เมื่อได้ยินจุนห่าวพูดว่าจะไป จุนเช่อและจุนฟานต่างก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อเขา ทว่าพวกเขากลับไม่ได้เหนี่ยวรั้งจุนห่าวเอาไว้เลย เพราะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทุกคนต่างมีเส้นทางของตนเอง อย่างไรสักวันก็ต้องแยกจากกันไม่ช้าก็เร็ว เพียง่เวลาสั้น ๆ ที่ได้อยู่ร่วมกัน พวกเขาก็พอใจแล้ว จุนเช่อกับจุนฟานรู้ว่า จุนห่าวและหานรุ่ยเป็คนที่เก่งกล้าสามารถ หมู่บ้านบนูเาที่เงียบสงบแห่งนี้มิใช่ที่ของพวกเขา ที่นี่เป็เพียงที่พักพิงใน่เวลาที่พวกเขาอ่อนแอเท่านั้น บัดนี้พวกเขากลับมาแข็งแกร่งดั่งเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นการออกไปจากที่นี่จึงเป็เื่ที่หนีไม่พ้น พวกเขาควรออกไปท่องโลกที่ยิ่งกว้างใหญ่ เพื่อทำความฝันที่ทะเยอทะยานของพวกเขาให้เป็จริง
สำหรับคำถามสุดท้ายของจุนห่าวว่า ‘จะอยู่หรือไปกับเขา’ จุนเช่อและจุนฟานคิดไตร่ตรอง การอยู่ที่นี่ย่อมได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทุกวันทำนา และพอมีเวลาว่างก็เข้าป่าไปล่าสัตว์ ใช้ชีวิตดั่งเมฆที่ลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้าอย่างอิสระ แต่ทว่าการบำเพ็ญเพียรของที่นี่มีข้อจำกัด หากจะกลายเป็ผู้ฝึกปราณระดับสูงก็คงเป็ไม่ได้ หากคิดจะเดินบนเส้นทางของการบำเพ็ญเพียรให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น ก็จะต้องไปจากที่นี่ อีกทั้งจุนห่าวยังเป็เย้าซือ เขามียาิญญาในเป็จำนวนมาก การที่จะมียามากมายเหล่านี้อยู่ในมือได้ พวกเขาต้องตรากตรําอย่างหนักถึงจะได้มา แต่สำหรับจุนห่าว เขากลับได้ยามาอย่างง่ายดาย เพราะเหตุนี้ พวกเขาจึงคิดแต่จะพึ่งพาจุนห่าว ทำให้พวกเขาสูญเสียความกระตือรือร้นในการบำเพ็ญเพียรไป ซึ่งเป็เื่ที่สำคัญที่สุดของนักพรต โดยเื่นี้อาจจะเป็ภัยต่อเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของพวกเขา จนถึงขั้นที่อาจตัดเส้นทางในการบำเพ็ญเพียรไปเลยก็เป็ได้ พอคิดถึงตรงนี้ จุนเช่อและจุนฟานก็ตัดสินใจได้แล้ว
จุนฟานหันไปมองทางจางหนิง นี่คือเื่ของเขาและจางหนิง เขาไม่อาจตัดสินใจด้วยตัวคนเดียวได้ จางหนิงมองเห็นสายตาที่แฝงไปด้วยคำถามของจุนฟาน เขาพยักหน้าให้จุนฟาน ซึ่งความหมายว่า เขาสนับสนุนการตัดสินใจของจุนฟาน ไม่ว่าจุนฟานจะตัดสินใจอย่างไร เขาก็จะอยู่เคียงข้างกับจุนฟานอยู่แล้ว
