เมื่อหีบกระบี่ถูกผนึก แสงสว่างก็หม่นหมองลง
จั๋วอวิ๋นเซียนมองหีบกระบี่ด้วยความสงสัย เขาลองััถึงการเปลี่ยนแปลง แต่คิดไม่ถึงว่ามีพลังไร้ลักษณ์ขวางกั้นจิตของเขาเอาไว้
“เอ๊ะ! เหตุใด...ถึงเปิดหีบกระบี่มิได้เล่า?”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยายามคิดจะเปิดกลไกของหีบกระบี่ แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
เฉียนโม่ตอบกลับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “เป็เพราะเ้าอ่อนแอมากเกินไป”
“……”
เฉียนโม่กล่าวได้อย่างมีเหตุผล จั๋วอวิ๋นเซียนมิอาจโต้เถียงได้ เขาทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่
เฉียนโม่เค้นเสียงเย็นพลางกล่าวว่า “นี่คือความลับของนิกายเซียนไท่ซวี่ ‘วิชากระบี่ผนึกิญญา’ เป็วิชาที่มีไว้เพื่อหล่อเลี้ยงิญญากระบี่โดยเฉพาะ ข้าใช้มันกับหีบกระบี่ชิ้นนี้นับว่าเ้าโชคดีแล้ว”
“วิชาผนึกิญญากระบี่หรือ? ฟังดูแล้วเหมือนจะเก่งกาจมาก!”
จั๋วอวิ๋นเซียนตกตะลึง เขากล่าวด้วยความสงสัย “เช่นนั้นข้าจะเปิดใช้หีบกระบี่ได้อย่างไรหรือ?”
เฉียนโม่กล่าวอย่างไม่ร้อนไม่หนาว “หากคิดจะเปิดผนึกของวิชาผนึกิญญากระบี่ มีเพียงสองวิธี หนึ่งคือมีพลังมากพอจนสามารถใช้กำลังทำลายผนึกได้...”
จั๋วอวิ๋นเซียนถามแทรกอย่างห้ามไม่ได้ “เช่นนั้นต้องมีพลังมากเพียงใด?”
“โอ้ มีพลังเทียบเท่ากับผนึกของข้าเมื่อครู่ก็พอแล้ว”
“……”
เมื่อได้ยินคำตอบของเฉียนโม่ จั๋วอวิ๋นเซียนก็รู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
เฉียนโม่แข็งแกร่งเพียงใดกัน? จั๋วอวิ๋นเซียนไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย เพราะยอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนมิใช่คู่มือของนาง ต่อให้จั๋วอวิ๋นเซียนจะมั่นใจในตัวเองเพียงใด ก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถทะลวงระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น เื่นี้ดูเป็ไปไม่ค่อยได้
“อืม ผู้าุโ คือว่า...”
จั๋วอวิ๋นเซียนถามด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง “แล้ววิธีที่สองเล่า?”
เฉียนโม่กล่าวโดยไม่อ้อมค้อม “วิธีที่สองอาจจะค่อนข้างยากหน่อย เพราะเมื่อใดที่เ้าสามารถรู้แจ้งถึงเจตจำนงกระบี่ เมื่อนั้นผนึกจะคลายออกเอง”
“เจตจำนงกระบี่หรือ?” จั๋วอวิ๋นเซียนมึนงง “เจตจำนงกระบี่คืออะไรกัน?”
ครั้งนี้แม้แต่เฉียนโม่ก็ประหลาดใจ “เ้าเดินบนเส้นทางบำเพ็ญกระบี่ แต่กลับไม่รู้จักเจตจำนงกระบี่หรือ?”
“ผู้บำเพ็ญกระบี่? มันคืออะไร? ไม่สิ! ใครบอกท่านว่าข้าคือผู้บำเพ็ญกระบี่?”
จั๋วอวิ๋นเซียนรีบส่ายศีรษะแล้วกล่าวโต้แย้ง “ถึงแม้ข้าจะชอบใช้กระบี่ แต่ข้าไม่เคยคิดจะเดินบนเส้นทางผู้บำเพ็ญกระบี่ อีกทั้งผู้บำเพ็ญกระบี่มีอะไรพิเศษหรือ?”
“……”
เฉียนโม่รู้สึกอึดอัด เพียงแต่มิได้แสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย
นางตกตะลึงกับวิทยายุทธ์กระบี่ของจั๋วอวิ๋นเซียนมิใช่แค่ครั้งสองครั้ง นางจึงคิดว่าจั๋วอวิ๋นเซียนไล่ตามวิถีกระบี่ของตัวเอง คิดไม่ถึงว่านางจะเข้าใจผิด
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เฉียนโม่จึงกล่าวว่า “วิถีบำเพ็ญกระบี่คือเส้นทางที่ยากที่สุดในเส้นทางวิถีเซียนทั้งหมด ในผู้บำเพ็ญเซียนนับหมื่นคน อาจจะไม่มีผู้บำเพ็ญกระบี่เลยแม้แต่คนเดียว ส่วนในผู้บำเพ็ญกระบี่นับหมื่นคนก็อาจจะไม่มีสักคนที่สามารถก้าวสู่ความเป็เซียนได้ นี่ถึงจะเรียกว่าหนึ่งในล้านอย่างแท้จริง เป็บุคคลที่ยอดเยี่ยมมาก!”
