“ไม่ดีใจเหรอ ที่ได้เป็ข่าวกับพี่ เธอรู้ไหมใคร ๆ ก็อยากเป็ข่าวกับพี่ทั้งนั้นแหละ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เหรอคะ” คำตอบของเธอทำให้อีกฝ่ายหันไป เพราะคิดว่าเธอกำลังประชด ทว่าใบหน้าหวานกลับราบเรียบไม่มีท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด
“พิมพ์แค่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ ที่พิมพ์หาเงินด้วยวิธีแบบนี้ค่ะ ยิ่งถ้าต่อไป มีใครสักคนรู้ว่าพิมพ์ทำงานแบบนี้ พ่อกับแม่ก็คงเสียใจ” คำตอบของหญิงสาวทำให้เทวทิณณ์ นึกถึงคำพูดของชนกันต์ ที่เคยบอกว่าครอบครัวของพิมพ์มาดาเสียชีวิตไปหมดแล้ว เธออยู่ตัวคนเดียวโดยอาศัยบ้านของชนกันต์ แต่ในที่สุดเขาก็ปล่อยผ่านไม่ได้ทักท้วง
“แล้วทำไมถึงเลือกเดินทางนี้ล่ะ เธอก็น่าจะรู้ผลที่ตามมามันเป็ยังไง” หญิงสาวก้มหน้าลง แล้วเงียบไปในที่สุด ก่อนที่เทวทิณณ์จะพูดบางอย่างออกมา
“พี่จะปล่อยเธอ ก็ต่อเมื่อพี่เบื่อแล้วเท่านั้น ในเมื่อตอนนี้พี่ยังไม่เบื่อ ไม่ว่าเห็นผลของเธอจะเป็ยังไง เธอต้องทำหน้าที่ให้คุ้มกับเงินสามแสนที่พี่จ่าย เข้าใจใช่ไหม” พิมพ์มาดานิ่งเงียบ ทำได้แต่พยักหน้ายอมรับโดยไม่ตอบโต้
เทวทิณณ์เลี้ยวรถเข้ามาจอดในสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ก่อนที่หญิงสาวจะหันมองหน้าเขาด้วยความแปลกใจ
“มาที่นี่ทำไมคะ”
“ตามพี่มาเถอะน่า” ว่าแล้วชายหนุ่มก็จูงมือหญิงสาวเดินมายังใต้ไม้ ที่ติดอยู่กับสระน้ำขนาดใหญ่ พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองผ้าสีขาวที่ปูรอไว้พร้อมกับอาหารจำนวนหนึ่งวางอยู่
“ที่บอกว่าอยากกินอาหารข้างนอก หมายถึงแบบนี้เหรอคะ” พิมพ์มาดาหันมาถามเขา พร้อมสายตาเดียงสา ก่อนที่รอยยิ้มอบอุ่นของเทวทิณณ์จะเผยออกมา
“อื้ม...พี่อยากสูดอากาศบริสุทธิ์”
“ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ”
“อย่าพูดมากน่า พี่หิวจะแย่อยู่แล้ว” เขาจูงมือหญิงสาวมาเข้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนสายลมเย็นจะพัดโชยมาปะทะกายของหญิงสาวเป็ระยะ อดไม่ได้ที่จะจับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า เทวทิณณ์เป็ผู้ชายที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาด ไม่ว่าเขาจะขยับทำอะไรก็ล้วนดูดีไปหมด เป็ครั้งแรกที่พิมพ์มาดาได้สังเกตใบหน้าเขาอย่างชัดเจน
“ตะลึงกับความหล่อของพี่อยู่หรือไง” อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นทำให้พิมพ์มาดาได้สติกลับมา แล้วกะพริบตาถี่ ๆ
“เปล่าค่ะ”
“แล้วทำไมมองหน้าพี่แบบนั้น” เขาพูดพร้อมกับจัดแจงอาหารออกจากกล่อง
“ก็...แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมพี่ทิณณ์ไม่ชวนพี่ปุยนุ่นมาแทนที่จะเป็พิมพ์ บรรยากาศแบบนี้ อาหารแบบนี้ ลมเย็น ๆ แบบนี้ ถ้าได้มากับคนพิเศษต้องดีแน่ ๆ ค่ะ” หญิงสาวพูดขณะที่มองมือของเทวทิณณ์ กำลังแกะอาหารเทในภาชนะ
“พี่ก็แค่...ต้องใช้งานเธอให้คุ้มกับสามแสนที่จ่ายไป”
“พิมพ์รู้แล้วค่ะ ว่าต้องทำหน้าที่ให้คุ้ม เพียงแต่...”
