หลินเสวี่ยถงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา ท่าทางมั่นใจของนางทำว่านหนิงอวิ๋นไม่ชอบใจ ทั้งที่เมื่อก่อน...นางมักแสดงท่าทีเย่อหยิ่งไม่เห็นพวกตนอยู่ในสายตา แต่วันนี้กลับเข้ามาขอหน้าด้านๆ คล้ายกับว่าพวกตนเคยติดหนี้นางมาก่อน
“หน้าไม่อาย เพลงที่ซูเหยาแต่งด้วยตนเอง เกี่ยวอันใดกับเ้า ขนาดท่านอาจารย์อวี๋ยังไม่เข้ามายุ่ง ถึงทีศิษย์ดีเด่นเช่นเ้าเข้ามาวุ่นวายแล้วหรือ” หญิงสาวสะบัดเสียงไม่พอใจ
“ข้าถามนางมิได้ถามเ้า” หลินเสวี่ยถงตอบโต้ไม่ยอมแพ้
“เ้า!...”
“เอาล่ะ...ไม่ต้องทะเลาะกัน เพลงที่ข้าบรรเลงก่อนหน้านี้ เป็บทเพลงที่ข้าแต่งขึ้นมาด้วยตนเองจริง และชื่อของมันคือ...คิดถึงสายลม” หญิงสาวห้ามทัพก่อนจะเกิดเื่ พร้อมตอบคำถามของนาง
“เหตุใดถึงได้ตั้งชื่อเช่นนั้น...” หลินเสวี่ยถงถามด้วยสีหน้างุนงง
“นั่นมันเื่ของข้า...ไปเถอะหนิงอวิ๋น ข้าหิวแล้ว” สตรีทั้งสองทำท่าจากไป ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายขวางเอาไว้อีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อน! เ้ายังไม่ได้เขียนเนื้อเพลงให้ข้า” เซี่ยหรงเหยามองหลินเสวี่ยถงด้วยสีหน้างุนงง
“ข้าบอกเมื่อใดว่าจะเขียนเนื้อเพลงคิดถึงสายลมให้เ้า”
“แต่ก่อนหน้านี้เ้า...”
“เ้าถามข้า ข้าก็ตอบ…แต่ไม่ได้รับปากว่าจะมอบเนื้อเพลงที่ข้าแต่งขึ้นมาเองให้กับเ้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อน”
สตรีทั้งสองจูงมือกันเดินออกไปนอกสำนักศึกษา ที่มีรถม้าจอดรออยู่ และในเวลานั้นเอง...สำนักศึกษาชายที่อยู่ข้างกันก็ได้เปิดประตูพอดี
ทำให้มีชายหนุ่มมากมายก้าวออกมาด้านนอก รวมถึงพี่ชายของหลินเสวี่ยถง นามหลินจื่ออี้ ที่ยามนี้ เดินมาพร้อมสหายอีกสองคน
“พี่รอง!...”
หญิงสาวเอ่ยเรียกพี่ชายเสียงแ่ ดวงตาแดงก่ำราวกระต่ายน้อย และท่าทางน้อยใจของนาง ทำผู้เป็พี่ชายปวดใจ เพราะคิดว่านางกำลังถูกผู้อื่นรังแก
“น้องเล็ก เกิดอันใดขึ้นกับเ้า”
“พี่รอง! ข้า…เปล่า” ชายหนุ่มตวัดสายตาไปยังสองสตรีที่กำลังยืนทำหน้างงอยู่ตรงนั้น พร้อมกับชี้นิ้วมายังพวกนางด้วยท่าทีเดือดดาล
“พวกนางรังแกเ้าหรือ!!”
“เ้าพูดอะไร ปากหรือนั้น ถ้ามีแล้วพูดแต่เื่ไร้สาระ เช่นนั้นก็เอามาใช้แทนกระโถนฉี่เถอะ” ว่านหนิงอวิ๋นเองก็ไม่คิดยอมแพ้ พวกตนอยู่เฉยๆ กลับตกเป็จำเลยเสียอย่างนั้น
“เ้า! ว่านหนิงอวิ๋น!”