เมื่อจุนฟานได้รับการสนับสนุนจากจางหนิง เขาจึงกล่าวกับจุนห่าวอย่างจริงจังว่า “จากที่ข้าได้ไตร่ตรองมาอย่างลึกซึ้งและละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ข้าตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ ข้า้าใช้เวลากับจางหนิงในหมู่บ้านที่อยู่บนูเาสูงและเงียบสงบแห่งนี้ ข้าจะใช้ประโยชน์จากยาที่น้องสี่มอบให้ในการบำเพ็ญเพียรให้ดียิ่งขึ้น เมื่อระดับพลังปราณเพิ่มพูนแล้ว ข้าและจางหนิงก็จะไปจากที่นี่ เพื่อไปท่องยุทธภพต่อไป” จุนฟานยิ้มและพูดต่อว่า “ไม่แน่ว่า ข้าอาจจะมีกิจการที่เกี่ยวกับการท่องยุทธภพก็ได้ ต่อให้ไม่มี ข้าก็คงได้ความรู้เพิ่มขึ้น และคงจะมั่งคั่งร่ำรวยกว่านี้ด้วย” จากนั้นเขาก็เอ่ยต่อ พลางมองไปทางจุนห่าวและหานรุ่ยว่า “ไม่แน่ว่า สักวันเราคงได้พบน้องสี่และน้องสะใภ้อีก เมื่อถึงตอนนั้นพวกเ้าจะต้องมีกิจการเป็ของตนเองจากการออกไปท่องยุทธภพแล้วเป็แน่ หากตอนนั้นข้ายังไม่เป็โล้เป็พาย พวกเ้าโปรดรับเลี้ยงดูข้าและจางหนิงด้วยนะ อย่างน้อยให้พวกเราช่วยพวกเ้าทำงานจิปาถะนิด ๆ หน่อย ๆ เราก็ยินดี”
“ใช่ไหม เสี่ยวหนิง?” จุนฟานจ้องไปที่จางหนิงเขม็ง พลางเอ่ยถาม
จางหนิงไม่คิดว่า จู่ ๆ จุนฟานจะโยนปัญหามาให้เขา เขาจึงเอ่ยตอบว่า “ใช่แล้วล่ะ ถึงตอนนั้นน้องสี่และน้องสะใภ้คงจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว การได้ทำงานจิปาถะให้ผู้ยิ่งใหญ่ก็ถือว่าเป็เกียรติมากแล้ว”
พอได้ฟังคำพูดของจางหนิง จุนห่าวก็หัวเราะพลางพูดติดตลกว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าขอยืมคำศิริมงคลของพี่สะใภ้สามแล้วกัน หากข้ากลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจริง ๆ ข้าคงขอให้พวกท่านทั้งสองมาดำรงตำแหน่งผู้ติดตามข้างกายแล้วกันนะ”
เมื่อได้ฟังเื่ตลกของจุนห่าวและจางหนิง ทุกคนต่างหัวเราะกันยกใหญ่ ช่วยคลายความเศร้าเื่การจากลาไปได้ครู่หนึ่ง
“ข้าก็จะอยู่ที่นี่ เพราะข้ายังมีเื่ที่ต้องสะสางอีกนิดหน่อย หากยังแก้เื่นี้ไม่ได้ ข้าก็คงจะยังไม่ไปจากเมืองอวี้หวา รอให้สะสางเื่นี้ได้สำเร็จก่อน ข้าถึงจะออกไปจากเมืองอวี้หวากับพวกเ้า เพื่อไปท่องโลกที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่า ข้าจะไม่หยุดอยู่แค่ที่นี่แน่” จุนเช่อพูดถึงการตัดสินใจของตนเอง พอเห็นจุนฟานและจุนห่านได้แต่งงานและใช้ชีวิตไปด้วยความรัก จุนเช่อก็นึกอิจฉาอยู่บ้าง เขาคิดว่า... เขาควรจะเริ่มลงมือบ้างได้แล้ว ก่อนหน้านี้เขารู้สึกอยู่เสมอว่า เขาไม่อาจมอบความสุขให้แก่เขาคนนั้นได้ จึงลังเลอยู่ตลอด แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้ว ลูกผู้ชายจะต้องมีจิตใจเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ หากมัวแต่กลัวหัวหดนั้น หาใช่ลูกผู้ชายไม่ ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเป็ฝ่ายเริ่ม จุนเช่อจะใช้ความพยายามทั้งหมด เพื่อตามจีบเขาและคว้าความสุขให้กับตนเอง แทนที่จะแค่คอยมองดูน้องชายทั้งสองที่ได้อยู่ครองคู่กับคนรักไปตลอดชีวิตดั่งนกยวนยาง หากมีความรักเช่นนี้ ก็คงประเสริฐยิ่งกว่าการได้เป็เทพเซียนแล้ว
