“อาจารย์หญิงของเ้าคงใจดีมาก เ้าถึงได้รักเคารพนางถึงเพียงนี้”
“อาจารย์หญิงของข้าใจดีที่สุด” หนิงเอ๋อพูดถึงตรงนี้ นางมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านรู้ฤาไม่ ความจริงแล้วข้าไม่อยากขึ้นมายังแดน์เลยสักนิด หากเลือกได้ ข้าอยากอยู่รับใช้อาจารย์หญิงที่สำนักฝึกเซียนมากกว่า ที่นั่นคือความสุขเดียวของข้าเลยล่ะ” องค์ชายรองสังเกตเห็นแววตาเศร้าสร้อยของนาง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา
“งั้นข้าจะพาเ้าไปเดินเล่น” หนิงเอ๋อเลื่อนสายตามององค์ชายรองด้วยความแปลกใจ ก่อนเขาจะยกมือจับศีรษะนางด้วยความเมตตาพร้อมรอยยิ้ม
“จับมือข้าสิ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมา ในขณะที่สายตาของหนิงเอ๋อจะมองมือหนานั้นครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะตัดสินใจจับมือนางแล้วใช้พลังแห่งเทพพานางมายังสวนบูรพา เพื่อให้ศิษย์ของพี่ใหญ่คลายความโศกเศร้า วรกายสีขาวเดินนำไปยังต้นท้อที่ขึ้นเด่นสวยงามอยู่ด้านหน้า
พร้อมกับสายตาของหนิงเอ๋อ สังเกตมองสิ่งต่าง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะนึกบางอย่างได้ จึงหยุดเดินแล้วหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกลับมายังองค์ชายรอง
“ลักษณะเช่นนี้ มีสิ่งใด ที่เ้าอยากถามข้าอีก” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม
“ในสวนบูรพามีต้นท้ออยู่มากมาย แต่ข้ายังไม่เคยเห็นลูกท้อเลยสักครั้ง ข้าอยากรู้ว่ารสชาติของท้อ์ในสวนบูรพาจะมีรสชาติเป็อย่างไร” ลู่ฟางได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“เ้าอยากกินลูกท้องั้นฤา”
“เพคะ” หนิงเอ๋อพยักหน้างึกงัก ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้ามาใกล้ แล้วปล่อยยิ้มออกมา อย่างมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
“สวนบูรพามีต้นท้ออยู่มากมาย ด้านหน้าเ้าจะเห็นเพียงดอกท้อไม่มีลูกนั่นก็เพราะ้าให้เป็อาหารของผีเสื้อ์ แต่หากเ้า้าเห็นลูกของต้นท้อจริง ๆ ล่ะก็ ต้องเดินเข้าไปอีกหนึ่งพันก้าว เ้าเดินไหวฤาไม่” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มหวานออกมา แล้วพยักหน้ารับ ในตอนนี้เซียนน้อยหนิงเอ๋อลืมความคิดถึงอาจารย์หญิงหมดสิ้น เพราะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ดึงความสนใจจากนางหมดสิ้น
พร้อมก้าวเท้าเดินตามองค์ชายรองไปเรื่อย ๆ อย่างมีความสุข สายลมและหมอกจาง ๆ ปกคลุมบริเวณรอบ ๆ อย่างสวยงามจนไม่อาจละสายตาได้ แดน์งดงามยากหาสถานที่ใดในใต้หล้าเปรียบได้
“หนิงเอ๋อ..อาจารย์หญิงของเ้าได้บอกฤาไม่ ว่านางเป็ใครมาจากที่ใด”
“ข้าเคยพยายามถามถึงความเป็มาของสำนักฝึกเซียนหลายครั้ง แต่อาจารย์หญิงปิดบังและบอกว่า บนแดน์ได้บันทึกถึงความมาของสำนักิเซียนไว้โดยละเอียด หากข้าอยากรู้ให้ไปหาอ่านตำราเอาเอง แต่องค์ชายรองเพคะวันที่ท่านพาข้าไปยังห้องตำรา ข้าตกตะลึงที่เห็นตำรานับหมื่นเล่มวางเรียงราย ข้าจะหาอ่านประวัติของสำนักิเซียนได้อย่างไรเพคะ ความอยากรู้ของข้า ทำเอาพลังเซียนเกือบทำข้าดับสูญ” หญิงสาวมุ่ยหน้า ก่อนที่ชายหนุ่มจะแย้มยิ้มอย่างเมตตา