“อะไร! ทำไม! หรือพวกเ้า้าทำร้ายสตรี หลินเสวี่ยถง เ้ามีพี่ชายคนเดียวหรือ รอข้าไปตามพี่ชายของเราสองคนมาก่อน ดูว่าใครจะแน่กว่ากัน” หญิงสาวเอ่ยข่มขู่
เมื่อเอ่ยถึงพี่ชายของพวกนาง ใครๆ ต่างก็ต้องย่อมนึกถึง เซี่ยชิงสือและว่านอวิ๋นเซียว สองบุรุษที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวง และยังเป็อันดับหนึ่งตีคู่กันมาในสำนักศึกษาชาย อีกทั้งพวกเขายังเก่งทั้งบุ๋นแลบู๊
“พี่รองปล่อยไปเถอะ ข้าไม่เป็อะไร”
หลินเสวี่ยถงเห็นว่าเื่ราวกำลังจะบานปลาย จึงเอ่ยทัดทานพี่ชายของตน และหากให้เหล่าพี่ชายของพวกนางรู้ว่า...พี่รองของตนกำลังหาเื่น้องสาวพวกเขา วันนี้ได้เกิดเื่ใหญ่เป็แน่
ทว่า...ในระหว่างที่สองฝ่ายกำลังดึงดันไม่ยอมให้อีกฝ่ายจากไป ใครคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น! ถงเอ๋อเ้าเป็อะไรไป ไยถึงร้องไห้” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมอาภรณ์สีเงินปักดิ้นลายนกกระเรียน ก้าวเข้าหาคนกลุ่มนั้นด้วยท่าทีสุขุม ทว่าเมื่อเห็นดวงตาที่แดงก่ำราวกับกระต่ายน้อยของหญิงงาม ความสุขุมพลันแปรเปลี่ยนเป็โทสะ
“ตวนอ๋อง!!!”
หญิงสาวอุทานเสียงเบา บัดนั้นเองน้ำตาที่ถูกข่มกลั้น พลันพังทลายราวกับทำนบแตก นางโผเข้าหาชายหนุ่มด้วยท่าทางน้อยใจ ราวกับตนเองได้รับความอยุติธรรมเสียหนักหนา ทั้งที่อีกฝ่ายก็เป็สตรีเพียงสองนางเท่านั้น
“ฮึก! ฮึก! หม่อมฉันมิได้เป็อะไรเพคะ เพียงแต่...”
ดวงตาแดงก่ำเหลือบมองไปยัง เซี่ยหรงเหยาและว่านหนิงอวิ๋น
“เป็เ้าอีกแล้ว!...ถงเอ๋อ นางรังแกเ้าอีกแล้วใช่หรือไม่”
ไม่สืบหาเื่ราว แต่กลับผลักความผิดไปยังคนที่ตนไม่ชอบ นี่เขา...ช่างลำเอียงโดยแท้ ข้าเคยชอบคนเช่นนี้ได้อย่างไร ช่างโง่เขลานัก เซี่ยหรงเหยาหลับตาลงด้วยความสมเพชตนเอง
แม้จะรู้สึกชาหนึบในหัวใจที่ถูกหมางเมินทั้งสองชาติ ทว่านางได้ตัดสินใจแล้วว่า จากนี้ไป...จะหลีกเลี่ยงคนทั้งสองคน ไม่ขอเกี่ยวพันและต้องรีบตัดใจเสียโดยเร็ว
เสียงลมหายใจหนักๆ ถูกพ่นออกมา นางเบื่อหน่ายจะมองการแสดงที่เสแสร้งของพวกเขา จึงดึงมือว่านหนิงอวิ๋นเพื่อจากไป ทว่ากลับถูกเสียงจากด้านหลังตวาดเข้าใส่
“หยุดนะ! เซี่ยหรงเหยา! ข้าอนุญาตให้เ้าไปั้แ่เมื่อใด”
หญิงสาวชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาช้าๆ ดวงตางามเ็าไม่เหลือแม้เยื่อใย หรือความอบอุ่นต่ออีกฝ่าย ทำชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ ในอก
“ทำไมหรือตวนอ๋อง...ถนนหน้าสำนักศึกษาเป็ของท่าน หรือท่านเป็เ้าของเป่ยิ จึงสามารถออกคำสั่งให้ใครไปไหนมาไหนก็ได้” คำพูดนั้นทำทุกคนต่างชะงักงัน และมองใบหน้างามด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“เ้า! ข้าเอ่ยเช่นนั้นั้แ่เมื่อใด”
คำกล่าวหานี้ใหญ่หลวงนัก หากเขายอมรับ นั่นก็หมายความว่า...มีจิตคิดฏ หากไม่ยอมรับก็เป็เขาที่ไร้เหตุผล ไม่ว่าตอบคำใดเขาก็ตกเป็ฝ่ายผิดทั้งสิ้น