“มัวแต่พูดอยู่นั่นล่ะ ลองชิมเทมปุระดูสิ เ้านี้อร่อยไหม” เขาพูดพร้อมกับยัดเทมปุระใส่ปากเธอ ก่อนเธอจำใจเคี้ยวอาหารที่เขาป้อน แล้วทอดสายตามองกิริยาอ่อนโยนของเทวทิณณ์อย่างเงียบ ๆ พร้อมสายลมจะพัดโชยมาเป็ระลอก
“อร่อยมากค่ะ” คำตอบของพิมพ์มาดาทำให้เทวทิณณ์ปล่อยยิ้มออกมาอย่างพอใจ และเขายังคงแกะกล่องเมนูต่อไปเรื่อย ๆ ก่อนที่พิมพ์มาดาจะหันไปหยิบขวดน้ำ แล้วรินใส่แก้วไว้รอเขาด้วยความใส่ใจ
“พิมพ์ถามอะไรหน่อยสิคะ”
“ว่ามาสิ”
“ทำไมพี่ทิณณ์ถึงต้องเปลี่ยนผู้หญิงบ่อย ๆ ด้วยคะ พี่รู้ไหมว่าผู้หญิงทุกคน้าแฟนที่ดี ไม่เ้าชู้ และมั่นคงในความรัก ถึงแม้พิมพ์ไม่เคยมีแฟนก็จริง แต่พิมพ์ก็รู้ว่าผู้หญิง้าอะไร ยิ่งกับพี่ปุยนุ่นแล้ว เธอเป็คนดี เป็ดารามากฝีมือ มีคุณสมบัติเหมาะสมกับพี่ทิณณ์ทุกอย่าง ยังไม่พอให้พี่ทิณณ์หยุดที่เธออีกเหรอคะ” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น จึงคีบอาหารยัดใส่ปากเธออีกครั้ง โดยไม่ตอบคำถาม หญิงสาวเห็นกิริยานิ่งเงียบของเขาจึงไม่เซ้าซี้ กลับนั่งทานอาหารเป็เพื่อนเทวทิณณ์อย่างเงียบ ๆ
ฉัตรภพเลื่อนดูภาพในมือถือทีละรูปช้า ๆ พลันวางมือจากงานตรงหน้า แล้วลุกขึ้นเดินไปนั่งโซฟา พร้อมกับจับจ้องมองภาพหญิงปริศนา ที่เคียงคู่อยู่กับลูกชายคนเดียวของเขา ชายกลางคนหรี่ตาสังเกตรูปร่าง และใบหน้าสวยหวานของพิมพ์มาดา เธอเป็ผู้หญิงที่งดงามไร้ที่ติ ไม่ต่างจากดาราสาวที่เทวทิณณ์กำลังติดพัน ทว่าผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน กลับเห็นั์ตาเดียงสาจากเธอ ที่แตกต่างจากั์ตาของปุยนุ่นอย่างสิ้นเชิง
“ผู้หญิงคนนี้ เป็ใคร” ฉัตรภพหันไปหาลูกน้องแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุขุม
“เป็ผู้หญิงคนใหม่ ที่คุณทิณณ์ซื้อมาครับ”
“ผู้หญิงขายบริการอย่างนั้นเหรอ”
“ก็ไม่เชิงครับ เพราะโดยปกติ คุณทิณณ์มักจะซื้อแล้วจบในครั้งเดียว แต่กับผู้หญิงคนนี้ ยังไม่ท่าทีว่าคุณทิณณ์จะเปลี่ยนใจ และผมก็ไม่เคยเห็นคุณทิณณ์ไปนั่งทานอาหารแบบนี้กับใครด้วย”
“นายกำลังจะบอกฉันว่า ผู้หญิงคนนี้พิเศษสำหรับทิณณ์อย่างนั้นเหรอ”
“ผมตอบไม่ได้ครับ แค่รายงานไปตามที่เห็น” ชายกลางคนวางมือถือ แล้วครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะหันกลับมายังลูกน้องของเขา
“จับตาดูเ้าลูกชายของฉันไว้ แม้จะเหลือเวลาอีกไม่นานที่เทวทิณณ์จะต้องกลับมาบริหารงาน แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี กลัวว่ามันจะไปทำอะไรให้เสียชื่อกับบริษัทของเรา”
“ครับท่าน”