เฉียนโม่จำได้ว่าความรู้แจ้งของเซียนกระบี่คนหนึ่งที่ยอมก้าวสู่วิถีนั้น มีปณิธานสูงส่งเทียมฟ้า ยอมหักไม่ยอมงอ กระบี่ดุจชีวิต ท้าทาย์ก้าวสู่เซียน
“ที่จริงแล้ว ผู้บำเพ็ญกระบี่เก่งกาจยิ่งนัก เ้าจะลองดูหรือไม่?”
เฉียนโม่แอบมองจั๋วอวิ๋นเซียน ส่วนตัวเขากลับสมองมืดบอด
“ผู้าุโ เช่นนั้นข้าจะรู้แจ้งเจตจำนงกระบี่ได้อย่างไร?”
“ต่างคนต่างมีโชคไม่เหมือนกัน เื่นี้ข้าจะรู้ได้อย่างไร!”
เฉียนโม่ถลึงตาใส่จั๋วอวิ๋นเซียนด้วยท่าทางรำคาญ
จั๋วอวิ๋นเซียนลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็กล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงแ่เบา “เช่นนั้นขอถามผู้าุโเฉียนโม่ ตอนนั้นท่านรู้แจ้งเจตจำนงกระบี่ได้อย่างไร?”
เฉียนโม่เค้นเสียงตอบกลับไปว่า “ข้ามิใช่ผู้บำเพ็ญกระบี่เสียหน่อย ข้าจะรู้แจ้งเจตจำนงกระบี่ไปเพื่ออะไร?”
“……”
จั๋วอวิ๋นเซียนสีหน้าแข็งค้าง ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี นี่ไม่เรียกว่าหลอกลวงหรือ?
จั๋วอวิ๋นเซียนเว้นจังหวะครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวว่า “คือว่า ผู้าุโเฉียนโม่ เช่นนั้นท่านช่วยข้าเปิดผนึกได้หรือไม่?”
เฉียนโม่ปฏิเสธ “ข้ามิได้รู้แจ้งเจตจำนงกระบี่ ข้าเปิดไม่ออก”
จั๋วอวิ๋นเซียนยิ้มแห้ง “ผู้าุโบอกว่าใช้พลังเปิดมันได้มิใช่หรือ?”
เฉียนโม่พยักหน้าแล้วกล่าวด้วยความเหนื่อยหน่าย “มิผิด แต่เมื่อครู่ข้าใช้พลังทั้งหมดไปแล้ว ดังนั้นเ้าต้องพึ่งตัวเองแล้ว”
“……”
จิตใจของจั๋วอวิ๋นเซียนสั่นไหวเล็กน้อย เขาเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจจึงก้มหน้าลงอย่างห้ามไม่ได้
“อย่าทำแบบนี้ ไม่เป็ไรหรอก”
เฉียนโม่ยังคิดว่าจั๋วอวิ๋นเซียนหดหู่เพราะหีบกระบี่จึงกล่าวปลอบใจว่า “ที่จริงแล้ววิชาผนึกิญญากระบี่ก็มิใช่เื่แย่เสียทีเดียว ไม่เพียงสามารถหล่อเลี้ยงิญญากระบี่ได้ ยังสามารถวิวัฒนาการระดับของมันด้วย ไม่แน่ว่าวันใดที่เ้าเปิดหีบกระบี่ได้ มันจะทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า”
เฉียนโม่กล่าวออกมามากมายเช่นนี้ จั๋วอวิ๋นเซียนกลับไม่ได้ฟังเลยสักคำเดียว ความคิดของเขาอยู่ที่เฉียนโม่ทั้งหมด
“เมื่อครู่ผู้าุโบอกว่าใช้พลังหมดแล้ว ก็หมายความว่าท่านต้องไปแล้วหรือ?”
จั๋วอวิ๋นเซียนถามด้วยเสียงแ่เบา เฉียนโม่มึนงงเล็กน้อย จากนั้นถึงพยักหน้าเงียบๆ
ถูกขังอยู่ในมิติมายาสุญญตามานานหลายพันปี เฉียนโม่ลืมไปหมดแล้วว่าควรพูดคุยกับคนอื่นอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไร
อาลัยอาวรณ์? นางมีความรู้สึกเช่นนี้อยู่บ้าง!
เพียงแต่มีพบต้องมีจาก ความรู้สึกเสียใจแค่นี้ไม่มีความหมายอะไร?
