปแอบดูท่านอ๋องกัน"
"ค...คุณหนู! รอก่อนสิเ้าคะ"
เฮอ... ทำไมคุณหนูที่เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ถึงได้กลายเป็แก่นแก้วดูต่างจากเมื่อก่อนคนละโยชน์เช่นนี้