“จริงสิเพคะ..องค์รองเคยบอกว่าท่านอ่านตำราพวกนั้นหมดทุกเล่มแล้ว มีเล่มไหนที่พูดถึงสำนักิเซียนของข้าฤาไม่” องค์ชายรองได้ยินดังนั้น จึงใช้มือดีดหน้าผากนางหนึ่งครั้งเพื่อเตือนความจำ
“ไม่มีผู้ใดบอกเ้าฤา ว่าหลังจากขึ้นมาบนแดน์แล้ว ห้ามพูดถึงสำนักฝึกเซียนที่ตัวเองจากมา เป็กฎบัญญัติของแดน์ เพื่อไม่ให้เหล่าเซียนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้นจึงก้มหน้าลง
“ข้าลืมไปเสียสนิท พี่อิงอิงได้เตือนข้าแล้วเพคะ” องค์ชายรองพยักหน้า แล้วเดินตรงไปยังสวนท้อด้านใน โดยไม่ปริปากบอกนาง ว่าแท้จริงแล้วอาจารย์หญิงที่หนิงเอ๋อเคารพรัก คือพี่สาวของเขาที่ยอมสละตำแหน่ง เพื่อบำเพ็ญเพียรตามบารมีของตัวเอง
หนิงเอ๋อเดินตามชายหนุ่มไปเรื่อย ๆ พร้อมกับสายลมพัดโชยมาเป็ระลอก ชายหนุ่มในชุดขาวยังคงมุ่งตรงลึกเข้าไปในสวนท้อ ก่อนหญิงสาวจะเห็นความผิดปกติบางอย่างแล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อีกครั้ง
“องค์ชายรองเพคะ” สองเท้าของร่างสูงชะงักนิ่ง พลันหันพระพักตร์กลับมายังหญิงสาวที่ยืนทำตาแป๋วอยู่
“เ้าอยากถามอะไรอีกงั้นฤา” ด้วยความอยากรู้ นางจึงเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ แล้วหันกลับมาถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เหตุใดในป่าท้อนี้ ไม่มีผีเสื้อ์สักตัวเพคะ ขณะที่มีดอกท้อเบ่งบานเต็มไปหมด”
“ผีเสื้อ์ถูกเลี้ยงให้ทำเป็ยารักษาอาการาเ็ สวนท้อด้านนอกแตกต่างจากข้างในดูด้วยตาเปล่าเ้าอาจไม่รู้”
“แตกต่างอย่างไรฤาเพคะ”
“สวนท้อด้านนอก ดูดกินสารอาหารจากพลังแห่งเทพโอสถที่นำมาโรยไว้ เมื่อผีเสื้อดูดน้ำหวานจากดอกท้อแล้วนำไปทำรัง สรรพคุณของยาจึงมีมาก ส่วนด้านในต้นท้อจะเติบโตตามธรรมชาติ และสามารถออกลูกมาให้เาาว์ได้ลิ้มรส”
“เป็เช่นนี้เอง” หนิงเอ๋อพยักหน้าเข้าใจ ด้วยใบหน้าสดใส
“ท่านเข้ามาด้านในบ่อยฤาไม่เพคะ” องค์ชายรองนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ข้าเคยเข้ามาเพียงครั้งเดียวเมื่อยามเป็เด็ก” หนิงเอ๋อเบิกตากว้าง ความอยากรู้อยากเห็นทำให้สองเท้าเล็กขยับไปใกล้องค์ชายรองมากขึ้น
“เป็ไปได้อย่างไร ข้างในเงียบสงบเงียบและงดงามถึงเพียงนี้ หากข้าเป็ท่าน ข้าจะแอบเข้ามางีบหลับ จะไม่ยอมอ่านตำราพวกนั้นวนเวียนอยู่ถึงสามรอบ” ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมากับคำพูดของหญิงสาว จับจ้องมองตรงมายังหนิงเอ๋อด้วยท่าทางราบเรียบ ก่อนหนิงเอ๋อจะเอ่ยถามขึ้นอีกด้วยความอยากรู้
“เช่นนั้นองค์ชายรองเข้ามาด้วยเหตุใดฤาเพคะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ หันตัวกลับ แล้วเดินนำหนิงเอ๋อมุ่งตรงไปตามทางขนาดเล็กเต็มไปด้วยกลีบดอกท้อที่ร่วงหล่นลงมาปกคลุมพื้นดิน จนมีสีชมพูดาษดื่นสวยงาม