วิถีเซียนนั้นยาวไกล ยาวไกลอย่างมาก บางครั้งมิใช่วิถีเซียนที่ไร้เยื่อใย แต่เป็์ต่างหากที่ไร้เยื่อใย เพราะมีเื่มากมายที่ลืมไปแล้วจริงๆ บางครั้งนานจนทะเลแห้งเหือด บางครั้งนานจนูเาพังทลาย
“ผู้าุโ...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว เ้าไปเดินเล่นเป็เพื่อนข้าหน่อย!”
เฉียนโม่พูดแทรกจั๋วอวิ๋นเซียน จากนั้นหันหน้าเดินไปทางริมชายหาด
จั๋วอวิ๋นเซียนไม่พูดไม่จา เพียงแค่ติดตามอยู่ด้านหลังเงียบๆ
……
ทุกครั้งที่มองเห็นทะเลอันกว้างใหญ่ จั๋วอวิ๋นเซียนมักมีความรู้สึกหลากหลาย ราวกับอารมณ์ของเขาเหมือนมหาสมุทรกว้างใหญ่ บางครั้งมีคลื่นน้ำโหมกระหน่ำ บางครั้งสงบนิ่ง และบางครั้งเปลี่ยนแปลงไม่รู้จบ
ทั้งสองคนเดินอยู่บนริมชายหาดอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี จนมีดวงดาราเต็มท้องนภา
ั้แ่ต้นจนจบจั๋วอวิ๋นเซียนกับเฉียนโม่ไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่ประโยคเดียว พวกเขาเงียบอย่างรู้อยู่แก่ใจ ในความรู้สึกอบอุ่นนั้นยังแฝงด้วยความโศกเศร้า
……
ทันใดนั้นเฉียนโม่ก็หยุดก้าวเดิน นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาว่า “จั๋วอวิ๋นเซียน เ้า...หันหน้าไปเถอะ”
จั๋วอวิ๋นเซียนอยากจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็มิได้กล่าวออกไป เขาหันหลังให้เฉียนโม่เงียบๆ ราวกับทั้งคู่ถูกขวางกั้นด้วยโลกสองใบ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกหวาดกลัว กลัวการเห็นเฉียนโม่จากไป กลัวว่าจะเสียอีกฝ่ายไป
เขาเข้าใจว่าเป็ความรู้สึกแบบใด เขาเพียงแค่รู้สึกโศกเศร้าเสียใจเท่านั้น
“ตอนข้ามามิได้มีคนต้อนรับ ตอนข้าไปก็ไม่จำเป็ต้องมีคนส่ง”
เฉียนโม่เก็บความโศกเศร้าเอาไว้ในใจ นางยื่นมือออกไปคิดจะจับตัวจั๋วอวิ๋นเซียน แต่ขณะที่นางลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ได้จับตัวเขา
เมื่อคนเราต้องจากลาจึงโศกเศร้า ิญญาโดดเดี่ยวไร้หนทางสู่เซียน
สายลมแห่งความเศร้าโศกแฝงด้วยความเคียดแค้น มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ราวกับโลกมนุษย์
……
ท้ายที่สุดเฉียนโม่ก็กลายเป็ประกายแสงดาราสลายหายไปอย่างไร้สุ้มเสียง
เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนทนไม่ไหวหันหน้ากลับมา ด้านหลังกลับเหลือเพียงความวางเปล่า หัวใจของเขารู้สึกโศกเศร้า
เจ็ดอารมณ์หกความรู้สึก ทุกสิ่งอย่างล้วนแฝงด้วยความทุกข์
ความรู้สึกบางอย่างได้ปรากฏในจิตใจของเขา หีบกระบี่ที่อยู่บนหลังจั๋วอวิ๋นเซียนกลับมีปฏิกิริยาอัศจรรย์บางอย่าง
เจตจำนงกระบี่หรือ? วิถีกระบี่หรือ?
ทันใดนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนก็นึกถึงโอวหยาง ใช้ความรู้สึกสู่วิถี จากนั้นจึงลืมความรู้สึก ก้าวเหนือสรรพสิ่ง คว้าวิถีสู่หนทางเซียน สู่วิถีกระบี่ของเขาก็สามารถเป็กระบี่แห่งความรู้สึกได้เช่นกัน รักมากรู้สึกมากสู่วิถีอันสูงส่ง
วิถีอันยิ่งใหญ่สามพันสาย หมื่นวิทยายุทธ์ล้วนเป็ไปตามธรรมชาติ หวนคืนสู่ต้นกำเนิด เส้นทางหลากหลายสู่ปลายทางแห่งเดียวกัน
“เซียนสะท้านสรวง์ ะเืทั่วสิบทิศ...ั้แ่นี้เป็ต้นไปหีบกระบี่นี้จะมีนามว่าเซียนสะท้านสิบทิศ! ผู้าุโ ข้าจะต้องไปหาท่านให้ได้”
จั๋วอวิ๋นเซียนเหม่อมองท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ราวกับอยากจะมองผ่านความมืดมิดอันไร้สิ้นสุด มองหาเงาร่างที่สลายหายไป
ยามราตรีมืดมิด โดดเดี่ยวเงียบเหงา