ั้แ่เมื่อใดที่หญิงโง่ผู้นี้ พูดจา..มีเหตุมีผลได้เช่นนี้ ชายหนุ่มมองมาด้วยสายตาครุ่นคิด
“เช่นนั้นก็ไม่ใช่...แล้วท่านเอาความกล้าที่ใดมากักขังหน่วงเหนี่ยวเราสองคน เห็นที...เข้าเฝ้าพรุ่งนี้ ข้าคงต้องขอให้ท่านปู่และท่านแม่ทัพว่าน ถวายฎีกาต่อฝ่าา ตกลงแผ่นดินนี้เป็ของผู้ใดกันแน่ ถึงได้ทำให้ตวนอ๋องทำตัวกร่าง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองเช่นนี้”
คำพูดของนางเฉียบคมนัก ทำเอาคนเ่าั้อึ้งไปตามๆ กัน ไม่คิดว่าคนโง่ที่เอาแต่วิ่งตามบุรุษทั้งวันอย่างนาง จะสามารถเอ่ยคำเหล่านี้ออกมาได้
“แปะ! แปะ! แปะ! ดูท่าทางน้องสาวของข้าคงหูตาสว่างแล้ว”
ชายหนุ่มหน้าหยกรูปร่างสูงโปร่ง มีใบหน้าละม้ายเซี่ยหรงเหยาหลายส่วน ก้าวเข้ามาขวางคนทั้งสอง พร้อมเผชิญหน้ากับมู่หรงจ้านอย่างไม่เกรงกลัว
ด้านหลังตามมาด้วยชายหนุ่มอีกสองคนคือ ว่านอวิ๋นเซียว พี่ชายคนรองของว่านหนิงอวิ๋น และชายหนุ่มที่สวมหน้ากากที่ให้ความรู้สึกลึกลับอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ห้า! นางแกล้งเราสองคน” เมื่อมีกองหนุน ท่าทีขู่ฟ่อของว่านหนิงอวิ๋นก็พลันเปลี่ยนไป นางรีบวิ่งไปเกาะแขนพี่ชาย พร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มของหลินเสวี่ยถง
ว่านหนิงอวิ๋นบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพว่าน นางเป็ดั่งไข่มุกที่ถูกคนทั้งจวนประคองเอาไว้ในมือ แม้จะดื้อรั้นเอาแต่ใจ ทำตัวเป็อันธพาลคู่กับเซี่ยหรงเหยา แต่พวกนางสองคนก็ไม่เคยรังแกชาวบ้านผู้อ่อนแอ
“เ้า! พูดดีดีนะ! ใครรังแกเ้ากัน...เราแค่บังเอิญพบกันที่หน้าสำนักศึกษาเท่านั้น อย่าได้กล่าวหาคนดี” หลินจื่ออี้รีบเอ่ยแก้ตัวอย่างลนลาน
หลินเสวี่ยถงโมโหในความขี้ขลาดของพี่ชาย ทั้งที่พวกเขาอายุเท่ากัน เหตุใดพี่ชายของเซี่ยหรงเหยาและว่านหนิงอวิ๋นถึงได้เหนือกว่า
“คุณชายเซี่ย คุณชายว่าน เป็เื่เข้าใจผิดเท่านั้น เรามิได้ขวางนางสองคน” หลินเสวี่ยถงเอ่ยเสียงเบา ท่าทางน้อยอกน้อยใจทำมู่หรงจ้านเ็ปในอก ราวกับคนรักของตนถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งรังแก
“ไม่ใช่เื่เข้าใจผิดหรอก เรากำลังขวางนางจริงๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น ส่วนตัวก็ไม่ชอบคนเหล่านี้อยู่แล้ว อาศัยอำนาจจากตระกูลทำตัวสูงส่ง ไม่เห็นหัวเชื้อพระวงศ์อย่างพวกเขา
“ตวนอ๋องเพคะ...”
หลินเสวี่ยถงดึงชายแขนเสื้อของชายหนุ่มเพื่อห้ามปราม
“อ้อ...เช่นนั้นก็หมายความว่า ตวนอ๋องกำลังใช้อำนาจเพื่อบีบบังคับน้องสาวของกระหม่อมอย่างนั้นหรือ”
เซี่ยชิงสือเอ่ยถามเสียงต่ำ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” มู่หรงจ้านที่อายุมากกว่า ไม่กลัวต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้
ทว่า...เสียงหนึ่งกลับดังขัดขึ้น
“ไม่คิดว่าน้องสี่จะกล้าหาญเช่นนี้ กลางถนนใช้อำนาจของราชวงศ์ข่มเหงผู้อื่น ทำเปิ่นไท่จื่อเปิดหูเปิดตาแล้ว”
